GM ครับ #siamstr
ช่วงหลังมานี้ ผมรู้สึกว่าตัวเองมสนใจเรื่องเงินน้อยลง ไม่ใช่เพราะหมดความสนใจนะฮะ
แต่มันเหมือนกับคำถามที่ผมค้างคาใจมาตั้งแต่เด็กมันถูกไขกระจ่างไปแล้ว
ตอนอยู่ประถม สมัยยังอ่านหนังสือครอบครัวตึ๋งหนืด ผมก็นั่งสงสัยว่า
ทำไมกระดาษสีเขียว สีม่วง สีเทามันถึงมีค่า แล้วทำไมกระดาษ A4 ถึงเป็นเงินไม่ได้? กันนะ
โตขึ้นมา เราก็ค่อย ๆ เข้าใจว่าเงินนั้นไม่ใช่แค่สิ่งของแต่มันคือ "ระบบ"
มันคือภาษากลาง เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนคุณค่าระหว่างคนที่ทั้งรู้จักและไม่รู้จักกัน
ถ้าอยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ เราใช้บุญคุณหรือความไว้ใจแทนเงินได้ เธอติดหนี้ฉัน ฉันติดหนี้เธอ
แต่พอโลกใหญ่ขึ้น เราต้องมีสิ่งที่ทุกคนยอมรับร่วมกัน เพื่อแลกเปลี่ยนกับคนข้ามซีกโลกที่ไม่ได้คิดเหมือนเรา และไม่ได้มีความต้องการเหมือนเรา
อีกนัยหนึ่ง เงินก็เหมือนหลักฐานว่าเราเคยสร้างคุณค่าให้ผู้อื่น
แต่มันย้อนแย้งตรงที่สังคมปัจจุบันหาเงินกันโดยไม่เข้าใจว่าเงินคืออะไร
แถมยังมีคนบางกลุ่มที่สามารถแทรกแซงระบบ สร้างเงินขึ้นมาได้ โดยไม่ต้องผูกกับการสร้างคุณค่าให้ใครจริง ๆ
พอเห็นแบบนี้ ผมไม่ได้รู้สึกว่าต้องออกไปประท้วงหรือไปขอความเป็นธรรมจากเจ้าของระบบ
สิ่งที่ทำได้ง่ายและตรงกว่าคือ…เราหันมาเลือกระบบการเงินที่เราไว้ใจ
ระบบที่แทรกแซงได้ยากหรือแทบแทรกแซงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นทองคำ ที่ดิน หรือ Bitcoin
หรือบางบริบท พวกเราก็กลับไปใช้ระบบที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ คือการช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วย “ระบบบุญคุณ” และความสัมพันธ์ดังเดิม
พอผมเข้าใจสิ่งนี้จริง ๆ มันทำให้ผมสบายใจขึ้นมาก
ก็แค่ ทำงานให้หนัก แดกให้น้อย สร้างคุณค่า เก็บออมในเงินที่ไม่เสื่อมค่า และเก็บทรัพย์ภายในอย่าง ความรู้ ความสุข ความสงบภายในไปพร้อม ๆ กัน
.
คำถามเรื่อง “เงินคืออะไร” มันได้คำตอบไปแล้วสำหรับผม เควสนี้มันสิ้นสุดลงแล้ว
คำถามต่อไปก็กลายเป็นว่า “โอเค เราเข้าใจแล้ว แล้วเราจะทำอะไรต่อ?”
ถ้าวันหนึ่งใครถามผมเรื่องเงิน ผมอยากชี้ไปที่หนังสือเล่มนี้แล้วบอกว่า
“คำตอบอยู่ตรงนั้น ไปอ่านหนังสือเล่มนั้น แล้วชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไป...”
#brokenmoney #เงินปล้นโลก
ปล. ยืมรูปพี่จิงโจ้ @Jingjo มาใช้ฮะ ถ่ายที่ #korat102



