"น้ำลึกย่อมไหลนิ่ง.. ผู้มีปัญญาย่อมสงบ" image คืนหนึ่งในหมู่บ้านกลางหุบเขา... มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อ "อิสร" เขานอนไม่หลับ เพราะเต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับชีวิต เสียงลมพัดผ่านกระท่อมไม้ไผ่ข้างบ้าน ทำให้เขาตัดสินใจเดินไปหา "ปู่เป็ด" ผู้เฒ่าผู้มีปัญญาที่สุดในหมู่บ้าน “ปู่ขอรับ… ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าในใจข้ามันไม่เคยสงบเลย?” อิสรถามขณะนั่งลงข้างกองไฟ ปู่เป็ดเหลือบตามองหลานชาย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “เจ้ารู้ไหม ในป่าลึกมีแม่น้ำสายหนึ่ง ชาวบ้านเรียกมันว่า ‘กระจกแห่งปัญญา’ ว่ากันว่าใครก็ตามที่สามารถทำให้แม่น้ำนั้นสงบได้ จะมองเห็นอนาคตของตัวเองได้ชัดเจน” “แม่น้ำจะสงบได้อย่างไรหรือขอรับ?” อิสรถามอย่างสงสัย ปู่บุญยิ้ม.. แล้วหยิบก้อนหินขึ้นมาก่อนจะโยนลงไปในอ่างน้ำใกล้ตัว น้ำกระเพื่อมเป็นวงกว้าง.. “เจ้าลองบอกข้าสิ ตอนนี้เจ้ามองเห็นเงาของเจ้าเองในน้ำไหม?” อิสรส่ายหัว “ไม่เลยขอรับ.. น้ำมันขุ่นมัวไปหมด” ปู่บุญพยักหน้า “นั่นแหละ อารมณ์ของเจ้าก็เหมือนน้ำนี้ ยิ่งเจ้าหงุดหงิด โกรธ หรือลนลาน น้ำก็จะยิ่งปั่นป่วนจนเจ้ามองอะไรไม่เห็น" "แต่ถ้าเจ้าอยู่นิ่งพอ ให้เวลากับมัน… สุดท้ายแล้วน้ำก็จะกลับมาใสราวกระจก” อิสรครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้า “ข้าต้องทำให้ใจสงบใช่ไหมขอรับ? แล้วข้าจะตัดสินใจอะไรได้ดีขึ้น?” ปู่เป็ดหัวเราะเบา ๆ “เจ้าช่างฉลาดนัก” แล้วปู่ก็เริ่มเล่าบทเรียนที่ได้รับจากแม่น้ำแห่งปัญญา “จงจำไว้อิสร… เมื่อใจสงบ ดั่งน้ำในบึงฤดูแล้ง เจ้าจะมองเห็นพื้นน้ำกระจ่างใส เช่นเดียวกัน เมื่อความคิดไร้คลื่นอารมณ์ เจ้าจะมองเห็นทุกอย่างได้ชัดขึ้นกว่าที่เคย การตัดสินใจที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากความเร่งรีบ แต่มันเริ่มจากการหยุด ตั้งสติ และเฝ้าสังเกต อย่าให้เพียงอารมณ์ชั่ววูบมาครอบงำแล้วพาเจ้ากระโจนลงแม่น้ำโดยไม่ได้มองว่ามันเชี่ยวกรากเพียงใด เสือไม่ล่าเหยื่อโดยการพุ่งเข้าใส่ทุกสิ่งที่ขวางหน้า มันซุ่ม.. มันรอ.. และมันเลือกจังหวะที่แม่นยำ เจ้าจงเป็นเช่นนั้น.. วางแผนก่อนลงมือทำ เพราะชัยชนะไม่ได้เป็นของผู้ที่เร็วที่สุด แต่เป็นของผู้ที่มองไกลกว่าคนอื่น หากเจ้าปล่อยให้อารมณ์นำทาง ชีวิตของเจ้าจะเหมือนใบไม้ที่ปลิวไปตามลม มิรู้ทิศทาง