Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday
jakk@rightshift.to
npub1mqcw...nz85
#Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 6 months ago
ฟ้าสางรำไร พระจันทร์กลมโตยังลอยค้างอยู่เหนือแนวสายไฟ ผมยืนพิงรั้วหน้าบ้าน สูดอากาศเย็นฉ่ำเข้าปอดลึกๆ image ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงแรกที่แว่วมาทักทายเช้านี้ กลับไม่ใช่เสียงยวดยานพาหนะ หรือเสียงผู้คนจอแจ หากแต่เป็นเสียงนกตัวเล็กๆ ที่ส่งเสียงร้องแผ่วเบามาจากหลังคาบ้านข้างๆ ภาพนี้ทำให้ผมนึกถึงคำเปรียบเปรยเรื่อง "นกที่ตื่นเช้า" ซึ่งในความรู้สึกของผม มันมีความหมายลึกซึ้งกว่าแค่เรื่องของคนขยันที่ต้องรีบตื่นมาแข่งขันกับใคร นกที่ตื่นเช้าที่แท้จริง คือผู้ที่ตื่นรู้ก่อนที่เสียงอึกทึกของโลกภายนอกจะดังกลบเสียงหัวใจของตัวเอง ช่วงเวลารุ่งสางเปรียบเสมือนของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้ เป็นห้วงเวลาสั้นๆ ที่โลกยังไม่ทันได้ดึงรั้งความสนใจของเราให้กระจัดกระจาย เปิดโอกาสให้เราได้ยินเสียงลมหายใจ และได้ฟังเสียงความคิดของตัวเองชัดๆ ก่อนที่คลื่นภาระหน้าที่และข่าวสารประจำวันจะถาโถมเข้ามาปะปนจนแยกไม่ออก ดังนั้น นกที่ผมอยากจะเป็น คือนกที่ใช้ช่วงเวลาแห่งแสงแรก ทบทวนกับตัวเองเงียบๆ ว่า "วันนี้... เราอยากใช้ชีวิตแบบไหน" โดยไม่ต้องคาดคั้นคำตอบที่ยิ่งใหญ่ ขอแค่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองสักข้อเดียว ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่งดงามแล้ว ชีวิตจริงอาจไม่ได้ลงล็อคสวยงามเหมือนตารางสอน บางวันเราอาจตื่นสายบ้าง หรือพักผ่อนน้อยบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ขอแค่เรายังเหลือพื้นที่เล็กๆ อนุญาตให้หัวใจได้ตื่นขึ้นมาสูดอากาศก่อนร่างกายสักนิด ไม่ว่าเข็มนาฬิกาจะชี้บอกเวลาเท่าไหร่ เราทุกคนก็สามารถเป็นนกที่ตื่นเช้าในแบบฉบับที่มีความสุขได้เสมอครับ #JakkDiary #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 7 months ago
"Natural is the new SEXY" หากเป็นเมื่อก่อน พอเอ่ยถึงคำว่า "แรงดึงดูด" ภาพในหัวของพวกเรามักจะผูกติดอยู่กับความสมบูรณ์แบบ ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมที่จัดทรงมาอย่างดี หรือภาพถ่ายที่ผ่านการเลือกมุมและแสงมาอย่างประณีต image จนบางทีเราลืมมองไปว่า เสน่ห์ที่แท้จริงนั้นซ่อนอยู่ในเนื้อแท้ของเรานี่เอง