ครั้งหนึ่ง... โค้ดแค่ "15 บรรทัด" นี้...
เคยกอบกู้ทั้งโลกคริปโตเอาไว้ ! 🔥
.
ในวันที่ 1 สิงหาคม 2017 (วันนี้ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว) เครือข่าย #Bitcoin ได้มีการอัพเกรดครั้งสำคัญ นั่นคือการเริ่มใช้งาน "Bitcoin Improvement Proposal (BIP) 148"
.
📌 BIP 148 = ข้อเสนอให้บังคับใช้ "UASF" เพื่อเริ่มเปิดใช้งานโปรโตคอล SegWit (Segregated Witness) โดยหวังแก้ปัญหาเรื่อง "ปริมาณธุรกรรม" ในแต่ละบล็อกของเครือข่าย Bitcoin หรือปัญหาด้าน Scalability นั่นเอง !
.
📝 UASF หรือ "user-activated soft fork" = การเพิ่มกฎหรือข้อบังคับใหม่ ๆ ลงไปในเครือข่ายโดยผู้ใช้งานที่ช่วยกันรันเครือข่ายอยู่ หรือก็คือเหล่า "Node" ทั้งหลายนั่นเอง และหากเครื่องขุดใดอยากจะเข้าร่วมก็ต้องอัพเกรดตัวเองตามให้ตรงกับกฎและข้อบังคับที่เหล่า Node กำหนด
.
🎉 นับเป็นครั้งแรกของเครือข่าย Bitcoin ที่ได้มีการบังคับใช้ UASF ซึ่งปกติที่ผ่านมามักจะเป็นเหล่าเหมืองขุดที่เป็นคนบังคับใช้กฎใหม่กันเสียเอง หรือที่เรียกว่า MASF (miner-activated soft fork) 👏
.
⚔ การอัพเกรดในครั้งนี้ได้ช่วยจบสงครามที่ใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งของ Bitcoin นั่นคือสงคราม "Blocksize Wars" หรือสงครามแย่งชิงอำนาจในการควบคุมโปรโตคอล Bitcoin ซึ่งเหล่าเหมืองขุดพยายามสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงขนาดบล็อกของเครือข่าย Bitcoin ให้ใหญ่ขึ้น ทั้งที่ไม่ใช่ชุมชนทุกคนที่จะเห็นชอบ
.
⏳ สงครามที่ว่าเป็นการถกเถียงและสู้รบท่ามกลางชุมชน Bitcoin อย่างยาวนาน โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งดังนี้:
.
👉 ฝั่ง Big Blocker (ฝั่งที่สนับสนุนให้ขยายขนาดบล็อก)
.
ฝ่ายนี้สนับสนุนให้เพิ่มขนาดบล็อกของ Bitcoin ให้ใหญ่ขึ้นไปเลย จบ ๆ ตรงไปตรงมา โดยกล้ายอมแลกกับช่องโหว่ทางเทคนิคบางอย่างที่อาจทำให้ความ Decentralized ของเครือข่ายมันน้อยลงหรืออาจสุ่มเสี่ยงต่อการโจมตีได้ โดยคนที่สนับสนุนฝั่งนี้ส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นเหล่าเหมืองขุด (ขอเดาว่าคงชอบกันด้วยแหละจะได้มีค่าธรรมเนียมในบล็อกเยอะ ๆ แค่เดานะ ข้าก็เข้ามาไม่ทันช่วงนั้นเหมือนกันสหาย5555555) และก็ยังมีพวกนักธุรกิจทั้งหลาย รวมถึงนักพัฒนาบางกลุ่มที่สุดท้ายก็หนีแยกตัวออกไปสร้าง Bitcoin Cash หรือเหรียญ BCH ในภายหลังอยู่ดี
.
👉 ฝ่ายที่สนับสนุน SegWit
.
ฝ่ายนี้สนับสนุนให้เปิดใช้งาน SegWit เพื่อแก้ปัญหา "ปริมาณธุรกรรม" และเรื่อง Scalability อย่างที่พูดไป กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักพัฒนาหลักรุ่น OG ที่จะไม่ยอมแลกความ Decentralzied ของ Bitcoin กับอะไรเด็ดขาด แล้วก็มีบางกลุ่มที่สนับสนุนเพราะเชื่อว่าการแก้ปัญหาด้วย Layer 2 ต่าง ๆ จะเป็นทางออก (ก่อนจะเกิด Lightning Network ในภายหลัง อิอิ)
.
