ในยุคที่คนยังคุ้นชินกับ "เงินสดกายภาพ" ยุคนั้นเองก็เคยมี "ตั๋ว #Bitcoin กายภาพ" 😲
ย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อน (9 พ.ค. 2011)
เป็นยุคที่ผู้คนยังใช้ "ธนบัตร" กับ "เหรียญ"
ถนัดใช้เงินที่จับต้องได้ (ไม่ได้โอนออนไลน์)
ทำการซื้อ-ขายกันในชีวิตประจำวัน 🤝
ผู้คนส่วนใหญ่คุ้นชินการหยิบเงินจากกระเป๋า
แล้วส่งต่อกันแบบมือถึงมือ ไม่เหมือนทุกวันนี้
ที่โอนเงินกันออนไลน์ ส่วนใหญ่เป็นดิจิทัล 🌐
และ "วันนี้ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว" ก็ได้มี...
"ตั๋ว Bitcoin กายภาพ" เกิดขึ้นมา...
เพื่อตอบโจทย์ผู้คนในยุคนั้นด้วย !!! 😍
โดย Bitbills เป็นเจ้าแรกสุดที่เริ่มทำ !!!
เรียกว่าเป็นผู้ให้กำเนิด "ตัวแทน #BTC"
ที่ผู้คนสามารถหยิบจากกระเป๋ามาจ่ายได้
เป็น Bitcoin กายภาพเจ้าแรกที่โลกเคยมี
และมีผู้คนใช้งานกันจริง ๆ ด้วยในยุคนั้น ✨
Bitbills เป็นการ์ดพลาสติกที่มีคีย์ข้างใน
ฝังเป็น QR Code เอาไว้ภายในการ์ด
(คีย์ที่ว่า ก็คือ private key นั่นแหละ) 🔑
การ์ดถูกออกแบบมาอย่างรัดกุม
ทำให้ QR Code ด้านในปลอดภัย
ถ้าพยายามจะแกะสแกน จะทิ้งรอย 🔍
แถมการ์ดยังติดโฮโลแกรม (สติ๊กเกอร์ 3D)
เพื่อให้แน่ใจว่าการ์ดไม่ใช่ของปลอม
แถมแปะปิดทับหน้า QR code เอาไว้ด้วย
ทำให้ยิ่งยากมากที่จะแกะดู QR Code
ยังไงก็เป็นที่สังเกตุแน่นอนหากโดนเปิด 🧐
และหากการ์ดยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ 100%
ผู้คนก็จะเชื่อว่ามี Bitcoin อยู่ในการ์ดเหล่านั้น
ดังนั้นตราบใดที่ private key ยังไม่ถูกเปิด
ผู้คนก็หยิบการ์ด Bitbills ขึ้นมาจ่ายได้
เหมือนธนบัตรที่มีตัวเลขมูลค่าระบุไว้ 💵
เหมือนกับแบงค์ 20 หรือแบงค์ 1,000
ตัวเลขหน้าการ์ด Bitbills ระบุไว้เท่าไร
ก็จะหยิบมาใช้จ่ายกันได้ตามมูลค่านั้น ✍
โดยในสมัยนั้น จะมีการ์ด 4 มูลค่าด้วยกัน
คือการ์ด 1 BTC, 5 BTC, 10 BTC และ 20 BTC
หยิบการ์ดส่งให้กันแทนเงินสดได้เลยทีนี้ 😜
แต่ถ้าการ์ดแอบมีทิ้งรอย เช่นโดนแกะ...
ก็จะไม่มีร้านค้าร้านใดรับเด็ดขาด !!! ⚠
เพราะมันแปลว่า private key ที่เก็บ BTC
อาจจะถูกร่วงรู้ไปแล้วก็เป็นได้ !!! 🔥
(เหมือนบัตรเติมเงินสมัยก่อนที่ถูกขูดแล้ว)
อยากได้การ์ด Bitbills ไว้ใช้เท่ ๆ ???
ต้องสั่งออนไลน์ และจ่ายด้วย BTC เท่านั้น
วิธีชำระเงินอื่นไม่มี (ซึ่งก็สมเหตุสมผล) 🛒
แต่เรื่องซอฟต์แวร์นี่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ...
ว่าต้องใช้เวอร์ชั่นไหน การ์ดเก่ามากแล้ว 💻
ตอนนี้ไม่รู้หาได้ที่ไหน... แต่เลิกผลิตแล้ว
เลิกผลิตไปตั้งแต่ 15 พ.ค. 2022 !!!
แอบน่าเสียดาย อยู่ได้แค่ 1 ปีนิด ๆ เอง
(แต่ก็ดี คุณสมบัติ BTC คือดิจิทัล ดีแล้ว)
สมัยนี้ไม่รู้มีใครหาสะสมกันหรือเปล่า 🤣
ใครยังมีเก็บไว้ ถ่ายรูปมาอวดกันบ้าง !!!
กระซิบหน่อยก็ดี ว่าสมัยนี้ราคาเป็นเท่าไร
อยากมีสักใบจัง ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
พ่อมดคริปโต
npub1l8dv...g6c8
สวัสดีสหาย ! ข้าชื่อ ชับบี้ เจ้าของเพจ พ่อมดคริปโต แต่เนื่องจากตอนนี้อยู่ใน Nostr ก็จะออกแนวพ่อมดบิทคอยน์แทน55555 😂
ในยุคที่คนยังคุ้นชินกับ "เงินสดกายภาพ" ยุคนั้นเองก็เคยมี "ตั๋ว #Bitcoin กายภาพ" 😲
ย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อน (9 พ.ค. 2011)
เป็นยุคที่ผู้คนยังใช้ "ธนบัตร" กับ "เหรียญ"
ถนัดใช้เงินที่จับต้องได้ (ไม่ได้โอนออนไลน์)
ทำการซื้อ-ขายกันในชีวิตประจำวัน 🤝
ผู้คนส่วนใหญ่คุ้นชินการหยิบเงินจากกระเป๋า
แล้วส่งต่อกันแบบมือถึงมือ ไม่เหมือนทุกวันนี้
ที่โอนเงินกันออนไลน์ ส่วนใหญ่เป็นดิจิทัล 🌐
และ "วันนี้ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว" ก็ได้มี...
