ปกติก็ Verify ยากอยู่แล้วนะจั๊บ ! ถกกันยับ "ทองปลอม" ผ่านเครื่องตรวจได้ 99.99% ! 😱
มีการผสม "เรเนียม" เข้ากับทองคำจริง ก่อนจะนำไปหลอมและขึ้นรูป ทำให้ตรวจไม่พบด้วยเครื่องสเปกโทรเมเตอร์พื้นฐาน ทดสอบแล้วแสดงผลบริสุทธิ์ 99.99% 🪙
มียันคลิปหลอมและตรวจให้ดูเลยด้วย (เดี๋ยวแปะวาร์ปให้เผื่อไปช่วยกัน Verify) 🔍
แต่ก็สามารถตรวจด้วยอุปกรณ์ขั้นสูงหรือการหลอมที่อุณหภูมิสูงก็ยังช่วยแยกแยะได้อยู่ เพราะเรเนียมมีจุดหลอมละลายสูงกว่า 3186°C เทียบกับทอง 1064°C ยังไงก็ละลายไม่พร้อมกัน 📝
แถมยังเป็นที่ถกเถียงอีกหลายข้อ มีหลายคนมาแย้งว่าทองคำผสมเรเนียมนี่มันมีมาสักพักแล้ว ซึ่งเครื่องตรวจรุ่นใหม่ ๆ ก็สามารถตรวจได้เยอะแยะ บ้างก็บอกว่าจุดหลอมต่างกันเกินไปจนหลอมรวมกันยังไงก็ไม่มีทางเนียนกริ๊บได้หรอก และยังมีอีกหลากหลายความเห็น บอกเลยว่าถกกันสนั่นหวั่นไหว ! 🗣️
แต่ก็ลองมองอีกมุมนึงก็อดสงสัยไม่ได้ว่า "แล้วมันควรจะตรวจสอบลำบากด้วยเหรอ ของแบบนี้อะ ?" ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่ CZ เคยยื่นทองคำให้ Peter Schiff กลางเวทีแล้วถามว่า "อันนี้ทองจริงหรือทองปลอม ?" ตอนนั้นเล่นเอาปีเตอร์นิ่งไปเลย เพราะคนทั่วไปมันตอบไม่ได้อยู่แล้ว... ดังนั้นประเด็นสำคัญที่ควรถกเถียงกันอาจไม่ใช่ "ตรวจได้หรือยัง ?" แต่ควรเป็น "มันควรจะตรวจยากสำหรับคนทั่วไปขนาดนั้นเลยเหรอ ?" มากกว่านะสหาย... แล้วพวกเจ้าคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ ? ไหนแวะมาถกกันสิ๊ ! อยากฟัง ! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต
npub1l8dv...g6c8
สวัสดีสหาย ! ข้าชื่อ ชับบี้ เจ้าของเพจ พ่อมดคริปโต แต่เนื่องจากตอนนี้อยู่ใน Nostr ก็จะออกแนวพ่อมดบิทคอยน์แทน55555 😂
ปกติก็ Verify ยากอยู่แล้วนะจั๊บ ! ถกกันยับ "ทองปลอม" ผ่านเครื่องตรวจได้ 99.99% ! 😱
มีการผสม "เรเนียม" เข้ากับทองคำจริง ก่อนจะนำไปหลอมและขึ้นรูป ทำให้ตรวจไม่พบด้วยเครื่องสเปกโทรเมเตอร์พื้นฐาน ทดสอบแล้วแสดงผลบริสุทธิ์ 99.99% 🪙
มียันคลิปหลอมและตรวจให้ดูเลยด้วย (เดี๋ยวแปะวาร์ปให้เผื่อไปช่วยกัน Verify) 🔍
แต่ก็สามารถตรวจด้วยอุปกรณ์ขั้นสูงหรือการหลอมที่อุณหภูมิสูงก็ยังช่วยแยกแยะได้อยู่ เพราะเรเนียมมีจุดหลอมละลายสูงกว่า 3186°C เทียบกับทอง 1064°C ยังไงก็ละลายไม่พร้อมกัน 📝
แถมยังเป็นที่ถกเถียงอีกหลายข้อ มีหลายคนมาแย้งว่าทองคำผสมเรเนียมนี่มันมีมาสักพักแล้ว ซึ่งเครื่องตรวจรุ่นใหม่ ๆ ก็สามารถตรวจได้เยอะแยะ บ้างก็บอกว่าจุดหลอมต่างกันเกินไปจนหลอมรวมกันยังไงก็ไม่มีทางเนียนกริ๊บได้หรอก และยังมีอีกหลากหลายความเห็น บอกเลยว่าถกกันสนั่นหวั่นไหว ! 🗣️
แต่ก็ลองมองอีกมุมนึงก็อดสงสัยไม่ได้ว่า "แล้วมันควรจะตรวจสอบลำบากด้วยเหรอ ของแบบนี้อะ ?" ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่ CZ เคยยื่นทองคำให้ Peter Schiff กลางเวทีแล้วถามว่า "อันนี้ทองจริงหรือทองปลอม ?" ตอนนั้นเล่นเอาปีเตอร์นิ่งไปเลย เพราะคนทั่วไปมันตอบไม่ได้อยู่แล้ว... ดังนั้นประเด็นสำคัญที่ควรถกเถียงกันอาจไม่ใช่ "ตรวจได้หรือยัง ?" แต่ควรเป็น "มันควรจะตรวจยากสำหรับคนทั่วไปขนาดนั้นเลยเหรอ ?" มากกว่านะสหาย... แล้วพวกเจ้าคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ ? ไหนแวะมาถกกันสิ๊ ! อยากฟัง ! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
รับจ้างวาด "ภาพตัวก้างปลา" กวาดรายได้กว่า 55 #Bitcoin !!! เขาคือศิลปินในตำนาน !!! 👨🎨
Andrey Petrov หรือที่รู้จักกันในชื่อ Shazow Bitcoin เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ชาวแคนาดา และศิลปินที่เสนอตัววาดภาพโครงก้างปลา (ตัว stick-man) เพื่อแลกค่าจ้างเป็น Bitcoin เมื่อตอนปี 2010 และด้วยการวาดภาพตัวการ์ตูนก้างปลาเนี่ยแหละสหาย... ทำให้เขาสะสม #BTC ไปได้มากถึง 55 BTC ในสมัยนั้น !!! 💰
ตอนนั้นเป็นช่วงที่ราคา Bitcoin ตก $0.50 (15 บาทกว่า) ต่อเหรียญ ซึ่งถ้าเป็นปัจจุบัน 55 BTC นั้นจะมีมูลค่ามากกว่า $5M (เกิน 173 ล้านบาทไทย) 🔥
พ่อหนุ่มคนนี้ยังเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ได้รับการนับถือ เพราะเขาได้มีส่วนสนับสนุนโครงการ Open-source หลายโครงการ ที่เด่น ๆ ก็เลยคือการเข้าร่วมพัฒนา btc-crawl ซึ่งเป็น crawler หรือตัวรวบรวมและสำรวจเครือข่ายโหนด Bitcoin และยังมี arbitrage bot ชื่อ liquid อีกอย่างก็คือ Python HTTP library ที่ใช้งานกันเป็นวงกว้าง ชื่อ urllib3 ⚒
✊ Bitcoin Adopter รุ่นบุกเบิก
ถ้าถามว่าใครยอมรับ Bitcoin คนแรก ๆ หนึ่งในนั้นก็เขานี่แหละสหาย Shazow เข้ามาในวงการ "โดยบังเอิญ" ที่ได้มารู้จัก Bitcoin เพราะมีคนดังในเว็บฟอร์รัม Bitcointalk ไปขอให้พี่แกวาดภาพก้างปลาให้ เป็นตัวก้างปลาส่ง BTC ให้กัน ภาพเดียวได้ไป 1 BTC ตอนนั้นมูลค่าเท่าเงินทอนก็จริง แต่นั่นก็ทำให้พี่แกได้รู้จัก Bitcoin
จากการบอกต่อกันไป ผลงานศิลปะแปลก ๆ ของเขาก็เริ่มมีคนจ้างเรื่อย ๆ คนที่สนใจใน Bitcoin ช่วงนั้นสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะมันดูสนุกและจำง่าย แต่ก็สื่อสารถึงเรื่องราวต่าง ๆ ในแวดวง Bitcoin ได้ดี 🎉
ต่อมาจากแค่วาดภาพก้างปลาก็เริ่มพัฒนาเป็นภาพเวกเตอร์ที่สวยงามยิ่งขึ้น เช่น ลงสีและแรงเงาจนเหรียญ Bitcoin ดูเป็น 3D มากขึ้น และแน่นอนว่าเรียกราคาได้แพงกว่าเดิม 💸
เขาสร้างรายได้รวมไปกว่า 55 BTC โดยมีช่วงที่โกยไปมากถึง 21 BTC ภายในสัปดาห์เดียวด้วย !!! 🔥
ผลงานที่โด่งกังที่สุดคือภาพก้างปลาของ Satoshi Nakamoto (ผู้สร้าง Bitcoin) ถือปืนเตรียมยืนสู้กับ Ben Bernanke (ที่ต่อมาก็ได้ขึ้นเป็นประทาน FED) เพราะจากปกติขายภาพละ 1 BTC แต่ภาพนี้เรียกราคาขึ้นมาถึง 2.14 BTC ในภาพเดียว (ซึ่งเป็นเงินหลายล้านบาทไทยแล้วในวันนี้) 🔫
ต่อมาก็มีแอบอัปเกรดงานเป็นภาพสี งานละ 2 BTC และจ่ายเพิ่มอีก 5 BTC หากต้องการให้ทำเป็นภาพเวกเตอร์บนดิจิทัล
และต้องบอกว่าพ่อหนุ่มคนนี้ดันเข้ามาถูกจังหวะ แปปเดียว Bull Run เลย ปี 2013 ราคา BTC พุ่งขึ้นไปถึง $30 ต่อเหรียญ รายได้จากงานแรกที่เขาขายไปเติบโตขึ้นมาราว +3,502% !!! 🚀
ประมาณ 2 ปีต่อมา ทรัพย์สินของ Shazow ก็มีมูลค่าสูงถึง $100,000 ซึ่งถือว่าเติบโตขึ้นมามหาศาล 👏
