"ผู้คนมักเลือกความสะดวกสบายมากกว่าความเป็นส่วนตัว แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาจะเข้าใจถึงความสำคัญของมันก็ต่อเมื่อเจอกับปัญหานั่นแหละ" — Jack Dorsey
ภาพฝูงชนที่เต็มไปด้วยความคึกคัก เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วบริเวณ Noster Unconference ครั้งที่ 3 ณ เมืองริกา ประเทศลัตเวีย
ไม่เพียงแต่เป็นงานรวมพลคนรัก Nostr แต่ยังเป็นเวทีที่ Jack Dorsey อดีตซีอีโอแห่ง Twitter ผู้ให้กำเนิด BlueSky และผู้สนับสนุนหลักของ Nostr ได้มาแบ่งปันวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของเขาด้วย
Odell พิธีกรของงาน เริ่มบทสนทนาด้วยการกล่าวขอบคุณ Jack ที่ให้การสนับสนุน Nostr Unconference มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะพุ่งตรงเข้าสู่คำถามที่หลายคนต่างรอคอย..
"อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้คุณทุ่มเทให้กับ Nostr มากมายขนาดนี้?"
Jack เล่าย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ต ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยจิตวิญญาณของ Open Source ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เขามีวันนี้ได้ Nostr จึงเป็นเหมือนการตอบแทนบุญคุณ เป็นการส่งต่อจิตวิญญาณนั้นให้คงอยู่ต่อไป
"Nostr คือ 'ทางเลือกใหม่' เป็นโลกที่ผู้ใช้งานไม่ถูกเอาเปรียบจากบริษัทยักษ์ใหญ่ และยังเป็นโลกที่ข้อมูลเป็นของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง" Jack กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น..
และไม่ใช่แค่เรื่องของเสรีภาพเท่านั้น Jack ยังมองเห็นศักยภาพอันมหาศาลของ Nostr ในการเป็นแพลตฟอร์มแห่งอนาคต ที่ซึ่ง AI และ Bots จะถูกพัฒนาขึ้นอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นประโยชน์ต่อทุกๆ คน
แต่เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้ถูกโรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ..
Jack ยอมรับว่า Nostr และ Bitcoin ยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเอง แต่เขาก็เชื่อมั่นในอนาคต และพร้อมที่จะให้การสนับสนุน Nostr ต่อไป
เมื่อ Odell ถามถึงประเด็นร้อนว่า Nostr จะมีผู้ใช้งานมากกว่า X ภายใน 5 ปีไหม คำตอบของ Jack อาจทำให้หลายคนประหลาดใจ..
"ผมไม่ได้โฟกัสที่จำนวนผู้ใช้งาน แต่โฟกัสที่ประโยชน์ใช้สอยของข้อมูล Nostr มีศักยภาพในการเป็นแพลตฟอร์มที่มีข้อมูลมากที่สุด เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งานมันได้อย่างอิสระ"
สิ่งที่ Jack ชื่นชมอย่างมากใน Nostr คือ Community ของนักพัฒนาที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้ขีดจำกัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ Twitter ไม่สามารถทำได้ในระบบปิด
บทสนทนายิ่งเข้มข้นขึ้น เมื่อ Odell ถามถึงความเห็นเกี่ยวกับการที่ Elon Musk บังคับให้ผู้ใช้งาน X ต้องยืนยันตัวตน
Jack เข้าใจในมุมของ Elon ในฐานะนักธุรกิจ แต่เขาไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้ เพราะยังมีอีกหลายวิธีในการจัดการ Bots และ Spam เช่น Proof of work และ Micropayment เป็นต้น
"ผู้คนมักเลือกความสะดวกสบายมากกว่าความเป็นส่วนตัว แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาจะเข้าใจถึงความสำคัญของมันก็ต่อเมื่อเจอกับปัญหานั่นแหละ" Jack กล่าว..
Odell ยิงคำถามชวนคิดต่อไปอีกว่า บริษัทควรเข้าตลาดหลักทรัพย์ไหม?