"ตั๋ว Bitcoin กายภาพ" เกิดขึ้นมา...
เพื่อตอบโจทย์ผู้คนในยุคนั้นด้วย !!! 😍
โดย Bitbills เป็นเจ้าแรกสุดที่เริ่มทำ !!!
เรียกว่าเป็นผู้ให้กำเนิด "ตัวแทน #BTC"
ที่ผู้คนสามารถหยิบจากกระเป๋ามาจ่ายได้
เป็น Bitcoin กายภาพเจ้าแรกที่โลกเคยมี
และมีผู้คนใช้งานกันจริง ๆ ด้วยในยุคนั้น ✨
Bitbills เป็นการ์ดพลาสติกที่มีคีย์ข้างใน
ฝังเป็น QR Code เอาไว้ภายในการ์ด
(คีย์ที่ว่า ก็คือ private key นั่นแหละ) 🔑
การ์ดถูกออกแบบมาอย่างรัดกุม
ทำให้ QR Code ด้านในปลอดภัย
ถ้าพยายามจะแกะสแกน จะทิ้งรอย 🔍
แถมการ์ดยังติดโฮโลแกรม (สติ๊กเกอร์ 3D)
เพื่อให้แน่ใจว่าการ์ดไม่ใช่ของปลอม
แถมแปะปิดทับหน้า QR code เอาไว้ด้วย
ทำให้ยิ่งยากมากที่จะแกะดู QR Code
ยังไงก็เป็นที่สังเกตุแน่นอนหากโดนเปิด 🧐
และหากการ์ดยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ 100%
ผู้คนก็จะเชื่อว่ามี Bitcoin อยู่ในการ์ดเหล่านั้น
ดังนั้นตราบใดที่ private key ยังไม่ถูกเปิด
ผู้คนก็หยิบการ์ด Bitbills ขึ้นมาจ่ายได้
เหมือนธนบัตรที่มีตัวเลขมูลค่าระบุไว้ 💵
เหมือนกับแบงค์ 20 หรือแบงค์ 1,000
ตัวเลขหน้าการ์ด Bitbills ระบุไว้เท่าไร
ก็จะหยิบมาใช้จ่ายกันได้ตามมูลค่านั้น ✍
โดยในสมัยนั้น จะมีการ์ด 4 มูลค่าด้วยกัน
คือการ์ด 1 BTC, 5 BTC, 10 BTC และ 20 BTC
หยิบการ์ดส่งให้กันแทนเงินสดได้เลยทีนี้ 😜
แต่ถ้าการ์ดแอบมีทิ้งรอย เช่นโดนแกะ...
ก็จะไม่มีร้านค้าร้านใดรับเด็ดขาด !!! ⚠
เพราะมันแปลว่า private key ที่เก็บ BTC
อาจจะถูกร่วงรู้ไปแล้วก็เป็นได้ !!! 🔥
(เหมือนบัตรเติมเงินสมัยก่อนที่ถูกขูดแล้ว)
อยากได้การ์ด Bitbills ไว้ใช้เท่ ๆ ???
ต้องสั่งออนไลน์ และจ่ายด้วย BTC เท่านั้น
วิธีชำระเงินอื่นไม่มี (ซึ่งก็สมเหตุสมผล) 🛒
แต่เรื่องซอฟต์แวร์นี่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ...
ว่าต้องใช้เวอร์ชั่นไหน การ์ดเก่ามากแล้ว 💻
ตอนนี้ไม่รู้หาได้ที่ไหน... แต่เลิกผลิตแล้ว
เลิกผลิตไปตั้งแต่ 15 พ.ค. 2022 !!!
แอบน่าเสียดาย อยู่ได้แค่ 1 ปีนิด ๆ เอง
(แต่ก็ดี คุณสมบัติ BTC คือดิจิทัล ดีแล้ว)
สมัยนี้ไม่รู้มีใครหาสะสมกันหรือเปล่า 🤣
ใครยังมีเก็บไว้ ถ่ายรูปมาอวดกันบ้าง !!!
กระซิบหน่อยก็ดี ว่าสมัยนี้ราคาเป็นเท่าไร
อยากมีสักใบจัง ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
งบ 22.5 ล้าน เลยนะโว้ย !!! โปรเจกต์ใหญ่ ยูโน๊ว ??? 🤣
#siamstr
งบ 22.5 ล้าน เลยนะโว้ย !!! โปรเจกต์ใหญ่ ยูโน๊ว ??? 🤣
ครบรอบ 14 ปี นิตยสาร #Bitcoin Magazine สื่อหลักเรื่อง #BTC เจ้าแรกของโลก !!! 📰🎉
ก่อนที่พวกเขาจะร่วมกันก่อตั้งเครือข่าย #Ethereum และสร้างเหรียญ #ETH ซึ่งก็เป็นเหรียญอันดับ 2 ของตลาด ณ ตอนนี้ ที่ทุกคนก็ต่างรู้จักกันดี... ก่อนหน้านั้นทั้ง Vitalik Buterin และ Mihai Alisie ได้เคยร่วมกันก่อตั้ง Bitcoin Magazine ขึ้นมา !!! 📚
ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2012 ทั้งสองได้ออกนิตยสารฉบับพิมพ์แรกของ Bitcoin Magazine ซึ่งเป็น “สื่อจริงจังเจ้าแรก” ที่โฟกัส Bitcoin แบบเต็มตัว ในยุคที่สื่อหลักยังมองข้าม เปรยถึงเล็กน้อย หรือไม่ก็ออกแนวล้อเลียนกันอยู่ 💪
ความน่าเชื่อถือของ Bitcoin เพิ่มขึ้นในสายตาชาวโลกขึ้นเรื่อย ๆ โดยเริ่มจากสื่ออย่าง Bitcoin Magazine นี่แหละสหาย เป็นแหล่งข้อมูลยุคแรก ๆ ในจักรวาล Bitcoin เลย เป็นทั้งแหล่งรวม การวิเคราะห์กราฟ วิเคราะห์ตลาด รวมถึงข่าวต่าง ๆ ในชุมชน Bitcoin ด้วย กลายเป็น “ศูนย์กลางความรู้” ของคนในวงการยุคแรก ๆ เลยแหละนะ !!! 🙏
ก่อนที่โลกจะเชื่อ Bitcoin มันก็ต้องมี “สื่อที่เชื่อก่อน” และกล้าที่จะออกเล่าเรื่อง Bitcoin อย่างจริงจังให้คนทั่วไปฟัง ยังไงก็ขอนับถือนะสหาย ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต ##siamstr
ตำนานยุคแรก ๆ ของ #Bitcoin เว็บพนัน #BTC ที่กวาดธุรกรรมบนเครือข่ายไปเกือบครึ่ง !!! 🤣🎲