🗓 สุดท้ายฝั่งผู้ใช้งานหรือเหล่า Node ก็ได้รับชัยชนะ นับเป็นการจบสงครามอันยาวนานและยิ่งใหญ่บนหน้าประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันยังเป็นการประกาศอิสรภาพจากการถูกควบคุมและพยายามจะยึดเครือข่ายโดยเหล่าเหมืองขุดทั้งหลาย และคืนอำนาจกลับสู่ชุมชนโดยแท้จริงอีกครั้ง ทั้งโลกถึงขนาดแต่งตั้งให้วันนี้เป็นวันสำคัญที่เรียกว่า "Bitcoin Independence Day" (วันประกาศอิสรภาพของบิตคอยน์) กันเลยทีเดียว !!!
.
🙏 ถ้าหากพี่ใหญ่ของเราไม่ได้ผ่านเหตุการณ์แบบจบสวยมาในวันนั้น สุดท้ายอาจจะต้องตายไปจากกลไกความโลภของมนุษย์ไม่ต่างจากโปรเจ็กต์อื่น ๆ ที่เคยลองพยายามจะทำมาก่อน (มีโปรเจ็กต์อื่นทำมาก่อน เพียงแค่ Bitcoin เป็นโปรเจ็กต์แรกที่สำเร็จ ต้องขอบคุณการให้ค่าความ Decentralized)
.
🌏 และแน่นอน... ถ้าพี่ใหญ่จบสิ้นตั้งแต่วันนั้น ตลาดคริปโตทั้งตลาด ก็คงไม่ได้ถือกำเนิดและเติบโตขึ้นมาอย่างทุกวันนี้ ดังนั้นจะบอกว่า "โค้ดแค่ 15 บรรทัด" จากเมื่อ 8 ปีก่อน ได้กอบกู้จักรวาลคริปโตของเราทั้งจักรวาลเอาไว้ ก็คงจะไม่ผิดเลย !!! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
ครั้งหนึ่ง... โค้ดแค่ "15 บรรทัด" นี้...
เคยกอบกู้ทั้งโลกคริปโตเอาไว้ ! 🔥
.
ในวันที่ 1 สิงหาคม 2017 (วันนี้ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว) เครือข่าย #Bitcoin ได้มีการอัพเกรดครั้งสำคัญ นั่นคือการเริ่มใช้งาน "Bitcoin Improvement Proposal (BIP) 148"
.
📌 BIP 148 = ข้อเสนอให้บังคับใช้ "UASF" เพื่อเริ่มเปิดใช้งานโปรโตคอล SegWit (Segregated Witness) โดยหวังแก้ปัญหาเรื่อง "ปริมาณธุรกรรม" ในแต่ละบล็อกของเครือข่าย Bitcoin หรือปัญหาด้าน Scalability นั่นเอง !
.
📝 UASF หรือ "user-activated soft fork" = การเพิ่มกฎหรือข้อบังคับใหม่ ๆ ลงไปในเครือข่ายโดยผู้ใช้งานที่ช่วยกันรันเครือข่ายอยู่ หรือก็คือเหล่า "Node" ทั้งหลายนั่นเอง และหากเครื่องขุดใดอยากจะเข้าร่วมก็ต้องอัพเกรดตัวเองตามให้ตรงกับกฎและข้อบังคับที่เหล่า Node กำหนด
.
🎉 นับเป็นครั้งแรกของเครือข่าย Bitcoin ที่ได้มีการบังคับใช้ UASF ซึ่งปกติที่ผ่านมามักจะเป็นเหล่าเหมืองขุดที่เป็นคนบังคับใช้กฎใหม่กันเสียเอง หรือที่เรียกว่า MASF (miner-activated soft fork) 👏
.
⚔ การอัพเกรดในครั้งนี้ได้ช่วยจบสงครามที่ใหญ่ที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งของ Bitcoin นั่นคือสงคราม "Blocksize Wars" หรือสงครามแย่งชิงอำนาจในการควบคุมโปรโตคอล Bitcoin ซึ่งเหล่าเหมืองขุดพยายามสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงขนาดบล็อกของเครือข่าย Bitcoin ให้ใหญ่ขึ้น ทั้งที่ไม่ใช่ชุมชนทุกคนที่จะเห็นชอบ
.
