ชอบชื่อบริษัทแกมาก : Ego Death Capital 🏴☠️
จากเนื้อหาในวิดีโอ "Jeff Booth, ego death capital | Forward Global Summit 2025" [00:05] เจฟฟ์ บูธ ผู้เขียนหนังสือ "The Price of Tomorrow" และ General Partner ของ Ego Death Capital ได้พูดคุยเกี่ยวกับการที่ Bitcoin เป็นต้นแบบสำหรับอนาคตและเป็นพลังที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ [01:03]
ประเด็นหลักที่ เจฟฟ์ บูธ นำเสนอมีดังนี้:
- ภาวะเงินฝืดคือสภาวะธรรมชาติของตลาดเสรี [01:48] เขาอธิบายว่าผู้ประกอบการต้องสร้างคุณค่าที่มากขึ้นเพื่อความอยู่รอดในตลาดเสรี และเทคโนโลยีช่วยให้สามารถเข้าถึงผู้คนจำนวนมากได้ ซึ่งนำไปสู่การลดลงของราคา [02:17]
- ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยเครดิตกับการขโมยความมั่งคั่ง [02:44] เจฟฟ์ บูธ ชี้ให้เห็นว่าเราไม่ได้อยู่ในตลาดเสรีที่แท้จริง แต่เป็นระบบควบคุมที่ปลอมแปลงเป็นตลาดเสรี โดยระบบที่ขับเคลื่อนด้วยเครดิตไม่สามารถปล่อยให้เกิดภาวะเงินฝืดได้ [03:01] และขโมยเงินที่ควรจะไหลไปสู่ผู้คนผ่านภาวะเงินฝืดและเงินเฟ้อ [03:14]
- Bitcoin เป็นโปรโตคอลที่ไม่รวมศูนย์ ปลอดภัย และมีขอบเขตด้วยพลังงาน [03:37] เขากล่าวว่าหากคุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ Bitcoin จะกำหนดราคาตลาดเสรีทั่วโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ [03:46]
- ราคาที่ถูกกำหนดโดย Bitcoin [03:52] เมื่อเทียบกับ Bitcoin ราคาของทุกสิ่งกำลังลดลง [03:52] ตัวอย่างเช่น ราคาบ้านของเขาเมื่อ 5 ปีที่แล้วคือ 300 Bitcoin แต่ตอนนี้เหลือเพียง 22 Bitcoin [04:07]
- การเปรียบเทียบกับ TCP/IP และอินเทอร์เน็ต [04:31] เจฟฟ์ บูธ เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงไปสู่ Bitcoin กับการมาถึงของ TCP/IP และอินเทอร์เน็ต เขาเน้นย้ำว่าเครือข่ายแบบเปิดจะชนะเสมอ เพราะมีผู้คนจำนวนมากมีส่วนร่วม [15:47]
- ความโกลาหลในการเปลี่ยนแปลง [05:55] การเปลี่ยนแปลงนี้จะโกลาหลเพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจการทำงานของระบบควบคุม [06:02]
- อัตราผลตอบแทนของ Bitcoin [06:47] อัตราผลตอบแทนภายในของ Bitcoin ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาคือ 45% ต่อปี ซึ่งหมายความว่าหากคุณลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และได้ผลตอบแทน 8% คุณกำลังขาดทุน 37% ต่อปีเมื่อเทียบกับ Bitcoin [06:57]
- การดูแลรักษาตนเอง (Self-Custody) ของ Bitcoin [09:21] เขาเชื่อมั่นในการดูแลรักษาตนเองของ Bitcoin เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากคู่สัญญาของระบบที่มีอยู่ [10:21] และแนะนำให้เรียนรู้วิธีการตั้งค่าอย่างปลอดภัย [10:34]