เว็บที่ว่ามีชื่อว่า SatoshiDice เปิดตัววันที่ 24 เมษายน 2012 โดย Erik Voorhees หรือก็คือวันนี้เป็นวันครบรอบ 14 ปีของเว็บไซต์ (แต่ปัจจุบันก็ไม่อยู่แล้ว55555) ✍️
มันคือเว็บพนัน Bitcoin แบบ “provably fair” ที่ใช้ธุรกรรมแบบ On-chain ในทุกการเดิมพัน 🌐
ช่วงพีคคือโคตรเดือด !!! เพราะเจ้าเว็บ SatoshiDice มันดันกินสัดส่วนปริมาณธุรกรรมบนเครือข่าย Bitcoin ไปมากถึง "เกือบ 50% จากทั้งเครือข่าย" !!! 🔥
ได้ยินไม่ผิดหรอกสหาย... ตอนนั้น Bitcoin ยังใหม่อยู่ คนไม่ค่อยรู้ว่าจะเอามันไปใช้ทำอะไร ส่วนใหญ่เลยเอามาเข้าบ่อนกันเฉ๊ยยย !!! กินปริมาณธุรกรรมบนเครือข่ายไปเกือบครึ่ง !!! 😮
จนคนเริ่มถกกันว่า… “แบบนี้มันทำให้ Blockchain แน่นเกินไปไหม ?” 🤯
แต่ในอีกมุมหนึ่ง... มันได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า Bitcoin คือระบบการเงินที่ “ใครก็ใช้ได้” โดยไม่ต้องขออนุญาต ซึ้งพอไม่ต้องมีใครอนุญาต มันก็จะอลม่านกันประมาณนี้แหละนะ ดีไม่ดีก็แยกแยะด้วยวิจารณญาณส่วนบุคคลกันเอาเอง 😅
ต่อมาในปี 2013 Erik ก็ได้ขาย SatoshiDice ไปที่ 126,315 BTC (ประมาณ $11.5 ล้านในตอนนั้น) นับเป็นการซื้อขายกันด้วย Bitcoin ครั้งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์โลกเลยก็ว่าได้ !!! 🤑
จากเว็บพนันเล็ก ๆ ดันกลายเป็นเคสศึกษาระดับโลก... ว่า Bitcoin ใช้ทำอะไรได้ “มากกว่าที่คิด” จริง ๆ เลยเนอะสหาย หมายถึงในแง่ความอิสระนะ เพราะขึ้นชื่อว่าเงินมันไม่ต้องขออนุญาตใคร แต่ใครจะเอาไปใช้ทำอะไร สร้างสรรค์หรือไม่ อันนั้นแล้วแต่คน แยกแยะกันเองเนอะ ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต ##siamstr
วันนี้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว (23 เมษายน 2011) ผู้สร้าง #Bitcoin หรือ "Satoshi Nakamoto" ได้ทิ้งอีเมลฉบับสุดท้ายเอาไว้ให้แก่ Mike Hearn ก่อนที่จะหายไปตลอดกาลและไม่เคยตอบอีเมลใครให้โลกได้รับรู้อีกเลย (มากสุดคือแค่มาโผล่ในช่องตอบกระทู้ในรอบ 5 ปี) 📩
จะบอกว่าเป็น "จดหมายลา" ก็คงไม่ผิดนัก เพราะเขาได้ระบุเอาไว้ในอีเมลดังกล่าวว่า "ฉันจะย้ายไปทำอย่างอื่นแล้ว Bitcoin อยู่ในมือของเหล่าคนที่ดี..." 💬
ซึ่งเหล่าคนที่ดีที่เขาพูดถึงในอีเมลคือ Gavin เพื่อนร่วมอุดมการณ์ของเขา และคนอื่น ๆ (เขาใช้คำว่า "... with Gavin and everyone") 👨👨👧👦
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความ "หายห่วง" และ "วางใจ" จนสามารถปล่อยมือจาก #BTC ได้แล้ว และเขาคงหวังว่าชุมชน Bitcoin จะสามารถเติบโต พัฒนา และปกป้องแก่นแท้ของตัวมันเองเอาไว้ได้ด้วยกลุ่มคนเหล่านี้ ❤
14 ปีผ่านไป ไม่รู้ว่าตอนนี้บุคคลหรือกลุ่มคนที่สร้าง Bitcoin ขึ้นมานี้ยังมีชีวิตอยู่ไหม แต่ถ้ายังมีชีวิตอยู่ เขาคงได้เห็นภาพอย่างทุกวันนี้ และคงได้เห็นว่ามันเติบโตมามากขนาดไหน มีการพัฒนาอะไรมากมายข้างบนเครือข่าย และยังมีเครื่องขุด โหนด รวมถึงผู้ร่วมอุดมการณ์อีกมากมายนับล้านทั่วโลก ที่ยังศรัทธาและยึดมั่นในแนวทางอย่างทุกวันนี้ 🥰
มาร่วมฉลองครบรอบ 15 ปี วันที่จดหมายฉบับสุดท้ายนี้ได้ถูกทิ้งไว้กันเถอะสหาย !!! โดยเว็บไซต์ Bitcoin Holidays ได้บรรจุวันนี้ลงในปฏิทินประจำปีของ Bitcoin และได้ตั้งชื่อมันว่าวัน "Bitcoin in Good Hands" 🗓📌
#พ่อมดคริปโต ##siamstr
วันนี้เมื่อ 15 ปีก่อน เหรียญ Altcoin แรกของโลกได้ถือกำเนิดขึ้น !!! 🥳
Altcoin ตัวแรกของโลก "ไม่ใช่ Ethereum !!!" หลายคนยังเข้าใจผิด !!! ❌
ในยุคที่สกุลเงินคริปโตอย่าง Bitcoin พอจะเริ่มทยอยเป็นที่ยอมรับได้ไม่นานนัก เหรียญผู้ท้าชิงที่ก้าวเข้ามาเป็น "เหรียญทางเลือก" เหรียญแรกของโลกนามว่า "Namecoin" หรือตัวย่อ "NMC" ก็ได้เริ่มขุดบล็อกแรกและออกดำเนินเครือข่ายของตัวเอง 🌐
📌 คำว่า "เหรียญทางเลือก" ภาษาอังกฤษคือ "Alternative coin" หรือเรียกย่อ ๆ ว่า "Altcoin" แบบที่พวกเราได้ยินกันทุกวันนี้ โดยมีเหรียญ Namecoin นี่แหละเป็นต้นกำเนิด จะบอกว่าเป็นบรรพบุรุษรุ่นแรกของ Altcoin ก็ว่าได้ !!!