โดยไม่จำเป็นต้องไปสรรหาอะไรมาปรุงแต่งให้วุ่นวาย ผมเคยสังเกตใครบางคนที่เดินเข้ามาในวงสนทนา เขาแต่งตัวเรียบง่ายเพียงเสื้อยืดกางเกงเก่าๆ ไม่มียี่ห้อหรูหราประดับกาย แต่แปลกที่วินาทีที่เขานั่งลง บรรยากาศรอบข้างกลับดูสงบและเย็นลงอย่างน่าประหลาด สายตาของผู้คนหันไปหาเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งที่เขาไม่ได้พยายามทำอะไรให้โดดเด่นเลย คำถามคือ... แรงดึงดูดนั้นมาจากไหน? มันไม่ได้มาจากรูปร่างหน้าตา ไม่ได้มาจากข้าวของมีราคา และไม่ใช่ถ้อยคำคมคายที่เตรียมมาพูด มันคือบรรยากาศของความสบายเนื้อสบายตัวของคนคนหนึ่ง ที่พอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น สายตาของเขาไม่ได้ร้อนรนเพื่อเอาชนะ และท่าทีของเขาก็บอกเราเงียบๆ ว่า "ฉันโอเคกับตัวเองในแบบนี้" ความสงบเย็นนี้เองที่แผ่ออกมา จนทำให้คนที่อยู่ใกล้พลอยรู้สึกวางใจและกล้าที่จะเป็นตัวเองไปด้วย นี่แหละครับ คือความหมายของความเป็นธรรมชาติ เสน่ห์แบบนี้ ไม่ใช่การพยายามทำตัวให้ใครรัก มันเกิดจากการยอมรับความจริงที่ว่า... "ต่อให้บางคนจะไม่ชอบเรา ก็ไม่เป็นไร" คนที่ใจนิ่งพอและอยู่กับตัวเองได้ จะไม่รู้สึกว่าต้องรีบพูดแทรก ไม่ต้องเร่งแสดงความเก่งกาจ หรือต้องคอยออกความเห็นไปเสียทุกเรื่อง เขาจึงกลายเป็นคนที่มีที่ว่างให้คนอื่นได้หายใจ อยู่ใกล้แล้วรู้สึกร่มเย็น จะหัวเราะด้วยกันก็ไม่เหนื่อย หรือจะแค่นั่งเงียบๆ ข้างกันก็ไม่อึดอัดใจ พลังงานแบบนี้นี่เอง ที่ผมคิดว่ามีความเซ็กซี่และน่าค้นหายิ่งกว่าการปรุงแต่งใดๆ ผมเรียกมันว่าการสร้าง สนามพลังสั่นพ้อง (Synharmonic Field) สำหรับผม ในยุคนี้คนที่มีท่าทีต่อชีวิตที่ดี นั้นน่ามองและชวนหลงใหลยิ่งกว่าคนที่มีเพียงรูปร่างหน้าตาสวยงามเสียอีกครับ คนที่มีเสน่ห์ คือคนที่โอบกอดร่องรอยบาดแผลของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องซุกซ่อนอดีต แต่ก็ไม่ฟูมฟายเอาความเจ็บปวดไปสาดใส่ใคร คือคนที่ล้มแล้วลุกขึ้นมาปัดฝุ่นเดินต่อได้เงียบๆ โดยไม่ต้องป่าวประกาศให้โลกรู้ว่าตัวเองเข้มแข็งเพียงใด คนแบบนี้มักมีแรงดึงดูดลึกลับบางอย่างที่ทำให้เราอยากขยับเข้าไปใกล้ อยากนั่งฟังเขาเล่าเรื่อง หรือเพียงแค่อยากรู้ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง ถึงได้มีสายตาที่มองโลกด้วยความเข้าใจลึกซึ้งเช่นนี้ แน่นอนครับว่า การดูแลตัวเองให้สะอาดสะอ้าน น่ามอง และน่าเข้าใกล้ ยังคงเป็นประตูด่านแรกที่สำคัญเสมอ แต่หากภายในใจยังคงวุ่นวาย