maiakee's avatar
maiakee 5 months ago
image “เราทำสงครามกันไปเพื่ออะไร?” บทพินิจความรุนแรงของมนุษย์ จากประวัติศาสตร์สู่จิตวิญญาณ ⸻ “You may say I’m a dreamer, but I’m not the only one.” — John Lennon, Imagine มนุษย์ฆ่าฟันกันมาแล้วกี่ครั้งในประวัติศาสตร์? สงครามกี่ร้อยครั้งที่เริ่มจากคำพูดว่า “เพื่อชาติ”, “เพื่อศาสนา”, “เพื่ออิสรภาพ”? และหลังจากเสียงปืนจบลง เราเหลืออะไรไว้ให้ลูกหลาน—นอกจากสุสาน ความโกรธแค้น และธงที่ปลิวอยู่เหนือลมหายใจของผู้ตาย? ⸻ 1. สงครามของมายาคติ ธงชาติคือผืนผ้า เสียงเพลงชาติคือโน้ตเรียงร้อย แต่มนุษย์กลับยอมตายเพื่อสิ่งเหล่านั้น เพราะเราไม่ได้ต่อสู้กับศัตรูที่เป็นคนเท่านั้น แต่เราต่อสู้ เพื่อภาพในใจ—อุดมการณ์ที่ถูกปลูกฝังมาแต่เด็กว่า “นี่คือของเรา นั่นคือของเขา” การแบ่งแยกจึงเริ่มต้นตั้งแต่ความคิด และเมื่อเราเรียกใครสักคนว่า “ศัตรู” เราไม่เห็นเขาเป็นมนุษย์อีกต่อไป เราถูกสอนว่าเขาเป็นภัย เป็นต่างชาติ เป็นต่างศาสนา เป็นต่างอุดมการณ์ และเพียงเท่านี้—ปืนก็ยิงได้อย่างไม่รู้สึกผิด ⸻ 2. ชาติ ศาสนา และศักดิ์ศรีของ “ตัวกู” ไม่ใช่แค่เพื่อดินแดนหรือทรัพยากร สงครามจำนวนมากเกิดขึ้นเพราะมนุษย์ยึดมั่นใน ตัวตนที่สมมุติขึ้นมา “When you call yourself a Buddhist, or a Thai, or a Muslim, you are being violent.” — Jiddu Krishnamurti ชาติคือสมมุติ ศาสนาคือระบบ อุดมการณ์คือแนวคิด — สิ่งเหล่านี้ไม่มีอยู่จริงนอกเหนือจากจินตนาการของมนุษย์ แต่เรากลับฆ่ากันเพื่อมัน เพราะเรายึดถือว่ามันเป็น “ของเรา” มนุษย์ต่อสู้เพื่อ “ปกป้องศักดิ์ศรี” ของบางสิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็นจริง เราฆ่ากันเพราะไม่อยากให้ธงของเราถูกลดลง เพราะกลัวว่าจะถูก “เขา” ครอบงำ แต่นั่นคือความกลัวของ “อัตตา” ที่ไม่รู้จักความเงียบ ⸻ 3. คำถามคือ: ชนะแล้วได้อะไร? ชนะสงคราม ได้อำนาจ ได้พื้นที่ ได้ปลดปล่อย แต่ได้ ความสงบหรือไม่? สหรัฐชนะในสงครามโลก แต่ยังคงหวาดกลัวและสะสมอาวุธ โซเวียตล่มสลาย แต่โลกก็ยังไม่ว่างจากสงคราม ประเทศไทยชนะสงครามอินโดจีนทางยุทธศาสตร์ แต่เราได้สันติหรือได้การแบ่งแยกที่ลึกซึ้งกว่าเดิม? ชัยชนะจากสงครามคือ “ชัยชนะชั่วคราว” แต่ “ความรัก” ที่แท้จริงคือการหยุดการต่อสู้ทั้งภายนอกและภายใน ⸻ 4. จะดีกว่าไหม ถ้าเราหยุดสู้… และเริ่มฟัง สันติภาพไม่ได้เกิดจากการเจรจารัฐบาล แต่เกิดจากจิตใจของแต่ละคนที่หยุดแบ่งแยก หยุดยึดมั่น หยุดปกป้อง “ของกู” “The ending of conflict within is the beginning of intelligence.” — Krishnamurti