แต่น่าเสียดายที่เมื่อตรวจสอบจากข้อมูล On-chain เขาแอบขายออกไปเป็นมูลค่าราว $1.5M ในปี 2017 และ 2018 ซึ่งเขา HODL มาตั้งแต่ปี 2012 นับว่ากำไรท่วมท้นจนไม่รู้จะท่วมยังไงแล้ว และการใช้จ่าย BTC ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะมันคือเงิน มีไว้ใช้ สุดท้ายทุกคนทำงานหาเงินมาก็เพื่อใช้ชีวิตแหละเนอะ 😘
หนึ่งในผลงานชิ้นเอกของเขาคือภาพนักพัฒนา Bitcoin ชื่อดังอย่าง Gavin Andresen แต่เป็นเวอร์ชั่นก้างปลาสูบซิการ์ แถมกำลังอุ้มปืนไฟสาดเผากองเงิน Fiat ก้อนโต ใส่แว่นดำซะด้วย อย่างกับล้อมาจากหนังเรื่องคนเหล็ก (The Terminator) และตั้งชื่อภาพว่า "The Gavinator" โคตรเฟี้ยว !!! 55555 😎
พี่แกเคลื่อนไหวบนเว็บ Bitcointalk ไม่มากนักตั้งแต่ปี 2011 โดยจากแหล่งข้อมูลบอกว่าเขาเป็นคนถ่อมตัว แถมข้าไปเห็นกระทู้หนึ่งที่เขาตั้งให้ "จ้างมาก่อน วาดให้ก่อน ไว้จ่ายทีหลัง แต่อย่าลืมจ่ายน้า" อะไรประมาณนั้นด้วย ก็น่ารักดีนะ55555 🎨
บนเว็บ Bitcointalk มีคนเคยเสนอสัญญาจ้างรายสัปดาห์ให้เขาด้วย แต่ไม่รู้ว่าพี่แกรับไหมนะ เพราะไม่มีหลักฐานอะไรบอกว่ารับหรือปฏิเสธ 📜
พี่แกยังมีผลงานก้างปลาที่สื่อความหมายดี ๆ อีกเพียบ และภาพเหล่านั้นก็ช่วยสะท้อนแนวคิดของชุมชน Bitcoin ในยุคนั้นได้แบบโคตรเจ๋ง เป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ทิ้งไว้ ณ ช่วงเวลาแรกเริ่ม วันนี้มันมาไกลมาก Bitcoin เติบโตจนเกินกว่าหลายคนในยุคนั้นจะจินตนาการแล้ว ใครที่อยากชมตัวอย่างผลงานอื่น ๆ ของ Shazow ก็ลองเข้าไปดูได้จากแหล่งข้อมูลที่แปะใต้โพสต์แล้วกันนะสหาย หวังว่าจะอ่านสนุกกันนะ ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
เทวดาผู้พิทักษ์ #Bitcoin อย่าง Luke Dashjr แท้จริงคือผู้บุกเบิกสิ่งที่เรียกว่า Mining Pool 🤩
จากโพสต์ก่อน เราคงได้รู้จักกับ Luke Dashjr ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น "เทวดาผู้พิทักษ์ Bitcoin" เพราะเขาได้เริ่มเป็นอาสาสมัครในฐานะ BIP Editor ตั้งแต่ปี 2011 และได้สร้างคุณงามความดีรวมถึงช่วยปกป้องเครือข่าย Bitcoin จากเหตุการณ์สำคัญมาแล้วมากมายนับจากนั้น 👏
แต่พวกเจ้าหารู้ไม่สหาย ? ว่าหลังจากที่เขาเริ่มเป็น BIP Editor ในปีเดียวกันนั้นเอง เขาก็ได้สร้างสิ่งที่โลกต้องจารึกเอาไว้อีกอย่างในเวลาถัดมา ก็คือ "Mining Pool แห่งแรกของโลก" มันได้ถือกำเนิดขึ้น โดย Luke นี่แหละที่เป็นผู้ก่อตั้ง !!! 🌎
Pool แรกของโลกนี้ถูกเรียกชื่อว่า "Eligius" 🗣
นี่เป็นครั้งแรกที่มนุษยชาติจะได้ส่งกำลังขุดที่มีไป "รวมกัน" เพื่อช่วยกันขุด Bitcoin ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 💪
และด้วยการริเริ่มเปิด Pool ครั้งแรกของพ่อหนุ่มคนนี้ จึงได้มีเหล่านักขุดรายอื่น ๆ ที่ได้รางวัลเป็น Bitcoin กันถ้วนหน้ารวมแล้วเกินกว่า 300,000 #BTC ⛏
และเมื่อ 2023 ที่ผ่านมานี้เอง Luke ก็ได้เปิดตัว Mining Pool ใหม่ ที่ชื่อว่า "Ocean" 🌊
.
โดยโปรเจ็กต์นี้ระดมทุนได้ $7 ล้าน จากนักลงทุนมากมาย และหนึ่งในผู้ที่ร่วมลงทุนก็คือผู้ที่มอบฉายา "เทวดาผู้พิทักษ์ Bitcoin" ให้กับ Luke นั่นเอง คนนั้นก็คือ Jack Dorsey ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีต CEO ของ Twitter (ซึ่งเปลี่ยนเป็น X ไปแล้วตอนนี้) นั่นเอง !!! 🎉
Pool ที่ชื่อว่า Ocean ถูกออกแบบมาให้ช่วยเพิ่มความ Decentralized ให้กับการขุด Bitcoin มากขึ้นไปอีก เพราะค่าตอบแทนที่ได้จะแจกจ่ายให้กับเหล่านักขุดโดยตรงผ่านโปรโตคอล และให้ผู้ที่ตรวจสอบธุรกรรมเป็นเหล่านักขุด ไม่ใช่ให้ Pool เป็นคนตรวจ 👍
และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวของชายในตำนานนามว่า Luke Dashjr ผู้นี้นั่นเอง เอง เอง !!! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
Luke Dashjr อีกหนึ่งบุรุษในตำนาน... ผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น "เทวดาผู้พิทักษ์ #Bitcoin" !!! 😇
ฉายา "เทวดาผู้พิทักษ์ Bitcoin" ถูกแต่งตั้งและเรียกโดย Jack Dorsey ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีต CEO ของ Twitter (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น X ไปแล้ว) 🗣
Luke รู้จักกับ Bitcoin ตอนปี 2010 ณ ราคาแถว $0.3 (ราว 10 บาทไทย) 👀
นับตั้งแต่ปี 2011 ชายผู้นี้ได้สละเวลาตัวเองเพื่ออาสาเป็นผู้ดูแลตรวจสอบข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงและอัพเดทต่าง ๆ บนเครือข่าย Bitcoin หรือที่เรามักเรียกกันว่า BIP (Bitcoin Improvement Proposal) นั่นเอง เขาผู้นี้แหละที่เป็น BIP Editor ในสมัยนั้น และอย่างที่รู้กันว่างานส่วนนี้นับเป็นส่วนสำคัญเลยทีเดียวในระบบฉันทามติของ Bitcoin 🔎
ในช่วงที่เครือข่าย Bitcoin ได้มีการ Soft Fork ครั้งใหญ่เป็นครั้งแรก ณ ปี 2012 ข้อเสนอ "BIP 17" ของ Luke ได้เคยถูกโต้แย้งโดย "กลุ่มนักพัฒนาหลัก" ของเครือข่าย Bitcoin ในช่วงนั้น แถมยังมีการขอให้เขาถอนตัวออกจากโปรเจ็กต์ไปอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่า Luke ปฏิเสธ และยืนกรานจะผลักดันข้อเสนอ BIP 17 ต่อไป 💪
ตัดภาพมาจนทุกวันนี้... ข้อเสนอ BIP 17 ของ Luke ที่เป็นมาตรฐานของ Multi-Sig Wallet ได้ช่วยแก้ปัญหามากมาย การที่ธุรกรรม Bitcoin ต้อง Sign Transaction จากมากกว่า 1 คน... มันได้เพิ่มระดับความปลอดภัยอีกหลายชั้นให้แก่การทำธุรกรรม Bitcoin แถมยังสามารถนำไปใช้งานจริงได้อีกหลายกรณีนับไม่ถ้วน ทุกวันนี้ทุกคนต่างให้การยอมรับแล้วว่า BIP 17 ของ Luke มันช่วยให้เครือข่าย Bitcoin ก้าวหน้าขึ้นมามากจนเป็นอย่างทุกวันนี้ !!! 🙏
ในปี 2013 ซอฟต์แวร์ลูกข่าย (reference client software) ของ Bitcoin เคยเกิด "บั๊ก" (bug) ขึ้น จนก่อปัญหาให้ซอฟต์แวร์เวอร์ชัน 0.7 และ 0.8 มีการบันทึกธุรกรรมไม่เหมือนกัน !!! พอสองเวอร์ชั่นบันทึกธุรกรรมต่างกันแบบนี้ ตัวเครือข่ายบล็อกเชนก็เลยเกิดการ “Fork” แยกออกจากกันเป็น 2 เชน เป็นเรื่องเลยทีนี้... แต่เหล่าชุมชน Bitcoin ก็ได้ตอบสนองแก้ปัญหากันอย่างรวดเร็ว และหนึ่งในคนที่พบเจอบั๊กนี้ไวที่สุด ก็คือ Luke นั่นเอง !!! 😎
อีกเหตุการณ์คือสงครามที่ชื่อ "Block Size Wars" เป็นการถกเถียงที่ดุเดือดที่สุดเหตุการณ์หนึ่งบนหน้าประวัติศาสตร์ของ Bitcoin เลย เป็นข้อโต้แย้งว่าจะทำให้บล็อกในเครือข่ายมันจุธุรกรรมมากขึ้นได้อย่างไร เป็นเหตุการณ์ที่ความเห็นแต่ละฝ่ายไม่ลงรอยกันอย่างรุนแรง จนถึงขั้นมีกลุ่มคนที่ Hard Fork แยกตัวออกไปตั้งเครือข่ายใหม่เลย นั่นก็คือเครือข่าย "Bitcoin Cash" หรือ BCH นั่นเอง 🔥