⏳ สงครามที่ว่าเป็นการถกเถียงและสู้รบท่ามกลางชุมชน Bitcoin อย่างยาวนาน โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งดังนี้:
.
👉 ฝั่ง Big Blocker (ฝั่งที่สนับสนุนให้ขยายขนาดบล็อก)
.
ฝ่ายนี้สนับสนุนให้เพิ่มขนาดบล็อกของ Bitcoin ให้ใหญ่ขึ้นไปเลย จบ ๆ ตรงไปตรงมา โดยกล้ายอมแลกกับช่องโหว่ทางเทคนิคบางอย่างที่อาจทำให้ความ Decentralized ของเครือข่ายมันน้อยลงหรืออาจสุ่มเสี่ยงต่อการโจมตีได้ โดยคนที่สนับสนุนฝั่งนี้ส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นเหล่าเหมืองขุด (ขอเดาว่าคงชอบกันด้วยแหละจะได้มีค่าธรรมเนียมในบล็อกเยอะ ๆ แค่เดานะ ข้าก็เข้ามาไม่ทันช่วงนั้นเหมือนกันสหาย5555555) และก็ยังมีพวกนักธุรกิจทั้งหลาย รวมถึงนักพัฒนาบางกลุ่มที่สุดท้ายก็หนีแยกตัวออกไปสร้าง Bitcoin Cash หรือเหรียญ BCH ในภายหลังอยู่ดี
.
👉 ฝ่ายที่สนับสนุน SegWit
.
ฝ่ายนี้สนับสนุนให้เปิดใช้งาน SegWit เพื่อแก้ปัญหา "ปริมาณธุรกรรม" และเรื่อง Scalability อย่างที่พูดไป กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักพัฒนาหลักรุ่น OG ที่จะไม่ยอมแลกความ Decentralzied ของ Bitcoin กับอะไรเด็ดขาด แล้วก็มีบางกลุ่มที่สนับสนุนเพราะเชื่อว่าการแก้ปัญหาด้วย Layer 2 ต่าง ๆ จะเป็นทางออก (ก่อนจะเกิด Lightning Network ในภายหลัง อิอิ)
.
🗓 สุดท้ายฝั่งผู้ใช้งานหรือเหล่า Node ก็ได้รับชัยชนะ นับเป็นการจบสงครามอันยาวนานและยิ่งใหญ่บนหน้าประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันยังเป็นการประกาศอิสรภาพจากการถูกควบคุมและพยายามจะยึดเครือข่ายโดยเหล่าเหมืองขุดทั้งหลาย และคืนอำนาจกลับสู่ชุมชนโดยแท้จริงอีกครั้ง ทั้งโลกถึงขนาดแต่งตั้งให้วันนี้เป็นวันสำคัญที่เรียกว่า "Bitcoin Independence Day" (วันประกาศอิสรภาพของบิตคอยน์) กันเลยทีเดียว !!!
.
🙏 ถ้าหากพี่ใหญ่ของเราไม่ได้ผ่านเหตุการณ์แบบจบสวยมาในวันนั้น สุดท้ายอาจจะต้องตายไปจากกลไกความโลภของมนุษย์ไม่ต่างจากโปรเจ็กต์อื่น ๆ ที่เคยลองพยายามจะทำมาก่อน (มีโปรเจ็กต์อื่นทำมาก่อน เพียงแค่ Bitcoin เป็นโปรเจ็กต์แรกที่สำเร็จ ต้องขอบคุณการให้ค่าความ Decentralized)
.
🌏 และแน่นอน... ถ้าพี่ใหญ่จบสิ้นตั้งแต่วันนั้น ตลาดคริปโตทั้งตลาด ก็คงไม่ได้ถือกำเนิดและเติบโตขึ้นมาอย่างทุกวันนี้ ดังนั้นจะบอกว่า "โค้ดแค่ 15 บรรทัด" จากเมื่อ 8 ปีก่อน ได้กอบกู้จักรวาลคริปโตของเราทั้งจักรวาลเอาไว้ ก็คงจะไม่ผิดเลย !!! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
Login to reply