การปฏิวัติที่แท้จริง คือการไม่ยอมให้ระบบความคิดควบคุมเรา ไม่ใช่การไปต่อสู้กับอีกฝ่าย แต่เป็นการหยุดสร้าง “อีกฝ่าย” ขึ้นมาในความคิด หยุดสงครามที่เกิดจากอคติ มายาคติ และตัวตน ⸻ 5. บทส่งท้าย: ใครได้ ใครเสีย? ผู้ได้คืออุตสาหกรรมอาวุธ ผู้นำคือผู้มีอำนาจ แต่ผู้เสียคือคนธรรมดา—พ่อแม่ที่สูญเสียลูก ชีวิตที่สูญเสียบ้าน และหัวใจที่เต็มไปด้วยความเกลียด และถึงเราจะชนะสงครามทั้งโลก ถ้าเรายังแพ้สงครามภายในใจ เราก็ไม่มีวันรู้จักคำว่า “สันติ” 6. สงครามเริ่มที่ “ความคิด” ไม่ใช่ “ชายแดน” หลายคนคิดว่าสงครามเริ่มจากการรุกราน การล่าอาณานิคม หรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่นักปรัชญาอย่าง กฤษณมูรติ และศิลปินอย่าง John Lennon มองลึกกว่านั้น — พวกเขาชี้ว่า สงครามเริ่มจาก “ความคิดที่แบ่งแยก” ในใจของแต่ละคน เมื่อคุณเริ่มเชื่อว่าฉันเป็นพุทธ เธอเป็นมุสลิม ฉันเป็นไทย เธอเป็นเขมร — คุณก็ได้สร้าง “เขา-เรา” ขึ้นมาแล้ว และจาก “เขา-เรา” ก็กลายเป็น “ศัตรู-มิตร” และศัตรูนั้น — บ่อยครั้งไม่เคยรู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเขาได้กลายเป็น “เป้า” ของความเกลียด ในแง่นี้ เราทุกคนต่างเป็นผู้จุดไฟสงครามได้ แม้เพียงในความคิด และในโลกที่เฝ้าปรารถนาสันติ — แค่การไม่เห็นด้วย ก็กลายเป็นอาวุธได้ หากขาดปัญญา ⸻ 7. มายาคติ: ความรักชาติ กับ การถูกใช้ ใครบ้างได้ประโยชน์จากสงคราม? บริษัทผลิตอาวุธ ผู้นำเผด็จการ รัฐบาลที่ต้องการเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาเศรษฐกิจ แต่พวกเขาไม่เคยพูดตรงๆ ว่า “เราต้องการสงครามเพื่อผลประโยชน์” เขาใช้คำว่า “ชาติ” “ศาสนา” “ความมั่นคง” “เกียรติภูมิ” เพื่อกระตุ้นจิตวิญญาณให้มวลชนพร้อมตาย คุณฆ่าคนเพื่อธง เพื่อเพลงชาติ เพื่อภาพในใจ แล้วลูกคุณจะมีอนาคตที่สงบสุขจากธงได้อย่างไร? นี่คือมายาคติที่ฝังลึกในระบบการศึกษาและวาทกรรมสาธารณะ — ว่าชาติสำคัญกว่าชีวิต ว่าศาสนาบริสุทธิ์กว่าความรัก ว่าเกียรติภูมิสำคัญกว่าการเข้าใจซึ่งกันและกัน ⸻ 8. “เขา” ที่ไม่มีอยู่จริง John Lennon เคยแต่งเพลง Imagine เพื่อขอให้คน “จินตนาการ” ถึงโลกที่ ไม่มีประเทศ ไม่มีศาสนา ไม่มีความเป็นเจ้าของ คนที่ยึดมั่นในระบบจะบอกว่านั่นคือ “โลกเพ้อฝัน” แต่ความจริงคือระบบที่มีอยู่ต่างหากที่พาเราสู่ความหายนะซ้ำแล้วซ้ำเล่า โลกเพ้อฝันของ Lennon อาจยังมาไม่ถึง — แต่โลกจริงของมนุษย์ที่ฆ่ากันเป็นล้านจากคำว่า “เขา” นั้น กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเรา ศัตรูตัวจริงของมนุษย์อาจไม่ใช่ประเทศอื่น แต่อาจคือ ความไม่เข้าใจภายในใจตนเอง ⸻ 9. ถ้าไม่สู้ แล้วจะเปลี่ยนโลกได้อย่างไร? นี่คือคำถามที่นักปฏิวัติทุกยุคต้องเผชิญ แต่กฤษณมูรติให้คำตอบที่ต่างไป — เขาบอกว่า “การต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง” เพราะการต่อสู้สร้างแรงต้าน และแรงต้านสร้างการแบ่งแยก โลกจะเปลี่ยนได้ เมื่อคุณเปลี่ยนจิตภายใน หยุดความขัดแย้งในใจ แล้วจิตที่เงียบจะเปล่งแสงแห่งปัญญา ⸻ 10. ทางออกที่แท้จริง: ความรักที่ไม่มีขอบเขต “รักชาติ” คือการรักคนที่ถือสัญชาติเดียวกับคุณ แต่ “รักมนุษย์” คือการเห็นว่าทุกคนล้วนเหมือนกัน — ต่างเพียงภาษากับเสื้อผ้า ถ้าเรารักเพียงประเทศเรา แล้วจะเรียกตนว่า “มนุษย์” ได้อย่างไร? ถ้าศาสนาใดสอนให้เกลียดคนต่างศาสนา มันยังเป็นศาสนาจริงหรือไม่? ถ้าอุดมการณ์ใดทำให้เราฆ่าได้โดยไม่รู้สึกผิด มันยังเป็นอุดมการณ์เพื่อมนุษย์จริงหรือ? สงครามจะจบลงก็ต่อเมื่อมนุษย์เรียนรู้ที่จะรักกัน โดยไม่มี “เงื่อนไขของธง” หรือ “กำแพงของคำสอน” ⸻ บทส่งท้าย: เราเลือกได้เสมอ — จะหยุด หรือจะสู้ โลกนี้ไม่ได้ต้องการผู้ชนะ แต่มันต้องการผู้เข้าใจ สงครามภายนอกจะไม่มีวันจบ จนกว่าเราจะรู้เท่าทันสงครามภายในตนเอง และเมื่อเราสงบภายใน เราจะไม่ต้องการชัยชนะอีกเลย เพราะ ไม่มีใครต้องแพ้ ในโลกที่ไม่มีใครเป็นศัตรู #Siamstr #nostr

Replies (3)

maiakee's avatar maiakee
image “เราทำสงครามกันไปเพื่ออะไร?” บทพินิจความรุนแรงของมนุษย์ จากประวัติศาสตร์สู่จิตวิญญาณ ⸻ “You may say I’m a dreamer, but I’m not the only one.” — John Lennon, Imagine มนุษย์ฆ่าฟันกันมาแล้วกี่ครั้งในประวัติศาสตร์? สงครามกี่ร้อยครั้งที่เริ่มจากคำพูดว่า “เพื่อชาติ”, “เพื่อศาสนา”, “เพื่ออิสรภาพ”? และหลังจากเสียงปืนจบลง เราเหลืออะไรไว้ให้ลูกหลาน—นอกจากสุสาน ความโกรธแค้น และธงที่ปลิวอยู่เหนือลมหายใจของผู้ตาย? ⸻ 1. สงครามของมายาคติ ธงชาติคือผืนผ้า เสียงเพลงชาติคือโน้ตเรียงร้อย แต่มนุษย์กลับยอมตายเพื่อสิ่งเหล่านั้น เพราะเราไม่ได้ต่อสู้กับศัตรูที่เป็นคนเท่านั้น แต่เราต่อสู้ เพื่อภาพในใจ—อุดมการณ์ที่ถูกปลูกฝังมาแต่เด็กว่า “นี่คือของเรา นั่นคือของเขา” การแบ่งแยกจึงเริ่มต้นตั้งแต่ความคิด และเมื่อเราเรียกใครสักคนว่า “ศัตรู” เราไม่เห็นเขาเป็นมนุษย์อีกต่อไป เราถูกสอนว่าเขาเป็นภัย เป็นต่างชาติ เป็นต่างศาสนา เป็นต่างอุดมการณ์ และเพียงเท่านี้—ปืนก็ยิงได้อย่างไม่รู้สึกผิด ⸻ 2. ชาติ ศาสนา และศักดิ์ศรีของ “ตัวกู” ไม่ใช่แค่เพื่อดินแดนหรือทรัพยากร สงครามจำนวนมากเกิดขึ้นเพราะมนุษย์ยึดมั่นใน ตัวตนที่สมมุติขึ้นมา “When you call yourself a