แต่ท่ามกลางข้อถกเถียงที่แลดูจะทำให้ความคืบหน้าต่าง ๆ มันหยุดชะงักไปหมด กลับได้ไอเดียของ Luke นี่แหละ ที่ช่วยให้เกิดการ Soft Fork โดยใช้เทคโนโลยี SegWit และทำให้ขนาดบล็อกของ Bitcoin ใหญ่ขึ้นเป็น 4MB โดยไม่ต้องแยกไปตั้งเครือข่ายใหม่ 👏
นอกจากยังใช้เครือข่ายเดิมต่อได้ SegWit ยังเข้ามาช่วยจัดระเบียบธุรกรรม ทำให้แต่ละบล็อกสามารถยัดธุรกรรมเข้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ 🚌
ไม่เพียงเท่านั้น SegWit ยังช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างธุรกรรมแบบเก่า ที่อาจมีบุคคลที่สามมาเปลี่ยนแปลงเลข Transaction ID ได้ พอมี SegWit มาแก้ปัญหาตรงนี้ปุ๊บ ก็ดันเป็นการเปิดทางให้เกิดเทคโนโลยีสำคัญอย่าง Lightning Network ตามมาเฉยเลย !!! ทำให้เครือข่าย Bitcoin เรายังเป็นเครือข่ายเดิมที่พัฒนามาไกลจนถึงทุกวันนี้ ไอเดียของ Luke ในวันนั้นคือก้าวสำคัญเลย 🎉
เหตุคุการณ์ที่เล่าไปเกิดขึ้นช่วงปี 2017 และจบลงด้วยดี ความจริงก็มีเหล่านักขุด นักธุรกิจทั้งหลาย รวมถึงนักพัฒนาบางกลุ่ม ที่ไม่เห็นด้วยกับการ Soft Fork และใช้งาน SegWit แต่ Luke ก็คือหนึ่งในผู้ที่ยืนกรานสนับสนุนสิ่งที่เรียกว่า UASF (User-activated Soft Fork) หรือการ Soft Fork ที่ได้รับความเห็นชอบโดยเหล่าผู้ใช้งานในเครือข่ายนั่นเอง จนสุดท้ายข้อเสนอ BIP 148 ที่ให้เปิดใช้ SegWit ก็ได้เริ่มใช้งานจริง !!! 😍
เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกของโลกที่ UASF ถูกบังคับใช้จริง ถ้าเหล่าเครื่องขุดไม่ยอมอัพเกรดตัวเองตามให้ตรงกับกฎและข้อบังคับที่เหล่า Node กำหนด ก็จะไม่สามารถเข้าร่วมเครือข่ายได้ เป็นการประกาศชัยชนะของเหล่า User หรือ Node ต่าง ๆ พร้อมเป็นการประกาศอิสรภาพว่าเครือข่าย Bitcoin เป็นของผู้ใช้งานทุกคน ไม่ใช่แค่ของเหล่านักขุดหรือธุรกิจต่าง ๆ จนเกิดเป็นวัน "Bitcoin Independence Day" 🕊
สถิติภายในปี 2016 พบว่า... Luke คือหนึ่งในผู้พัฒนา Bitcoin ที่ติด Top 5 ของโลก โดยหากนับจำนวนการเปลี่ยนแปลงหรืออัพเกรดที่สร้างให้กับเครือข่าย Bitcoin จะถือว่า Luke มี "มากกว่า 1,000 ผลงาน" โดยนับหมดตั้งแต่แก้บั๊กเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงการเพิ่มฟีเจอร์ที่ซับซ้อนอย่าง SegWit ซึ่งตัวเลขมากกว่า 1,000 ผลงานนี้มีเพียง 5 คนในเครือข่ายเท่านั้นที่ทำได้ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นก็คือตัวผู้สร้างอย่าง Satoshi Nakamoto เอง และในปัจจุบัน Luke ถูกจัดให้เป็นผู้ที่เขียนข้อเสนอ BIP เยอะที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกเลย รองจาก Pieter Wuille
ผลงานล่าสุดที่ทิ้งไว้ให้โลก คงเป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ชื่อ Bitcoin Knots ขึ้นมา มันคือซอฟต์แวร์ทางเลือกเพียงไม่กี่ตัว ที่พัฒนาต่อยอดมาจากซอฟต์แวร์ต้นฉบับที่ผู้คนส่วนใหญ่ในโลกใช้งานกัน อย่าง Bitcoin Core อีกทีหนึ่ง โดยถ้าถามว่า Bitcoin Knots มีอะไรต่างไปจากของเก่า... หลัก ๆ ก็เป็น ฟีเจอร์พิเศษเพิ่มเติม, แก้บั๊กบางจุด, และอ็อพชั่นเสริมที่ไม่มีใน Bitcoin Core แบบดั้งเดิม ภายใต้กฎและเครือข่ายเดียวกัน แต่เราสามารถใช้งานซอฟต์แวร์ Bitcoin คนละตัวกันได้ นี่แหละความน่าหลงใหลของ Decentralization นี่แหละเสน่ห์ของ Bitcoin 💘
ปัจจุบันแม้จะไม่มีบริษัทไหนสนับสนุนทุนแล้ว และแม้ในชีวิตจริงต้องเลี้ยงลูกอีกนับ 10 ชีวิต Luke ยังคงถวายชีวิตเพื่อพัฒนาเครือข่าย Bitcoin ต่อไป ยังคงเดินหน้ามาหลายปีแล้ว และยังคงออกงานขึ้นเวทีเพื่อพูดต่อต้านระบบรวมศูนย์ พ่อหนุ่มคนนี้ทุ่มเทให้ #BTC แบบของแทร่จริง ๆ ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
ตลาดร่วง = ไปทำงาน แม็คโดนัลด์ !!! มุกนี้คืออะไร ทำไม McDonald's รับจบ ? 🍟
📉 ทุกทีสิน่า... เวลาตลาดแดงแป๊ด... จะชอบมีคนมาเล่นมุก "ใส่หมวกแดง เตรียมไปทำงาน McDonald's" บ้างก็บอก "เตรียมไปขายบิ๊กแม็ค" "เตรียมไปทอดเฟรนช์ไฟร์" "เตรียมกลับไปสมัครพาร์ทไทม์ที่แม็คโดนัลด์"
เฮ้ย ! มันคืออะไร ? ทำไมตลาดหมาทีไร แม็คโดนัลด์ต้องรับจบทุกที ? มุกอะไรครับเนี่ย... เห็นเขาเล่นกันทั่วบ้านทั่วเมือง... ไอเราก็อยากเข้าใจมุกบ้าง ! ไม่ต้องห่วงสหาย.... วันนี้ข้ามาเพื่ออธิบายให้ฟังแล้ว !!! 😆
🍔 อันดับแรกเลย มุกนี้... มันเป็น "มุกนำเข้าจากฝั่งตะวันตก" น่ะสหาย...
🍔 แถมเป็นมุกที่ "ไม่ได้ใช้แค่ในวงการคริปโต" แต่ใช้กัน "แทบทุกวงการ" ในฝั่งบ้านเขาเลย !!!
🔸 ตลาดหุ้น = หุ้นร่วง พอร์ตแตก ไปสมัคร McDonald’s
🔸 วงการ Startup = ธุรกิจเจ๊ง ไปสมัคร McDonald’s
🔸 ในห้องเรียน = สอบตก ไปสมัคร McDonald’s
🔸 ทำงาน = โดนไล่ออก ไปสมัคร McDonald’s
🔸 กีฬา, eSports, Poker = แพ้ติดกัน ก็ McDonald’s
เรียกได้ว่า "มุกคลาสสิค" ใช้ได้กับแทบทุกอย่างในชีวิต แม็คโดนัลด์นี่รับจบทุกงานเลย55555
🍔 ฝั่งคริปโตเราก็เอามาใช้ด้วยเช่นกัน ความหมาย คือ พอร์ตแตก / ช้อนหัก / โดนล้าง Position / เงินหาย / ติดดอย / ขาดทุนยับ → ต้องไปสมัครทำงานที่ McDonald’s
👉 เหตุผลที่มันต้องเป็น McDonald’s (ไม่ใช่ร้านอื่น):
- สมัครง่าย ไม่ต้องใช้วุฒิสูง
- เป็นงานแรกของหลายคน
- งานพาร์ทไทม์ของนักเรียน–นักศึกษา
- สมัครปุ๊บ แทบจะเริ่มงานได้ปั๊บ
- เป็นภาพจำของ “งานบริการ” ไม่ต้องอธิบาย
- ภาพจำเดียวกันแทบทั้งโลก !
- สาขาเยอะมาก รู้จักทั่วโลก
👉 เราอยู่ไทยอาจจะเห็นภาพไม่ชัด
แต่ถ้าวัดในระดับโลก McDonald’s ถือว่ามีคนรู้จักเยอะกว่ามากกก
🔸 เป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู๊ดอันดับ 1 ของโลก
🔸 เปิดก่อนหลายแบรนด์ อย่าง KFC มาเป็นสิบ ๆ ปี
🔸 ภาพจำมันคือ "ร้านขั้นพื้นฐาน" มาก ๆ !!!
ภาพจำของ McDonald’s ไม่ได้แคบอยู่แค่ว่าเป็น "แบรนด์ไก่ทอด", "แบรนด์เบอร์เกอร์", หรือ "แบรนด์เฟรนช์ไฟร์" แบบร้านอื่น ๆ
แต่มันมีภาพจำเป็น "ร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดชั้นเริ่มต้น" เป็นร้านพื้นฐานที่ใครคิดอะไรไม่ออกก็เดินเข้าได้เลย เป็นร้านที่สิ้นคิดเหมือนสั่งผัดกะเพราบ้านเราอะไรแบบนั้นเลยสหาย ไม่ใช่มื้อพิเศษอะไรสำหรับฝั่งบ้านเขา โคตรเป็นอาหารขั้นต่ำสุดในชีวิตประจำวัน ฟีลนั้นเลย55555 มันก็เลยไม่ใช่ต้องไปสมัครร้านอื่น แต่ต้องเป็นแม็คโดนัลด์ อันนี้เห็นภาพเนอะ ?