Jack มองว่าการเข้าตลาดหลักทรัพย์อาจทำให้บริษัทเติบโตเร็วขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียการควบคุม เขาเชื่อในการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ที่ซึ่งบริษัทสามารถรักษาคุณค่าและวิสัยทัศน์ของตัวเองไว้ได้
"ผมอยากเห็นบริษัทที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เติบโตเร็ว"
Jack ทิ้งท้าย..
การสัมภาษณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นถึงอนาคตของ Nostr แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของ Jack Dorsey ที่จะสร้างโลกที่เปิดกว้าง โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อทุกคน โลกที่ข้อมูลเป็นของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง โลกที่เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์
ลงหลุมต่ออย่างละเอียดได้ในคลิปด้านล่างนะครับ 😊
และถ้าคุณเริ่มอยากลองเปิดรับประสบการณ์บน Nostr วันนี้เรามีแอปที่พัฒนาโดยคนไทยที่จะให้คุณเริ่มต้นใช้งานได้ง่ายๆ แล้ว เพียงแค่ค้นหาชื่อแอป Wherostr แล้วลองติดตั้งมาใช้งานได้ทั้งแอนดรอยด์ และ iOS (Zap ได้แล้วด้วย 😍)
— @Notoshi⚡
#Siamstr #Nostr #OnlyNips #Nostriga
ภาพฝูงชนที่เต็มไปด้วยความคึกคัก เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วบริเวณ Noster Unconference ครั้งที่ 3 ณ เมืองริกา ประเทศลัตเวีย
ไม่เพียงแต่เป็นงานรวมพลคนรัก Nostr แต่ยังเป็นเวทีที่ Jack Dorsey อดีตซีอีโอแห่ง Twitter ผู้ให้กำเนิด BlueSky และผู้สนับสนุนหลักของ Nostr ได้มาแบ่งปันวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของเขาด้วย
Odell พิธีกรของงาน เริ่มบทสนทนาด้วยการกล่าวขอบคุณ Jack ที่ให้การสนับสนุน Nostr Unconference มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะพุ่งตรงเข้าสู่คำถามที่หลายคนต่างรอคอย..
"อะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้คุณทุ่มเทให้กับ Nostr มากมายขนาดนี้?"
Jack เล่าย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของอินเทอร์เน็ต ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยจิตวิญญาณของ Open Source ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เขามีวันนี้ได้ Nostr จึงเป็นเหมือนการตอบแทนบุญคุณ เป็นการส่งต่อจิตวิญญาณนั้นให้คงอยู่ต่อไป
"Nostr คือ 'ทางเลือกใหม่' เป็นโลกที่ผู้ใช้งานไม่ถูกเอาเปรียบจากบริษัทยักษ์ใหญ่ และยังเป็นโลกที่ข้อมูลเป็นของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง" Jack กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น..
และไม่ใช่แค่เรื่องของเสรีภาพเท่านั้น Jack ยังมองเห็นศักยภาพอันมหาศาลของ Nostr ในการเป็นแพลตฟอร์มแห่งอนาคต ที่ซึ่ง AI และ Bots จะถูกพัฒนาขึ้นอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นประโยชน์ต่อทุกๆ คน
แต่เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้ถูกโรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ..
Jack ยอมรับว่า Nostr และ Bitcoin ยังต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเอง แต่เขาก็เชื่อมั่นในอนาคต และพร้อมที่จะให้การสนับสนุน Nostr ต่อไป
เมื่อ Odell ถามถึงประเด็นร้อนว่า Nostr จะมีผู้ใช้งานมากกว่า X ภายใน 5 ปีไหม คำตอบของ Jack อาจทำให้หลายคนประหลาดใจ..