Buddhist, or a Thai, or a Muslim, you are being violent.” — Jiddu Krishnamurti ชาติคือสมมุติ ศาสนาคือระบบ อุดมการณ์คือแนวคิด — สิ่งเหล่านี้ไม่มีอยู่จริงนอกเหนือจากจินตนาการของมนุษย์ แต่เรากลับฆ่ากันเพื่อมัน เพราะเรายึดถือว่ามันเป็น “ของเรา” มนุษย์ต่อสู้เพื่อ “ปกป้องศักดิ์ศรี” ของบางสิ่งที่ไม่มีใครเคยเห็นจริง เราฆ่ากันเพราะไม่อยากให้ธงของเราถูกลดลง เพราะกลัวว่าจะถูก “เขา” ครอบงำ แต่นั่นคือความกลัวของ “อัตตา” ที่ไม่รู้จักความเงียบ ⸻ 3. คำถามคือ: ชนะแล้วได้อะไร? ชนะสงคราม ได้อำนาจ ได้พื้นที่ ได้ปลดปล่อย แต่ได้ ความสงบหรือไม่? สหรัฐชนะในสงครามโลก แต่ยังคงหวาดกลัวและสะสมอาวุธ โซเวียตล่มสลาย แต่โลกก็ยังไม่ว่างจากสงคราม ประเทศไทยชนะสงครามอินโดจีนทางยุทธศาสตร์ แต่เราได้สันติหรือได้การแบ่งแยกที่ลึกซึ้งกว่าเดิม? ชัยชนะจากสงครามคือ “ชัยชนะชั่วคราว” แต่ “ความรัก” ที่แท้จริงคือการหยุดการต่อสู้ทั้งภายนอกและภายใน ⸻ 4. จะดีกว่าไหม ถ้าเราหยุดสู้… และเริ่มฟัง สันติภาพไม่ได้เกิดจากการเจรจารัฐบาล แต่เกิดจากจิตใจของแต่ละคนที่หยุดแบ่งแยก หยุดยึดมั่น หยุดปกป้อง “ของกู” “The ending of conflict within is the beginning of intelligence.” — Krishnamurti การปฏิวัติที่แท้จริง คือการไม่ยอมให้ระบบความคิดควบคุมเรา ไม่ใช่การไปต่อสู้กับอีกฝ่าย แต่เป็นการหยุดสร้าง “อีกฝ่าย” ขึ้นมาในความคิด หยุดสงครามที่เกิดจากอคติ มายาคติ และตัวตน ⸻ 5. บทส่งท้าย: ใครได้ ใครเสีย? ผู้ได้คืออุตสาหกรรมอาวุธ ผู้นำคือผู้มีอำนาจ แต่ผู้เสียคือคนธรรมดา—พ่อแม่ที่สูญเสียลูก ชีวิตที่สูญเสียบ้าน และหัวใจที่เต็มไปด้วยความเกลียด และถึงเราจะชนะสงครามทั้งโลก ถ้าเรายังแพ้สงครามภายในใจ เราก็ไม่มีวันรู้จักคำว่า “สันติ” 6. สงครามเริ่มที่ “ความคิด” ไม่ใช่ “ชายแดน” หลายคนคิดว่าสงครามเริ่มจากการรุกราน การล่าอาณานิคม หรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่นักปรัชญาอย่าง กฤษณมูรติ และศิลปินอย่าง John Lennon มองลึกกว่านั้น — พวกเขาชี้ว่า สงครามเริ่มจาก “ความคิดที่แบ่งแยก” ในใจของแต่ละคน เมื่อคุณเริ่มเชื่อว่าฉันเป็นพุทธ เธอเป็นมุสลิม ฉันเป็นไทย เธอเป็นเขมร — คุณก็ได้สร้าง “เขา-เรา” ขึ้นมาแล้ว และจาก “เขา-เรา” ก็กลายเป็น “ศัตรู-มิตร” และศัตรูนั้น — บ่อยครั้งไม่เคยรู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเขาได้กลายเป็น “เป้า” ของความเกลียด ในแง่นี้ เราทุกคนต่างเป็นผู้จุดไฟสงครามได้ แม้เพียงในความคิด และในโลกที่เฝ้าปรารถนาสันติ — แค่การไม่เห็นด้วย ก็กลายเป็นอาวุธได้ หากขาดปัญญา ⸻ 7. มายาคติ: ความรักชาติ กับ การถูกใช้ ใครบ้างได้ประโยชน์จากสงคราม? บริษัทผลิตอาวุธ ผู้นำเผด็จการ รัฐบาลที่ต้องการเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาเศรษฐกิจ แต่พวกเขาไม่เคยพูดตรงๆ ว่า “เราต้องการสงครามเพื่อผลประโยชน์” เขาใช้คำว่า “ชาติ” “ศาสนา” “ความมั่นคง” “เกียรติภูมิ” เพื่อกระตุ้นจิตวิญญาณให้มวลชนพร้อมตาย คุณฆ่าคนเพื่อธง เพื่อเพลงชาติ เพื่อภาพในใจ แล้วลูกคุณจะมีอนาคตที่สงบสุขจากธงได้อย่างไร? นี่คือมายาคติที่ฝังลึกในระบบการศึกษาและวาทกรรมสาธารณะ — ว่าชาติสำคัญกว่าชีวิต ว่าศาสนาบริสุทธิ์กว่าความรัก ว่าเกียรติภูมิสำคัญกว่าการเข้าใจซึ่งกันและกัน ⸻ 8. “เขา” ที่ไม่มีอยู่จริง John Lennon เคยแต่งเพลง Imagine เพื่อขอให้คน “จินตนาการ” ถึงโลกที่ ไม่มีประเทศ ไม่มีศาสนา ไม่มีความเป็นเจ้าของ คนที่ยึดมั่นในระบบจะบอกว่านั่นคือ “โลกเพ้อฝัน” แต่ความจริงคือระบบที่มีอยู่ต่างหากที่พาเราสู่ความหายนะซ้ำแล้วซ้ำเล่า โลกเพ้อฝันของ Lennon อาจยังมาไม่ถึง — แต่โลกจริงของมนุษย์ที่ฆ่ากันเป็นล้านจากคำว่า “เขา” นั้น กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าเรา ศัตรูตัวจริงของมนุษย์อาจไม่ใช่ประเทศอื่น แต่อาจคือ ความไม่เข้าใจภายในใจตนเอง ⸻ 9. ถ้าไม่สู้ แล้วจะเปลี่ยนโลกได้อย่างไร? นี่คือคำถามที่นักปฏิวัติทุกยุคต้องเผชิญ แต่กฤษณมูรติให้คำตอบที่ต่างไป — เขาบอกว่า “การต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง” เพราะการต่อสู้สร้างแรงต้าน และแรงต้านสร้างการแบ่งแยก โลกจะเปลี่ยนได้ เมื่อคุณเปลี่ยนจิตภายใน หยุดความขัดแย้งในใจ แล้วจิตที่เงียบจะเปล่งแสงแห่งปัญญา ⸻ 10. ทางออกที่แท้จริง: ความรักที่ไม่มีขอบเขต “รักชาติ” คือการรักคนที่ถือสัญชาติเดียวกับคุณ แต่ “รักมนุษย์” คือการเห็นว่าทุกคนล้วนเหมือนกัน — ต่างเพียงภาษากับเสื้อผ้า ถ้าเรารักเพียงประเทศเรา แล้วจะเรียกตนว่า “มนุษย์” ได้อย่างไร? ถ้าศาสนาใดสอนให้เกลียดคนต่างศาสนา มันยังเป็นศาสนาจริงหรือไม่? ถ้าอุดมการณ์ใดทำให้เราฆ่าได้โดยไม่รู้สึกผิด มันยังเป็นอุดมการณ์เพื่อมนุษย์จริงหรือ? สงครามจะจบลงก็ต่อเมื่อมนุษย์เรียนรู้ที่จะรักกัน โดยไม่มี “เงื่อนไขของธง” หรือ “กำแพงของคำสอน” ⸻ บทส่งท้าย: เราเลือกได้เสมอ — จะหยุด หรือจะสู้ โลกนี้ไม่ได้ต้องการผู้ชนะ แต่มันต้องการผู้เข้าใจ สงครามภายนอกจะไม่มีวันจบ จนกว่าเราจะรู้เท่าทันสงครามภายในตนเอง และเมื่อเราสงบภายใน เราจะไม่ต้องการชัยชนะอีกเลย เพราะ ไม่มีใครต้องแพ้ ในโลกที่ไม่มีใครเป็นศัตรู #Siamstr #nostr
View quoted note →