Namecoin เกิดขึ้นด้วยการ Hard Fork (แยกตัวเป็นเครือข่ายใหม่) มาจากซอฟต์แวร์ของ Bitcoin จำนวนก็กำหนดให้มี 21 ล้านเหรียญเท่ากัน แถมโค้ดทุกอย่างยังอ้างอิงมาจาก Bitcoin รวมไปถึงอัลกอรึทึ่มที่ใช้ก็เป็น Proof of Work เหมือนกัน 🎭
สิ่งที่ Namecoin ทำและเคลมว่าตัวเองต่างจาก Bitcoin คือ "เกิดมาเพื่อสร้างระบบชื่อโดเมนแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Domain Name System)" หรือที่ในโลกอินเทอร์เน็ตเราเรียกกันสั้น ๆ ว่า "DNS" นั่นเอง 📝
และเหตุผลที่ต้องสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา เพราะ Namecoin ประกาศว่าต้องการสร้างพื้นที่ในอินเทอร์เน็ตซึ่งสามารถสื่อสารและเชื่อมต่อกันได้อย่างเสรี ต่อต้านการเซ็นเซอร์ทุกชนิด ต้องการสร้างที่อยู่เว็บที่จะไม่โดนตามสั่งปิดและสั่งแก้ไขจากผู้มีอำนาจได้ 🛡️❌
โดยชื่อที่อยู่เว็บไซต์หรือ DNS ที่พวกเราคุ้นตาอาจจะลงท้ายด้วย .com แต่ของ Namecoin จะเป็น ".bit" ✍️
แต่สุดท้ายแล้ว... สิ่งที่ Namcecoin พยายามจะทำมันทำได้จริงไหม ได้รับการยอมรับจากคนทั้งโลกแค่ไหน เป็นที่ต้องการหรือได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจให้สร้างสิ่งนั้นขึ้นมาจริงหรือเปล่า อันนี้ขอไม่ลงไปวิเคราะห์ เพราะคำตอบทั้งหมดมันน่าจะสะท้อนออกมาผ่านทาง "ราคา" และ "ความนิยม" จากการพูดถึงของคนทั้งโลกแล้ว เรียกได้ว่าเงียบกริบ... ถ้าข้าไม่เอามาเล่าให้ฟังเผลอ ๆ บางคนไม่เคยรู้จักเหรียญนี้มาก่อนด้วยซ้ำจริงไหมสหาย ? 😅
เอาเป็นว่าเราจบเรื่องของพื้นฐานเหรียญนี้ไป แต่ยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหรียญนี้เป็น "Altcoin ตัวแรกของโลก" เป็นต้นกำเนิดและเรื่องราวบนหน้าประวัติศาสตร์ของโลกคริปโต จนเว็บไซต์ Bitcoin Holidays ถึงขั้นบรรจุให้วันนี้ของทุกปีเป็น "Altcoin Genesis Day" หรือ "วันกำเนิด Altcoin" !!! 🗓
.
#พ่อมดคริปโต #siamstr
เหรียญทองสหรัฐฯ 1 ออนซ์
ปี 1933 vs. ปี 2026 หืม ? 🤔
.
เมื่อก่อน ใช้เพียง $20.67 (~660 บาท)
ในการแลกมาซึ่งเหรียญทอง 1 ออนซ์
.
ปัจจุบัน ใช้ $4,700 (~150,000 บาท)
ต้องใช้เงิน Fiat มากขึ้น ราว 22,640%
.
"22,640% !!!" เลยนะสหาย !!! คิดดู
ต้องใช้เพิ่มขึ้นราว 226.4 เท่าตัว 🔥
.
ราคาของที่มีจำกัดมันแพงขึ้นหรอ ?
หรืออำนาจในการจับจ่ายใช้สอยของ
"สิ่งที่มีไม่จำกัด เกิดใหม่ไว ไม่หยุด"
มันเสื่อมถอยลงเรื่อย ๆ กันแน่นะ ?
.
แปลว่าอะไร ของไปคิดกันเอาเอง
ตึงเปรี๊ยะ !!! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#Bitcoin #BTC #พ่อมดคริปโต ##siamstr
ครบรอบ 15 ปี ที่ชาวโลกนับล้าน เห็น #Bitcoin ผ่านข่าวใหญ่ครั้งแรก ทำราคาพุ่ง 30x !!! 🚀
.
วันที่ 16 เมษายน ปี 2011 นิตยสาร TIME Magazine ได้เผยแพร่บทความกระแสหลักชิ้นแรก ๆ เกี่ยวกับ Bitcoin ในหัวข้อ “เงินสดออนไลน์อย่าง Bitcoin อาจท้าทายทั้งรัฐบาลและธนาคาร” (Online Cash Bitcoin Could Challenge Governments, Banks) 📰
.
บทความนี้ได้พา Bitcoin เข้าสู่สายตาของผู้อ่านนับล้าน ที่ไม่แม้แต่จะเคยรู้จักโลกของคริปโตมาก่อนเลยด้วยซ้ำ 🎉
.
แล้วเชื่อไหมสหาย ?! การเผยแพร่บทความนี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ครั้งแรกของ Bitcoin !!! โดยราคา #BTC ขยับจากราว $1 ทุละไปเกินกว่า $30 ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ !!! เขร้ !!! เกิน 3,000% เลยนะ !!! 🔥
.
