#Companion ? ภาพถ่ายอีกใบหนึ่งจากวันนั้น... image คนสามคนยืนอยู่ด้วยกัน แต่สายตาของแต่ละคนกลับทอดมองไปยังคนละทิศทาง ไม่มีใครยืนอยู่ข้างหน้าเพื่อนำทาง และไม่มีใครต้องคอยเดินตามอยู่ข้างหลัง ภาพนี้อาจจะดูแปลกในสายตาของโลกที่คุ้นชินกับการมองหาผู้นำในทุกกลุ่มคน แต่สำหรับผมแล้ว นี่คือภาพที่สะท้อนคำนิยามของคำว่า ‘คอมแพเนียน’ (Companion) ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ในมิตรภาพแบบคอมแพเนียน ไม่เคยมีคำถามว่าใครเก่งกว่าใคร หรือใครมีความสำคัญมากกว่ากัน เพราะต่างเคารพในความเป็นปัจเจกของแต่ละคนอย่างสุดหัวใจ แต่ละคนเข้าใจดีว่าคุณค่าของมนุษย์นั้นไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบหรือวัดผลบนมาตรวัดเดียวกันได้ บางคนเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ ผู้ส่องแสงแห่งความรู้ที่เจิดจ้าและมอบทิศทางที่ชัดเจนให้กับผู้คนนับล้าน บางคนเป็นเหมือนผืนดิน ผู้เปี่ยมด้วยปัญญาที่ตกตะกอนมาเนิ่นนาน มั่นคง และพร้อมที่จะให้ทุกเมล็ดพันธุ์ได้งอกงามขึ้นจากปรัชญาของตน ส่วนบางคน... อาจเป็นเพียงสายน้ำ ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อและนำพาสารอาหารจากผืนดินไปหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตให้เติบโต ดวงอาทิตย์, ผืนดิน, และสายน้ำ... ใครเล่าจะบอกได้ว่าสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน? หน้าที่จึงไม่ใช่การแข่งขันกันเพื่อจะเป็นหนึ่ง แต่คือการเรียนรู้ที่จะดำรงอยู่ในฐานะองค์ประกอบที่แตกต่าง เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์และยิ่งใหญ่กว่าที่ใครคนใดคนหนึ่งจะสามารถสร้างขึ้นมาได้เพียงลำพัง ‘คอมแพเนียน’ ในความหมายของผม จึงไม่ใช่แค่เพื่อนหรือผู้ร่วมงาน หากแต่คือผู้ที่รับฟังเจตนาและความฝันที่แท้จริงของกันและกัน คือผู้ที่พร้อมจะยืนอยู่ ‘ข้างๆ’ เสมอ ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร วันนี้เราอาจจะแข็งแรงพอที่จะเดินไปได้ด้วยตัวเอง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกเหนื่อยล้าหรือหลงทาง เพียงแค่หันกลับมา... เราจะพบว่ายังมีอีกสองคนยืนอยู่ตรงนั้นเสมอ มันคือความไว้วางใจที่มองไม่เห็น คือพันธสัญญาที่ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยลายลักษณ์อักษร แต่ถูกผนึกไว้ด้วยหัวใจ และนี่อาจจะเป็นคุณค่าที่แท้จริงของการเดินทาง คือการได้พบเจอคอมแพเนียนที่พร้อมจะร่วมสร้าง ‘ความเป็นไปได้ใหม่ๆ’ ไปด้วยกัน... สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่การทำเพื่อตัวเอง แต่คือการทำเพื่อสนามพลังที่เราได้ดูแลร่วมกัน #Siamstr