ยังหิวโหยการยอมรับ หรือยังต้องคอยประเมินคุณค่าตัวเองผ่านสายตาคนอื่น... ต่อให้ภายนอกจะดูดีสักแค่ไหน ลึกๆ แล้วมันก็จะยังมีความรู้สึกฝืนเจือปนออกมาอยู่ดี ความเป็นธรรมชาติที่แท้จริง คือการดูแลสมดุลกายและใจให้ดี จนความงามมันล้นออกมาเองโดยที่เราไม่ต้องพยายามเค้น มากกว่าการปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปตามยถากรรม บางที... จุดเริ่มต้นของเสน่ห์อาจไม่ได้อยู่ที่การไปขวนขวายเรียนรู้อะไรเพิ่ม แต่อยู่ที่การค่อยๆ วางสิ่งที่หนักอึ้งในใจลงเสียบ้าง วางความอยากเอาชนะ วางความกังวลว่าต้องเป็นคนสำคัญ วางความกลัวที่จะถูกมองว่าเป็นคนธรรมดา แล้วลองหันกลับมาสำรวจดูว่า ในวันที่เราไม่ต้องพยายามเป็นใคร ไม่ต้องแสดงอะไร เรายังหลงเหลืออะไรที่เป็นเนื้อแท้ของตัวเองอยู่บ้าง? หากคุณยังยิ้มให้กับคนธรรมดาคนนั้นในกระจกได้ และรู้สึกอยากเป็นเพื่อนกับเขา นั่นแปลว่าเสน่ห์ที่แท้จริงได้เริ่มผลิบานในใจคุณแล้วครับ "เสน่ห์ที่จะอยู่กับเราไปตลอดกาล เกิดจากความกล้าหาญที่จะยอมรับความจริงของตัวเอง มากกว่าการพยายามปรุงแต่งเปลือกนอกให้เกินจริง ในวันที่ไม่มีแสงไฟ ไม่มีเวที เหลือเพียงแค่เรา... ที่ยังคงเป็นเราอย่างสมบูรณ์" #JakkDiary #SynharmonicField #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 7 months ago
image #บทเรียนเรื่องการแบกน้ำหนักและการยืนหยัด เย็นวันหนึ่งผมยืนมองเสาไฟหน้าบ้านเก่าหลังหนึ่ง แดดสีทองส่องเฉียงลงมาโดนเสาปูนที่ขึ้นคราบดำ ลวดสายไฟพะรุงพะรังพุ่งออกไปหลายทิศ เหนือหลังคาสังกะสีที่เริ่มหม่น ต้นไม้ใหญ่ข้างบ้านผลัดใบจนเหลือแต่กิ่งแห้งๆ ทะลุขึ้นไปแตะท้องฟ้าสีน้ำเงินใส ภาพตรงหน้าหาใช่โปสเตอร์ท่องเที่ยวไม่ ทว่ามันเต็มไปด้วยเรื่องเล่าของการยืนอยู่ตรงนี้ เสาไฟต้นนี้อาจไม่เคยมีใครถ่ายรูปมัน ต้นไม้แห้งตรงนั้นก็ไม่ค่อยมีใครชื่นชมสักเท่าไหร่ ทั้งคู่มิได้มีหน้าที่ทำให้โลกสวยงามขึ้น มันมีหน้าที่รับน้ำหนัก.. เสาไฟแบกสายไฟไว้ทั้งซอย ต้นไม้เคยแบกใบ เคยให้ร่มเงาในฤดูที่ยังเขียวขจี บ้านเก่าข้างหลังแบกชีวิตคนทั้งครอบครัวมาหลายสิบปี ผมนึกถึงคนรอบตัวหลายคน คนที่อาจไม่โดดเด่น ไม่ขึ้นชื่อบนป้าย แต่ถ้าเขาถอนตัวออกไป ชีวิตของใครอีกหลายคนอาจจะสั่นคลอนทันที เราเคยมองพวกเขาด้วยสายตาแบบนี้บ้างไหม? เหมือนที่มองเสาไฟเก่าๆ ที่ยังยืนทำงาน เหมือนที่มองบ้านเก่าที่คอยรับฝน รับแดดแทนคนอยู่ข้างใน สายไฟข้างล่างพันกันยุ่งเหยิง ทว่าพอเงยหน้าขึ้น