layman's avatar
layman
npub1hdnn...f405
layman's avatar
layman 1 year ago
1st #Bitcoin halving date : November 28,2012 price : $ 12.20 ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ 2nd Bitcoin halving date : July 9,2016 price : $ 650.96 ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ 3rd Bitcoin halving date : May 11,2020 price : $ 8618.48 ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ 4th Bitcoin halving date : April 19,2024 price : $ 63843.57 ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ 5th Bitcoin halving date : April 17,2028 price :$ XXX,XXX ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ Halving หน้าผมขอแค่ $ 130000 ก็พอแล้ว 55555 (แค่สมมุติเฉยๆ) จาก Notes ก่อนหน้านี้เรื่องเงินยามเกษียณตามบทความของพี่เดชา ถ้าเราอยากมีชีวิตสบายให้มีเงินประมาณ $ 1000000 หลังเกษียณ เราก็นำ 1 ล้านเหรียญมาหารกับราคา halving ครั้งที่ 5 ของ บิตคอยน์ (ถ้าเราเชื่อว่า Bitcoin สามารถต้านทาน เงินเฟ้อได้) เท่ากับว่าเรา ควรเก็บ btc ให้ได้ทั้งหมด 7.70 btc ชีวิตเราถึงจะสบาย นี่เป็นการสร้างเป้าหมายหรือแรงขับเคลื่อนในการหาเงินมาซื้อ btc ของผมหรือเรียกว่า เป็นการสร้างเป้าหมายให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ก็เท่านั้น เป็นการหาหลักยึดว่าเราควรที่จะซื้อ บิตคอยน์ เท่าไหร่ถึง จะเหมาะกับ Life style ชีวิตเราในอนาคต ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ ส่วนใครที่คิดว่าการนำจำนวน 21 ล้านเหรียญของบิตคอยน์มาหาร กับจำนวนประชากรโลกที่ 8 พันล้านคนก็ไม่ได้ผิดอะไร ถ้าในกรณีนี้ คุณต้องมี btc จำนวน 0.0026 btc แต่สำหรับผมเชื่อว่าจำนวนนี้เป็น ขั้นต่ำที่ชาว #Siamstr ต้องมีอยู่แล้วแน่ๆ 55555 ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ สุดท้ายมันแล้วแต่การใช้ชีวิตของคุณในอนาคต ว่าคุณอยากใช้ชีวิต ในรูปแบบไหน ถ้าอยากเป็นเศรษฐี ที่ไม่ใช่ เศรษฐา คุณต้องเก็บ #btc ให้ได้มากที่สุด เท่าที่ชีวิตคุณจะหาเงินมาซื้อมันได้ จบ... ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈
layman's avatar
layman 1 year ago
ความสำเร็จที่ยั่งยืนเป็นแบบไหน ? ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ คำตอบที่ได้จากการขบคิดส่วนตัวของผมเองมาจากการพาสุนัขไปเดินเล่น ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ แล้วสุนัขของผมไปเกี่ยวอะไรกับความสำเร็จด้วย เรื่องมันเริ่มจากการคิดนิยาม คำว่าสำเร็จก่อน ว่ามันคืออะไรกัน สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ มันไม่ได้มีสถานะ " สถิต (static) " ไม่มีสิ่งใดบนโลกนี้นอกจากกฎทางวิทยาศาสตร์ (ที่ยังไม่ถูกค้านจากงานวิจัยใหม่) ที่มีลักษณะสถิต ณ ช่วงเวลานี้ ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ หมายความว่าอะไร ? ถ้าความสำเร็จมีลักษณะคงที่ อยู่ตัว ไม่เปลี่ยนแปลง การรับสิ่งใหม่ หรือขาดส่วนประกอบนึงจะเป็นไปไม่ได้เลย มันจะกลายเป็น " ระบบเปราะบาง " แสดงว่ามันควรมีลักษณะยืดหยุ่นมากกว่า ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ คำถามต่อมาคือ นานเท่าไหร่ ? ถ้าสำเร็จชั่วครู่แปลว่ามันเป็นเหตุการณ์ไม่ต่อเนื่อง เช่น การจบโปรเจคหนึ่ง การเรียนจนจบ การปั้นพอร์ตหุ้น การได้ตอบรับเข้าทำงาน การได้ไปเดินเล่นในสวน ส่วนตัวแล้วผมอยากให้มันมีลักษณะต่อเนื่องมากกว่านี้ ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ ก็เลยนึกถึงระบบสุริยะโมเดล ที่มันสามารถเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่องในกรอบเวลา นานมาก ทำได้อย่างสม่ำเสมอเพราะทุกอย่างอยู่ในระยะห่างที่พอดีกัน ไม่ชิดเกินไป ไม่ห่างเกินไป ส่งผลต่อกันและกันอย่างพอดีเหมาะสม แต่ระยะเวลาเป็นร้อยล้านปี ก็ยาวเกินไปสำหรับมนุษย์คนหนึ่งอีก ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ สุนัขผมคงอยู่ได้ไม่เกิน 20 ปี แล้วชีวิตมันต้องการความสำเร็จยั่งยืนขนาดระบบสุริยะ หรือเปล่า ไม่หรอก ชีวิตมันไม่ได้ยืนยาวเพื่อเฝ้ามองดูการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ขนาดนั้น มันแค่มีข้าวกิน มีคนพาไปเดินเล่น ต่อสู้กับมัน มีพัดลมเปิดให้ตอนอากาศร้อน น้ำดื่มสะอาดกินได้ รับวัคซีนป้องกันโรค ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ ความสำเร็จของสุนัขผมคือการที่ มันสามารถใช้ชีวิตได้ "เกินกว่าความต้องการขั้นต่ำเพียงเล็กน้อย" แล้วใช้ชีวิตผ่านความทุกข์กับอากาศร้อน ทุกข์กับมนุษย์ที่ไม่ยอมให้ซาลาเปาหมูสับกิน ทุกข์กับสุนัขตัวอื่นที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้ากัน สุขกับการได้เล่นกับตุ๊กตา สุขกับการได้นอนเป่าพัดลมหลังอาบน้ำ สุขกับการได้กินขนม ก่อนมนุษย์ออกไปทำงาน แค่ในกรอบช่วงชีวิตของมันก็พอ ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ งั้นความสำเร็จของคนก็ไม่ควรต่างกัน เราเลี่ยงความทุกข์ไม่ได้ การเป็นทุกข์ไม่ได้ หมายความว่าเราล้มเหลว มันแค่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ สรุปว่าความสำเร็จที่ยั่งยืนของผมก็คือ ความสามารถในการใช้ชีวิตให้เกินกว่า ความต้องการขั้นต่ำเล็กน้อย ผ่านช่วงความทุกข์ได้โดยไม่กลายเป็นคนล้มเหลว (หลีกหนีจากความจริง) ในระหว่างมีชีวิต ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ นี่คือคำตอบของผม ส่วนของคุณต้องไปหาคำตอบกันเอาเอง ┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈ จากนักแปล Principles Your Guided Journal หลักการใหม่ Page : Work Life Principles #Siamstr image