พูดง่าย ๆ ตรรกะของมีมนี้คือ:
ตลาดพัง = ชีวิตวนกลับสู่ baseline
และ baseline ของฝั่งเขา = McDonald’s 🍔
ส่วนเราก็ไปรับมุกจากเขามาเล่นอีกที
แต่ข้าก็ชอบมุกนี้อยู่นะ ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
"ควอนตัม เจ็ตส์" (Quantum Jets) เริ่มสนับสนุน #Bitcoin แล้ว !!! บินกันโลด ! 🛫
บริษัทเครื่องบิน Jet ส่วนตัว อย่าง Quantum Jets ล่าสุดมีข่าวว่าออกมาประกาศ "รับ #BTC" แล้ว ✈️🎉
Quantum Jets เป็นบริษัทตัวแทนผู้ให้บริการเครื่องบินส่วนตัวระดับบูติก (Boutique Broker) ก็คือระดับที่มี "ขนาดเล็กแต่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง" ⚙️💪
การตัดสินใจยอมรับ Bitcoin ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมในวงกว้างช่วงปี 2024-2025 ที่เหล่าผู้ให้บริการแบรนด์ดังหรูหราทั้งหลายเริ่มต่างหันมาเอาใจกลุ่มเศรษฐี Bitcoin (หรือเศรษฐีคริปโตอื่น ๆ) ที่ต้องการเก็บเหรียญของตัวเองไว้ โดยไม่แปลงเป็นเงิน Fiat 💰🎯
ในขณะที่บริษัทการบินส่วนตัวอีกหลายแห่ง (เช่น Bitlux, PVJets และ Fast Private Jet) ก็ต่างได้ออกมาประกาศ "ยอมรับ Bitcoiin" กันรัว ๆ เมื่อไม่นานมานี้เอง... มากันถี่ ๆ ติด ๆ กันเชียวแหละสหาย 🛩️🤩
ก็ไม่รู้ว่าทำไมกระแสนี้ถึงเริ่มกลับมาขับเคลื่อนในกลุ่มแบรนด์ระดับ Luxury กันต่อเนื่องอีกครั้งแบบนี้นะ แต่ถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าจับตามอง สุดท้ายแล้วจะผ่านมาและผ่านไปเหมือนสายลมเหมือนกับอีกหลายร้อยหลายพันข่าวทำนองนี้ที่เคยผ่านมาไหมนะ ? หรือมันจะเริ่มกลายเป็นก้าวใหม่ ๆ ของการใช้งาน Bitcoin จนเกิดเป็นแรงกระเพื่อมที่มีนัยยะสำคัญได้จริง ๆ มารอลุ้นและติดตามไปพร้อมกันเถอะสหาย ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
เที่ยวเอลซัลวาดอร์ตอนนี้... แจก #Bitcoin Passport ให้นั่งท่องเที่ยวด้วยสหาย !!! ✈️
เป็นที่ฮือฮากันมาก่อนหน้าแล้วเมื่อปลายปี 2023 ที่ประเทศเอลซัลวาดอร์ประกาศกฎหมาย Freedom Visa Program สำหรับผู้ที่เข้ามาลงทุนในประเทศด้วย Bitcoin เป็นมูลค่าอย่างน้อย 1 ล้านดอลลาร์ โดยจำกัดเพียง 1,000 คนแรกเท่านั้น แถมเป็นการให้สิทธิ์เป็นพลเมืองแบบ "เร่งด่วน" โดยกระบวนการให้สัญชาติถือว่าใช้ระยะเวลาน้อยกว่าวิธีทั่วไป 🛂
ซึ่งหากย้อนกลับไป... เอลซัลวาดอร์เป็นประเทศแรกของโลกที่รับ Bitcoin เป็น Legal Tender โดยประกาศให้ #BTC เป็นเงินถูกกฎหมายตั้งแต่ปี 2021 แล้ว ⚖️
และล่าสุด... น่ารักมาก นักท่องเที่ยวที่แวะไปเที่ยวเอลซัลวาดอร์จะได้การ์ด Bitcoin Passport เท่ ๆ คูล ๆ แถมน่ารัก แบบนี้ แจกให้ไปนักท่องเที่ยวด้วยนะ !!! ถือเป็นของสะสมสุดใจฟูจากการไปเที่ยวได้เลยนะสหาย เนื้อหาข้างในตอนเปิดมาก็น่ารักเวอร์ เขียนไว้ว่า... 😍
"ยินดีต้อนรับ!
คุณคือผู้ถือหนังสือเดินทางประเทศบิตคอยน์ (Bitcoin Country Passport) อย่างเป็นทางการแล้ว
ภารกิจของคุณ
หากคุณเลือกที่จะรับไว้…
ออกเดินทางเพื่อ สำรวจ เรียนรู้ และเก็บเกี่ยวทุกช่วงเวลาสำคัญ
จากการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง Bitcoin และประเทศเอลซัลวาดอร์
ระหว่างทาง ใช้พาสปอร์ตเล่มนี้เพื่อ
สะสมตราประทับ จากทุกสถานที่ที่คุณไปเยือน
บันทึกความคิด ความรู้สึก หรือแรงบันดาลใจ
บางทีหนึ่งในนั้นอาจมาจาก Satoshi Nakamoto
หรือแม้แต่จาก ประธานาธิบดี ของประเทศนี้เอง
พาสปอร์ตเล่มนี้คือพาสปอร์ตเล่มนี้คือ บันทึกความทรงจำของคุณ หลักฐานการมีส่วนร่วม และสัญลักษณ์ของการเป็นส่วนหนึ่งของประเทศแห่งบิตคอยน์ (Bitcoin Country)
พกมันไว้ด้วยความภาคภูมิใจ และจงจำไว้เสมอว่า คุณคือส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ที่กำลังถูกเขียนขึ้น"
น่ารักอะสหาย... ใครมีแพลนแวะไปเที่ยวกันบ้างเนี่ยแบบนี้... ชวนข้าไปด้วยสิ อยากได้เหมือนกัน ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstrFun Fact: วันนี้ ครบรอบ 10 ปี ที่ Lightning Network Whitepaper เผยแพร่สู่สาธารณะ 🧙♂️
📝 เจ้าของ Whitepaper คือ Joseph Poon และ Thaddeus Dryja
📝 Lightning Network คือเครือข่ายอีกชั้นหนึ่ง อยู่บนเครือข่าย Bitcoin
📝 Lightning Network ถูกออกแบบมาเพื่อให้การโอน Bitcoin รวดเร็ว ค่าธรรมเนียมต่ำ และรองรับธุรกรรมจำนวนมาก โดยธุรกรรมจะถูกดำเนินการนอกบล็อกเชน หรือที่เรียกกันว่าการทำธุรกรรมแบบ "off-chain" นั่นเอง
📝 Lightning Network จะดำเนินการผ่านเครือข่ายของช่องทางชำระเงินขนาดเล็ก (micropayment channels) แล้วบันทึกผลลัพธ์สุดท้ายกลับลงบนบล็อกเชน Bitcoin ทำให้ Bitcoin ใช้งานเป็นระบบชำระเงินในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
#Bitcoin #BTC #พ่อมดคริปโต #siamstr
แค่ไม่กี่ข้ามคืน สกุลเงิน "เรียลอิหร่าน" เสื่อมค่าลง "เกือบ 27 เท่า" !!! 📉🔥
ตกใจกันหนักมาก ! เวลาผ่านไปยังไม่ถึงสัปดาห์เลย จากเมื่อวันที่ 6 ม.ค. สกุลเงินเรียลอิหร่านยัง จากที่เคยใช้ประมาณ 1,346.52 เรียลอิหร่าน เพื่อแลกเงินไทย 1 บาทได้ ตอนนี้ต้องใช้มากถึง 36,222.08 เรียลอิหร่าน เพื่อแลก 1 บาทไทยเท่าเดิม !!! ใช้มากขึ้นเกือบ 2,700% !!! 😱
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นอะไร ? ก็หลายอย่างนะสหาย... แต่เรื่องที่เห็นได้ชัดข้อนึงคือ "การลงทุนในเงินที่ต้องผูกติดกับความน่าเชื่อถือและการตัดสินใจของกลุ่มคนใดกลุ่มหนึ่งล้วนมีความเสี่ยง" พวกเจ้าอาจสูญเสียทรัพย์สินและคุณภาพชีวิตที่ตรากตรำสร้างมาได้ภายในไม่กี่ชั่วข้ามคืน 💀
และก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อสกุลเงินไหนมันเสื่อมค่าลงฉับพลัน เมื่อเอาไปเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ มันก็จะมองเหมือนสกุลเงินอื่นขึ้นฉับพลันเหมือนกัน แต่ความจริงส่วนใหญ่แล้วสกุลเงินอื่นมันขึ้นจริง ๆ หรือเปล่า ? ทำไมถึงมีบางสกุลที่ต้องใช้เงินมากขึ้น "เกือบ 27 เท่า" เพื่อแลก 1 #BTC เท่าเดิม ? 🤔
❌ #Bitcoin มันขึ้น ?
✅ เงิน Fiat มันพัง
#siamstr
เวเนซุเอลา แอบซุก #Bitcoin ไว้มากถึง 600,000 #BTC จริงเหรอ ?! 🇻🇪
📝 ออกตัวก่อนเลยว่าเรื่องนี้ข้าไม่ได้วิเคราะห์เองนะสหาย แค่พยายามสรุปมาให้้แบบกระชับที่สุดจากเว็บข่าวอย่าง Cointelegraph เท่านั้น ดังนั้นโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านกันด้วย และถ้าจะให้ดีที่สุดคือเข้าไปอ่านถึงแหล่งอ้างอิงขั้นต้นแบบเต็ม ๆ ด้วยตัวเอง (เดี๋ยวแปะวาร์ปให้)
📌 สรุปแบบจั่วหัวก่อนเลยว่า... การคาดการณ์ว่าเวเนซุเอลาถือครอง Bitcoin แบบลับ ๆ รวมเป็นมูลค่าสูงถึง ~$60 Billion (เกิน 1.87 ล้านล้านบาทไทย) หรือราว ๆ 600,000 BTC นั้น... ยัง ไม่มีหลักฐาน On-chain ที่ตรวจพบและสรุปฟันธงได้จริง
🕵️♂️ ถ้าไม่ได้มาจากข้อมูล On-chain แล้วตัวเลข 600,000 BTC มันมาจากไหน ?