ท้องฟ้ากลับดูโล่งสะอาด ชีวิตเราก็คล้ายภาพนี้... ข้างล่างคือกองภาระ หนี้ งาน ความคาดหวัง สายแต่ละเส้นดึงเราไปคนละทิศละทาง บางวันเราจ้องแต่ความยุ่งเหยิงระดับสายตา จนลืมว่าเหนือหัวขึ้นไปอีกนิดเดียว ยังมีฟ้าให้หายใจอยู่ ไม่ใช่ให้เลิกใส่ใจภาระข้างล่าง ทว่าเพื่อเตือนตัวเองว่า... เวลาเหนื่อยเกินไป ลองถอยออกมาหนึ่งก้าว เงยหน้าอีกนิด ให้ใจได้เห็นท้องฟ้าในตัวเองบ้าง ฟ้ามิได้แก้ปมสายไฟ หากแต่มันช่วยมอบพื้นที่ว่างให้เราเรียงลมหายใจใหม่ เสาไฟต้นเดียวในภาพแบกสายไฟหลายเส้น บางเส้นมาจากบ้านหลังนี้ บางเส้นข้ามถนนไปเข้าอีกหลัง แต่ละเส้นมีเรื่องราวของมันเอง ผมนึกถึงตัวเราเวลาต้องรับบทหลายอย่าง เป็นลูก เป็นพ่อแม่ เป็นเพื่อน เป็นหัวหน้า เป็นลูกน้อง ทุกบทบาทส่งแรงดึงบางอย่างเข้ามาพันรอบตัว เสาไฟที่ดีต้องแข็งแรง ต่อให้แข็งสักเพียงใด ก็รับสายได้อย่างจำกัด ห้อยมากเกินไป วันหนึ่งก็เอน หรือหัก คนเราก็เช่นกัน... การรู้จักบอกตัวเองว่า เส้นนี้ขอไม่รับเพิ่มแล้ว นั่นแหละคือความแข็งแรง เป็นการถนอมเสาที่ทั้งซอยฝากไฟไว้ต่างหาก บางทีสิ่งที่ต้องกล้าทำหาใช่รับงานเพิ่ม ทว่าอาจเป็นการปีนขึ้นไปจัดสายที่พันกันมานาน แยกให้ออกว่าสายไหนคือหน้าที่ สายไหนคือความเคยชินที่ไม่มีใครใช้แล้ว มองเลยออกไปที่ต้นไม้แห้งข้างบ้านนั้น ผมเห็นภาพของฤดูกาลชัดขึ้น ครั้งหนึ่งมันเคยเขียวขจี เคยให้ร่ม เคยมีนกมาทำรัง วันนี้ยืนเปลือยกิ่งรอเวลาเปลี่ยนฤดูอีกครั้ง ตัวบ้านเองก็แก่ลงทีละปี คนในบ้านก็เช่นกัน สุดท้ายทุกสิ่งก็ต้องยอมรับความไม่จีรัง เสาไฟจะผุ ต้นไม้จะผลัดใบ บ้านจะเปลี่ยนมือ ทุกอย่างต้องยอมรับความไม่ถาวรเหมือนกัน พอคิดเช่นนี้แล้ว... ใจเลยอ่อนลงกับทั้งตัวเองและคนอื่น ถ้ายังต้องยืนร่วมเฟรมกันอยู่ในฤดูเดียวกัน ก็ขอใช้ช่วงเวลานี้ดูแลกันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยืนมองภาพนี้นานๆ แล้วได้บทสรุปเงียบๆ ว่า เราไม่จำเป็นต้องเป็นอะไรที่สวยงามให้คนชม ขอแค่เป็นเสาที่มั่นพอให้คนรอบข้างพิงได้บ้าง เป็นต้นไม้ที่ยืนอยู่แม้มีบางฤดูที่แห้งโกร๋น และอย่าลืมเผื่อฟ้าไว้เหนือหัวตัวเองเสมอ ในวันที่สายชีวิตพันกันยุ่ง ลองมองภาพนี้อีกที เสาไฟเก่า ต้นไม้แห้ง บ้านเก่า และฟ้ากว้าง ทุกอย่างต่างทำหน้าที่ของตัวเองเงียบๆ มันก็เพียงพอแล้วสำหรับการมีอยู่ในโลกใบนี้ “บางชีวิตเกิดมาเพื่อแบกสายไฟให้ทั้งซอยให้สว่าง บางชีวิตเกิดมาเพื่อเป็นเงาไม้ให้ใครสักคนได้หลบแดด ไม่จำเป็นต้องสวยที่สุด แค่ยืนอยู่ให้ไหว ทว่าต้องอยู่ด้วยกันให้ดีที่สุดในฤดูนี้” #JakkDiary #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 7 months ago