- โปรโตคอลอื่นๆ และ Bitcoin [11:32] เจฟฟ์ บูธ ระบุว่านวัตกรรมที่แท้จริงคือการกระจายอำนาจ ความปลอดภัย และการจำกัดด้วยพลังงาน [11:32] บล็อกเชนอื่นๆ มักขาดความปลอดภัยหรือรวมศูนย์ [11:40]
- เครือข่าย Lightning และ Layer 2 [14:34] Bitcoin ได้พัฒนาเครือข่าย Lightning, Liquid และ Layer 2 อื่นๆ ซึ่งตอนนี้มีผู้คนกว่า 650 ล้านคนทั่วโลกทำธุรกรรมบน Bitcoin ตลอดเวลา [14:42] โดย Layer 2 เติบโตเร็วกว่าอินเทอร์เน็ตในช่วงทศวรรษ 1990 [14:50]
- ตัวอย่างการใช้งานจริง [16:53] มีบริษัทหนึ่งได้สร้างโปรโตคอลอื่นที่ชื่อ Fedimint บน Bitcoin ซึ่งให้ความเป็นส่วนตัวในการสื่อสารและเงินภายในเครือข่ายที่ชุมชนสามารถเป็นเจ้าของได้ [17:43] สิ่งนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลกและเป็น "ยาแก้พิษ" สำหรับผู้นำเผด็จการ [18:23]
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
##siamstr
satuser
satuser@siamstr.com
npub1e9vc...j93f
satoshi is in the word 🌳 / technical dreamer / do note
#ไหลเรือไฟ #นครพนม #siamstr 🎆⛵️🕯️🎇🌝
View quoted note →

Value Oxidation
เงินในอากาศธาตุ
นอกจากภาชนะที่รั่วแล้ว
อีท่อส่งน้ำดียังแอบมีซึมปลายอีก
ต้องต่อหมุนใหม่ ให้ไม่ leak
#fiat #capacity #เครื่องกรองน้ำ #siamstr
#GE #siamstr 🙏🌅


unlimited quotation
View quoted note →
อยากสร้าง Ai ของตัวเอง
ไว้คุมเหมืองขุด Bitcoin
ชีวิตที่ขึ้นอยู่กับกำลังประมวลผลของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
คือชีวิตที่ยั่งยืนในยุคดิจิตอล
#siamstr #mining #infrastructure #individual #sovereignty
แต่ละวันต้องเครียดกับอะไรบ้าง...แล้วแก้เครียดกันยังไง ?
#siamstr
Buy Bitcoin is Nothing. <-- Mainnet on Fiat Standard
Change to Bitcoin is Okay. <-- Mainnet on Bitcoin Standard
Buy Bitcoin ❌
Sell Fiat ✅
💵
🗑️
เราเปลี่ยนรัฐไม่ได้
แต่เราเปลี่ยนประชาชนได้
ด้วยความรู้
ด้วยความจริงใหม่
ที่ดีกว่าเดิม
#GM #siamstr #รัฐซาโตชิ ✴️🙏


แนวคิดเรื่อง อารยธรรมประเภทที่ 1 (Kardashev Type I civilization) เป็นส่วนหนึ่งของ "มาตรวัดคาร์ดาเชฟ" (Kardashev Scale) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ใช้วัดระดับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของอารยธรรมต่างๆ โดยพิจารณาจากปริมาณพลังงานที่อารยธรรมนั้นสามารถควบคุมและนำมาใช้ได้
ประวัติและผู้คิดค้น
ผู้ริเริ่มแนวคิดนี้คือ นิโคไล คาร์ดาเชฟ (Nikolai Kardashev) นักดาราศาสตร์ฟิสิกส์ชาวโซเวียต เขาได้เสนอทฤษฎีนี้ขึ้นในปี ค.ศ. 1964 ระหว่างที่เขากำลังศึกษาค้นหาสัญญาณจากอารยธรรมนอกโลก (SETI - Search for Extraterrestrial Intelligence)
