พลังงานที่เสียไปในการตามหนี้ ไม่ได้ถือเป็น over supply ในความหมายทางเศรษฐศาสตร์ แต่จะพิจารณาเป็น ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) มากกว่า
คำว่า Over Supply (อุปทานส่วนเกิน) หมายถึง ภาวะที่ปริมาณสินค้าหรือบริการในตลาดมีมากกว่าความต้องการซื้อ ซึ่งโดยทั่วไปจะหมายถึงตัวสินค้าหรือบริการที่ล้นตลาด แต่ "พลังงาน" หรือทรัพยากรที่ใช้ในการทวงหนี้ (เช่น เวลาของพนักงาน, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน) ไม่ใช่สินค้าที่ล้นตลาดในลักษณะนั้น
เหตุผลที่ถือเป็น "ต้นทุนค่าเสียโอกาส"
ต้นทุนค่าเสียโอกาส คือ มูลค่าของทางเลือกที่ดีที่สุดที่เราต้องสละไปเมื่อเราตัดสินใจเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง การใช้ "พลังงาน" หรือทรัพยากรไปกับการตามหนี้ มีต้นทุนค่าเสียโอกาสดังนี้
เวลาและแรงงาน: เวลาที่พนักงานใช้ในการโทรศัพท์, ส่งเอกสาร, หรือดำเนินการทางกฎหมายเพื่อทวงหนี้ คือเวลาที่พวกเขาสามารถนำไปใช้ในกิจกรรมที่สร้างรายได้อื่นๆ ให้กับองค์กรได้ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์, การหาลูกค้าใหม่, หรือการปรับปรุงบริการ
เงิน: ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการทวงหนี้ เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าเดินทาง, หรือค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย คือเงินที่บริษัทสามารถนำไปลงทุนในส่วนอื่นๆ ที่อาจสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า
พูดง่ายๆ ก็คือ พลังงานและทรัพยากรที่ทุ่มเทให้กับการตามหนี้ คือการสูญเสียโอกาสในการนำทรัพยากรเหล่านั้นไปสร้างประโยชน์หรือมูลค่าเพิ่มในทางอื่น ดังนั้น แม้จะเป็นการใช้พลังงานที่จำเป็นเพื่อรักษาสิทธิ์ของเจ้าหนี้ แต่มันคือต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการที่ลูกหนี้ไม่ชำระตามกำหนด และเป็นต้นทุนที่สะท้อนถึงโอกาสทางธุรกิจที่สูญเสียไป
#siamstr #bitcoin #fixes
Login to reply