layman's avatar
layman 1 year ago
🥷 ทำไมมี Hardware wallet แล้วทำไมยังถูกแฮกอยู่ ? 🚨 ปัญหา คือหลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่า seed phrase ของเราเนี่ย ห้ามให้ใครเด็ดขาดครับ บางคนเข้าเว็บไซต์แล้วเจอปัญหา อยากสอบถามใน community มักจะมีพี่มิจจี้อยากจะให้ความช่วยเหลือด้วยการขอ seed phrase ของเราไป ไอ่เราก็อยากจะแก้ปัญหาก็ให้ seed phrase พี่มิจไป นั่นแหละครับ หวานเลย เขาก็เอาไป restore โอนออกทันที เหลือสองสามบาทให้ดูต่างหน้าครับ 👉 สังเกตพี่มิจได้ด้วยตัวเองครับ ไม่มีใครช่วยเราได้ครับ ✅ Seed phrase ของเราไม่ควรให้ใครครับ ถ้าแฟนขอก็เคลียร์กันเองนะครับ 🙂 ✅ Support ของแทร่จะไม่ทักเราครับ เปิด Ticket ไปเท่านั้น ✅ ไม่มีเว็บไซต์ไหนหรือ support ที่ไหนขอ Seed phrase ของเราครับ บ่มีไผเฮ็ดครับ ✅ การ approve contract แปลก ๆ จากเว็บแปลก ๆ ที่เราไปหาทำบางทีก็รู้ตัวหรือ ไม่รู้ตัวก็ตามครับ บางทีเราอาจจะอ่าน contract ไม่ออกครับ หากพบว่าโอนเข้าปุ๊บออกปั๊บ นั่นไม่ใช่บัญชีม้าแต่อย่างใด โดนแล้วครับ วิธีแก้คือไปดูว่าเรา approve อะไรไปบ้างครับ แล้วไป revoke เลยครับ ทางที่ดี เลิกใช้ seed นี้ดีที่สุดครับ . Cr. Bitcast #Siamstr image
layman's avatar
layman 1 year ago
ว่าด้วยเรื่อง เงินยามเกษียณบนทฤษฎีความเป็นจริงที่ชีวิตคุณต้องเจอ EP.2 แก้ไขเพิ่มเติม - มีคนไม่เข้าใจ ขออธิบายเพิ่มอีกโพสต์ มีคนหลังบ้านมาด่าผมว่ามึงจะบ้าหรือเปล่า ป่วยอะไรต้องหมดค่าใช้จ่ายเดือนละ 5-6 หมื่น ต้องเข้าโรงพยาบาลทีเป็นล้าน (จากโพสต์ก่อนหน้านี้) ผมล่ะอยากจะบอก ว่าคุณมึงทำไมช่างอ่อนหัดต่อโลกใบนี้เหลือเกิน แต่ขี้เกียจคุยด้วย เวลาเราคำนวณ อะไรพวกนี้ เราใช้หลักการคล้ายๆกับ reverse engineering แบบที่คำนวณค่าใช้จ่าย ของการทำธุรกิจ สมมุติคุณจะทำก๋วยเตี๋ยวขาย ต้นทุนวัตถุดิบก๋วยเตี๋ยวของคุณอยู่ที่ 15 บาท คุณคิดว่าคุณควรจะขายเท่าไหร่ครับ ตอบ 45-60 บาทครับ ธุรกิจ high margin จำพวกนี้ทั้งหมด เราต้องคูณด้วย 3 หรือ 4 เสมอถึงจะไม่ขาดทุน เพราะโดยเฉลี่ยแล้ว ต้นทุนวัตถุดิบจะพอๆ กับต้นทุนส่วนที่เป็น fixed cost และ variable cost อื่นๆ ยิ่งถ้า คุณไปออกร้านตามห้าง ต้นทุนมีหน้าร้านตรงนั้นคือ 50% ของราคาขาย คุณต้องคูณ มากขึ้นไปอีก เราใช้หลักการเดียวกันในการคำนวณย้อนกลับค่าใช้จ่ายทางสุขภาพ สมมุติคุณอัมพาตจากเส้นเลือดในสมองตีบ ค่ายาค่าหมอตกเดือนละ 1 หมื่นบาท คุณว่ามันแพงไหม โคตรกระจอก ธรรมดามาก ถ้าใช้ยาเว่อร์ๆ หรือมีอะไรพิสดารกว่านั้น มีสิทธิ์เกินแน่ๆ จากต้นทุนค่ายาค่าหมอ 1 หมื่นบาท คุณคิดว่าค่าใช้จ่ายรวมในการดำรงชีวิต อยู่กับโรคอันนี้ ...