"ผมไม่ได้โฟกัสที่จำนวนผู้ใช้งาน แต่โฟกัสที่ประโยชน์ใช้สอยของข้อมูล Nostr มีศักยภาพในการเป็นแพลตฟอร์มที่มีข้อมูลมากที่สุด เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งานมันได้อย่างอิสระ"
สิ่งที่ Jack ชื่นชมอย่างมากใน Nostr คือ Community ของนักพัฒนาที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้ขีดจำกัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ Twitter ไม่สามารถทำได้ในระบบปิด
บทสนทนายิ่งเข้มข้นขึ้น เมื่อ Odell ถามถึงความเห็นเกี่ยวกับการที่ Elon Musk บังคับให้ผู้ใช้งาน X ต้องยืนยันตัวตน
Jack เข้าใจในมุมของ Elon ในฐานะนักธุรกิจ แต่เขาไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้ เพราะยังมีอีกหลายวิธีในการจัดการ Bots และ Spam เช่น Proof of work และ Micropayment เป็นต้น
"ผู้คนมักเลือกความสะดวกสบายมากกว่าความเป็นส่วนตัว แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาจะเข้าใจถึงความสำคัญของมันก็ต่อเมื่อเจอกับปัญหานั่นแหละ" Jack กล่าว..
Odell ยิงคำถามชวนคิดต่อไปอีกว่า บริษัทควรเข้าตลาดหลักทรัพย์ไหม?
Jack มองว่าการเข้าตลาดหลักทรัพย์อาจทำให้บริษัทเติบโตเร็วขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียการควบคุม เขาเชื่อในการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ที่ซึ่งบริษัทสามารถรักษาคุณค่าและวิสัยทัศน์ของตัวเองไว้ได้
"ผมอยากเห็นบริษัทที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่เติบโตเร็ว"
Jack ทิ้งท้าย..
การสัมภาษณ์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นถึงอนาคตของ Nostr แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของ Jack Dorsey ที่จะสร้างโลกที่เปิดกว้าง โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อทุกคน โลกที่ข้อมูลเป็นของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง โลกที่เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์
ลงหลุมต่ออย่างละเอียดได้ในคลิปด้านล่างนะครับ 😊
และถ้าคุณเริ่มอยากลองเปิดรับประสบการณ์บน Nostr วันนี้เรามีแอปที่พัฒนาโดยคนไทยที่จะให้คุณเริ่มต้นใช้งานได้ง่ายๆ แล้ว เพียงแค่ค้นหาชื่อแอป Wherostr แล้วลองติดตั้งมาใช้งานได้ทั้งแอนดรอยด์ และ iOS (Zap ได้แล้วด้วย 😍)
— @Notoshi⚡
#Siamstr #Nostr #OnlyNips #Nostriga
Agenda ของเวทีต่างๆ ทั้ง 2 วัน (กดดูบนเว็บไซต์ได้เลยไม่ต้องเซฟภาพนี้) ซึ่งแอดขอแง้มว่า สำหรับเวที Main Stage จะมีแพแนลที่ไม่เคยบอกมาก่อนในวันแรก และ 2 แพแนลของเช้าวันที่ 15 ต้องไปลุ้นเซอร์ไพรส์กันเอาเองที่งานนะฮะ 😉
บนเว็บยังมีทางไปซื้อตั๋วทั้งแบบเฟียตแบบไลท์นิ่ง ที่ตอนนี้เหลือไม่ถึง 10 ใบแล้วนะ และยังมีรายชื่อสปีกเกอร์เกือบทั้งหมดในงาน รวมไปถึงแผนที่ไปงานและทางไปที่จอดรถอีกด้วยครับ
เรียกว่าบนเว็บมีข้อมูลเบื้องต้นที่จำเป็นสำหรับผู้ที่จะไปเจอกันในวันงานเรียบร้อยแล้วจ้า ฝากกระจายข่าวต่อกันด้วยนะคร๊าฟฟฟ 😁
#Siamstr #TBC2024
อรุณสวัสดิ์ครับเพื่อนๆ เช้านี้ผมมีโอกาสหยิบหนังสือเล่มโปรดมานั่งอ่านชิลล์ๆ จิบกาแฟตรงสนามหญ้า พลางคิดคล้อยตามหลายๆ อย่างกับเนื้อหา นำมาเชื่อมโยงเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน เลยอยากจะนำมาลองเขียนแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันครับ..