ถ้าให้ตอบแบบน่าผิดหวังหน่อย ๆ เลย... (แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้นะสหาย) มันเป็นเพียงการคำนวณเชิงทฤษฎีจากการขายทองคำของเวเนซุเอลา โดยในปีดังกล่าวเวเนซุเอลามีการขายทองคำไปราว 73 ตัน !!! นับเป็นปริมาณทองคำประมาณ 40% ของคลังสำรองประเทศ !!! แล้วนักข่าวที่ชื่อ Bradley Hope ก็ดันไปพาดหัวข่าวตั้งทฤษฎีว่าอาจจะขายเพื่อเปลี่ยนทองเป็น Bitcoin และเก็บซ่อนไว้เท่านั้นเอง
📊 เหล่าแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชนในข่าว ยังไม่พบหลักฐาน ว่ามีการซ่อนคลัง Bitcoin เอาไว้จริงอย่างที่อ้างถึง ซึ่งตัวเลขที่มีการติดตามได้จริงชี้ว่าเวเนซุเอลาอาจถือเพียงประมาณ 240 BTC แค่นั้นเอง ซึ่งก็ยังไม่ชัดเจน 100%
⚙️แต่ถามว่าการพาดหัวข่าวของนักข่าวคนดังกล่าวมันเลื่อนลอยจนไร้เหตุผลเลยไหม... ก็ไม่อยู่ดี เพราะเวเนซุเอลาก็เป็นประเทศที่มีการใช้คริปโตมานานแล้วจริง ๆ ตัวอย่างเช่น... Petro, การขายน้ำมัน, และยังใช้ในการชำระเงินข้ามประเทศ เป็นต้น
🪙 Petro
สกุลเงินดิจิทัลของรัฐเวเนซุเอลา (เปิดตัวปี 2018) ผูกกับน้ำมัน
ใช้เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรและทดลองใช้คริปโตในระดับรัฐ
➜ ปิดโครงการไปแล้ว
🛢️ การขายน้ำมัน
รัฐบาลเวเนซุเอลาใช้ คริปโตและกระเป๋าเงินดิจิทัล ในการรับชำระค่าน้ำมัน
แทนระบบธนาคารดั้งเดิม เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกอายัดเงิน
🌍 การชำระเงินข้ามประเทศ (Cross-border payments)
ใช้คริปโตโอนเงินระหว่างประเทศได้โดยตรง เวเนฯก็ทำ
ดังนั้น... การที่เวเนฯอาจจะเลี่ยงไปทางคริปโต และแอบมีปกปิดเส้นทางเงิน "ก็เป็นไปได้" แต่ยังเป็นแค่สมมุติฐาน 🧩
ความเป็นไปได้ที่ถูกสงสัยในข่าว... ก็อย่างเช่น:
🌀 Mixers = เครื่องมือ “ลบลายทางเงิน” บนบล็อกเชน
เป็นโปรโตคอลที่จะพยายามรวมเหรียญคริปโตจากผู้ใช้หลายรายเข้าด้วยกัน แล้วส่งเหรียญกลับออกไป เพื่อ ตัดความเชื่อมโยง ระหว่าง “ผู้ส่ง” และ “ผู้รับ”
🤝 OTC (Over-the-Counter)
ซื้อ–ขายคริปโตนอกตลาดกระดาน ไม่แสดงบน order book สาธารณะ อาจจะนัดซื้อ-ขายแบบชนมือกันแบบ P2P นั่นเอง
🧩 Fragmented wallets
แยกเงินก้อนใหญ่เป็นหลายกระเป๋า หลายธุรกรรม เพื่อลดความน่าสงสัย
⛏️ Mining
แม้แต่การขุดก็ยังโดนสงสัยว่าอาจเข้าข่าย เพราะด้วยพลังงานน้ำมันที่ประเทศเวเนซุเอลามี... จึงอาจมีต้นทุนที่ถูกในการขุดเหรียญใหม่โดยตรง ได้ “clean coins” หรือเหรียญเกิดใหม่ที่ไม่มีประวัติก่อนหน้า (ถึงแม้หลายคนจะแย้งว่าน้ำมันเวเนฯมันไม่ได้ใช้ง่ายขนาดนั้นก็เถอะนะ)
โดยสรุปนี่ก็เป็นเนื้อข่าวแบบกระชับ ที่ข้าก็ยอมรับว่าแอบประกอบความคิดเห็นจากภายนอกเข้าไปเยอะอยู่ ยังไงตามไปอ่านเนื้อข่าวจริง ๆ กันจะดีกว่า หรือใครคิดเห็นยังไงก็ลองมาแลกเปลี่ยนกันดูได้นะสหาย เอาเป็นว่ามาคอยจับตาดูสถานการณ์กันต่อไป ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
ชายคนนี้โดน "สุ่มจ้าง" ให้แต่งตัวประหลาดมาถือป้ายกลางแยก ค่าจ้างตั้ง 32 #Bitcoin !!! 💰🔥
ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน... แถม "รวย" เลยด้วยซ้ำ !!! ณ เว็บไซต์ Bitcoin Blogger มีชายคนหนึ่งได้ทำการ "สุ่มจ้าง" คนที่ไม่รู้จักบนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เขา "แต่งตัวประหลาด" (แบบในภาพเลยสหาย) เพื่อให้ไปยืนถือป้ายที่เขียนว่า "หยุดยั้ง FED ! ใช้ Bitcoin !!!" ท่ามกลางทางแยกที่มีผู้คนพลุกพล่านสัญจรเต็มไปหมด 🤣
แล้วคนรับงานก็ของแทร่ !!! พี่แกทำจริง ! ใจพี่แกโคตรได้... แต่ก็แลกมากับค่าจ้าง 32 #BTC ก็ถือว่าคุ้มสุด ๆ !!! (ถ้าพี่แกยังถืออยู่อะนะ ???) 💪
ที่ว่าคุ้มเพราะมองผ่านมุมมองของวันนี้ แต่ย้อนกลับไปในสมัยนั้นที่เหตตุการณ์นี้เกิดขึ้น ถือว่าค่าจ้างพี่แกน้อยนิดมากเลยนะสหาย 32 BTC ถือว่ามีมูลค่าเล็กน้อยมาก ๆ เพราะตอนนั้นเป็นตอนปี 2011 📅
แต่... แม้ตอนนั้นมันจะแทบดูไม่มีมูลค่า พี่แกก็ยังกล้ารับงานนี้และยอมทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อ Bitcoin คงไม่ใช่เพราะบ้าบิ่น แต่เพราะ "เข้าใจ Bitcoin ดี" ทำไมข้าถึงรู้เรื่องนี้ ? พี่แกไม่ได้บอกหรอก แต่ไปฟังเรื่องเล่าของพี่แกกันจะได้เข้าใจ 🗣
พี่แกเล่าว่าตอนแรกพี่แกจะออกไปยืนชูป้ายตามที่ถูกจ้างมานั่นแหละ แต่ดันติดฝน ก็เลยเลื่อนงานจ้างออกไปก่อน แต่โชคร้ายเพราะถัดมาอีกวันก็ฝนตกอีก แต่ถึงจะต้องตากฝนก็ช่างเพราะพี่แกจะต้องรีบทำงานนี้ให้เสร็จได้แล้ว พี่แกไปยืนตากฝนกลางแยกการค้าที่มีคนเดินซื้อของกันไปมาคึกครื้น ตั้งใจยืนตรงจุดที่เด่นที่สุด พร้อมใส่เครื่องหัวอลังการ (แม้แต่ตัวพี่แกยังบอกเลยว่ามันดูประหลาด) 🤡
พี่แกยืนถือป้ายแช่อยู่กลางแยกนั้นนานถึง 15 นาที ! ผู้คนที่เดินผ่านก็พากันจ้องมองพี่แกเยอะมาก และมี 4 คนเดินเข้ามาถามพี่แกเกี่ยวกับ Bitcoin ชายคนนี้บอกให้พวกเขาไปอ่านเอาเองในเว็บบิทคอยน์ดอทโออาร์จี (เว็บในตำนาน ที่ไม่รู้ตอนนี้เข้าไปจะยังโอเคไหม55555) ที่น่าสนใจคือ 3 คนในกลุ่มนั้นเป็นนักเรียนเศรษฐศาสตร์ พี่แกเลยแอบแซวว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดจาก FED นั่นแหละ55555 กับมีสาว ๆ มาขอถ่ายรูปด้วยอีก 2 คน อั๊ยย่ะ ! หวานเจี๊ยบบ... 😋
หลังยืนนานถึง 15 นาที พี่แกไม่คิดจะเลิก แต่เปลี่ยนจากยืนเป็นนั่งให้ดูเหมือนคนขอทาน และเปลี่ยนป้ายเป็นคำว่า "ไม่มีงานทำครับ ขอทำงานแลก Bitcoin" อย่างปั่น !!! น่าเสียดายที่ภาพตอนนั่งถือป้ายอันหลังสุดนี้เป็นเพียงเรื่องเล่า ไม่ได้ถ่ายภาพติดมาเพราะโดน รปภ. ที่รักษาความปลอดภัยให้ร้านค้าแถวนั้นไล่กระเจิงเสียก่อน ก็เล่นไปยืนขวางหน้าร้านเขาตั้งนานนิ จะรั่ว !!! 55555 😜
👉 เลขกระเป๋าของพี่แกคือเลขนี้:
15Qvts3L2ML538ybH3xP9hKrM282QS6NSL
เอาไปตรวจสอบ On-chain กันขำ ๆ ได้นะสหาย...
ว่ายังมีใครโอนเข้าไปอยู่ไหม มีงานจ้างเพิ่มเปล่า ?