จุดประสงค์ดั้งเดิม ของมาตรวัดนี้ คือการสร้างกรอบอ้างอิงเพื่อจำแนกประเภทของอารยธรรมต่างดาวที่อาจตรวจจับได้ คาร์ดาเชฟเชื่อว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของอารยธรรมมีความสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณพลังงานที่สามารถนำมาใช้ได้ ยิ่งอารยธรรมใช้พลังงานมากเท่าไหร่ สัญญาณที่ส่งออกมา (ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่) ก็จะยิ่งทรงพลังและตรวจจับได้ง่ายขึ้นจากระยะไกล
นิยามของอารยธรรมประเภทที่ 1
ตามคำจำกัดความของคาร์ดาเชฟ อารยธรรมประเภทที่ 1 คืออารยธรรมที่สามารถควบคุมและใช้ประโยชน์จากพลังงานทั้งหมดที่มีอยู่บนดาวเคราะห์แม่ของตนเองได้ 🪐
ลักษณะสำคัญ:
- การควบคุมพลังงานมหาศาล: อารยธรรมประเภทนี้สามารถเก็บเกี่ยวและใช้พลังงานได้ในระดับประมาณ 10^{16} ถึง 10^{17} วัตต์ ซึ่งเทียบเท่ากับพลังงานทั้งหมดที่ดาวเคราะห์ได้รับจากดาวฤกษ์แม่ (เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลก)
- แหล่งพลังงานที่หลากหลาย: พวกเขาสามารถใช้ประโยชน์จาก
พลังงานทุกรูปแบบบนดาวเคราะห์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น
- พลังงานแสงอาทิตย์ ผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง
- พลังงานลม
- พลังงานความร้อนใต้พิภพ
- พลังงานน้ำ
- พลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสะอาดและแทบไม่มีที่สิ้นสุด
- การควบคุมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ: ในทางทฤษฎี อารยธรรมระดับนี้อาจมีความสามารถในการควบคุมสภาพอากาศของดาวเคราะห์ ป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิด และบริหารจัดการระบบนิเวศของดาวได้อย่างสมบูรณ์
มนุษยชาติอยู่จุดไหน?
ปัจจุบัน มนุษย์ยังไม่ถึงขั้นอารยธรรมประเภทที่ 1 นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ประเมินว่าอารยธรรมโลกของเราอยู่ในระดับประมาณ 0.7 ถึง 0.8 บนมาตรวัดคาร์ดาเชฟ
แม้ว่าเราจะมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างมาก แต่เรายังคงพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก และยังไม่สามารถเก็บเกี่ยว
พลังงานทั้งหมดที่โลกได้รับจากดวงอาทิตย์ได้ นักฟิสิกส์ทฤษฎีอย่าง มิชิโอะ คะกุ (Michio Kaku) ได้คาดการณ์ว่า มนุษยชาติอาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 100-200 ปี จึงจะสามารถไปถึงสถานะของอารยธรรมประเภทที่ 1 ได้
เพื่อให้เห็นภาพรวม มาตรวัดคาร์ดาเชฟยังมีระดับที่สูงขึ้นไปอีก ได้แก่:
- อารยธรรมประเภทที่ 2: สามารถควบคุมพลังงานทั้งหมดของดาวฤกษ์แม่ได้ (เช่น การสร้างโครงสร้างมหึมาอย่าง "ไดสันสเฟียร์"ล้อมรอบดวงอาทิตย์)
- อารยธรรมประเภทที่ 3: สามารถควบคุมพลังงานของทั้งกาแล็กซีได้
แนวคิดนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือทางทฤษฎีสำหรับนักดาราศาสตร์ แต่ยังเป็นเป้าหมายที่สร้างแรงบันดาลใจให้มนุษยชาติพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานที่ยั่งยืนและก้าวหน้าต่อไปในอนาคต
วิดีโอนี้จะอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรวัดคาร์ดาเชฟและเส้นทางของมนุษยชาติสู่การเป็นอารยธรรมประเภทที่ 1 การก้าวสู่การเป็นอารยธรรมประเภทที่ 1
#siamstr #geministr
View quoted note →
#siamstr #hivemind
View quoted note →
Timestamps
0:00 เปิดรายการ
2:30 ประวัติของคุณอาลี (Ali)
9:57 คำอธิบายเรื่องการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (Distributed generation)
13:47 โซลาร์และการกักเก็บพลังงานก้าวข้ามจุดเปลี่ยนสำคัญ และเหตุผลที่ต้องใช้เวลานาน
18:24 เหตุผลที่ค่าไฟฟ้าในแคลิฟอร์เนียพุ่งสูงขึ้น
24:28 ต้นทุนสายส่งและจำหน่ายที่เพิ่มสูงขึ้น
33:36 การสร้างโซลาร์เกินความต้องการ, ไมโครกริด, และระบบสำรองจากก๊าซธรรมชาติ
41:03 แบตเตอรี่ในฐานะผู้ค้ารายย่อยความถี่สูงของกริดไฟฟ้า
45:35 ช็อกความต้องการไฟฟ้าจาก AI และการเติบโตของศูนย์ข้อมูลแบบออฟกริด
58:14 เน้นโซลาร์เป็นหลัก แต่ไม่ใช่อย่างเดียว: การผสมผสานก๊าซธรรมชาติ, การกักเก็บพลังงาน, และภูมิศาสตร์
01:11:22 การผลิตไฟฟ้าเกินคือโอกาส: บิตคอยน์, AI, และโหลด (load) ที่ยืดหยุ่นรูปแบบใหม่
01:22:12 เหตุผลที่บิตคอยน์ในฐานะ "ผู้รับซื้อรายสุดท้าย" ยังไม่สามารถขยายผลได้
01:27:30 ศักยภาพของการติดตั้งกำลังผลิตส่วนเกินที่บ้าน: โซลาร์บนหลังคาและการขุดเหมืองขนาดเล็ก
01:31:14 บิตคอยน์มีพลังงานหรือความเชื่อหนุนหลัง? แนวคิด "ยุคแห่งโฟตอน"
01:37:09 การประยุกต์ใช้บิตคอยน์และพลังงานในทางปฏิบัติ: ความร้อนเหลือทิ้ง, การชำระดุล, พลังงานที่ส่งไปใช้ไม่ได้, และโมเดลการขุดเหมือง
01:46:44 การสร้างกริดไฟฟ้าแห่งใหม่: แมโครกริด, ศูนย์ข้อมูลระดับเทราวัตต์, แนวคิดล้ำยุค และความท้าทายในการขยายผล
2:02:00 ประกาศงานประชุมสุดยอด Type I Summit
https://www.youtube.com/live/PaIUmcilJfs
#plebstr #siamstr
ใกล้ฉายแล้ว
ดุ่ยๆกันมาดูสารคดี ของนวัตกรรมใหม่
ที่กำลังค่อยๆเปลี่ยนโลกให้เจริญขึ้นกัน 🌳📽️🎞️❤️🔥
#siamstr @Dirty Coin: The Bitcoin Mining Documentary 🇹🇭


#กายทิพย์
มีความเป็นไปได้สูงที่มนุษย์จะพัฒนาหุ่นยนต์ให้มีความเป็น "ออร์แกนิค" (Organic) มากขึ้น โดยมี "การทำซ้ำด้วยตัวเอง" (Self-replication) เป็นหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญ แต่ก็ยังมีเหตุผลอื่นประกอบด้วยครับ
แนวคิดนี้ไม่ได้มาจากภาพยนตร์ไซไฟเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเป้าหมายที่จริงจังในวงการวิจัยหุ่นยนต์และวัสดุศาสตร์
ทำไม Self-replication ถึงผลักดันสู่ความเป็น "ออร์แกนิค"?