ไม่เพียงเท่านั้น ! มันได้เปิดประตูสู่การตั้งคำถามจากสังคมในวงกว้างเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความถูกต้องตามกฎหมาย ความผันผวนของราคา รวมไปถึงความกังวลเกี่ยวกับการนำไปใช้ในทางที่ผิด เรียกว่า Bitcoin ไม่เคยกลายเป็นสิ่งที่สังคมพูดถึงมากขนาดนี้มาก่อน !!! 🗣️
.
เป็นช่วงเวลาที่แนวคิดเล็ก ๆ อย่าง “เงินดิจิทัล” เริ่มกลายเป็นสิ่งที่โลกทั้งใบต้องหันมามองอย่างจริงจัง !!! 🌎
.
ตัดภาพมาดูทุกวันนี้ การที่ Bitcoin จะโผล่ในสื่อกระแสหลักไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่ขนาดนั้นแล้วในสมัยนี้ ถือว่ามาไกลมากจนคนสมัยนั้นคงจินตนาการกันไม่ออกเลยแหละสหาย มันมาไกลมาก ๆ จริง ๆ นะ ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
มีแต่กูรูบอก #Bitcoin จะร่วง
ราคาจะเหลือแค่เท่านั้นเท่านี้
แต่ไม่สะเทือนฝาแฝดคู่นี้ !!!
มาก่อนกาล !!! 👀
สมควรแล้วที่ได้ชื่อ
"คู่แฝดพันล้าน" 🔥
Cameron และ Tyler
หรือที่รู้จักกันในนาม
"สองพี่น้องตระกูล Winklevoss"
ผู้สร้างกระดานเทรด Gemini
และในวันนี้เมื่อ 13 ปีก่อน
(วันที่ 13 เม.ย. 2013)
พวกเขาได้กวาดซื้อ Bitcoin
ไปมากถึง 100,000 #BTC
ในสมัยที่ยังราคาไม่ถึง $100
ณ ตอนนั้น Wall Street ก็ต่างขำ
สื่อต่าง ๆ ก็พากันหัวเราะ
หลายคนคาดว่าเดี๋ยวมันจะเหลือ $50
แต่สองพี่น้องกลับเชื่อมั่นใน BTC
โดยพวกเขาได้เคยพูดไว้ด้วยว่า:
"พวกเราเลือกแล้วที่จะวางเงินและความเชื่อมั่นของพวกเราลงไปในระบบทางคณิตศาสตร์"
(We have elected to put our money and faith in a mathematical framework.)
และเมื่อหันกลับมาดูราคา Bitcoin ทุกวันนี้
ก็คงไม่แปลกที่ฝาแฝดคู่นี้จะ...
ติดท๊อปจนอยู่ในรายชื่อ
"คนที่รวยที่สุดในโลก" กันทั้งคู่
และไม่แปลกที่จะได้ชื่อ "ฝาแฝดพันล้าน" 🎉
Bitcoin จะมีมูลค่ากลายเป็นแค่นั้นแค่นี้
คำพูดเหล่านี้ฟังดูคุ้นหูในปัจจุบันก็จริง
แต่มันมีมานมนานตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว
ทว่าผู้ที่ทนเสียงสาปแช่งและแรงกดดันได้
สุดท้ายก็ได้กลายเป็นมหาเศรษฐีกันตรึม
ตัวอย่าง เช่น ฝาแฝดคู่นี้ที่เลือก "เชื่อมั่น"
แล้วพวกเจ้าเลือกแบบไหนกันสหาย ? 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
ข่าว #ควอนตัม จะแฮ็ก #Bitcoin เยอะมากช่วงนี้ !!! เลยอาสาสรุปจากข่าวต่าง ๆ ให้ 👏
========================
🖥️ อะไรคือ "คอมพิวเตอร์ควอนตัม" ?
ถ้าตอบสั้นที่สุด... เป็นคอมแบบใหม่
👉 คอมปกติทั่วไปใช้ bit
bit = มีค่าได้แค่ 0 หรือ 1
เวลาสุ่ม จะลองได้ทีละคำตอบ
👉 แต่ควอนตัม ใช้ qubit
qbit = อยู่ได้ทั้ง 0 และ 1 พร้อมกัน
เวลาสุ่มจะลองหลายคำตอบพร้อมกันได้
ทำให้ควอนตัว แก้ปัญหายาก ๆ
(เช่น ถอดรหัส) ได้เร็วกว่ามาก !!!
========================
😱 น่ากลัวยังไง ?
ปกติแล้ว Wallet จะมี...
Public Key (เลขกระเป๋า)
Private Key (กุญแจเข้าสู่กระเป๋า)
ประเด็นคือทั้งสองอย่าง "มันคู่กัน"
Wallet ที่เคยเผย Public Key แล้ว
จะเสี่ยงโดนเดา Private Key ได้
แค่มันอาจใช้เวลา "หลายล้านปี"
แทบเป็นไปไม่ได้สำหรับคอมทั่วไป
แต่ถ้ามี #Quantum ที่เก่งพอ...
มันสามารถ “เดา Private Key”
ได้ "โคตรเร็ว" กว่าคอมทั่วไปมาก ๆ
จากหลายล้านปี อาจเหลือไม่กี่นาที
แบบนี้แปปเดียว ขโมย BTC ได้แล้ว
(ถ้าเคยเผย Public Key แล้วอะนะ)
========================
📌 เสี่ยงโดนควอนตัมแฮ็กเยอะไหม ?
รายงานเผย... มี #BTC ราว 20-50%
ที่เสี่ยงโดนเดาคีย์และขโมยเหรียญได้
เพราะส่วนใหญ่เผย Public Key แล้ว
========================
⌛ ใกล้ถึงเวลาของควอนตัมหรือยัง ?
รายงานเผย "มันอาจเร็วกว่าที่คิด"
ซึ่งถ้าให้คาดการณ์ด้วยความเร็วนี้
ควอนตัมอาจพร้อมบุกโลกเร็วมาก
ซึ่งวันนั้น... (เรียกกันว่า “Q-Day”)
อาจมาถึงภายในประมาณปี 2030
หรืออีกแค่ราว 4 ปี เท่านั้นเอง 🥶
ในตอนแรกคาดไว้ว่าควอนตัม
ต้องมีพลัง qubit หลายล้านตัว
จึงจะสามารถแฮ็ก Bitcoin ได้
แต่งานวิจัยใหม่เผยว่าที่จริง...