กี่บาทครับ ตอบ ขั้นต่ำคือ 3-4 หมื่นบาทต่อเดือนครับ หนึ่งส่วนสำหรับค่า ดูแลด้านต่างๆ เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีตามสมควร หนึ่งส่วนสำหรับค่าใช้จ่ายกับ สิ่งแวดล้อมต่างๆ และอีกหนึ่งส่วนสำหรับค่าเสียโอกาสและโสหุ้ยจุกจิกสารพัด ต่อให้คุณเป็นมาเฟีย มีปัญญาไปหาเด็กพม่ามาดูแลได้ คุณอย่าคิดนะว่ามันจะถูก เดินเองยังเดินไม่ได้ คุณมีปัญญาขึ้นรถเมล์ ขึ้น BTS ไหม แล้วคุณรู้บ้างไหมว่า ในชีวิตของผู้สูงอายุกลุ่มนี้จะต้องเจออุปสรรคอะไรอีกกี่สิบกี่ร้อยอย่างที่จะต้องใช้เงิน แก้ปัญหา ไอ้อัมพฤกษ์อัมพาตนี่ยังเบานะครับขอบอก ถ้าซวยเป็นมะเร็งขึ้นมา คุณอย่าคิดนะว่าเงินล้านของคุณเยอะถ้าคุณยังไม่เคยเจอค่ายาฉีดเข็มละล้าน หึหึ สวัสดิการอะไรก็ไม่มีทางทั้งนั้น แล้วเห็นมามากแล้วบอกว่าไม่ฉีด ไม่ฉีด ยอมตาย 5555 ก็มันฉีดแล้วหายจริงๆ จะไม่ฉีดจริงๆ เหรอ ซื้อเวลาที่มีคุณภาพดีไม่เจ็บไม่ปวดให้กับชีวิตเรา ปีละล้าน ไม่คุ้มเหรอ เรื่องพวกนี้หมอๆ รู้ดีกันหมดทุกคนแต่ไม่มีใครกล้าพูด เพราะพูดไป มันก็เข้าเนื้อตัวเอง แล้วคุณรู้ไหมพวกหมอๆ ยอมลงทุนซื้อประกันสุขภาพกันคนละเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่มันเป็นหมอเองนะ รักษาเองได้ ค่าใช้จ่ายก็ต่ำกว่าคนทั่วไป แถมยังมีสวัสดิการ เบื้องต้นอีกเพราะพวกหมอมันรู้ดีครับ ว่าความสูงอายุเป็นกับดักสุดท้ายของชีวิตที่จะรีดไถ ความมั่งคั่งที่เหลือของเราออกไป ระบบทุนนิยมมันถูกออกแบบมาแบบนี้ ถ้าไม่เชื่อผม ไปดูตัวเลขค่าใช้จ่ายทางสุขภาพในสหรัฐข้างล่างได้ว่ามันทะยานติดปีกขึ้นปีละเท่าไหร่ ของไทยก็ตามขึ้นไปเฉกเช่นเดียวกัน ของแบบนี้จะโกหกยังไง เพื่ออะไร ทำไมบรรดาหมอๆ ถึงต้องมาปวดกบาลกับระบบสวัสดิการสังคม ทำไมเราจึงกลัวสังคมผู้สูงอายุกันนัก ไอ้ 75,000 บาทที่ผมบอกในโพสต์ก่อนน่ะ ถ้าคุณโชคดีสุขภาพใช้ได้ตลอดความแก่เฒ่า ไปป๊อกเดียวแล้วตายเลยตอน 85 ก็เป็นบุญของคุณไป ก็เอาเงินตรงนั้นไว้เที่ยวเตร่ไปตาม ประสา ไม่มีทางเยอะเกินไปหรอกครับ 75,000 อีก 25 ปีผมว่าค่าของมันเท่ากับ 25,000 ตอนนี้ เยอะตรงไหน... แต่ถ้าคุณเป็นคนแก่แบบคนแก่ทั่วไป สารพัดโรครุมเร้า 75,000 นี่เหลือให้ใช้เพื่อความสุขจริงๆสัก 20,000 นี่ก็บุญกะลาหัวเหลือเกินแล้ว ปัดโธ่... Cr. เดชา ปิยะวัฒน์กูล #Siamstr View quoted note →
layman's avatar
layman 1 year ago