ปี 2023 นับเป็นปีที่โลกการเงินต้องหันมาจ้องมองบิตคอยน์อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เพียงสินทรัพย์เก็งกำไรของคนกลุ่มเล็กๆ อีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความผันผวนของตลาด และทิศทางของมันช่างสอดคล้องกับเนิ้อหาในหนังสือ "Layered Money" ของ Nik Bhatia อย่างน่าประหลาดใจ..
ย้อนกลับไปในปี 2008 ในวันที่ Lehman Brothers ล่มสลาย โลกได้รู้จักกับบิตคอยน์ สกุลเงินดิจิทัลที่ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางความไม่ไว้วางใจในระบบการเงินดั้งเดิม Bhatia ได้นำเสนอแนวคิดอันล้ำหน้า เรียกว่า "Layered Money" หรือ "ระบบเงินซ้อนชั้น" เพื่ออธิบายวิวัฒนาการของเงิน ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงลำดับชั้นของเงิน
ตั้งแต่ "เงินชั้นที่หนึ่ง" อย่างทองคำ อันเป็นสินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยงจากคู่ค้า สู่ "เงินชั้นที่สอง" ที่ถูกสร้างขึ้นจากหนี้สิน เช่น ธนบัตร หรือเงินฝากธนาคาร และ "เงินชั้นที่สาม" ซึ่งอยู่ห่างไกลจากสินทรัพย์ปลอดภัยที่สุดมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือ สิ่งที่ Bhatia เคยคาดการณ์ไว้ในหนังสือ กำลังค่อยๆ เกิดขึ้นจริงในปี 2023
การที่ BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก ยื่นขอจัดตั้ง Bitcoin ETF ต่อ SEC ไม่ใช่แค่ข่าวเล็กๆ ในวงการคริปโทฯ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปิรามิดเงินดอลลาร์
การที่นักลงทุนสถาบันสนใจบิตคอยน์เพิ่มขึ้น ยิ่งตอกย้ำว่าบิตคอยน์ไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์เก็งกำไร แต่มันกำลังก้าวขึ้นเป็น "เงินทุนสำรอง" รูปแบบใหม่ ดังเช่นที่ Michael Saylor และ MicroStrategy ได้ทำไว้เป็นแบบอย่าง
ไม่ใช่เพียงแค่นักลงทุนเท่านั้น.. แม้แต่ Robert F. Kennedy Jr. และ Vivek Ramaswamy (ไปจนถึง Donald Trump) ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ต่างหยิบบิตคอยน์ขึ้นมาเป็นนโยบายหาเสียง (สมมุติว่าจริงใจ..) สะท้อนถึงกระแสความต้องการอิสระภาพทางการเงิน อันเป็นหัวใจสำคัญของบิตคอยน์ การที่รัฐบาลอาจถือครองบิตคอยน์เป็นทุนสำรอง ยิ่งตอกย้ำสถานะ "เงินชั้นที่หนึ่ง" ที่ท้าทายอำนาจของเงินดอลลาร์
ความสำเร็จของ MicroStrategy ในการใช้บิตคอยน์เป็นทุนสำรอง เป็นบทพิสูจน์คำทำนายของ Hal Finney ผู้สนับสนุน Bitcoin ในยุคแรกๆ ที่มองเห็นศักยภาพของบิตคอยน์ในการเป็น "เงินชั้นสูง" ที่ทำหน้าที่เป็นสกุลเงินสำรองสำหรับธนาคารในการสร้างสกุลเงินของตัวเอง การเติบโตของ MicroStrategy ยิ่งตอกย้ำว่า Layered Bitcoin กำลังก่อตัวขึ้นจริงๆ
การที่บิตคอยนกลายเป็นประเด็นถกเถียงในกลุ่มชนชั้นนำด้านการลงทุน และในรัฐบาลหลายๆ ประเทศ สะท้อนถึงความกังวลต่ออำนาจที่กำลังถูกท้าทาย Bhatia ได้กล่าวไว้ในหนังสือว่า ระบบการเงินโลกกำลังโหยหาการเริ่มต้นใหม่ และ บิตคอยน์คือคำตอบของโลกที่กำลังมองหากระดานเกมใหม่ทางการเงิน
พอเห็นอะไรแบบนี้แล้ว.. ส่วนตัวผมจึงคิดว่า "Layered Money" นั้นอาจไม่ใช่แค่หนังสือ แต่มันคือแผนที่นำทางสู่อนาคตของโลกการเงิน ที่ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงของปิรามิดทางการเงิน การเกิดขึ้นของสกุลเงินดิจิทัล และความเป็นไปได้ที่บิตคอยน์จะก้าวขึ้นมาเป็น "เงินทุนสำรองของโลก"
