ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันประสบการณ์ดี ๆ ครับ เป็นบทความทรงคุณค่า เปิดมุมมองใหม่ ๆ ในหลายแง่มุม จากบทความ มีส่วนนึงที่ทำให้ผมสนใจอยากศึกษาหาข้อมูลต่อ เรื่องการบริหารองค์กรด้วย game theory ว่าเรากำหนดและประยุกต์ใช้งานมันยังไง รวมถึงผลกระทบที่เกิดแต่ละบุคคล จนถึงระดับองค์กร มันน่าสนใจมากครับ //อยากให้มี Alt+Tab ตอนนี้จังครับ

Replies (2)

ขอบคุณมากครับที่ชอบ เรื่องทฤษฎีเกมส์นี่ค่อนข้างละเอียดและ case by case มากเลยนะครับ ผมจะพยามลองยกตัวอย่างของร้านให้นะครับ คงละเอียดมากไม่ไหว และอาจจะคนละโมเดลกัน หลักๆคือ ให้ทุกคนมีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันครับ พยายามหาทางให้ผลประโยชน์ส่วนบุคคลส่งเสริมผลประโยชน์ส่วนรวมให้ได้ ผมตอบแทนของทุกแผนกคิดจากยอดขายเป็นหลัก - ฝ่ายผลิต จะรู้สึกดีที่ต้องทำงานเยอะๆ สามารถมาเข้างานเร็ว ทำโอที หรือบางวันขายดี กว่าจะเก็บล้างก็มืด แต่เค้าจะยินดีทำกัน - ฝ่ายขายหน้าร้าน จะพยามtreat ลูกค้าทุกอย่างเพื่อให้ขายได้ - ฝ่ายวัตถุดิบ จะดีใจที่จะได้เตรียมวัตถุดิบเยอะๆ เพราะหมายถึงวัตถุดิบตามสาขาพร่องไปเยอะ - ขนส่ง จะรีบไปถึงตามสาขาให้มีวัตถุดิบและขนมทันขาย - ผู้จัดสาขา อันนี้พิเศษนิด เราคิดอินเซนทีฟจากยอดขายรวมทุกสาขา ทำให้ไม่แย่งลูกค้ากัน หรือช่วยกันทำขนมของสาขาตัวเองส่งให้สาขาอื่นเวลามีออร์เดอร์ใหญ่ๆเข้ามา - ผู้บริหาร จะรู้สึกดีที่ได้โอนเงินจ่ายลูกน้องเยอะๆ (อย่าลืมผูกตัวเองเข้าไปในสมการด้วย) ทั้งนี้ทั้งนั้นมีขนมเสียหาย ขายไม่หมด ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันด้วยนะครับ ผมยกวิธีคิดของบรรดาเกมส์มือถือต่างมาวิเคราะห์เลย ทำไมเราต้องกลับเข้าไปเล่น ทำไมเราต้องจ่ายมากขึ้นอีกนิดเพื่อซื้อบันเดิล อะไรแบบนี้ครับ พยายามดีดตัวเลขให้สมน้ำสมเนื้อหน่อย ขายให้ถูก จ่ายลูกน้องให้เยอะ กำไรไม่ต้องมาก เน้นยั่งยืน ถ้าอยากได้เพิ่มก็ขยายสาขาให้ลูกน้องได้เติบโต เดี๋ยวกำไรมาเอง จริงๆละเอียดมากเลย ผมยินดีเล่าให้ฟังนะ แต่คงจะยาวและใช้เวลามากเลยครับ ดีใจมากครับที่มันจะพอเป็นประโยชน์บ้าง
ผมกำลังจะถามเลยว่า คุณปนัยมีโมเดลทำทฤษฎีเกมในธุรกิจยังไงบ้าง เพราะผมก็อยากลองเริ่มทำในธุรกิจของที่บ้านตัวเอง หลังจากผมได้กุมบังเหียน เพราะผมก็ประสบปัญหาพนักงานไม่มีใจจะทำงาน อยากสร้างแรงจูงใจที่ไม่ใช่การแจกเงิน