อาจใช้ไม่ถึง 5 แสนตัวเท่านั้น
ซึ่งก็ยังยากอยู่ แต่ก็ไวขึ้นมาก
========================
🧊 แต่ไม่ต้องตื่นตระหนก !!!
Adam Back ได้ออกมาพูดว่า...
Quantum ยัง ห่างไกลมาก
เผลอ ๆ อีกหลายสิบปีโน่น !!!
(ก็คือ ไม่ได้เร็วอย่างที่ข่าวว่า)
อุปกรณ์ Hardware ยังไม่พร้อม
ยังไม่น่าจะถึงระดับใช้งานจริงได้
แถม Bitcoin ยังอัพเกรดได้ด้วย
โดยอาจมีระบบมาป้องกันต่าง ๆ
เช่น การเข้ารหัสแบบกันควอนตัม
(quantum-resistant signatures)
สรุปคือมันไม่ใช่ปัญหาเร่งด่วน
แต่ควรเริ่มเตรียมตัวรับมือแล้ว
แค่ไม่ต้องตื่นตูมกันขนาดนั้น
หรือต่อให้มันมาเร็วอย่างที่ว่า
ก็ยังมีเวลา 3-5 ปีให้เตรียมตัว
โดยอาจจะยุ่งยา่กตอนอัพเกรด
แต่ถึงเวลายังไงมันก็ต้องทำ !!!
ผู้ใช้อาจต้องย้ายเหรียญด้วย
ไปเก็บในเลขกระเป๋าใหม่ ๆ
ที่อัพเกรดจนปลอดภัยแล้ว
========================
✍️ สรุปรวบยอดอีกที:
Quantum เป็นภัยจริง (ทางทฤษฎี)
แต่ตอนนี้... มันยังทำจริงไม่ได้ !!!
ในอนาคต อาจมีโอกาสทำได้สูง
แต่ไม่ต้องตื่นตูม แค่อาจต้องรับมือ
ชุมชน Bitcoin จะต้องอัพเกรดกัน
========================
เห็นช่วงนี้ข่าวควอนตัมเยอะจริง
อันนี้คือสรุปรวบยอดในตอนนี้ให้
(ก็สรุปจากพวกข่าวทั้งหลายด้วย)
มาคุยกันสหาย ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
เพื่อความบันเทิงก็พอเข้าใจ แต่สุดท้ายผู้สร้าง #Bitcoin จะเป็นใครก็ช่าง ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
หรือถ้าใครคิดว่ามันจะมีผลต่อ #BTC จริง ก็ลองมาพูดคุยกันได้นะสหาย แลกเปลี่ยนกัน 🥰
#พ่อมดคริปโต #siamstr
รถยนต์ที่ซื้อมา เสื่อมราคาลงทุกวัน
แต่ #Bitcoin นั้น ซื้อมาต้อง HODL
ไม่เชื่อลองดูพ่อกับลูกคู่นี้ !!! 💪
จากรถคันละล้านเดียว... 💰
กลายเป็นเกือบ 700 ล้าน !!!
เพราะขายแลกเป็น Bitcoin
ประมาณ 11 ปีที่แล้ว (3 เมษายน 2013)
พ่อและลูกคู่หนึ่งในรัฐเท็กซัสได้ยอมขาย
"รถประจำบ้าน" ของครอบครัวไป 🚗
เพื่อแลกกับ 300 #BTC แทนเงินสด
ณ ตอนนั้น ราคา BTC ยังอยู่แถว ๆ
$100 ต่อเหรียญ (~3,200 บาทไทย)
หมายความว่าในตอนนี้... 🤭
หากพ่อและลูกคู่นี้ยังถือ BTC ไว้
พวกเขาจะกำไรเกือบ 700 เท่า !!!
เพราะราคาเจ้า "รถปอร์เซ่" คันนี้
ตกอยู่คันละ ~$30K (เกือบ 1 ล้านบาท)
แต่ตอนนี้ 300 BTC มีมูลค่าราว ๆ ...
$21M หรือเกือบ 700 ล้านบาทไทย !!!
(เอาเป๊ะ ๆ หน่อยก็ 687.63 ล้านบาท)
ส่วนใหญ่รถยนต์ซื้อมา ราคายิ่งเสื่อมลง
แต่ BTC นี่ซื้อมาแล้วต้องวางลง
ถือไว้เฉย ๆ ก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนได้
ที่เหลือจะทำยังไงก็แล้วแต่พวกเจ้า 🧙♂️
ขอให้โชคดีมีชัยนะสหาย ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ
#พ่อมดคริปโต #siamstr
วันนี้ เมื่อ 13 ปีก่อน #Bitcoin พุ่งทะลุ $200 เป็นครั้งแรก !!! 🎉
.
สหาย... ถ้าแปะข่าวให้อ่านนะ...
บางคนต้องกั้นขำแน่สหาย !!!
พอดีเลื่อนไปเจอมา เลยอ่านดู
ข่าวตอนนั้นดูตื่นเต้นกันมาก !!!
ข่าวจากวันที่ 9 เมษายน 2013
ทุกคนกำลังตื่นเต้น ที่ราคา #BTC
สามารถทะลุ $200 ได้สำเร็จ 👏
.
โดยเหตุผลในการขึ้นตอนนั้น
บอกตามตรงนะ... "แทบไม่ต่าง"
จากข่าวในทุกวันนี้เลย คล้ายเลย
ยังวนเวียนอยู่กับลูกเล่นเดิม ๆ
และคนแช่งก็ยังแช่งเหมือนเดิม
แต่ราคาก็ขึ้นมาเรื่อย ๆ งง ๆ 📈
.
โดยข่าวบอกว่า...
ปัจจัยที่ทำให้ราคาขึ้นตอนนั้น...
คือ ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ
เช่น ตอนนั้นก็เป็น วิกฤตไซปรัส
ผู้คนจึงพากันเริ่มมอง Bitcoin
เป็น “ทางเลือก” แทนระบบเงินเดิม
สคริปต์ข่าว คุ้น ๆ ไหมสหาย ?! 📰
.