โลกยุคใหม่กำลังมุ่งหน้าสู่ระบบการเงินที่ปราศจากพรมแดน ไร้ศูนย์กลาง และผู้คนมีอิสระในการเลือกใช้สกุลเงิน "Layered Money" คือหนึ่งในความเข้าใจ ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ และเตรียมพร้อมสำหรับโลกการเงินยุคใหม่
..และสำหรับชาวบิตคอยน์ "Layered Money" คือขุมทรัพย์แห่งความรู้ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจบิตคอยน์ในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีกอย่างแน่นอนครับ
คุณจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเงิน ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มจนถึงการกำเนิดของระบบการเงินสมัยใหม่ Bhatia เล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของ "Layered Money" ช่วยให้คุณเข้าใจถึงรากฐานของเงิน Fiat จุดอ่อนของระบบธนาคารกลาง และที่มาของวิกฤตการณ์ทางการเงินที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
Bhatia อธิบายว่าบิตคอยน์มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าทองคำในโลกยุคดิจิทัล (เขานิยามมันว่าเป็นเงินชั้นที่หนึ่ง) มันคือสินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยงจากคู่ค้า มีความแน่นอนทางคณิตศาสตร์ ใช้งานได้อย่างอิสระ และต้านทานความโลภของมนุษย์ได้อย่างดี หนังสือจะช่วยให้คุณเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเหตุใดบิตคอยน์จึงคู่ควรกับการเป็น "ทองคำดิจิทัล" และทำไมมันถึงดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนสถาบันและบุคคลทั่วโลก
คุณจะได้เห็นภาพอนาคตของบิตคอยน์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น Bhatia วิเคราะห์การเกิดขึ้นของบิตคอยน์ในชั้นที่สอง เช่น เงินฝากในตลาดแลกเปลี่ยน สัญญาฟิวเจอร์ส และ Lightning Network ซึ่งกำลังพัฒนาไปสู่ระบบการเงินที่ซับซ้อนและทรงพลัง
Bhatia ชี้ให้เห็นว่าบิตคอยน์กำลังท้าทายระบบการเงินโลก ที่การควบคุมเงินตราอยู่ในมือของรัฐบาลและธนาคารกลางมาอย่างยาวนาน หนังสือจะช่วยให้คุณเข้าใจถึงพลวัฒน์ของตลาดการเงิน ความสัมพันธ์ระหว่างบิตคอยน์กับสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ และผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโลก
ดังนั้นผมจึงคิดว่า.. "Layered Money" คือคู่มือที่ไม่ควรพลาดสำหรับชาวบิตคอยน์ทุกคน มันจะช่วยให้คุณมองเห็นอนาคต เข้าใจความท้าทาย และพร้อมสำหรับการลงทุนในโลกยุคใหม่ที่บิตคอยน์กำลังเปลี่ยนแปลงทุกอย่างครับ
แล้วเพื่อนๆ ชอบเนื้อหาส่วนไหนในหนังสือกันบ้างครับ? 🥹
// ประธานซุป
🧡 ประเภทของโครงการที่เปิดรับ
✅ โครงการพัฒนาซอฟต์แวร์ - พัฒนาแอปฯ หรือเครื่องมือเจ๋งๆ ที่เกี่ยวกับ Bitcoin หรือ Nostr
✅ โครงการเผยแพร่ความรู้และการศึกษาเกี่ยวกับการเงินและบิตคอยน์ - สร้างสื่อการเรียนรู้, แปลหนังสือ, เขียนบทความ ฯลฯ
✅ โครงการพัฒนาธุรกิจ - พัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ที่ใช้ประโยชน์จาก Bitcoin
✅ โครงการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับบิตคอยน์ - เจาะลึก Bitcoin และเทคโนโลยีเพื่อเสรีภาพ
📌 วิธีการสมัคร