ส่วนตัวข้าคงไม่ไปส่องอะ ขี้เกียจ แต่ขอระลึกถึงเรื่องราวสนุก ๆ นี้ เพราะวันนี้และเดือนนี้ก็ดันเป็นวันครบรอบ "15 ปี" ของเหตุการณ์ดังกล่าวพอดี (เรื่องเกิด 6 ม.ค. 2011 หมายถึงเรื่องนี้ถูกเล่าผ่านเว็บบล็อกวันนี้อะนะ) หวังว่าจะอ่านแล้วอมยิ้มกันนะ ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
ครบรอบ 17 ปี กำเนิด "Block 0" บล็อกที่เครือข่าย #Bitcoin เริ่มทำงานมาจนวันนี้ 🙏
วันนี้ เดือนนี้ (3 ม.ค.) แต่เป็นเมื่อปี 2009 บล็อกแรกสุดของเครือข่าย Bitcoin ได้ถือกำเนิดขึ้น ⏹
ซาโตชิ นากาโมโตะ เป็นผู้ขุด Bitcoin ในบล็อกแรกเริ่มของเครือข่าย ซึ่งมักถูกเรียกว่า "Genesis Block" ⛏
เหตุการณ์นี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่เครือข่ายบล็อกเชนของ Bitcoin เริ่มทำงานเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ! 💪
Genesis Block คือบล็อกแรกสุดของเครือข่ายบล็อกเชน จะนับเป็น "บล็อกต้นกำเนิด" ก็ว่าได้ ซึ่งกรณีพิเศษของบล็อกนี้คือ... มันจะไม่มีการอ้างอิงถึงบล็อกก่อนหน้า (ก็เพราะไม่มีบล็อกก่อนหน้า ตัวมันเองคือบล็อกแรก55555) เนื่องจากเป็นบล็อกที่ไม่มีแม้แต่ธุรกรรมข้างใน จึงยังไม่สมควรแม้แต่จะนับเป็น Block 1 ด้วยเหตุนี้เราจึงเรียกบล็อกต้นกำเนิดนี้กันอีกชื่อว่า "Block 0" 🧬
แต่ที่สำคัญคือ Block Subsidy ทั้งหมดที่ผลิตขึ้นในบล็อกนี้ จะ "ไม่สามารถนำไปใช้จ่ายได้" คำว่า "Block Subsidy" เรียกง่าย ๆ ก็คือเงินรางวัลที่คอยหล่อเลี้ยงนักขุดที่คอยทำหน้าที่ปิดบล็อกให้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าซาโตชิที่เป็นคนปิดบล็อกนี้ก็ไม่สามารถนำ Bitcoin ที่ได้จากการขุดบล็อกนี้ไปใช้จ่ายที่ไหนได้ทั้งนั้น ❌
ยุคสมัยนั้นยังไม่มีการ Halving เกิดขึ้น ใครขุดและปิดบล็อกได้ก็จะได้รางวัล 50 BTC ไปเลยเต็ม ๆ บวกกับค่าธรรมเนียมธุรกรรมในบล็อกนั้น ๆ ไปอีกต่างหาก เว้นแค่ Genesis Block ที่ไม่มีการทำธุรกรรมมาก่อนหน้า จึงไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ ในบล็อกเลย มีแค่รางวัล 50 BTC เพียว ๆ ในบล็อก (แถมตามเงื่อนไขข้างต้นคือเอาไปใช้ไม่ได้อีกต่างหาก55555) ✍
สิ่งที่คนมักพูดถึงเกี่ยวกับบล็อกนี้ คือ ข้อความในบล็อกที่เป็นพาดหัวบทความหนังสือพิมพ์ของ The Times ที่เขียนเอาไว้ว่า: "The Times 03/Jan/2009 Chancellor on brink of second bailout for banks." (หนังสือพิมพ์ The Times 3 มกราคม 2009 รัฐมนตรีเตรียมให้เงินช่วยเหลือธนาคารต่าง ๆ ครั้งที่สอง) เป็นข้อความถึงการตระหนักถึงพิษภัยของเงินเฟ้อที่กำลังจะเกิดขึ้นจากการทำงานของรัฐ 📌
อีกความพิเศษของบล็อกนี้ คือ "มีคนโอน #BTC เข้าไปเรื่อย ๆ" เป็นวัฒนธรรมอีกอย่างที่เห็นกันประจำ บ้างก็เพื่อขอบคุณซาโตชิที่สร้างเงินที่ดีให้โลก บ้างก็ว่าเพราะอยากลอง "เผาเหรียญ" ให้ Supply มันหายไป เป็นการคืนกำไรแก่ทุกคนในเครือข่าย บ้างก็พูดเล่นขำ ๆ ก็มี เช่น เผื่อซาโตชิลุกมาแจกแอร์ดรอป5555555 🤣
"กระเป๋าเก็บ Bitcoin" ที่เกิดจาก "Block 0" (Genesis Block) มักโดนเรียกสั้น ๆ ว่า "กระเป๋า 1A1zP" เพราะหมายเลขกระเป๋าเต็ม ๆ มันคือ "1A1zP1eP5QGefi2DMPTfTL5SLmv7DivfNa" ใครอยากรู้ว่าตอนนี้มีคนโอนเข้าไปเท่าไรแล้วก็ลองเอาเลขไปตรวจสอบ On-chain กันดูนะ5555555 👜
และวันนี้ก็เป็นวัน "ครบรอบ 17 ปี" ที่ Genesis Block ได้ถือกำเนิดขึ้น และเครือข่าย Bitcoin ได้เริ่มทำงานมาจนถึงทุกวันนี้ !!! 🎉
หวังว่าจะอ่านสนุกกันนะสหาย ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อรวยสอนลูก Robert Kiyosaki โพสต์ยาวส่งท้ายปี เรื่อง ทองคำ แร่เงิน และ #Bitcoin 🤩
เดี๋ยวแปะต้นโพสต์ให้นะสหาย แต่มันยาวมาก ! และเป็นภาษาอังกฤษล้วนด้วย (ก็ถ้าโรเบิร์ตพิมพ์ไทยสิแปลก55555) โพสต์นี้ข้าก็เลยมาแปลข้อความสุดยาวส่งท้ายปีของพี่แกให้ฟังนะ เป็นมุมมองเกี่ยวกับ "ทองคำ แร่เงิน และ #BTC" ซึ่งอ่านแล้วมันน่าสนใจและมีประเด็นให้คุยกันเต็มไปหมดเลยล่ะ... 👀
====================
ทองคำ แร่เงิน และ Bitcoin: จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่เหลืออะไรให้ซื้อแล้ว
ผู้คนเฝ้าตั้งคำถามผิด ๆ
ชอบถามว่า
“ทองคำราคาเท่าไหร่แล้ว ?”
“แร่เงินราคาเท่าไหร่แล้ว ?”
“Bitcoin ราคาเท่าไหร่แล้ว ?”
เป็นวิธีคิดแบบมือสมัครเล่น
คำถามที่แท้จริงคือ:
จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่เหลืออะไรให้ซื้อแล้ว ?
เพราะในตอนจบของทุกวัฏจักรการเงิน ราคาจะไม่สำคัญอีกต่อไป
ยังมีของให้ซื้อได้ไหมต่างหาก
ผมศึกษาเรื่องเงินมาหลายสิบปี ผมผ่านช่วงเงินเฟ้อ วิกฤต ฟองสบู่ และช่วงที่รัฐพิมพ์เงินมาอุ้มเศรษฐกิจ และประวัติศาสตร์ก็วนซ้ำแบบเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า
เมื่อความเชื่อมั่นในเงินกระดาษพังทลาย ผู้คนจะไม่ถามว่า
“ราคามันถูกแค่ไหน ?”
แต่จะถามว่า
“ยังหาซื้อมันได้หรือเปล่า ?”
ซึ่งเป็นช่วงที่สายไปแล้วสำหรับคนส่วนใหญ่
นี่คือสิ่งที่พ่อรวยสอนผม:
เงินหาใช่สิ่งที่รัฐบาลบอกว่าเป็นเงิน
เงินคือสิ่งที่ผู้คนยอมรับ ยามที่ไม่มีใครเชื่อในคำมั่นสัญญาอีกต่อไป
ทองคำและแร่เงินผ่านพ้นทุกจักรวรรดิมาได้เพราะไม่ต้องเชื่อถือใครอื่น ไม่มีต้องมีคู่สัญญา ไม่ต้องมีคำมั่น ไม่ต้องพึ่งธนาคารกลาง
Bitcoin ก็มีตัวตนอยู่ด้วยเหตุผลเดียวกัน
ไม่ใช่เพราะมันสมบูรณ์แบบ
แต่เพราะมันอยู่นอกระบบ
ผมจึงไม่มานั่งเถียงเรื่องทองคำกับ Bitcoin
ผมถือทั้งคู่
ผมไม่เลือกปฏิบัติกับสิ่งใดก็ตามที่ช่วยปกป้องผมจากเงินปลอม ๆ
คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้:
เราไม่ได้กำลังเห็นราคามันขึ้น
เรากำลังเห็นมูลค่าเงินกระดาษมันลง
ยามที่ต้องใช้เงินดอลลาร์จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อจะซื้อแร่เงินหรือทองคำปริมาณเท่าเดิม ไม่ได้หมายความว่าพวกแร่มีค่ามัน "แพงขึ้น"
แต่หมายความว่าเงินดอลลาร์นั้นมันอ่อนแอลง
และนี่คือเรื่องที่ไม่มีใครอยากพูดถึง
แร่เงินไม่ได้เป็นแค่เงิน
แต่เป็นฝังอยู่ในโครงสร้าง
- อยู่ในแผงโซลาร์เซลล์
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- เครื่องมือแพทย์
- ระบบป้องกันภัย
- โครงสร้างพื้นฐานของ AI
ทองคำส่วนใหญ่นอนอยู่ในห้องนิรภัย
แต่แร่เงินถูกใช้งานจริง
เมื่อใช้แล้ว ก็หมดไป
ตอนของมันขาดจึงมีผลกว่ากราฟราคา
และตอนนี้รัฐบาลต่าง ๆ เริ่มตื่นแล้ว
เมื่อประเทศต่าง ๆ เริ่มกักตุนโลหะมีค่า