ว่าด้วยเรื่อง เงินยามเกษียณบนทฤษฎีความเป็นจริงที่ชีวิตคุณต้องเจอ EP.1 เห็นเพื่อนๆ หลายคนเห็นตัวเลขเงินสะสมยามเกษียณในความเห็นของนักลงทุนทั่วโลก มองว่าควรอยู่ที่ 3 ถึง 5 ล้านดอลลาร์แล้วต่างพากันท้อแท้ หรือไม่ก็แซะ เข้าใจว่า พวกเราคงคิดว่ามันไม่จริง แต่เนื่องจากในฐานะที่ผมเคยเป็นคนเลคเชอร์เรื่องพวกนี้ให้ เพื่อนฝูง พอมีความรู้ระดับหนึ่ง ผมขอบอกว่าจริงครับ ตัวเลขที่ผมเคยคำนวณไว้ประมาณ 7-8 ปีก่อน และเคยแนะนำเพื่อนฝูงคือ 25-50 ล้านบาทสำหรับสองสามีภรรยา ตัวเลขในไทยอาจจะต่ำกว่าตัวเลขสากลระดับนึง เนื่องจากค่าครองชีพและรายได้ของเรา ต่ำกว่า แต่ก็ไม่ได้ต่ำขนาดที่คุณจะมาคิดเอง เออเอง ว่ามีเงินเกษียณ 5 ล้าน 10 ล้าน ก็คงพออยู่ได้ ผมยืนยันว่าอยู่ไม่ได้ครับ ข้างล่างเป็นตารางคำนวณโดยใช้โมเดล reverse mortgage หรือเช่าซื้อย้อนกลับ ถ้าคุณมีเงินต้น 20 ล้าน คุณมีชีวิตเหลืออีก 25 ปี คุณออมเงินไว้ในสินทรัพย์ลงทุนที่ให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ 1% (ซึ่งนับว่าเก่งแล้วนะครับ ส่วนตัวผมเชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยทำไม่ได้ เงินเฟ้อใน ความเป็นจริงมันรุนแรงกว่าตัวเลขของทางการเยอะครับ) คุณ 2 คนผัวเมียจะมีเงินใช้ เดือนละ 75,000 บาท ไปจนถึงอายุ 85 จะเหลือเงิน 0 บาทพอดี บางท่านอาจจะบอก ว่าโอ้โห 75,000 บาทเยอะจะตาย อยู่สบายๆ ถุยสส.. คุณลืมอะไรไปอย่างนึงหรือเปล่า ทันทีที่ผัวของคุณเป็นมะเร็ง หรือเมียของคุณเส้นเลือดในสมองตีบ 75,000 บาทของคุณ จะเหลือเพียง 15,000 บาทในบัดดลครับ ในวัยสูงอายุ ค่าใช้จ่ายที่ burden ที่สุดไม่ใช่ ค่าใช้จ่ายในการกินอยู่ แต่มันคือค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บซึ่งตรงนี้ มันมีสูตรคำนวณอยู่ ค่าใช้จ่ายนี้สูงมากและมีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆทุกปี ไม่มีทางถูกลง อย่าได้คาดหวังว่าสวัสดิการอะไรในโลกหล้าจะ cover มันได้ ผมเป็นหมอผมรู้ดี ขนาดผมกับภรรยามีเงินบำนาญ มีสวัสดิการข้าราชการซึ่งดีที่สุด ก็ยังต้องเตรียมเงินตรงนี้ไว้ก้อนนึง แล้วคนมักเข้าใจผิดว่าผู้สูงอายุคงจะใช้จ่ายเงินน้อยลง ผมจะบอกให้ว่าตรงกันข้ามครับ ยิ่งคุณสูงอายุคุณยิ่งต้องใช้เงินซื้อทุกอย่าง คนแก่ไม่ได้มี อำนาจอะไรเลยในสังคม คุณต้องซื้อความกตัญญูจากลูกหลาน ซื้อการดูแลจากคนดูแล ซื้อความสะดวกสบายทุกอย่างในชีวิต มีแต่เงินเท่านั้นที่จะช่วยคุณได้ คนแก่ที่ไม่มีเงินนั้น แย่ยิ่งกว่าหมาหัวเน่าอีกครับ อันนี้ยังไม่พูดถึงเรื่องเงินเฟ้อนะครับ ซึ่งดูแววแล้วมีแต่จะพุ่ง ทะยานขึ้นเรื่อยๆ 75,000 บาทของคุณในวันนี้ มันอาจจะไม่พอกินในอีก 25 ปีก็เป็นไปได้ ดังนั้นผมฟันธงเลย สำหรับชนชั้นกลางในเมืองโดยมาตรฐาน minimum ที่รับได้คือ 15 ล้านบาท หรือ 500,000 ดอลลาร์ ถ้ามีถึง 30 ล้านบาทหรือ 1 ล้านดอลลาร์ก็จะอยู่ สบายขึ้นหน่อย นี่เป็นตัวเลขที่ยึดโยงกับข้อเท็จจริงทางเศรษฐกิจในประเทศไทย ไม่ถึงร้อยล้านครับ ของฝรั่งมันเว่อร์ไปหน่อย --- Cr. เดชา ปิยะวัฒน์กูล #Siamstr
layman's avatar
layman 1 year ago
ให้ AI ทำเพลงเกี่ยวกับ #Bitcoin ดูฮะ #Siamstr
