ขอบคุณมากครับที่ชอบ
เรื่องทฤษฎีเกมส์นี่ค่อนข้างละเอียดและ case by case มากเลยนะครับ
ผมจะพยามลองยกตัวอย่างของร้านให้นะครับ คงละเอียดมากไม่ไหว และอาจจะคนละโมเดลกัน
หลักๆคือ ให้ทุกคนมีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันครับ พยายามหาทางให้ผลประโยชน์ส่วนบุคคลส่งเสริมผลประโยชน์ส่วนรวมให้ได้
ผมตอบแทนของทุกแผนกคิดจากยอดขายเป็นหลัก
- ฝ่ายผลิต จะรู้สึกดีที่ต้องทำงานเยอะๆ สามารถมาเข้างานเร็ว ทำโอที หรือบางวันขายดี กว่าจะเก็บล้างก็มืด แต่เค้าจะยินดีทำกัน
- ฝ่ายขายหน้าร้าน จะพยามtreat ลูกค้าทุกอย่างเพื่อให้ขายได้
- ฝ่ายวัตถุดิบ จะดีใจที่จะได้เตรียมวัตถุดิบเยอะๆ เพราะหมายถึงวัตถุดิบตามสาขาพร่องไปเยอะ
- ขนส่ง จะรีบไปถึงตามสาขาให้มีวัตถุดิบและขนมทันขาย
- ผู้จัดสาขา อันนี้พิเศษนิด เราคิดอินเซนทีฟจากยอดขายรวมทุกสาขา ทำให้ไม่แย่งลูกค้ากัน หรือช่วยกันทำขนมของสาขาตัวเองส่งให้สาขาอื่นเวลามีออร์เดอร์ใหญ่ๆเข้ามา
- ผู้บริหาร จะรู้สึกดีที่ได้โอนเงินจ่ายลูกน้องเยอะๆ (อย่าลืมผูกตัวเองเข้าไปในสมการด้วย)
ทั้งนี้ทั้งนั้นมีขนมเสียหาย ขายไม่หมด ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันด้วยนะครับ
ผมยกวิธีคิดของบรรดาเกมส์มือถือต่างมาวิเคราะห์เลย ทำไมเราต้องกลับเข้าไปเล่น ทำไมเราต้องจ่ายมากขึ้นอีกนิดเพื่อซื้อบันเดิล อะไรแบบนี้ครับ
พยายามดีดตัวเลขให้สมน้ำสมเนื้อหน่อย ขายให้ถูก จ่ายลูกน้องให้เยอะ กำไรไม่ต้องมาก เน้นยั่งยืน ถ้าอยากได้เพิ่มก็ขยายสาขาให้ลูกน้องได้เติบโต เดี๋ยวกำไรมาเอง
จริงๆละเอียดมากเลย ผมยินดีเล่าให้ฟังนะ แต่คงจะยาวและใช้เวลามากเลยครับ
ดีใจมากครับที่มันจะพอเป็นประโยชน์บ้าง
Login to reply
Replies (2)
ผมกำลังจะถามเลยว่า คุณปนัยมีโมเดลทำทฤษฎีเกมในธุรกิจยังไงบ้าง เพราะผมก็อยากลองเริ่มทำในธุรกิจของที่บ้านตัวเอง หลังจากผมได้กุมบังเหียน เพราะผมก็ประสบปัญหาพนักงานไม่มีใจจะทำงาน อยากสร้างแรงจูงใจที่ไม่ใช่การแจกเงิน