## ไม้บรรทัด ที่ไม่จำเป็นต้องมี "เรารู้จักใครสักคนมากแค่ไหน.. รู้จักว่าเค้าเจออะไรมาทั้งชีวิตไหม? หากไม่รู้จักมากพอ แล้วเราไปวัดค่าเค้าทำไม?" image นอกจากเรื่องขนมปังแล้ว พี่เป็ด @ped66 ก็ยังมีเรื่อง "ไม้บรรทัด" มาให้คำแนะนำกับผมด้วย โน๊ตนี้ผมจะไม่ยืดเยื้อ เข้าเรื่องตรงๆ เลยดีกว่า.. บ่อยครั้งที่เรามัก "อยากให้คนอื่นเปลี่ยนแปลงในแบบที่เราชอบ" ไม่ว่าจะเกิดจากความปรารถนาดีหรือหมั่นไส้ก็ตาม มันมักเกิดจากความคาดหวัง อยากให้เค้าดีขึ้น (ตามมุมมองของเรา) บลา บลา บลา... ทำไมต้องอยากให้เค้าดี? ทำไมเราถึงอยากให้เค้าทิ้งตัวตนบางอย่าง? ทำไมเราอยากให้เค้าเป็นแบบที่เราชอบ? ถามตัวเองวนไปวนมา.. เราอยากให้ใครบางคน ละทิ้งตัวตนหรือเปลี่ยนแปลงบางอย่าง... คำถามคือ ถ้าเราไม่พูดกับเขาตรงๆ เขาจะรู้สึกไหม? มันเป็นเราที่กลายเป็นทุกข์เพราะมัวแต่คาดหวัง ในขณะที่เขาอาจไม่รู้สึกยินดียินร้ายอะไรเลย.. การพูดกับใครตรงๆ แบบนี้ บางทีมันก็ดูรุนแรงเกินไปหน่อย สุดท้ายเรามักจะไม่ได้พูด ได้แต่แอบคาดหวังอยู่ในใจ ลองพิจารณา Deep down ลงไป.. การที่เราอยากให้ใครสักคนเป็นไปในบางอย่าง มันหมายถึงอะไร? มันหมายความว่า.. เรา.. ได้ "ตัดสิน" บางอย่างในตัวเขา "วัดค่า" เขาด้วย "ไม้บรรทัด" สักอันของเรา เราวัดออกมาแล้วรู้สึกว่ามัน "สั้น" หรือ "ยาว" เกินไปเล็กน้อย เราเลยอยากให้เค้ามีการเปลี่ยนแปลง เพื่อเข้าสู่จุดที่พอดีตามเสกลใน "ไม้บรรทัดของเรา" เราไม่มีทางรู้ได้จริงๆ หรอกว่า... ใครคนนั้น ทั้งชีวิตของเค้าต้องเจอกับอะไรมาบ้าง บางเรื่องเราอาจทึกทักไปเอง ไม่ได้เข้าใจเหตุและผลของสิ่งที่เขาพูด กระทำ หรือนึกคิด แล้วเราไปวัดค่าเขาทำไม? วัดค่าไม่พอ.. เราอาจเผลอไปลดคุณค่าของเขาด้วย ผลเลยกลายเป็นว่า เรา "อยาก" ให้เค้าเปลี่ยนแปลงในแบบที่เราชอบ แบบที่เราจะพึงพอใจ ทั้งที่บางเรื่อง มันอาจไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเราเลยด้วยซ้ำ.. สุดท้าย.. คนเราก็โดนขับเคลื่อนด้วยแค่คำว่า "อยาก" หรือ "ไม่อยาก" อะไร ดังนั้น.. หากเราพยายามทำความเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ เราก็แค่ปล่อยวางมันไว้ข้างๆ แทนที่เราจะต้องมาแบกความรู้สึกที่เกิดจากไม้บรรทัดของเราเอง.. ไม้บรรทัด ที่แท้จริงแล้วเราอาจไม่จำเป็นต้องมีมันก็ได้ จำเป็น หรือ ไม่จำเป็น ก็ยังสามารถแยกแยะได้อีก ต่อให้เราคิดว่า มันไม่จำเป็นต้องวัดค่าใคร แต่ความอยากของเราก็อาจไม่ได้ลดลง ซึ่งก็ไม่เป็นไร เราแค่ต้องเคลียร์สมองตัวเองสักหน่อย.. เพื่อให้เราได้ "เป็นอิสระ" จากการวัดค่า ประเมินค่า ด้วยไม้บรรทัดของเราเอง.. ในเรื่องที่อาจไม่จำเป็น ถ้ามันอดรนทนไม่ไหวจริงๆ เราคิดว่ามันสำคัญจริงๆ ก็จงดีแคลร์ความรู้สึกกับเค้าตรงๆ และก็ต้องยอมรับในผลที่จะตามมาเอง.. ขอบคุณพี่เป็ดที่มักจะแนะนำเรื่องดีๆ ให้ผมเสมอ สำหรับผู้อ่าน เรื่องนี้ให้ข้อคิดอะไรกับเรา? #siamstr #siamstrog หมายเหตุ: ภาพประกอบ คือ Jakk 2015 สมัยแอ๊บแบ๊ว เห่อกล้องมือถือ และเมียก็ด่าว่าไม่เข้ากับหน้ามึงเท่าไหร่ เลิกทำเหอะตั้ม 555

Replies (19)