layman's avatar
layman 1 year ago
รายได้หลักของธนาคารมาจากหลายแหล่งที่สำคัญ แต่สามารถแบ่งออกเป็น สองประเภทใหญ่ ๆ คือรายได้จากดอกเบี้ย (Net Interest Income) และ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-Interest Income) ● รายได้จากดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income) รายได้จากดอกเบี้ยสุทธิ เป็นรายได้หลักของธนาคาร ซึ่งมาจากส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยที่ธนาคารได้รับ จากการปล่อยสินเชื่อและดอกเบี้ยที่ธนาคารจ่ายให้กับผู้ฝากเงิน • ดอกเบี้ยรับ (Interest Income): รายได้ที่ธนาคารได้รับจากการปล่อยสินเชื่อต่างๆ เช่น สินเชื่อบ้าน, สินเชื่อรถยนต์, สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อธุรกิจ • ดอกเบี้ยจ่าย (Interest Expense): ค่าใช้จ่ายที่ธนาคารจ่ายให้กับผู้ฝากเงิน เช่น ดอกเบี้ยจากบัญชีออมทรัพย์, บัญชีฝากประจำ และบัญชีกระแสรายวัน • ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income): ผลต่างระหว่างดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของธนาคาร โดยทั่วไป รายได้จากดอกเบี้ยสุทธิมักจะเป็น สัดส่วนใหญ่ของรายได้ทั้งหมดของธนาคาร มักอยู่ที่ประมาณ 60-70% ของรายได้รวม ● รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-Interest Income) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเป็น รายได้เสริมที่ธนาคารได้รับจากการให้บริการอื่น ๆ นอกเหนือจากการปล่อยสินเชื่อ • ค่าธรรมเนียมและบริการ (Fees and Service Charges) : รายได้จากค่าธรรมเนียม ในการให้บริการต่าง ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน, ค่าธรรมเนียมการออกบัตรเครดิต, ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ, และค่าธรรมเนียมการบริหารสินทรัพย์ • รายได้จากการลงทุน (Investment Income) : รายได้จากการลงทุนในหุ้น, พันธบัตร, และหลักทรัพย์อื่น ๆ รายได้จากการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Trading Income) : รายได้จากการซื้อขายและการแลกเปลี่ยน เงินตราต่างประเทศ • รายได้จากธุรกรรมทางการเงินและการบริหารความเสี่ยง (Financial Transactions and Risk Management Services) : รายได้จากการให้บริการที่ปรึกษาทางการเงิน, การจัดการสินทรัพย์, และ การบริหารความเสี่ยงทางการเงิน โดยทั่วไป รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะมีสัดส่วนประมาณ 30-40% ของรายได้ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและกลยุทธ์ของแต่ละธนาคาร #Siamstr View quoted note →
layman's avatar
layman 1 year ago