เมื่อมีการจำกัดการส่งออก
เมื่อธนาคารกลางเทขายพันธบัตรเพื่อมาซื้อทองคำ
นั่นไม่ใช่การเก็งกำไร
มันคือการเอาตัวรอด
Bitcoin นั้นต่างออกไป
มันพกพาได้
ไร้พรมแดน
มีจำนวนจำกัด
สิ่งนี้เกิดขึ้นในยามผู้คนต่างพูดว่า
“ไม่อยากเชื่อรัฐบาลอีกแล้ว”
แต่ความจริงอันโหดร้ายที่นักลงทุนส่วนใหญ่มองไม่เห็นคือ:
เมื่อความตื่นตระหนกมาเยือน คุณไม่ได้ไปซื้อสินทรัพย์ตอนนั้น
คุณต้องมีมันอยู่แล้ว
เพราะในวิกฤตจริง ๆ สิ่งที่จะหยุดหยุดชะงักก่อนไม่ใช่ตลาด
มันคือของในตลาด
ผมเลยพูดมาตลอดว่า:
คนเก็บออมคือผู้แพ้
ถ้าคุณเก็บออมเงินกระดาษ คุณกำลังเก็บสิ่งที่รัฐบาลสามารถสร้างได้ไม่จำกัด
ทองคำพิมพ์เพิ่มไม่ได้
แร่เงินพิมพ์เพิ่มไม่ได้
Bitcoin พิมพ์เพิ่มไม่ได้
นั่นแหละประเด็น
เพราะงั้นอนาคตไม่ใช่ว่าสินทรัพย์ตัวไหนจะราคาขึ้นมากที่สุด
แต่สินทรัพย์ไหนจะยังคงอยู่ตอนที่ความเชื่อมั่นหายไปต่างหาก
เพราะเมื่อไม่มีอะไรเหลือให้ซื้ออีกแล้ว…
ราคาจะไม่สำคัญอีกต่อไป
การมีของอยู่ในมือต่างหากที่สำคัญ
====================
อ่านจบแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างสหาย ? ใครเห็นตรงหรือเห็นต่างยังไงก็ลองมาแลกเปลี่ยนกัน... สวัสดีปีใหม่นะ ! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
หน่วยวัดไหนกันนะที่ผันผวน ? 🧙♂️
#BTC #Bitcoin #พ่อมดคริปโต #siamstr
อมยิ้มรสนมจากเต้า ! หรือจะเรียกว่า "ลูกอมนมแม่" ก็ได้นะน้องหนู ซื้อมาด้วย #Bitcoin 🤣
สหาย... หากเจ้าเป็นคนชอบลองลูกอมรสชาติแปลก ๆ แถมยังมี Bitcoin เยอะเกินไป ลองเอา #BTC อันแสนมีค่ามาละลายทรัพย์เล่นกับอมยิ้ม Lollyphile ดูไหม ? เพราะอมยิ้มแบรนด์นี้เขาขึ้นชื่อเรื่อง "รสชาติประหลาดไม่เหมือนใคร" 🍭
Lollyphile เริ่มต้นบริษัทด้วยการผลิตอมยิ้มรสไวน์, เบียร์, และสุราชนิดต่าง ๆ แถมเห็นชื่อรสชาติอมยิ้มทีนี่จิ๊ดจ๊าดโดนใจ เช่น รสไวน์แดงเมอร์โล, รสเบียร์ IPA (เบียร์ India pale ale ของอินเดีย), และรสเบอร์เบิ้นวิสกี้ อั๊ยย่ะ !!! เห็นแต่ละรสชาติแล้ว... ไม่น่าจะใช่อมยิ้มที่ทำมาให้เด็กอมแล้วแหละสหาย 🍺
แต่ถ้ามองว่ารสชาติเครื่องดื่มมึนเมาพวกนั้นเป็นรสชาติที่แปลกของแบรนด์นี้... ผิดมหันต์เลยสหาย !!! มันเป็นรสชาติที่ธรรมดาที่สุดแล้วต่างหาก เพราะพวกเจ้ากำลังจะได้เจอ... อมยิ้มรสเบคอนที่เคลือบด้วยน้ำเชื่อมเมเปิ้ล (maple bacon), รสเบคอนช็อคโกแลต, รสบลูชีส, รวมไปถึงรสวาซาบิและขิง 🤪
แต่ความจริง... รสชาติสำหรับเด็กก็มีนะ แค่น่าจะต้องเด็กมากเลย เพราะหนึ่งในรสที่แปลกที่สุดที่เป็นรสยอดฮิตบนหน้าเว็บไซต์ของบริษัทเสียด้วย ก็คือ... รส "นมจากเต้า" ใช่แล้วสหาย มันคืออมยิ้มย้อนวันวาน ที่จะทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ดูดนมแม่อีกครั้ง 🍼
แล้วไอรสนมจากเต้าที่ว่า... ครั้งหนึ่งมันเคยโดนเหมายกแพ็ค 1 กล่อง 36 ชิ้น อมกันจนปากเปื่อยจนแทบหย่านมแม่กันเลย แถมยังถูกซื้อด้วย 0.6 Bitcoin !!! ซึ่งสมัยนั้นตก BTC ละ $100 ก็เท่ากับเป็นมูลค่าราว $60 เท่านั้นเอง 🤏
แต่พอเทียบกับสมัยนี้... Bitcoin จำนวนนั้นจะมีมูลค่าราว $54,000 หรือประมาณ 1.7 ล้านบาทไทยเลยนะสหาย !!! แลกกับอมยิ้มรสนมจากเต้า 36 เม็ด !!! ป่านนี้คนซื้อรู้สึกยังไงบ้างนะ ? 💸
ก่อนจบขอย้ำคำเดิมสหาย การจะใช้จ่าย Bitcoin ไปกับอะไรนั้นไม่ใช่เรื่องผิด ส่วนตัวข้านับถือคนกล้าใช้ในฐานะส่วนเล็ก ๆ ที่ผลักดันการเกิด Adoption อยู่เสมอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารอยเท้าทางประวัติศาสตร์ของใครบางคนในวันนั้น ก็อาจกลายเป็นเรื่องให้เล่าสู่คนฟังและตลกขบขันไปจนถึงขั้นท้องแข็งกันจนวันนี้ ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
ทีวีซีรีส์เรื่องแรกของโลก ที่พูดถึง #Bitcoin บทละคร 14 ปีก่อน: "(#BTC) มันคืออนาคต" 🎬🔥
ละครทีวีเรื่องนี้จัดว่า "โด่งดังมาก" ในสมัยก่อน
ฉายยาวตั้งแต่ปี 2009 ถึง 2016 (ยิงยาว 7 ปี) !
มีตั้ง 7 ซีซั่น ! ชื่อเรื่อง "The Good Wife" 👏
📽 บทสนทนาตอนหนึ่งในเรื่อง:
นางเอก: "ฉันเข้าเน็ตแล้วไปซื้อ Bitcoin มาเมื่อคืน"
ตัวละครชาย: "จริงเหรอ มันคืออนาคต"
นางเอก: "ไม่รู้สิ ฉันไม่ได้รู้สึกว่ามันจะจริงนะ"
ตัวละครชาย: "ความจริงจะเปลี่ยน คอยดู"
ตัวละครชายยิ้มให้ จับมือลา และเดินจากไปหล่อ ๆ
ซีรีส์ตอนดังกล่าวออกฉายช่วงปลายปี
และหลังจากนั้น ในปีถัดไป (2012) ...
Bitcoin ก็ถูกซื้อขายกันแถวราคา $3
ก่อนจะพุ่งเป็นจรวด "ราว 3 ล้าน% !"
มาสู่ราคาในปัจจุบันที่เราอยู่กันนี้ 🚀
และวันนี้ก็เป็นวันครบรอบ 14 ปีแล้ว
ที่ละครตอนดังกล่าวออกฉายพอดี 🎉
แหม่... ไม่รู้ว่าตอนนั้นมีคนที่ดูละคร,
นักแสดง, หรือผู้กำกับ ซื้อไว้ไหม ?
ถ้าซื้อไว้และยัง HODL มาจนวันนี้
จะถือว่าเป็น "ละครก่อนกาล" เลย !
ของแทร่ !!! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
กำเนิดคำศัพท์ "HODL" เริ่มจากขี้เมาคนเดียว !!! 🤣
วันนี้ในปี 2013 บนฟอรัม Bitcointalk มีคนเมาคนหนึ่งโพสต์ถึง #Bitcoin โดยอธิบายว่า "ทำไมเขาถึงไม่ขาย แม้ว่าราคาจะร่วง"
ถ้าใครเข้าไปอ่านจะเห็นเลยว่า "เมาจริ๊งงง !!!" พิมพ์ผิดพิมพ์ถูก เว้นวรรคมั่วซั่วไปหมด เหมือนคนไม่มีสติแล้วพยายามจะกดคีย์บอร์ดให้ได้ เนื้อหาเท่าที่จับใจความได้คือประมาณว่า:
"ตรูพิมพ์หัวข้อนั้นซ้ำสองรอบ
เพราะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าพิมพ์ผิด
แต่ก็ยังผิดอยู่ดี ช่างแม่งเหอะ
แฟนไปบาร์เลสเบี้ยน BTC ก็ดิ่ง"
เปิดหัวมาก็ฮาลั่นเลย อะไรเนี่ย !
พี่แกเครียดหรอ ? โกรธแฟน ?
เจอวันแย่ ๆ มา ? หรืออะไร๊ ?! 😂
หลังจากระบาย พี่แกก็พิมพ์ต่อ:
"ทำไมตรูยังถืออยู่ ? จะบอกให้
เพราะตรูเป็นเทรดเดอร์ห่วย ๆ
และตรูรู้ตัวดี ว่าตรูมันห่วย
พวกเทรดเดอร์เก่ง ๆ น่ะ
มองเห็นจุดสูง-ต่ำปั๊บปุ๊บปั๊บ
ปิ๊ดปั๊ดพั๊บวิงว่องวัง ๆ
แล้วก็ทำเงินล้านสบาย ๆ
ชิลครับพี่ชาย"
ซาวด์เอฟเฟ็กต์มาเต็ม !!!
อย่างลั่น55555555 😆
"ขณะเดียวกัน พวกใจบางก็...
'โอ้ มันร่วงว่ะ ขายละนะ ฮี่ฮี่ฮี่'
แล้วพอพวกเทรดเดอร์เก่ง ๆ
มาซื้อกลับ พวกมันก็จะแบบ
'โอ้ยเห็นราคาละเจ็บใจสัส'
แต่รู้มั้ย ? ผมไม่ใช่พวกนั้น"
เฮ้ย !! เมาจริ๊งง !!! 555 🤣
พิมพ์ออกรสออกชาติจังวะ
"เวลาเทรดเดอร์พวกนัั้นซื้อคืน
ผมก็ยังอยู่ในตลาดอะค้าบ
พวกเอ็งเล่นโกงใครอยู่หรอ
พวกนักเทรดรายวันโน่น
ไม่ใช่ตรู~!"
เฮ้ย ไปทางเก่งซะด้วย 😆
“พวกกระทู้ล่อเป้าพวกนั้นที่พูดว่า
‘โอ้ววว มึงควรขายไปแล้วนะ!’