ความสนใจจากสื่อเพิ่มขึ้น
นักลงทุนก็สนใจกันเพิ่มขึ้น
ผลักดันให้ราคาขึ้น ฮั่นแน่ !
เหมือนกรอเทปซ้ำเลยเนอะ
รู้จักเทปกันไหม ? 55555 🤣
.
แต่ถามว่า... สมควรตื่นเต้นไหม
ณ ตอนนั้น ตอบเลย "สมควรอย่างยิ่ง !"
ดูราคาสิสหายสิสหาย จากแถว ~$20
พุ่งไปแตะถึง $200 ภายใน 2 เดือน !!!
แค่ราว 60 วัน มีคนกำไรเกิน 10X 🚀
.
และยังพุ่งต่อ แตะแถว $240
แม้จะแตะแค่ในช่วงสั้น ๆ ก็ตาม
ตอนนั้นคงมีมหาเศรษฐีเกิดเพียบ 💸
.
และข่าวยุคนั้น ก็เขียนเหมือนยุคนี้
อาจเป็นฟองสบู่นะ ผันผวนมากนะ
เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายนะ
บลา ๆ เห็นภาพเดิมวนซ้ำเป๊ะ ๆ ! ✍️
.
ก็ไม่รู้จะต้องพูดอะไรอีกแล้วสหาย...
คือมันแทบจะสคริปต์เดิมมา 13 ปี !!!
เปลี่ยน Narrative ไปเรื่อย ๆ แค่นั้น
แปลว่าอะไรลองไปคิดเอง ข้าก็ไม่รู้
ขอให้โชคดีมีชัย ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
ครั้งแรกของโลกที่รัฐออก "พันธบัตรรัฐบาล" ที่มี #Bitcoin เป็นหลักประกัน !!! 🌏
รัฐ New Hampshire ในสหรัฐฯ อนุมัติ municipal bond (พันธบัตรรัฐบาลท้องถิ่น) มูลค่า $100M ที่ใช้ Bitcoin เป็นหลักประกัน 🎉
หมายความว่า... บริษัทกำลังจะสามารถใช้ #BTC ค้ำเพื่อกู้เงินได้ โดยจะต้องวางหลักประกันที่มีมูลค่า “มากกว่าหนี้ที่กู้” (over-collateralized) ประมาณ 160% เพื่อป้องกันความเสี่ยง 💰
และหากมูลค่าหลักประกันลดต่ำกว่า 130% จะมีระบบ liquidate อัตโนมัติ เพื่อปกป้องผู้ถือพันธบัตร ✍️
เหตุการณ์นี้อาจเป็นต้นแบบให้เมืองหรือรัฐอื่น ๆ ใช้คริปโตในระบบการเงินภาครัฐเพิ่มในอนาคต แถมยังอาจเป็นการเปิดโอกาสให้ Bitcoin เข้าสู่ "ตลาดหนี้โลก" ที่มีมูลค่ากว่า $140 ล้านล้าน 💪
และเห็นว่ารายได้กับค่าธรรมเนียมบางส่วนจะนำไปสนับสนุนกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจด้าน Bitcoin ของรัฐ (ไม่รู้ว่าท่าไหนเหมือนกันนะสหาย) 🤔
แล้วพวกเจ้าคิดว่าตราสารหนี้ระดับท้องถิ่นที่ออกโดยรัฐบาลในครั้งนี้... จะสามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าสนใจอะไรตามมาได้มากน้อยแค่ไหนหรือเสียหาย ? ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
วันนี้ เมื่อ 13 ปีก่อน มูลค่าตลาดของ #BTC ทะลุหลัก Billion (พันล้านดอลลาร์) เป็นครั้งแรก !!! 🎉
28 มี.ค. 2013 เป็นวันที่ Market Cap ของ #Bitcoin ทะลุ $1,000 ล้าน หรือ ~3.1 หมื่นล้านบาทไทย 🚀
ยังไงก็ สุขสันต์วัน Billion Dollar Day นะสหาย !!! ฮู้เร่ !!! 🥳
อ้อ... ลืมไป วันนี้เป็นวันเกิดข้าด้วยสหาย 🎂
เพราะงั้น... ข้าก็สามารถเอาไปคุยได้แหละ ว่าตัวข้านั้น "เกิดวัน Billion Dollar Day" หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ "ผมเกิดวันพันล้านค้าบบ" เหมือนเล่า... เอ้า ขิง ! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#พ่อมดคริปโต #siamstr
ลงทะเบียนฟรี ! มีบอร์ดเกม Age of Bitcoin ให้เล่น ! พร้อมฟังวิทยากรชั้นนำระดับประเทศ และฝั่งคณาจารย์ นักวิชากการจาก 2 มหาลัยชั้นนำในภาคเหนือ
สหาย... ข้ามีขึ้นพูดบนเวที แถมระหว่างวันข้ายังจะยืนประจำการคอยเล่นบอร์ดเกม AoB กับพวกเจ้าอยู่ที่ห้อง Parallel Workshop ชั้น 15 แทบทั้งวันหลังงานเปิดเลยด้วยนะ !!! 🎤🎉
วันเสาร์ที่ 4 เมษายนนี้ ทาง BLC Chiang Mai มีจัดสัมมนาภาคภาษาอังกฤษ "การเงินยุคใหม่" ร่วมกับวิทยาลัยนานาชาติจาก 2 มหาวิทยาลัยชั้นนำของเชียงใหม่ (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่) พร้อมเครือข่ายพันธมิตรอีกมากมาย 💪
👉 เข้าร่วมสนทนากันในหัวข้อสุดเข้มข้น
“Modern Finance and Financial Inclusion in South East Asia”
เจาะลึกอนาคตของการเงิน เทคโนโลยี และโอกาสในการเข้าถึงระบบการเงินของผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
🥰 เหมาะสำหรับนักศึกษา คนทำงาน ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจโลกการเงินยุคใหม่ ทุกคน !
Session บอร์ดเกม Age of Bitcoin:
📅 วันที่: วันเสาร์ 4 เมษายน 2569
⏰ เวลา: 09:30 – 17:00 น.