อย่าไปคิดจะพยายามโน้มน้าวฝืนใจเพื่อเปลี่ยนแปลงใครเลย เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวานให้ได้ก็พอ แล้วให้คุณค่าและผลการกระทำของเราส่งเสียงแทน
เป็นจุดเริ่มต้นให้ผ่อนคลาย ก้าวหาการเป็นอิสระจากภาษาที่มันฝังแน่นในสมองเรา มองโลกในแบบที่โลกเป็น ชะลอการตัดสินประเมินค่า จนหยุดมันได้ในที่สุด(เข้าใกล้สักนิดก็ยังดี) การวัด ถ้าไม่ใช่เพื่อเปรียบเทียบ จะเผื่อ อะไรอีก และเมื่อ เปรียบเทียบ เราจะลดคุณค่าของทั้งสองฝั่งลงไป เพราะจริงๆแล้ว มันมีคุณค่ามากของมันอยู่แล้ว แค่ว่า ไม้บรรทัดของแต่ละคนนั้น เป็นเพียง มุมมองของเขา มันไม่ได้ผิดอะไร และเป็นธรรมชาติมากๆ ชีวินี้จะสามารถหยุดประเมินค่าสิ่งใดๆได้หรือไม่ เพราะมันเกิดขึ้น ทุกลมหายใจ การเลือกก็เช่นกัน.... เขียนได้ครบๆทุกความหมายที่คุยเลย สุดยอดมาก
ไม้บรรทัดถ้าจะเอามาวัด วัดตัวเราเองดีกว่าครับ ตั้งเป้าหมายแล้วเราต้องไปให้สุด..Timeline ในแต่ละ Scale จาก mm ไปสู่ Cm จนไปสูดปลายไม้บรรทัด(ตาย) เราวางอะไรไว้บ้าง บางครั้งถ้าไม่สำเร็จ เรามีแผน 2 ยังไง ถ้าสำเร็จเราให้รางวัลกับตัวเอง ,คนรอบ, สังคมยังไง...ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ^^
ใช่ครับเราไม่ควรเอาไม้บรรทัดของเราไปวัดกับใคร มันใช้คนละมาตรฐานกันครับ☀️🍀🌻
เพราะทุกคนมีความถนัดและภูมิหลังต่างกัน ⚡⚡⚡
ทุกคนมีสองมือที่คอยหยิบจับหรือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ แต่เราไม่มีทางรู้ว่ามือของคนข้างๆเราเป็นอย่างไร ถ้ามือของเขาไม่ว่างพอที่จะรับอะไรเพิ่ม มือของเขาเจ็บอยู่ มือของเขาอ่อนแอเกินไป การยัดเยียดความหวังดีมันคือการทำร้ายอีกฝ่าย เราควรให้เวลาเขาในการจัดการตัวเองให้พร้อม เมื่อมือของเขาว่าง หรือแข็งแรงพอ เขาจะมาหยิบมันไปเอง
ถูกต้องที่สุดเลย แต่ละคนมีเรื่องที่เจอมาต่างกัน เราจะไปวัดค่าของคนจากที่เราเห็นด้านเดียวไม่ได้ ผมเจอคนประเภทที่ชอบบูลลี่ดูถูกคน ทั้งๆที่ชีวิตมึงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเค้าเล้ยยย รวยกว่าก็บ่น จนกว่าก็ดูถูก แต่สิ่งที่มึงควรทำคือหันกลับมามองตัวเอง พัฒนาตัวเอง แล้วเสือกเรื่องชาวบ้านให้น้อยลง สิ่งที่เค้าทำ สิ่งที่เค้าเลือก มันคือสิ่งที่เค้าจะต้องรับผลกรรมด้วยตัวเค้าเอง ไม่ว่าจะดีหรือร้าย
จากมุมมองนี้ก็มองได้ว่าทุกคนก็ต่างมีไม้บรรทัดเป็นของตัวเองที่วัดเส้นทางของแต่ละคนในมิติที่แตกต่างกัน ปัญหาจึงเกิดขึ้นเมื่อเราเอาไม่บรรทัดของตัวเองไปวัดคนอื่น หรือเอาไม้บรรทัดคนอื่นมาวัดตัวเอง
ใช่ครับ อย่าไปเปรียบเทียบกันเลยครับ ต้นทุนชีวิตที่เกิดมาวัดกันไม่ได้ แต่เราวัดบั้นปลายชีวิตเราเองได้ครับ🙂