ช่วงนี้ผมหยุดมองตัวเลขตัวหนึ่งบ่อยเป็นพิเศษ เลขธรรมดา ๆ ที่เห็นอยู่ทุกวันอยู่แล้ว แต่วันหนึ่งมันกลายเป็นตำแหน่งที่ผมยืนอยู่พอดี image เลยเผลอหยิบขึ้นมาคิดต่อเงียบ ๆ เลขนี้เขียนง่าย แค่ 4 กับ 1 วางเคียงกัน ตอนเด็ก ๆ ผมเคยชอบเลขคู่ เลขกลม ๆ ดูเรียบร้อยน่าไว้ใจ พอโตขึ้นกลับรู้สึกถูกชะตากับเลขที่ไม่ค่อยกลมกล่อมเท่าไร ยังไงก็หารไม่ลงตัวกับใครง่าย ๆ เลขนี้เป็นจำนวนเฉพาะ หารได้แค่ด้วย 1 กับตัวมันเอง ผมไม่ได้อยากอยู่คนเดียว แค่เริ่มเข้าใจมากขึ้นว่า ชีวิตไม่จำเป็นต้องลงตัวกับทุกคนทุกวงเสมอไป บางความสัมพันธ์ห่างออก บางบทบาทค่อย ๆ วางลง เหลือเพียงไม่กี่อย่างที่อยากดูแลให้ดีจริง ๆ เหมือนลดตัวประกอบส่วนเกินออกทีละนิด ให้เหลือแก่นที่ใจยอมรับโดยไม่ต้องเถียงกันอีก พอมองลึกเข้าไปอีกหน่อย... เลข 4 อยู่ข้างหน้าเหมือนเสาบ้านสี่ต้น นึกถึงฐานที่อยากยืนให้มั่นขึ้นเรื่อย ๆ สุขภาพที่ไม่ควรผลัดวันประกันพรุ่ง งานที่ยังอยากทำด้วยความหมาย คนไม่กี่คนที่อยากอยู่ใกล้แล้วปลอดภัยทั้งสองฝ่าย ส่วนเลข 1 เล็ก ๆ ข้างหลัง เหมือนพื้นที่เล็ก ๆ ที่ยังอยากเริ่มต้นใหม่ อยากลองเป็นมือใหม่กับบางเรื่อง ฝึกฟังให้ลึกขึ้น ฝึกวางให้บ่อยขึ้น ฝึกอยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องหาที่พึ่งภายนอกตลอดเวลา เมื่อก่อนเคยอยากสะสมอะไรหลายอย่าง คำชม ตำแหน่ง โอกาส ตอนนี้กลับสนใจคุณภาพของลมหายใจมากกว่า อยู่ในห้องเงียบ ๆ แล้วใจเบาได้หรือเปล่า ได้นั่งกินข้าวกับคนที่รักโดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูบ่อยขนาดไหน หัวเราะได้เต็มปอดโดยไม่ต้องแกล้งเข้มแข็งเท่าเดิมไหม ตัวเลขที่ยืนอยู่ตรงกลางตอนนี้เลยเป็นเหมือนเครื่องเตือนว่า... ข้างนอกไม่จำเป็นต้องเพิ่มอะไรนักแล้ว สิ่งที่ควรเพิ่มคือเนื้อที่ว่างข้างใน ให้หัวใจไม่ต้องวิ่งตามทุกกระแสเหมือนเมื่อก่อน บางความฝันอาจไม่ไปถึง บางเส้นทางอาจปิดไปถาวร แปลกดี… พอยอมรับได้ ใจกลับโล่งขึ้น เหมือนได้เก็บของในห้องเก่า คัดออกเสียบ้าง เหลือไว้เฉพาะที่ยังรักจริง ๆ ผมไม่ได้แน่ใจหรอกว่าเข้าใจโลกมากขึ้นแค่ไหน แค่รู้สึกว่าทุกปีที่ผ่าน น้ำหนักของคำว่าพอแล้ว มันชัดขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าวันหนึ่งมีใครถามว่า ตัวเลขช่วงนี้สอนอะไรกับชีวิตบ้าง