เชี่ยไร ไม่มีเชี่ยไรควรขายทั้งนั้น
ตรูนี่ต้องขายก่อนทุกคนขาย
ตรูนี่ต้องซื้อก่อนทุกคนซื้อ
แต่รู้ไหม ไม่ใช่ทุกคนจะเก่ง
จะเท่ได้เท่าพวกเมิงหรอก"
น่าจะไปอ่านกระทู้คนอื่นมา
แล้วน่าจะหัวร้อน ขายไม่ทัน
ยิ่งอ่านยิ่งขำจังวะ5555 😂
"เมิงจะขายตอนเข้าตลาดหมี
ก็ต่อเมื่อมึงเทรดเก่งจริง
ไม่ก็กากแต่มโนว่าเก่ง
ส่วนคนอื่นระหว่างนั้นเหรอ
เขาถือต่อกันโว้ย
ในเกมการพนันแบบนี้อะ
พวกเทรดเดอร์จะมาเอา
เงินไปจากเมิงได้ ก็แค่...
ต่อเมื่อเมิงยอมขายเองไง"
ไอดอล ขวัญใจสายถือยาว
เอาเรื่องจัดอะพี่ชาย555 🤣
"เอาล่ะ ตรูเพิ่งดกวิสกี้ไป
เอาจริงบนขวดสะกดว่า whisky
ช่างมันเถอะ
ฟ้องตรูเลย
(แต่ต้องจ่ายค่าปรับเป็น #BTC ได้นะ)"
โห พี่ชาย... โดนไปกี่ขวดวะเนี่ย !
โดยกระทู้ทั้งหมดที่เล่ามานั้น...
ใช้ชื่อหัวข้อว่า "I AM HODLING"
น่าจะเมาแล้วพิมพ์สลับกันแหละ
จากคำว่า HOLD (ที่แปลว่า "ถือ")
เลยเขียนเป็น "HODL" เฉยเลย
และกลายเป็นตำนานเล่าขานกันมา
คำนี้เลยไวรัลและใช้กันมายาวนาน
จนทุกวันนี้ก็ยังใช้กันอยู่เลย !!! 🤣
และวันนี้ก็ "ครบรอบ 12 ปี" แล้ว !
(กระทู้โพสต์วันที่ 18 ธ.ค. 2013)
ถือเป็นวันกำเนิดคำว่า "HODL" !
ก็พี่ชายคนเมาคนนี้แหละสหาย...
ที่เมาพิมพ์ผิดแล้วเกิดเป็นคำนี้...
เอ้า !!! ชาบู !!! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
COLDCARD อุปกรณ์ hardware wallet ที่ออกแบบมาเพื่อ #Bitcoin โดยเฉพาะ เน้นความปลอดภัย สามารถทำธุรกรรม #BTC แบบ "Air-gapped" ได้ (คืออุปกรณ์ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยซ้ำ) 💳
วันนี้ เป็นวันครบรอบ 8 ปี ที่ Coldcard ได้เปิดตัวออกสู่ตลาด ! โดยได้เปิดตัววันแรก วันที่ 14 ธ.ค. 2017 !!! 👏
ไหนใครเคยลองใช้งานกันดูแล้วบ้างสหาย ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
ครบรอบ 15 ปี "วัน La Fuga" การจากไป พร้อม "คำเตือนสุดท้าย" ของซาโตชิ 👤
📌 เรื่องราวในตำนาน ก่อนคำเตือนครั้งสุดท้าย:
หลังจากประกาศชัดเจนเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2011 แล้วว่า "จะย้ายไปทำอย่างอื่น" การปรากฏตัวของ Satoshi ก็ค่อย ๆ เลือนหายไปเหมือนเงาที่ถอยลับจากฉากหลังของโลกดิจิทัล
แน่นอน... เขาไม่ได้หายวับไปทีเดียว เขายังคงมาพิมพ์ตอบคำถามในฟอรัมบ้างบางครั้ง ตอบพวกคำถามเฉพาะทาง แต่เขาก็แทบไม่โผล่ในห้องแชทอีกเลย และจำกัดการสื่อสารไว้เฉพาะกับ Gavin และนักพัฒนาจำนวนไม่มากนักผ่านอีเมลที่เริ่มห่างหายเป็นช่วง ๆ
ในปลายปีนั้นเกิดสิ่งเล็ก ๆ อย่างหนึ่งซึ่งกลายเป็นสัญญาณใหญ่... เมื่อ Satoshi ถาม Gavin ว่าควรนำอีเมลของเขาไปใส่บนหน้าเว็บไซต์ #Bitcoin เพื่อเป็นช่องทางติดต่อหรือไม่ แต่ไม่นานนัก Gavin ก็พบว่าอีเมลเดิมของ Satoshi หายไปจากระบบราวกับถูกดึงออกอย่างตั้งใจ
และในวันนี้ เดือนนี้ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว (13 ธ.ค. 2010) คือช่วงเวลาที่โลกได้เห็นข้อความสาธารณะจากเขาเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งข้อความดังกล่าวแลดูต่างไปจากทุกที เพราะมันไม่ใช่การประกาศกร้าวว่า Bitcoin จะมาเปลี่ยนโลกแต่อย่างใด ไม่ได้ดูยิ่งใหญ่เหมือนทุกที...
แต่ข้อความสุดท้ายดันเป็นเพียงการประกาศเปิดตัวซอฟต์แวร์ Bitcoin เวอร์ชัน 0.3.19 เท่านั้น พร้อมกับคำเตือนสุดท้ายก็ก่อนจะหายไปตลอดกาล “ยังมีวิธีโจมตี Bitcoin อีกหลายทาง กว่าที่ฉันจะนับได้”
หลังจากข้อความสุดท้ายนั้น... ก็ไม่มีใครได้เห็น Satoshi อีกเลย... ทุกสิ่งก็เงียบลง แต่โลกกลับไม่หยุดตามหาเขา ชุมชนในห้องแชทเริ่มผสมผสานเบาะแสเล็ก ๆ น้อย ๆ เข้าด้วยกันเพื่อพยายามตั้งข้อสงสัยว่าใครคือ Satoshi แต่ทั้งหมดก็ล้วนเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน และบุคคลนิรนามผุ้สร้าง Bitcoin ก็ได้หายไปจากโลกออนไลน์ตลอดการนับแต่นั้นมา 👀
ตึงเปรี๊ยะ !!! นั่นก็คือเรื่องราวในตำนานของ Satoshi Nakamoto นะสหาย ก่อนเขาจะหายไปตลอดกาล เป็นข้อความสุุดท้าย ที่สุดท้ายจริง ๆ ไม่ได้บอกลา (เพราะบอกไว้ก่อนนานแล้ว) แต่มาอัพเดทซอฟต์แวร์ กับคำเตือนแสนเรียบง่ายก่อนจะจากไปเท่านั้นเอง 👏
ทุกวันนี้เครือข่าย #BTC มันเติบโตขึ้นมาก แข็งแกร่งเกินกว่าผู้มีอำนาจใดจะมาโจมตีตามอำเภอใจอย่างง่ายดายได้แล้ว มันมาไกลมาก ๆ กลายเป็นเรื่องราวระดับโลกอยู่จนทุกวันนี้เลยแหละ ถ้าพี่แกยังอยู่คงจะภูมิใจนะ 💪
เหมือนในหนังเลยเนอะ !!! อย่างกับในฉากภาพยนตร์ ! และวันนี้ก็เป็นวันครบรอบ 15 ปี "ข้อความสุดท้ายจาก Satoshi Nakamoto" ถูกตั้งชื่อว่า "วัน La Fuga" (มาจากภาษาสเปน/อิตาลี) แปลว่า "การหายตัวไป" โดยน่าจะใช้คำนี้ให้มันเข้ากับบรรยากาศเหมือนในหนังนั่นแหละ คำมันฟังดูเป็น Chapter บทละครดี สุขสันต์วัน La Fuga นะสหาย 🙏
📝 ปล. บางเว็บไซต์อาจระบุว่าเป็นวันที่ 12 ธ.ค. 2010 แต่ถ้าว่ากันตามเวลาบ้านเรา มันเลยเที่ยงคืน เลยนับเป็นวันที่ 13 ธ.ค. 2010 แล้ว ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
ครบรอบ 17 ปี วันกำเนิด #Bitcoin Mailing List !!!
💬 ผู้สร้าง #BTC ซาโตชิ นากาโมโตะ ได้เริ่มต้น Bitcoin Mailing List บนเว็บ SourceForge พร้อมกับข้อความต้อนรับสั้น ๆ ว่า:
“Welcome to the Bitcoin mailing list!” (ยินดีต้อนรับสู่ Bitcoin Mailing List !)
📩 Mailing list คือ การรวมรายชื่ออีเมลสำหรับส่งข้อความหา "สมาชิกหลายคนพร้อมกัน” คล้าย ๆ เป็นแชทกลุ่มฉบับอีเมลนั่นแหละสหาย คือเป็นการคุยอีเมลที่แยกเธรดได้แบบฟอรัม อะไรแบบนั้น
💪 และ Mailing List ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "Bitcoin Mailing List" นี้ก็ได้เป็นศูนย์กลางสื่อสารแรก ๆ ของเหล่านักพัฒนาและผู้ที่สนใจใน Bitcoin
🗓️ อย่าสับสนไทม์ไลน์นะสหาย... ซาโตชิ ส่ง "Bitcoin White Paper" ให้เหล่า Mailing List วันที่ 31 ต.ค. 2008 แต่นั่นเป็น Cryptography Mailing List คือกลุ่ม Mailing List ของคนที่สนใจเทคโนโลยีศาสตร์การเข้ารหัส Cryptography เท่านั้น แต่ Mailing List ที่เกิดขึ้นภายหลังในวันนี้ 10 ธ.ค. 2008 คือ Bitcoin Mailing List เป็น Mailing List เกิดใหม่ที่ว่ากันด้วยเรื่องของ Bitcoin โดยเฉพาะ ✍️
👉 ต่อมา... เมื่อเครือข่าย Bitcoin เริ่มเติบโตและชุมชนต้องการพื้นที่ที่รองรับการสนทนาทางเทคนิคได้มากขึ้น Mailing List เดิมจึงค่อย ๆ พัฒนาและถูกย้ายมาอยู่บน Google Groups แทน กลายมาเป็น Bitcoin Development Mailing List ที่หลายคนอาจรู้จักกันอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง !!! 🎉
สุขสันต์วัน "The Bitcoin Mailing List Begins" นะสหาย !!! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr