Default avatar
XJP 4 months ago
เมื่อโตขึ้น จึงค่อยๆรู้ว่าทุกสิ่งล้วนสมมติ จริงๆผมเคยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นยังไม่เข้าใจ ผมจำได้ว่าขับรถไปต่างอำเภอกับแม่ ผมเห็น Lamborghini จอดอยู่ข้างทางจึงเรียกแม่ดูด้วยความตื่นเต้น ผมจำได้ว่าแม่ไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไร ตอนนั้นผมก็มีความงง ทั้งๆที่ราคารถต่ำๆก็หลายสิบล้านบาท เครื่องก็แรง พบเห็นได้ยากบนท้องถนนต่างจังหวัดแบบนี้ เป็นรถที่ใฝ่ฝันของเด็กผู้ชายหลายๆคน เหตุใดแม่จึงไม่รู้สึกเหมือนเรา ? หลายปีผ่านไป ประสบการณ์มากขึ้น ผมพึ่งจะรู้ว่าที่เรารู้สึกกับมันเพราะเราใส่ Story (สมมติให้มัน) เราจะมีความรู้สึกร่วมกับมันเฉพาะเมื่อเรารู้ Story เช่น เรื่องรถข้างต้นผมมี Story ในหัว มีประสบการณ์ร่วม เคยเล่นเกม เคยดูคลิป เคยโหลด Wallpaper แต่แม่ผมไม่มี อย่างมากก็คงรู้สึกว่าทรงแปลกๆ "เพราะจริงๆมันก็เป็นของมันแบบนั้นอยู่แล้ว" ความหมายคือทุกสิ่งนั้นไม่มีประจุเป็น neutral แต่ positive หรือ negative นั้นเป็นประจุที่เรา "เติมแต่ง" เข้าไปเป็น Story ที่เราใส่ไป ยกตัวอย่าง การได้ไปเที่ยวเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ บางคนมองว่าเสียดายเงินกว่าจะหามาได้ ในขณะที่บางคนมองว่านี่คือรางวัลชีวิต บางคนบอกว่าชีวิตที่ดีคือการได้ออกไปเจอโลกกว้าง ในขณะที่บางคนบอกว่าการอยู่กับตัวเอง อยู่กับบ้านใช้เวลาส่วนตัวนั่นคือชีวิตที่ใฝ่ฝัน บางคนบอกต้องมีเงินเยอะๆถึงจะดี บางคนบอกว่าถ้าแลกกับการที่ต้องเครียด วุ่นวายเพิ่มขึ้น เท่าไหร่ก็ไม่คุ้ม บางครั้งผมรู้สึกว่าเพลงๆนี้มันเจ๋งมาก ในแง่ความมีชั้นเชิงและความหมาย แต่บางคนกลับบอกว่าฟังไม่รู้เรื่อง บางทีก็เจอเรื่องที่ยากลำบากก็ดันผลักให้ต้องพัฒนาอะไรสักอย่างจนเจอหนทางใหม่ที่ดีกว่า กลับกันการไม่เจออะไรยากๆ ก็ไม่เกิดไอเดียอะไรใหม่และมีแนวโน้มจะใช้วิธีเดิมไปเรื่อยๆ ลำบากภายหลัง บางคนดีใจหุ้นกำลังวิ่งทะยาน แต่อีกคนมองว่ากำลังจะจบรอบ บางคนเศร้าหมองราคาหุ้นตกต่ำ บางคนมองว่านั่นคือ bottom แล้ว ต่อไปเป็นขาขึ้น นี่คือโอกาส บางคนทำงานวันแรก เห็นปัญหาเยอะเต็มไปหมด เจอโอกาสพัฒนามากมาย (เพราะ story เกี่ยวกับที่นี่เป็น 0) บางคนทำไปนานๆเคยชิน(bias) ก็จะมองไม่เห็นอะไร ทั้งๆที่ทำงานอย่างเดียวกัน จากเรื่องทั้งหมดนี้ผมเห็นอะไร???.. แต่ละเหตุการณ์แม้เป็นเรื่องเดียวกัน...แต่คนทั้งสองมองต่าง เหตุเพราะ story ที่เอามาปรุงนั้นไม่เหมือนกัน ผมเลยคิดย้อนกลับหากเอา story ออก มันจะเกิดอะไรขึ้น ?? มันก็ไม่มีอะไร มันก็เพียงสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น... ฉะนั้น เรากำลังตามหาอะไร ? สมมติของตัวเอง ? สมมติของคนอื่น ? หรือจริงๆแล้วอาจไม่จำเป็นต้องตามหาอะไรเลย ? พูดง่ายนะ แต่ทำยาก แต่ผมว่ามันจำเป็น ในการเดินทางระยะยาว (วิชาตัวเบา) #ธรรมะ #siamstr

Replies (2)

Wikrom M.'s avatar
Wikrom M. 4 months ago
จริงครับ ทุกอย่างก็เป็นอย่างนั้นเอง แต่เราไปปรุงแต่งมัน
Thita@98⚡️'s avatar
Thita@98⚡️ 4 months ago
GN🙏🙏🙏อายุเท่าไหร่ตื่นเร็วแท้ อายุกะสมมติ เป็นเช่นนั้นเอง ตื่น จากความฝันอันยาวนาน กำลังตามหาอะไร? สมมติของตัวเอง? สมมติของคนอื่น? หรือจริงๆแล้วไม่ต้องตามหาอะไรเลย? ผู้ถาม เองเป็นสมมติ สิ่งที่ตามหา เองเป็นสมมติ และ การตามหา เองเป็นสมมติ โลกนี้คืองานศิลป์แห่งมายา เหมือนคนดูละคร ที่รู้ว่ามันคือละคร จึงสามารถเสียน้ำตา โดยไม่ทุกข์ วิชาตัวเบา ตัวเบา ก็ไม่มี เดินสมมติ ไม่ยึดสมมติ สัมผัสปรมัตถ์ ไม่เอื้อมคว้า เหนือสมมติ มีปรมัตถ์ เหนือปรมัตถ์ ไม่มีอะไรต้องยึดอีก อย่าติดใน ความว่าง จิตยึดว่า ไม่มีอะไรเลย ยังเป็นอีกขอบหนึ่งของทวินิยม View quoted note →