ถ้าเจ้าต้องเลือกระหว่างปล่อยอารมณ์หรือใช้ปัญญา จงเลือกใช้ปัญญาเสมอ มีคำกล่าวว่า... หากเจ้ารู้สึกติดอยู่ในปัญหาที่แก้ไม่ออก จงหยุด… สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ให้เวลาใจเจ้าได้คลาย พึงระลึกไว้เสมอว่าผืนน้ำจะกลับมาใสได้ ก็ต่อเมื่อไม่มีสิ่งใดมากวนมัน ผู้คนมักเข้าใจผิดว่าพลังที่ยิ่งใหญ่ต้องมาพร้อมเสียงที่ดังกึกก้อง แต่แท้จริงแล้ว... พลังที่ทรงอิทธิพลที่สุด คือพลังแห่งความสงบ ไม่ใช่ทุกคลื่นที่ซัดเข้ามา ต้องมีการโต้ตอบ บางครั้งเพียงแค่ยืนหยัดมั่นคง ก็คือชัยชนะแล้ว แม้มีใครยั่วเย้า.. จงอย่าปล่อยให้เพลิงโกรธแค้นเผาไหม้ตัวเจ้าเอง คนที่ควบคุมอารมณ์ได้ คือคนที่ควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะศึกที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่ศึกภายนอก แต่เป็นศึกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจตนเอง ความเยือกเย็นมิใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือเกราะที่แข็งแกร่งที่สุด นักรบที่แท้จริงมิใช่ผู้ที่ชักดาบได้เร็วที่สุด แต่คือผู้ที่รู้ว่าเมื่อใดควรชักดาบ และเมื่อใดควรเก็บมันกลับเข้าฝัก สิ่งที่เจ้าสร้างมาทั้งชีวิต อาจพังทลายลงได้ภายในพริบตาเพียงเพราะอารมณ์ที่ขาดการควบคุม ดังนั้น... อิสรเอ๋ยยย จงอย่าทำลายสิ่งที่เจ้ารัก เพียงเพราะพายุโหมกระหน่ำในใจชั่วครู่ จำไว้อิสร… ปัญหามีไว้ให้แก้ มิใช่ให้เจ้าคร่ำเคร่งไปกับมัน น้ำที่ไหลแรงที่สุด มันไม่หยุดเพียงเพราะมีก้อนหินขวางทาง แต่มันเลือกที่จะไหลอ้อมไปแทน เจ้าจะเดินทางไกลกว่าผู้อื่น หากเจ้ารู้จักคิดเป็นระบบ ไม่ใช่ทุกเส้นทางที่ใกล้ที่สุด จะเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด บางครั้งความรีบร้อน อาจพาเจ้าไปสู่หนทางที่เต็มไปด้วยหลุมพราง ในสนามรบ.. มิใช่ผู้ที่เหวี่ยงดาบเร็วที่สุดจะเป็นผู้ชนะเสมอไป แต่เป็นผู้ที่รู้จักจับจังหวะและอดทนรอ เจ้าอย่าผลีผลามเร่งเดินไปข้างหน้า จนมองไม่เห็นกับดักที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน และสุดท้าย… จงอย่าหลงคิดว่าความสำเร็จมาจากความรวดเร็วเพียงอย่างเดียว ผู้ที่เดินช้าแต่มั่นคง ย่อมไปถึงจุดหมายได้แน่นอนกว่าผู้ที่วิ่งโดยไร้ทิศทาง" อิสรพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาเป็นประกาย.. ความเงียบระหว่างเขากับปู่เป็ด เต็มไปด้วยคำตอบที่เสียงไม่จำเป็นต้องอธิบาย อิสรพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาเป็นประกาย “ขอรับปู่… แล้วข้าจะทำยังไงให้ใจสงบเหมือนแม่น้ำแห่งปัญญานั่น?” ปู่เป็ดวางมือลงบนหัวของนาค แล้วยิ้มอ่อนโยน.. “จงหายใจให้ลึก ฟังเสียงหัวใจของเจ้าเอง อย่าปล่อยให้อารมณ์เป็นนายของเจ้า แต่จงให้ปัญญาเป็นผู้ชี้นำ” คืนวันนั้น.. อิสรนั่งมองกองไฟที่ลุกโชนก่อนจะค่อย ๆ เบาลงในความเงียบสงบ ในใจของเขา... เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ไม่ใช่ทุกไฟที่ต้องรีบดับ บางเปลวไฟ ต้องปล่อยให้มันเผาไหม้ไปตามธรรมชาติ และบางครั้ง… คำตอบของชีวิต อาจซ่อนอยู่ในความสงบที่เราสร้างขึ้นเอง หากชีวิตของเรายังสับสน ลนลาน หรือเต็มไปด้วยอารมณ์ อาจถึงเวลาที่เราต้องเรียนรู้จาก "แม่น้ำแห่งปัญญา" และเริ่มต้นเดินทางไปบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยสติ และการตัดสินใจที่มั่นคง ท้ายที่สุดแล้ว… เราทุกคนล้วนเป็นทั้ง "เด็กอืสร" และ "ปู่เป็ด" ขึ้นอยู่กับว่า วันนี้เราเลือกจะเป็นใคร #LifeShift #Siamstr

Replies (5)

ShinHODLer's avatar
ShinHODLer 11 months ago
ของดีมากๆครับ เจอปัญหาอะไร สูดลมหายใจลึกๆไว้ก่อน ดึงสติ
R0PE's avatar
R0PE 11 months ago
อ่านแล้วนึกถึงที่คุณนิ้วกลม พูดไว้สักตอน แม่น้ำน้อยไหลเร็ว เร่งรีบเพราะขาดเป้าหมาย แม่น้ำใหญ่ไหลนิ่งสงบ เพราะรู้ปลายทางจะลงมหาสมุทร จำไม่ได้แล้วคร่าวๆประมาณนี้
Jakk Goodday's avatar Jakk Goodday
"น้ำลึกย่อมไหลนิ่ง.. ผู้มีปัญญาย่อมสงบ" image คืนหนึ่งในหมู่บ้านกลางหุบเขา... มีเด็กชายคนหนึ่งชื่อ "อิสร" เขานอนไม่หลับ เพราะเต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับชีวิต เสียงลมพัดผ่านกระท่อมไม้ไผ่ข้างบ้าน ทำให้เขาตัดสินใจเดินไปหา "ปู่เป็ด" ผู้เฒ่าผู้มีปัญญาที่สุดในหมู่บ้าน “ปู่ขอรับ… ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าในใจข้ามันไม่เคยสงบเลย?” อิสรถามขณะนั่งลงข้างกองไฟ ปู่เป็ดเหลือบตามองหลานชาย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “เจ้ารู้ไหม ในป่าลึกมีแม่น้ำสายหนึ่ง ชาวบ้านเรียกมันว่า ‘กระจกแห่งปัญญา’ ว่ากันว่าใครก็ตามที่สามารถทำให้แม่น้ำนั้นสงบได้ จะมองเห็นอนาคตของตัวเองได้ชัดเจน” “แม่น้ำจะสงบได้อย่างไรหรือขอรับ?” อิสรถามอย่างสงสัย ปู่บุญยิ้ม.. แล้วหยิบก้อนหินขึ้นมาก่อนจะโยนลงไปในอ่างน้ำใกล้ตัว น้ำกระเพื่อมเป็นวงกว้าง.. “เจ้าลองบอกข้าสิ ตอนนี้เจ้ามองเห็นเงาของเจ้าเองในน้ำไหม?” อิสรส่ายหัว “ไม่เลยขอรับ.. น้ำมันขุ่นมัวไปหมด” ปู่บุญพยักหน้า “นั่นแหละ อารมณ์ของเจ้าก็เหมือนน้ำนี้ ยิ่งเจ้าหงุดหงิด โกรธ หรือลนลาน น้ำก็จะยิ่งปั่นป่วนจนเจ้ามองอะไรไม่เห็น" "แต่ถ้าเจ้าอยู่นิ่งพอ ให้เวลากับมัน… สุดท้ายแล้วน้ำก็จะกลับมาใสราวกระจก” อิสรครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้า “ข้าต้องทำให้ใจสงบใช่ไหมขอรับ? แล้วข้าจะตัดสินใจอะไรได้ดีขึ้น?” ปู่เป็ดหัวเราะเบา ๆ “เจ้าช่างฉลาดนัก” แล้วปู่ก็เริ่มเล่าบทเรียนที่ได้รับจากแม่น้ำแห่งปัญญา “จงจำไว้อิสร… เมื่อใจสงบ ดั่งน้ำในบึงฤดูแล้ง เจ้าจะมองเห็นพื้นน้ำกระจ่างใส เช่นเดียวกัน เมื่อความคิดไร้คลื่นอารมณ์ เจ้าจะมองเห็นทุกอย่างได้ชัดขึ้นกว่าที่เคย การตัดสินใจที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากความเร่งรีบ แต่มันเริ่มจากการหยุด ตั้งสติ และเฝ้าสังเกต อย่าให้เพียงอารมณ์ชั่ววูบมาครอบงำแล้วพาเจ้ากระโจนลงแม่น้ำโดยไม่ได้มองว่ามันเชี่ยวกรากเพียงใด เสือไม่ล่าเหยื่อโดยการพุ่งเข้าใส่ทุกสิ่งที่ขวางหน้า มันซุ่ม.. มันรอ.. และมันเลือกจังหวะที่แม่นยำ เจ้าจงเป็นเช่นนั้น.. วางแผนก่อนลงมือทำ เพราะชัยชนะไม่ได้เป็นของผู้ที่เร็วที่สุด แต่เป็นของผู้ที่มองไกลกว่าคนอื่น หากเจ้าปล่อยให้อารมณ์นำทาง ชีวิตของเจ้าจะเหมือนใบไม้ที่ปลิวไปตามลม มิรู้ทิศทาง ถ้าเจ้าต้องเลือกระหว่างปล่อยอารมณ์หรือใช้ปัญญา จงเลือกใช้ปัญญาเสมอ มีคำกล่าวว่า... หากเจ้ารู้สึกติดอยู่ในปัญหาที่แก้ไม่ออก จงหยุด… สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ให้เวลาใจเจ้าได้คลาย พึงระลึกไว้เสมอว่าผืนน้ำจะกลับมาใสได้ ก็ต่อเมื่อไม่มีสิ่งใดมากวนมัน ผู้คนมักเข้าใจผิดว่าพลังที่ยิ่งใหญ่ต้องมาพร้อมเสียงที่ดังกึกก้อง แต่แท้จริงแล้ว... พลังที่ทรงอิทธิพลที่สุด คือพลังแห่งความสงบ ไม่ใช่ทุกคลื่นที่ซัดเข้ามา ต้องมีการโต้ตอบ บางครั้งเพียงแค่ยืนหยัดมั่นคง ก็คือชัยชนะแล้ว แม้มีใครยั่วเย้า.. จงอย่าปล่อยให้เพลิงโกรธแค้นเผาไหม้ตัวเจ้าเอง คนที่ควบคุมอารมณ์ได้ คือคนที่ควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะศึกที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่ศึกภายนอก แต่เป็นศึกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจตนเอง ความเยือกเย็นมิใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือเกราะที่แข็งแกร่งที่สุด