ตามธรรมชาติของมนุษย์ (ปกติ) จะกินอาหารเมื่อเรารู้สึกหิวครับ ร่างกายจะบอกกับเราเองว่าเวลาไหนที่ควรจะกินอาหาร
การกำหนดเวลากินอาหาร 3 มื้อ เช้า กลางวัน เย็น แบบเป็นเวลา หรือบางคนวันละ 5 มื้อ เช้า สาย กลางวัน เย็น ก่อนนอน ไม่ใช่เรื่องปกติของมนุษย์ครับ มันเป็นการฝืนธรรมชาติ
ลองนึกภาพว่าอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายเราเมื่อมีการใช้งาน เช่น กล้ามเนื้อ ก็ยังต้องมีการพักเพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูสภาพหลังการใช้งาน ที่นี้ระบบทางเดินอาหารก็เป็นระบบอวัยวะหนึ่งที่ต้องมีการซ่อมแซม
ดังนั้นถ้าหากเรากินอาหาร 3 มื้อต่อวันหรือมากกว่านั้น อวัยวะพวกนี้ที่พูดถึงจะได้รับการซ่อมแซม ได้พักจากการทำงานในตอนไหน มันเหมือนเราใช้งานมันอยู่ตลอดเวลา กล้ามเนื้อยังล้านับประสาอะไร(กับหัวใจ)กับระบบทางเดินอาหาร
และเมื่อใช้งานมันหนักบวกกับไม่ได้พักเลย ระบบจะรวน ทั้งการย่อยอาหาร จุลินทรีย์ในลำไส้ การสร้างภูมิคุ้มกัน
กลับมาที่ความรู้สึกไม่อยากอาหาร มันเกิดขึ้นได้เมื่อเรากินอาหารที่มีสารอาหารมากพอครับ ร่างกายจะไม่กระตุ้นความอยากอาหาร เพราะยังมีสารอาหารเหลือพอให้ใช้จากมื้อก่อน ดังนั้นต้องลองนึกดูว่าก่อนหน้านั้นกินอาหารอะไรเข้าไป ปริมาณเยอะแค่ไหน สำหรับผมแล้วถ้าเป็นเนื้อ(วัว) 300-400 กรัม ผมสามารถอยู่ได้ 1 วัน ครึ่งโดยที่ไม่หิว กลับกันถ้าเป็นอาหารตามสั่งที่เน้นข้าว(คาร์ป)และกับที่เป็นเนื้อหมู(โปรตีน+ไขมัน) ผมแทบจะรู้สึกหิวทุก ๆ 4 ชม. เลย
การอิ่มของเราจะมาจากการได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอครับ เช่น โปรตีน, ไฟเบอร์, วิตามิน/แร่ธาตุ
จะไม่ใช่จากพลังงาน เช่น น้ำตาล, ไขมัน อันนี้กินให้ตายก็ไม่รู้สึกอิ่มครับ เป็นความอิ่มหลอก ๆ เพราะว่าความจุกระเพาะมันรับไม่ไหว
และสิ่งที่สำคัญ พยายามอย่ากินคาร์บฯ พร้อมกับไขมันนะครับ พลังงานจากน้ำตาล กับพลังงานจากไขมัน ร่างกายจะเลือกไม่ถูกว่าจะต้องเอาอะไรไปใช้งานก่อน มันจะกลายเป็นการเก็บสะสมทั้งคู่
Login to reply
Replies (1)
สรุปได้ชัดเจนเลยครับ ขอบคุณครับ