ก็คงตอบได้เพียงว่า... มันชวนให้เลือกยืนบนฐานที่มั่นคงสักไม่กี่อย่าง กล้าตัดตัวประกอบที่ไม่จำเป็น แล้วรักษาใจดวงเล็ก ๆ ให้ยังกล้าลอง กล้ารัก กล้าผิดพลาด โดยไม่ต้องรอคำยืนยันจากโลกมากเท่าเดิม เท่านี้… ก็นับว่าเป็นของขวัญชิ้นใหญ่แล้ว สำหรับตัวเลขที่กำลังยืนอยู่ตรงนี้ #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 7 months ago
Hey Derek, thank you for the kind words and for remembering us. It truly means a lot. I wanted to share a quick update on #siamstr. The most beautiful part is that our members have taken the ethos we built together here, especially V4V. and applied it in the physical world. We’ve evolved from #Nostrich into dedicated Bitcoiners, creating real #ProofofWork for Thai society. They are now top contributors, spreading education and building new businesses. The community tentacles have spread across the country, and we still love and hug in real life. We are growing strong in another world, but we never forget this place. #Nostr was our home, the soil that made us better. And yes, we still miss you guys. 🫂🧡 View quoted note →
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
#การสื่อสารที่เชื่อมใจ (7) คำพูดที่ซ่อนอยู่หลังคำว่า “หยอก” ในวงสนทนา เรามักเจอคำว่า “หยอก ๆ นะ” หรือ “แค่ล้อเล่น ๆ เองนะ” มันฟังดูเบา เหมือนแค่เอาไว้คลายบรรยากาศ แต่จริง ๆ แล้วหลายครั้ง มันก็เป็นเพียงเกราะกำบังให้กับคำพูดที่บาดใจ เพราะต่อให้พูดเล่น แต่สิ่งที่ออกไปแล้วก็คือ คำพูดจริง ๆ และคนฟังก็มักจะ รู้สึกจริง ๆ ไปแล้ว ซึ่งส่วนมากความรู้สึกนั้น… มักจะไม่เบาเหมือนที่อีกฝ่ายอ้างว่าแค่เล่นเฉย ๆ ผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในคนนั้น เคยแหย่ใคร ๆ ด้วยน้ำเสียงติดตลก คิดว่าคงไม่เป็นไรหรอก แต่พอเห็นสายตาที่อีกฝ่ายนิ่งไปครู่หนึ่ง ผมก็รู้เลยว่า... มันไม่ได้ขำเท่าที่คิด เจตนาอาจจะไม่ได้แย่ แต่ผลกระทบมันจริงเสมอ และความจริงตรงนี้… ไม่ควรถูกปัดทิ้งด้วยคำว่า “ก็แค่หยอก” การสื่อสารที่เชื่อมใจ ไม่ได้ห้ามเราเล่น ไม่ได้ห้ามเราหยอก แต่ชวนให้เรารู้ว่า ทุกคำพูดมันมีน้ำหนัก และเราควรรับผิดชอบต่อรอยสะเทือนที่มันได้สร้างขึ้น บางทีคำพูดที่ทำให้ใครหัวเราะได้หนึ่งวินาที อาจทิ้งรอยแผลในใจให้เขาคิดหนักไปทั้งคืน