📌 สร้างโปรเจคของคุณบน Geyser.fund พร้อมชื่อโครงการ, รูปประกอบ, และคำอธิบายโครงการ (วิธีการสร้างในลิงก์เอกสารด้านล่าง)
📌 ส่งลิงก์โปรเจคมาที่ หน้า Bitcoin Thailand 2024 บน Geyser.fund
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ - 9 กันยายน 2024 [
Today, the answer is clear... Money sitting in our banks erodes every day. The interest rate received cannot keep up with inflation. Each year, the slight increase in our account balance buys less and less.
Saving money has become a foolish act. What impact does this have on society's psychological perspective?
The answer is the opposite of what's beneficial. The world has entered an era where **"savers"** are penalized, leading to widespread **"poverty".** Those who save only become poorer as their savings' purchasing power diminishes over time.
This forces people to become more active, struggling to "invest" more, taking on greater risks, and ultimately failing more often, simply because they cannot find a way to save money that won't lose its value."
— Piriya Sambandaraksa
In reality, there's nothing wrong with saving.
It's what we choose to save in that we should reconsider.
#BitcoinFixesThis
Meet Piriya at the event #TBC2024
on September 14-15.
Enjoy his presence for two full days 😉
#siamstr #bitcoin
เต็มอิ่มกับเนื้อหาด้านเทคโนโลยีและพัฒนาการต่าง ๆ ของบิตคอยน์ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง รวมทั้งการนำพัฒนาการเหล่านี้ไปต่อยอดให้เกิดการใช้งานจริงๆ จุดเด่นของเวทีนี้คือพัฒนาการต่าง ๆ ที่ถูกนำเสนอครึ่งนึงมาจากฝีมือของคนไทยเราเลยนะครับ
เริ่มกันด้วยนักพัฒนาขาวไทย คุณ Aekasit Guruvanich จากทีม “Krutt” ผู้พัฒนาวอลเล็ต Bitcoin แบบ self-custody ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการทำธุรกรรมทางการเงินแบบ Bitcoin-only DeFi บน Lightning Network เตรียมพบกับการนำเสนอผลงานและวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นความง่ายในการใช้งานและความปลอดภัยในการทำธุรกรรม
.
ต่อด้วยคุณ Darius ที่จะมาแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับ "Lnfi" โซลูชัน layer 2.5 บน Lightning Network และเทคโนโลยีใหม่อย่าง Taproot Assets ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อทำให้การทำ tokenization เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
คุณ Neil Woodfine ผู้พัฒนา "Ark Protocol" ซึ่งเป็นโปรโตคอลบน Bitcoin layer 2 ที่สามารถชนกับ Lightning Network ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ กับธุรกรรมนอกเชนในรูปแบบ Out-of-Round Transactions ด้วยเทคโนโลยี Virtual UTXO ที่จะช่วยให้การทำธุรกรรมเร็วและปลอดภัยมากขึ้น
.
คุณ Passapol Eamsakul (
สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้โครงสร้างพื้นฐานของ Lightning Node จากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการจัด Workshop มาแล้ว 4 ครั้ง อย่างคุณตี๋
Wendy Ding ผู้พัฒนาและก่อตั้งไคลเอนต์ “ 
ส่งฟรี - เริ่มจัดส่ง 24 สค.67 #siamstr