- การหาวัตถุดิบ: หุ่นยนต์ที่ทำจากโลหะและพลาสติกแบบดั้งเดิมจะจำลองตัวเองได้ยากในสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่ เพราะต้องใช้โรงงานขนาดใหญ่ในการสกัดและขึ้นรูปวัตถุดิบ แต่ถ้าหุ่นยนต์สร้างจาก "วัสดุชีวภาพ" (Biomaterials) หรือมีส่วนประกอบที่เลียนแบบสิ่งมีชีวิต มันจะสามารถใช้วัตถุดิบพื้นฐานที่มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ (เช่น คาร์บอน, ไฮโดรเจน, ออกซิเจน) มาสร้างหรือซ่อมแซมตัวเองได้ง่ายกว่ามาก คล้ายกับที่พืชเติบโตจากดินและอากาศ 🌳
- ความยั่งยืนและย่อยสลายได้: หุ่นยนต์โลหะเมื่อหมดสภาพจะกลายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นพิษ แต่หุ่นยนต์ออร์แกนิคจะสามารถ ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ (Biodegradable) เมื่อหมดอายุขัย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งหากเราต้องการสร้างหุ่นยนต์จำนวนมหาศาลผ่านการทำซ้ำตัวเองโดยไม่สร้างภาระให้โลก
- การซ่อมแซมตัวเอง (Self-healing): สิ่งมีชีวิตมีความสามารถที่น่าทึ่งในการซ่อมแซมบาดแผลของตัวเอง การสร้างหุ่นยนต์จากวัสดุที่เลียนแบบเนื้อเยื่อชีวภาพจะทำให้มันสามารถ ซ่อมแซมความเสียหายของตัวเองได้ คล้ายกับผิวหนังที่สมานแผลเองได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับหุ่นยนต์ที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่คาดเดายากเป็นเวลานาน
เหตุผลอื่น ๆ ที่ผลักดันสู่หุ่นยนต์ออร์แกนิค
นอกเหนือจากการทำซ้ำด้วยตัวเอง ยังมีเหตุผลอื่นที่สำคัญไม่แพ้กัน:
- ความปลอดภัยในการทำงานร่วมกับมนุษย์: หุ่นยนต์แบบอ่อนนุ่ม (Soft Robotics) ที่สร้างจากวัสดุคล้ายกล้ามเนื้อมีความปลอดภัยกว่าหุ่นยนต์โลหะที่แข็งกระด้าง ทำให้สามารถทำงานใกล้ชิดกับมนุษย์ได้โดยไม่เป็นอันตราย เช่น ในการดูแลผู้สูงอายุหรือการแพทย์
- ประสิทธิภาพและการปรับตัว: ธรรมชาติได้ออกแบบกลไกที่มีประสิทธิภาพอย่างน่าทึ่งมานับล้านปี เช่น กล้ามเนื้อของสัตว์ที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างนุ่มนวลและทรงพลัง การสร้าง กล้ามเนื้อเทียม (Artificial Muscles) หรือระบบประสาทเทียม จะทำให้หุ่นยนต์เคลื่อนไหวและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนได้ดีกว่าหุ่นยนต์กลไกแบบเดิม
- การเชื่อมต่อกับร่างกายมนุษย์ (Bio-integration): สำหรับการใช้งานทางการแพทย์ เช่น อวัยวะเทียม หรือหุ่นยนต์นาโนที่ทำงานในร่างกาย การใช้วัสดุออร์แกนิคจะช่วยลดการต่อต้านจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้สามารถทำงานร่วมกับร่างกายมนุษย์ได้อย่างราบรื่น
สรุป:
เหตุผลด้าน Self-replication เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ ในการพัฒนาหุ่นยนต์ให้มีความเป็นออร์แกนิคมากขึ้น เพราะมันคือคำตอบของปัญหาด้านวัตถุดิบและความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ด้าน ความปลอดภัย, ประสิทธิภาพ, และการเข้ากันได้ทางชีวภาพ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แนวโน้มนี้เกิดขึ้นและกำลังกลายเป็นอนาคตของวงการหุ่นยนต์ครับ เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เส้นแบ่งระหว่างเครื่องจักรและสิ่งมีชีวิตเริ่มจางลงเรื่อยๆ
#siamstr #roborganic 🌳🤖🫀🔂
ชาติที่แล้วเคยเกิดเป็น NPC นั่งรอ player มาทำเควส 🌳🏟️🤜🏻✴️🤛🏿


ไม่มีหญิง
ไม่มีชาย
มีแต่บ็อบ
และอลิซ