📍 สถานที่: ชั้น 15 อาคาร 90 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
นอกจากจะได้มาเล่นบอร์ดเกม Bitcoin สนุก ๆ ด้วยกันแล้ว... นี่คือโอกาสในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และเชื่อมต่อกับผู้คนที่สนใจอนาคตการเงินเหมือนกัน !!! 🚀
แล้วพวกเจ้าจะรออะไรกันอยู่ล่ะสหาย ? ลงทะเบียนกันโลด !!! 🧙♂️👇
✨ เข้าร่วมฟรี ! ไม่มีค่าใช้จ่าย !
✨ เปิดรับบุคคลทั่วไป
👉 ลงทะเบียนได้ที่นี่เลย:
Registration Form : Modern Finance and Financial Inclusion in Southeast Asia
3 ดอลลาร์ ซื้อได้ 10 Bitcoin !!!!!!!!
และนี่คือวิธีซื้อ #Bitcoin ตอนปี 2010
สมัยที่ #BTC ราคาแค่ $0.30 😮
หน้าเว็บขาวจั๊วแบบนี้เลย ต้องกรอกอีเมล, จำนวนที่อยากซื้อ, เลขกระเป๋าที่จะใช้รับ Bitcoin
และถ้าสังเกตุ จะเห็นว่าต้องกรอกอีเมล 2 รอบ !!!
เพื่อเป็นการทบทวนให้แน่ใจว่าไม่ได้กรอกผิด
เนื่องจากสมัยนั้น พอกดสั่งซื้อ มันจะส่งลิงค์เข้าอีเมลที่เรากรอก !!!
และใช่เลยสหาย... เราต้องคลิกลิงค์ในอีเมลนั้น
เมื่อก่อนคือเสี่ยงโดน Scam กว่าซื้อ-ขายสมัยนี้ล้านเท่า !!!
พอคลิกลิงค์ในอีเมล มันจะให้คอนเฟิร์มออเดอร์
กดคอนเฟิร์มเสร็จโยนเราเข้า PayPal อีก !!! 😂
ใส่อีเมลและรหัสล็อกอิน PayPal แล้วค่อยโอนตัง
พอโอนตังเสร็จ เหมือนจะเสร็จแต่ไม่เสร็จ
เพราะเมื่อกลับมาหน้าเว็บเดิมเราจะพบว่า...
เราต้องรอติดตามสถานะการสั่งซื้อกันต่อ
ถ้าหน้าเว็บขึ้นว่าโอนแล้ว ค่อยไปตรวจสอบ
หมายถึงตรวจสอบธุรกรรม On-chain !!!
ต้องรอธุรกรรมเสร็จสิ้นถึงได้เช็คยอดเงิน
เข้าใจแล้วทำไมคนซื้อ BTC กันน้อยตอนราคาถูก
นอกจากจะไม่รู้อนาคต ยังซื้อยากเกิ๊นน !!!
ย้อนกลับไป 16 ปีก่อน... ลองเดินไปพูดสิสหาย...
ว่าเราจะสามารถซื้อ BTC ง่าย ๆ แถมใช้ "เงินบาท"
เหมือนกดซื้อบน BINANCE TH เงี้ย... เชื่อกันหรอ ?
พูดกับคนสมัยนั้นว่า "มีกฎหมายรองรับ" อีกต่างหาก
คงส่ายหน้าไม่เชื่อกันรัว ๆ อะ จะบ้าเรอะ55555 🤣
แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ก็ยอมทำนะ
ต่อให้มันยากลำบากขนาดไหนก็จะซื้อ !!!
3 ดอลลาร์ ซื้อได้ 10 Bitcoin ใครจะไม่ซื้อ
55555555555555555 😆
#พ่อมดคริปโต #siamstr
ครบรอบ 8 ปี ที่ Saifedean Ammous ปล่อยหนังสือ "The Bitcoin Standard" ให้เราได้อ่านกัน !!! 📔
📌 หนังสือเล่มนี้เผยแพร่ออกมาครั้งแรกวันที่ 23 มีนาคม 2018
🔥 ความจริงหนังสือที่เกี่ยวข้องกับ #Bitcoin ก็มีหลายเล่ม แต่ในปัจจุบันก็ต้องยอมรับว่า The Bitcoin Standard ได้กลายเป็น "หนังสือเกี่ยวกับ Bitcoin ที่ขายดีที่สุดตลอดกาล" ไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย
ถึงขนาดตัวผู้เขียนเองยังเคยออกมาบอกเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ว่า... "จำยอดขายปัจจุบันไม่ได้แล้ว" แต่รู้แค่มันเกิน "ล้านเล่ม" แน่นอน ในที่นี้รวมทั้งหนังสือที่เป็นปกแข็ง หนังสือเสียง และ e-book ด้วย 🎉
หนังสือเล่มนี้วางขายในหลาย ๆ ประเทศบนโลก ซึ่งมีฉบับแปลถึง 37 ภาษา และแน่นอนว่ามีฉบับภาษาไทยด้วย แปลโดย อ.ตั๊ม พิริยะ สัมพันธารักษ์ และพี่หาญ พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว
หน้าใหม่หลายคนที่หลงไปอ่านก็อาจจะเหวอที่มันไม่ได้พูดถึงคริปโตหรือการลงทุนเท่าไร แต่เหมือนโดนหลอกไปอ่านเรื่องเศรษฐศาสตร์และประวัติศาสตร์การเงินมากกว่า แต่อย่างน้อยหนังสือเล่มนี้ก็ได้ช่วยให้ผู้ที่อ่านแล้วตกผลึกได้ผันตัวกลายเป็น Bitcoiner 55555 🤣
ถ้าอยากเข้าใจว่าแก่นแท้ Bitcoin มันคืออะไร ? ทำไมหลายคนเขาถึงอินกันนัก ? ลองเริ่มจากเล่มนี้เลย แล้วจงกลายมาเป็น Bitcoiner ซะะะะ !!! ว๊าาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙♂️
#bitcoinstandard #TheBitcoinStandard #BTC #พ่อมดคริปโต #siamstr
ดู ONE PIECE ซีซั่น 2 แล้วเจอฉากนี้ ลั่นเลย !!! 55555555 🤣🧙♂️
#ONEPIECENetflix #ONEPIECE #พ่อมดคริปโต #siamstr