นักรบที่แท้จริงมิใช่ผู้ที่ชักดาบได้เร็วที่สุด แต่คือผู้ที่รู้ว่าเมื่อใดควรชักดาบ และเมื่อใดควรเก็บมันกลับเข้าฝัก สิ่งที่เจ้าสร้างมาทั้งชีวิต อาจพังทลายลงได้ภายในพริบตาเพียงเพราะอารมณ์ที่ขาดการควบคุม ดังนั้น... อิสรเอ๋ยยย จงอย่าทำลายสิ่งที่เจ้ารัก เพียงเพราะพายุโหมกระหน่ำในใจชั่วครู่ จำไว้อิสร… ปัญหามีไว้ให้แก้ มิใช่ให้เจ้าคร่ำเคร่งไปกับมัน น้ำที่ไหลแรงที่สุด มันไม่หยุดเพียงเพราะมีก้อนหินขวางทาง แต่มันเลือกที่จะไหลอ้อมไปแทน เจ้าจะเดินทางไกลกว่าผู้อื่น หากเจ้ารู้จักคิดเป็นระบบ ไม่ใช่ทุกเส้นทางที่ใกล้ที่สุด จะเป็นเส้นทางที่ดีที่สุด บางครั้งความรีบร้อน อาจพาเจ้าไปสู่หนทางที่เต็มไปด้วยหลุมพราง ในสนามรบ.. มิใช่ผู้ที่เหวี่ยงดาบเร็วที่สุดจะเป็นผู้ชนะเสมอไป แต่เป็นผู้ที่รู้จักจับจังหวะและอดทนรอ เจ้าอย่าผลีผลามเร่งเดินไปข้างหน้า จนมองไม่เห็นกับดักที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน และสุดท้าย… จงอย่าหลงคิดว่าความสำเร็จมาจากความรวดเร็วเพียงอย่างเดียว ผู้ที่เดินช้าแต่มั่นคง ย่อมไปถึงจุดหมายได้แน่นอนกว่าผู้ที่วิ่งโดยไร้ทิศทาง" อิสรพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาเป็นประกาย.. ความเงียบระหว่างเขากับปู่เป็ด เต็มไปด้วยคำตอบที่เสียงไม่จำเป็นต้องอธิบาย อิสรพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาเป็นประกาย “ขอรับปู่… แล้วข้าจะทำยังไงให้ใจสงบเหมือนแม่น้ำแห่งปัญญานั่น?” ปู่เป็ดวางมือลงบนหัวของนาค แล้วยิ้มอ่อนโยน.. “จงหายใจให้ลึก ฟังเสียงหัวใจของเจ้าเอง อย่าปล่อยให้อารมณ์เป็นนายของเจ้า แต่จงให้ปัญญาเป็นผู้ชี้นำ” คืนวันนั้น.. อิสรนั่งมองกองไฟที่ลุกโชนก่อนจะค่อย ๆ เบาลงในความเงียบสงบ ในใจของเขา... เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ไม่ใช่ทุกไฟที่ต้องรีบดับ บางเปลวไฟ ต้องปล่อยให้มันเผาไหม้ไปตามธรรมชาติ และบางครั้ง… คำตอบของชีวิต อาจซ่อนอยู่ในความสงบที่เราสร้างขึ้นเอง หากชีวิตของเรายังสับสน ลนลาน หรือเต็มไปด้วยอารมณ์ อาจถึงเวลาที่เราต้องเรียนรู้จาก "แม่น้ำแห่งปัญญา" และเริ่มต้นเดินทางไปบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยสติ และการตัดสินใจที่มั่นคง ท้ายที่สุดแล้ว… เราทุกคนล้วนเป็นทั้ง "เด็กอืสร" และ "ปู่เป็ด" ขึ้นอยู่กับว่า วันนี้เราเลือกจะเป็นใคร #LifeShift #Siamstr
View quoted note →