สุดท้ายแล้ว… ถ้าเราอยากเล่น อยากหยอก ก็ขอให้เล่นบนพื้นที่ที่ปลอดภัยจริง ๆ พื้นที่ที่อีกฝ่ายรู้สึกได้ว่าเรายังเห็นคุณค่าของเขาอยู่ ยังให้เกียรติกันอยู่ ไม่ใช่พื้นที่ที่เขาต้องฝืนยิ้มเพื่อกลบความเจ็บ เพราะการหยอกที่แท้จริง ควรจะเป็นรอยยิ้มที่ทั้งสองฝ่ายเก็บกลับบ้านได้จริง ๆ Speak Human, Stay Kind #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
“ทุกการเติบโตเริ่มจากความไม่มั่นใจ แต่เมื่อมีพื้นที่ให้ลองผิดลองถูก มนุษย์ธรรมดาก็สามารถงอกงามจนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั้งชุมชนได้” image มีน้องคนหนึ่งที่ผมรักเหมือนน้องชายจริง ๆ "มิค" @OrangepillmasteR จากห้วยผึ้ง (ผู้ที่เคยนอนบ้านผมมา 2 รอบละ) เขาอยู่กับพวกเราตั้งแต่ยุคแรก ๆ ของ #siamstr มีฝันของตัวเองชัดมาก ปลายปี 2024 เรานั่งคุยกันที่บ้านขิงผม ผมบอกเขาสั้น ๆ ว่า “มันจะไม่เกิดอะไรขึ้น… จนกว่านายจะเริ่มทำ” แล้วเขาก็กลับไปเริ่มจริง ๆ จากโปรเจกต์เล็ก ๆ ที่ห้วยผึ้ง >> กลายเป็นชื่อที่คนในคอมมูนิตี้รู้จัก เขาเล่า แนะนำ บรรยาย ให้ทั้งไทยและเทศฟังด้วยภาษาของตัวเอง เป็นภาพของชายหนุ่มที่ตรงไปตรงมา อบอุ่น และมีไฟ กลางปี 2025 เราได้เจอกันอีกครั้ง แทนที่ผมจะชวนให้จัดงานที่บ้านเกิด ผมชวนเขา “ลองเดินไปจับมือทีมขอนแก่น” ทีมที่กำลังขาดคนแบบมิค คนที่ลุยได้จริงและพร้อมแบ่งปัน วันนี้โปสเตอร์งาน “WHAT IS BITCOIN? – Khonkaen Bitcoin101” มีคำว่า CLOSED ทับอยู่ เพราะที่นั่ง 20 ที่ เต็มแล้ว ผมมองโปสเตอร์นั้นแล้วนึกถึงวันแรก ๆ ที่เราคุยกัน ไฟของมิค… มันไม่ได้ดังเพราะคำพูดสวย ๆ ...มันดังเพราะการ “ลงมือทำ” เรื่อย ๆ แบบไม่ต้องประกาศอะไรมากมาย และผมก็หวังเงียบ ๆ ว่า นี่จะเป็นจุดเริ่มของชุมชนภาคอีสานที่แน่นและงดงาม ขอนแก่นกำลังเกิดเรื่องดี ๆ บางที…เรื่องของมิคอาจทำให้เรานึกถึงใครบางคนในคอมมูนิตี้ คนที่เริ่มจากเล็กมาก แต่เดินต่อจนไฟค่อย ๆ ติด (คุณนึกถึงหน้าใครขึ้นมาบ้างไหม?) หรืออาจทำให้เราย้อนมองตัวเองเบา ๆ ว่า “ก้อนเล็ก ๆ ที่เราพอจะวางลงวันนี้… คือก้อนแบบไหนนะ” สำหรับวันนี้ ผมอยากเก็บภาพง่าย ๆ ไว้ภาพหนึ่ง วงล้อมไฟเล็ก ๆ กลางอีสาน และคนชื่อมิคที่ยืนเติมฟืนอยู่เงียบ ๆ เช้านี้ เราคงได้ยินเสียงแตกเปาะแปะของไฟที่ดังขึ้นอีกนิด ภูมิใจในตัวนายนะมิค และขอบคุณทุกคนที่ทำให้ไฟดวงเล็ก ๆ นี้ไม่เคยโดดเดี่ยว #siamstr #KhonkaenBitcoin101 #ValueForValue 🌱