ประชาชนที่หนีออกจากประเทศตัวเองด้วยปัญหาด้านการเมืองการปกครอง ในสากลโลกเขาเรียกว่า“ผู้ขอลี้ภัยทางการเมือง”ครับ(ส่วนทางผู้มีอำนาจจะแก้ตัวเรียกเขาว่าอะไรนั้นอีกฝ่ายที่เราไปทำสัญญาด้วยเขาไม่ยอมรับครับ)
สภายุโรปเขาถึงลงมติเห็นด้วยให้ประนามการกระทำนี้ของเรา และรมต.การต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาเขาออกแถลงการอย่างเป็นทางการด้วยตัวเองประนามเราให้คนในโลกได้รับรู้(ไม่ใช่โพสว่าในสื่อโซเซียลแบบที่ผู้นำเราชอบทำนะ)
และนี้ไงที่ผมกล่าวอ้างว่า ”ไทยเราในสายตาชาวโลกนั้นดูไม่ดี“ ความน่าเชื้อถือเราในสายตาชาวโลกนั้นก็อยู่ในระดับเดียวกับเขมร แต่ที่ต่างคือ “ผู้นำเขมรเขารู้ตัว”ผู้นำเขาถึงนำเดินเรื่องต่างๆยื่นไปหลักฐานต่างๆไประดับโลก/ออกมาสื่อสารเหตุการณ์ต่างๆเป็นภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับคนทั่งโลกรัวๆ (*****อย่านอกประเด็นนะครับว่าเป็นเรื่องจริงหรือปลอม)
ส่วนรัฐบาลไทยเขารู้ตัวไหมละคนส่วนใหญ่ของโลก“เขามองเรายังไง” ถ้ารู้แล้วทำไมไม่ทำเหมือนผู้นำของเขมร ทั้งๆที่เรามีศักยภาพที่สูงกว่าเขมรมาก??
Login to reply
Replies (1)
ใช่ครับ อุยกรู์ คือผู้ลี้ภัยทางการเมือง สำหรับประเทศที่อยู่ในภาคี 1951
แต่ไม่ใช่สำหรับไทย ซึ่งไทยไม่ได้ลงนามอนุสัญญา ผู้ลี้ภัย 1951 ไงครับ เราให้สถานะผู้ลี้ภัยกับบุคคลไม่ได้ เราจะทำหรือไม่ทำก็ได้ภายใต้รัฐธรรมนูญของเรา
ถึงไทยจะอยู่ในอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน CAT ทำให้เรามีพันธกิตต่อ หลักการไม่ส่งกลับสากล ผู้ลี้ภัยที่เข้าไทยและจะไม่ถูกส่งตัวกลับจะต้องได้สถานะผู้ลี้ภัยจาก UNHCR มาแล้วนะครับ ไม่ใช่หนีเข้ามาแล้วบอกว่าตัวเองคือผู้ลี้ภัยแล้วจะไม่โดนส่งกลับ เลอะเทอะ
ตอนอุยกรู์เข้าไทย ไทยช่วยของสถานะ กับ UNHCR นะครับ แต่ได้สถานะแค่บางคนตามกลไกการคัดกรอง NSM เราไม่ได้ส่งกลับทั้งหมด ส่งกลับแค่บางคนที่ทางการจีนร้องขอ