“อย่าฝากรีโมทความสุขไว้ในมือคนที่ไม่ได้อยู่กับเราตลอดวัน” image บางวันเรายิ้มได้เพราะคำชมหนึ่งประโยค บางวันอารมณ์ตกเพราะคนหนึ่งคนพิมพ์ “ครับ” สั้นลงกว่าปกติ... ทั้งที่กินข้าวอิ่ม แดดก็ดี งานก็พอไปได้ แต่ใจมันกลับขึ้น ๆ ลง ๆ ตามสายตา ตามน้ำเสียง ตามยอดไลก์ เหมือนเราพกรีโมทความสุขไว้ในกระเป๋าคนอื่น เขาคงกดเล่นบ้าง เผลอทำหล่นบ้าง ลืมไว้ที่ไหนบ้าง ส่วนเรายืนรอหน้าจอชีวิตตัวเอง… เผื่อวันนี้เขาจะนึกถึง เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าเราอ่อนแอ มันแปลว่าเราเป็นคน ใจคนมันอยากอบอุ่น อยากมีที่ยืน อยากรู้ว่า ฉันโอเคไหม? คำยืนยันจากคนอื่นเลยกลายเป็นของหวานประจำวัน หวานดีนะ…แต่กินแทนข้าวไม่ได้ พอโตขึ้น ผมเริ่มเห็นเส้นบาง ๆ ระหว่าง “ให้เกียรติ” กับ “ยกใจให้เขาถือ” ความเกรงใจงาม ๆ พอสะสมมาก ๆ กลายเป็นภาระเงียบ ภาระที่ทำให้เราพูดไม่ตรง หัวเราะทั้งที่เราไม่ได้ขำ พยักหน้าทั้งที่ในใจอยากถาม แล้วก็ต้องกลับมานั่งเหนื่อยอยู่คนเดียว.. เหมือนทำโอทีให้กับภาพลักษณ์ตัวเอง คนเรามักวิ่งหาการอนุมัติ อยากให้ใครสักคนบอกว่า "ดีแล้ว” อยากให้โลกสะท้อนกลับมาว่า “เรามีค่า” แต่วินาทีที่เราเอาคุณค่าไปฝากไว้กับมือคนอื่น มือคู่นั้นก็จะกลายเป็นคนถือสวิตช์อารมณ์เราไปโดยอัตโนมัติ อธิปไตยภายใน… สำหรับผม มันเริ่มจากการยอมรับแบบไม่ต้องด่าตัวเอง “โอเค วันนี้ใจฉันกำลังวิ่งหาคนมากดปุ่มให้” แค่มองให้ชัดก่อน ใจเราก็เริ่มมีสิทธิ์เลือก ผมเลยลองทำกติกาง่าย ๆ ให้ตัวเอง ก่อนจะพูดหรือทำอะไรเพื่อให้คนอื่นโอเค ขอถามใจตัวเองสั้น ๆ สองข้อ 1. ถ้าไม่มีใครชม ฉันยังอยากทำอยู่ไหม? 2 ถ้าไม่มีใครเห็น ฉันยังเป็นแบบนี้ได้ไหม? คำถามสองบรรทัดนี้เหมือนยืนเฝ้าประตูเมือง ไม่ให้ใครเดินเข้ามาย้ายธงในใจเราได้ง่าย ๆ แล้วมันก็แปลกดีนะ... พอเราไม่รีบพิสูจน์ เรากลับน่าเชื่อถือมากขึ้น พอเราไม่รีบให้คนมารัก เรากลับรักคนอื่นได้สบายขึ้น พอเราไม่ต้องรีบ “ดูดี” เรากลับดูจริงขึ้น การมีอธิปไตยภายในไม่ได้ทำให้เรากลายเป๋นคนเย็นชาแต่อย่างใด มันทำให้เรานุ่มลงแบบมีแกน คนชมก็รับไว้ด้วยรอยยิ้ม คนไม่ชมก็ยังเดินต่อได้ คนเข้าใจ ก็ขอบคุณ คนไม่เข้าใจ ก็ไม่ต้องรีบอธิบายจนหมดแรง แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเผลอฝากรีโมทไว้กับใครอีกแล้ว? อาการมันจะฟ้องเอง ใจเริ่มแสดง เริ่มอยากพิสูจน์ เริ่มอยากให้เขาชอบ เริ่มอยากแก้คำเข้าใจผิดทั้งที่ยังไม่ได้ถาม ถ้าจับได้ตรงนั้น…ขอแค่หยุดสักครู่ หายใจให้ลึกอีกนิด แล้วหยิบรีโมทกลับมาแบบเงียบ ๆ ไม่ต้องประกาศ ไม่ต้องทำพิธี ไม่ต้องทำหน้าขึง แค่หยิบกลับมาเฉย ๆ เหมือนเก็บกุญแจรถก่อนเดินเข้าบ้านนั่นแหละ คำยืนยันจากคนอื่นยังมีความหมายนะ ผมยังยิ้มทุกครั้งที่ได้รับ แต่ผมเริ่มอยากให้ “คำยืนยันหลัก” มาจากข้างในของผมเองมากกว่า อนุมัติให้ตัวเองเป็นมนุษย์ที่ยังฝึกอยู่ ยังพลาดได้ ยังกลับตัวได้ ยังเติบโตได้ สุดท้าย…ถ้าวันไหนรู้สึกว่าใจเราเหมือนถูกคนอื่นกดปุ่ม ก็ลองล้วงกระเป๋าตัวเองดู เผื่อรีโมทความสุขมันจะเผลอไปอยู่ในกระเป๋าเขาอีกแล้ว เก็บรีโมทกลับมาไว้กับตัวเถอะ… อย่างน้อยเวลาจะเศร้า จะงอน จะฮึด เราจะได้เป็นคนกดเอง ไม่ใช่รอให้ใครเผลอกดให้อีก #jakkdiary #siamstr