หลักการเสกเงินของธนาคาร หรือที่เรียกว่า "การสร้างเงิน" (Money Creation) เป็นกระบวนการที่ธนาคารพาณิชย์สามารถขยายปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ ผ่านการปล่อยสินเชื่อ กระบวนการนี้มักจะเกี่ยวข้องกับ "การธนาคารแบบสำรองเงินบางส่วน" (Fractional Reserve Banking) ซึ่งธนาคารต้องสำรองเงินส่วนหนึ่งของเงินฝากทั้งหมดไว้ และสามารถปล่อยกู้ ส่วนที่เหลือให้กับลูกค้ารายอื่นๆ ต่อไปคือขั้นตอนและหลักการของการเสกเงิน • การฝากเงินและการสำรองเงิน เมื่อผู้ฝากเงินนำเงินมาฝากที่ธนาคาร ธนาคารจะต้องสำรองเงินส่วนหนึ่งตามที่ กฎหมายหรือหน่วยงานกำกับดูแลกำหนด เรียกว่า "อัตราสำรอง" (Reserve Ratio) เช่น หากอัตราสำรองคือ 10% ธนาคารต้องสำรองเงิน 10% ของเงินฝากไว้และ สามารถปล่อยกู้ส่วนที่เหลือ 90% • การปล่อยสินเชื่อ ธนาคารสามารถใช้เงินที่ไม่ได้สำรองไว้เพื่อปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้ารายอื่น สมมุติว่าเงินฝากเริ่มต้นคือ 1,000 บาท ธนาคารสำรองเงิน 10% หรือ 100 บาท และปล่อยกู้ 900 บาทให้กับลูกค้ารายอื่น • การฝากเงินซ้ำ ลูกค้าที่ได้รับสินเชื่อ 900 บาทอาจนำเงินไปฝากในธนาคารอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งกระบวนการสำรองและปล่อยสินเชื่อจะเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยธนาคารใหม่จะสำรอง 10% หรือ 90 บาท และสามารถปล่อยกู้ 810 บาท • กระบวนการต่อเนื่อง กระบวนการฝากเงินและปล่อยสินเชื่อจะเกิดขึ้นซ้ำๆ ในระบบธนาคาร ซึ่ง ทำให้ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นหลายเท่าของเงินฝากเริ่มต้น กระบวนการนี้เรียกว่า "การทวีคูณเงินฝาก" (Deposit Multiplier Effect) • สูตรการคำนวณเงินทวีคูณ ปริมาณเงินทั้งหมดที่สามารถสร้างขึ้นได้จากเงินฝากเริ่มต้นสามารถคำนวณได้ โดยใช้สูตร ปริมาณเงินทั้งหมด = (1/อัตราสำรอง) × เงินฝากเริ่มต้น เช่น หากอัตราสำรองคือ 10% หรือ 0.1 และเงินฝากเริ่มต้นคือ 1,000 บาท ปริมาณเงินทั้งหมด = (1 /0.1) × 1,000 = 10,000 บาท #Siamstr
layman's avatar
layman 1 year ago
การศึกษา บิตคอยน์ เปรียบเสมือน การศึกษาการปลูกต้นไม้ การลงทุนใน บิตคอยน์ เปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้ การที่เราจะปลูกต้นไม้สักต้น เราก็ต้องศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ไม่ก็ความสวยงาม ถ้าเป็นใน บิตคอยน์ ก็ศึกษาว่าตัวมันสามารถนำไปใช้อะไรได้บ้าง ประโยชน์ในตัว ของมันคืออะไร เช่น สามารถทำให้เราเริ่มคิดได้ว่าระบบในปัจจุบันนั้นมันแปลกๆ การเตรียมดิน การขุดหลุมให้พอเหมาะ ตรวจสอบคุณภาพของดิน ปรับปรุงดินให้ เหมาะกับต้นไม้ที่เราจะปลูก ใน บิตคอยน์ก็เหมือนการเตรียมอุปกรณ์สำหรับเก็บ บิตคอยน์ การเลือก hardware wallet การเลือกรูปแบบการเก็บ seed ว่ารูปแบบ ไหนที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรา โดยไม่ยากเกินไปและไม่ง่ายเกินไป การปลูกต้นไม้ วางต้นไม้ลงในหลุมปลูก กลบ ดินให้แน่น เพื่อป้องกันการล้มของ ต้นไม้ ในตัว บิตคอยน์เอง ก็คือการนำ บิตคอยน์โอนไปเก็บใน hardware wallet แล้วก็ตรวจเช็คความปลอดภัย ทำการปิดผนึก seed ให้แน่ใจว่าปลอดภัย การรดน้ำต้นไม้ รดน้ำให้ชุ่มหลังจากที่ปลูกเสร็จและรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ ในช่วงที่ ต้นไม้ยังใหม่อยู่ ในบิตคอยน์ก็เหมือนกับการศึกษาหาความรู้มาเติมอยู่เรื่อยๆ เพราะเทคโนโลยี อย่าง บิตคอยน์ก็ถือว่ายังเป็นเทคโนโลยีที่ยังใหม่อยู่ หมั่นเช็คเรื่อง ความปลอดภัยของ hardware wallet กับการเก็บ seed ว่าที่เลือกรูปแบบการ เก็บรักษาไปครั้งก่อนนั้น ถ้าเจอกับเหตุการณ์ที่แปลกๆในปัจจุบันมันจะปลอดภัยไหม การดูแลรักษา ตรวจสอบดูแลแมลงศัตรูพืชและโรคพืช ใส่ปุ๋ยและตัดกิ่งตามความ เหมาะสม หมั่นดูแลต้นไม้ให้แข็งแรงและเจริญเติบโตตามธรรมชาติ ใน บิตคอยน์ ก็เหมือนกับการดูแลรักษาตัวระบบให้ บิตคอยน์ ไม่ว่าจะเป็นการขุดหรือการ run node เพื่อให้มั่นใจว่า ระบบของ บิตคอยน์ ยังสามารถดำเนินได้ต่อไป การสร้าง ชุมชน community ให้กับ บิตคอยน์ โดยการให้ความรู้ เป็นการสร้างความแข็ง เกร่งและแข็งแรงให้กับตัวของ บิตคอยน์ด้วย จากการที่มีคนตื่นรู้มากขึ้นเกี่ยวกับ ระบบการเงินที่เราเป็นทาสกันในอยู่ปัจจุบัน การถูกเอารัดเอาเปรียบจากรัฐบาล สุดท้ายต้นไม้เมื่อเติบโตจนได้ที่แล้วอาจจะให้ร่มเงา ออกดอก ออกผล ให้ท่าน สามารถนำมารับประทานได้ แต่ในช่วงระหว่างการเติบโตนั้น ท่านก็ต้องดูแลเอาใจ ใส่เพื่อให้ต้นไม้ของท่านที่ปลูกนั้นสามารถเจริญเติบโตได้ บิตคอยน์ก็เหมือนกัน เราพึ่งพาบิตคอยน์ในการเป็นตัวป้องกันเงินเฟ้อนี่คือประโยชน์ที่ บิตคอยน์ สามารถ ที่จะมอบให้เรา ตัวบิตคอยน์เองก็ต้องอาศัยเราในการทำให้ระบบของ บิตคอยน์ นั้นมีความแข็งเกร่ง ป้องกันการถูกโจมตี โดยการที่เราๆนั้นเป็นคนช่วยรันระบบ สร้างชุมชน สร้างความมั่นคง สร้างประโยชน์ โดยมีพื้นฐานมาจากบิตคอยน์ ทำให้ ตัวบิตคอยน์นั้นสามารถเจริญเติบโตให้เป็นต้นไม้ใหญ่ในวันข้างหน้าได้ เราให้ความรู้ ความรู้จะเปลี่ยนคน หลังจากนั้น เมื่อทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูก ต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ คนเนี้ยแหละจะเป็นตัวสร้างพลังในการเปลี่ยนแปลงโลก #Siamstr
layman's avatar
layman 1 year ago
เมื่อ @Xsara8 อยากหาเพลงร้องในงาน TBC 2024 คุณหมอ @npub1wzlj...kad0 เลยจัดให้ #Siamstr image
layman's avatar
layman 1 year ago
@Tendou ผู้ชายขายเนื้อ!!! #Siamstr image
layman's avatar
layman 1 year ago
ที่มาของ @Jingjo 🦘ผู้คุมกฏแห่งรัฐไก่🐓 หยอกๆ #Siamstr image