"ถ้าเราอยากได้เห็ด เราจะไม่ไล่หามันทีละดอก แต่เราจะสร้างป่าที่อุดมสมบูรณ์ แล้วเห็ดจะผุดขึ้นเอง ผุดเต็มไปหมด อย่างไม่มีวันจบ..." image "เครือข่ายที่แท้จริงไม่ได้ถูกบังคับให้เติบโต แต่มันเติบโตขึ้นเองเมื่อเงื่อนไขเหมาะสม เหมือนรากที่แตกขยายใต้ดิน รอวันส่งผลสะเทือนบนผิวโลก" ผมจำได้ว่าเคยพูดประโยคนี้กับน้อง ๆ หลายคน และภาพที่ติดตาผมที่สุดคือสายตาของ นิว (นมสด) ลูกตาเบิกโพลง ราวกับว่าโลกที่เคยรู้มาก่อนหน้านี้กำลังถูกฉีกเปิดออกต่อหน้าเขา ปฏิกิริยานั้นเต็มไปด้วยความปีติ ความตระหนักรู้ และบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินจะอธิบาย แต่นิวอาจยังไม่เคยรู้ ว่าแนวคิดนี้เริ่มต้นจากไหน สำหรับผม... มันเกิดขึ้นหลายปีมาแล้ว ตั้งแต่วันที่ผมได้แปลบทความไมซีเลียม และไมซีเลียม.. ก็เปลี่ยนวิธีคิดของผมไปตลอดกาล "เครือข่ายที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ใช่เครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด แต่เป็นเครือข่ายที่สามารถเติบโต กระจายตัว และอยู่รอดได้โดยไม่มีศูนย์กลาง ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2022.. ผมได้มีโอกาสอ่านบทความเกี่ยวกับ "ไมซีเลียม" เป็นครั้งแรก ตอนนั้น.. ผมยังไม่รู้เลยว่ามันจะเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของผมไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่ในเรื่องของเทคโนโลยีหรือเศรษฐศาสตร์ แต่รวมถึงวิธีที่ผมมองโลก การสร้างเครือข่าย และการทำให้สิ่งที่เราสร้างขึ้นมา "อยู่รอด" ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาจุดศูนย์กลาง ไมซีเลียมเป็นเครือข่ายของเส้นใยเชื้อราที่เชื่อมโยงกันใต้พื้นดิน ทำหน้าที่เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนสารอาหารให้กับต้นไม้และพืชชนิดอื่น ๆ โดยไม่มีศูนย์กลางควบคุม เครือข่ายนี้ไม่ได้มีโครงสร้างแบบแข็งตัว แต่เติบโต ปรับตัว และกระจายตัวได้เองตามสภาพแวดล้อม เมื่อผมอ่านและแปลบทความนี้ร่วมกับน้อง ๆ ทีมงานอีกหลายคน มันทำให้ผมตระหนักถึงบางอย่าง บิตคอยน์นั้นมีธรรมชาติที่คล้ายกับไมซีเลียมอย่างน่าทึ่ง ระบบเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ที่แข็งแกร่ง ไม่สามารถถูกทำลายได้ง่าย ๆ และมีความสามารถในการขยายตัวผ่านกลไกที่เป็นธรรมชาติของมันเอง และนี่คือสิ่งที่ผมเลือกนำมาเป็นแนวคิดรากฐาน เป็น Foundation ในการผลักดัน Right Shift ตั้งแต่ Day 1 หลังอ่านจบ.. Right Shift นั้นเริ่มต้นจากทีมเล็ก ๆ ที่มีเพียงไม่กี่คน เรารู้ดีว่าหากเราต้องการสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เราไม่สามารถพึ่งพาทีมงานหลักเพียงสิบคนได้ตลอดไป เพราะระบบที่พึ่งพา "ศูนย์กลาง" มากเกินไปนั้นเปราะบางเกินไป ดังนั้น.. เราจึงเลือกสร้างระบบที่ "ไม่พึ่งพาตัวเราเอง" แต่ใช้แนวคิดเดียวกับไมซีเลียม เรา "ไม่พยายาม" สร้างองค์กรที่ต้องมีทีมงานระดับผู้นำคอยกำกับทุกอย่าง แต่เราสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เครือข่ายสามารถเติบโตได้เอง "ถ้าเราอยากได้เห็ด เราต้องสร้างป่า" แนวคิดนี้เป็นแกนหลักของทุกสิ่งที่เราทำ แทนที่จะพยายามควบคุมทุกอย่าง เราเลือกที่จะ "สร้างโอกาส" ให้กับผู้อื่น ให้พวกเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายและสามารถเติบโตได้โดยอิสระ เพราะแท้จริงแล้ว.. การกระจายศูนย์ไม่ใช่เพียงแค่แนวคิดทางเทคโนโลยี มันคือปรัชญาชีวิตด้วย สิ่งที่ไมซีเลียมสอนผม.. ไม่ใช่แค่เรื่องของบิตคอยน์ หรือแนวคิดของการกระจายศูนย์ทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่มันสอนให้ผมเข้าใจวิธีสร้างสังคมที่ "ไม่ถูกครอบงำ" เราเลือกสร้างสังคมที่ไม่มี "การควบคุมจากบนลงล่าง" ไม่มีลำดับชั้นที่ตายตัว แต่เป็นเครือข่ายที่คนแต่ละคนสามารถพึ่งพาและช่วยเหลือกันได้ ไม่ใช่ระบบที่ต้องการ "หัวหน้า" ที่กำหนดทุกอย่าง แต่เป็นระบบที่มี "ผู้ให้" และ "ผู้สร้าง" กระจายอยู่ทุกที่ สิ่งนี้สะท้อนถึงอีกมิติหนึ่งที่สำคัญของไมซีเลียม คือ การทำงานร่วมกันอย่างสมดุล พืชพึ่งพาไมซีเลียมในการดูดซับสารอาหาร และไมซีเลียมก็ได้รับประโยชน์จากการอยู่ร่วมกับพืช ไมซีเลียมไม่ได้เป็นเพียง "ตัวกลาง" แต่มันเป็นรากฐานของการเติบโตของทั้งระบบนิเวศ Right Shift และเครือข่ายสังคมของเรา ก็ใช้หลักการเดียวกัน แนวคิดนี้ยังนำไปสู่เรื่องของ "สังคมที่เฮลตี้" และ "การสื่อสารที่มอบพลังให้แก่กัน" เราเห็นว่าคอมมูนิตี้ที่มีการปะทะกันอย่างรุนแรงหรือเต็มไปด้วยพลังงานลบ มักจะล่มสลายไปในที่สุด.. ไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่เครือข่ายที่เติบโตได้จริง ต้องเป็นเครือข่ายที่คนในนั้นมีพลังงานเชิงบวก พร้อมสนับสนุนกัน ไม่ใช่เพียงแค่ในเชิงเทคนิค แต่รวมถึงในเชิงวัฒนธรรมการสื่อสารและแนวคิดด้วย ดังนั้น.. เราจึงเลือกให้ Right Shift และคอมมูนิตี้ที่มีแนวทางของการเคารพซึ่งกันและกัน ผมพยายามทำเป็นแบบอย่าง (แม้จะยังไม่สามารถทำได้ดี 100%) เป็นการสร้างพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกันได้ การได้เรียนรู้เกี่ยวกับไมซีเลียม มันเปลี่ยนวิธีที่ผมใช้ชีวิต วิธีที่ผมสร้างทีม วิธีที่ผมเลือกจะสื่อสาร และวิธีที่ผมมองโลก ทุกวันนี้ Right Shift ไม่ได้เป็นเพียงแค่ "ทีมงาน" เท่าที่เห็น แต่เป็นเครือข่ายของคนที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกัน และจะเติบโตเป็นหลักร้อยคน พันคน และอาจมากมายจนนับไม่ถ้วนในอนาคต คนที่เข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่มันเกี่ยวกับวิธีคิด วิธีสร้าง และวิธีที่เรามีปฏิสัมพันธ์กับกันและกัน ไมซีเลียม สำหรับผมจึงไม่ได้เป็นเพียง "เชื้อราใต้ดิน" แต่มันคือปรัชญาของการอยู่ร่วมกัน "โลกไม่ได้ต้องการแค่คนที่สร้าง แต่มันต้องการคนที่สร้างเครือข่ายให้สร้างต่อไปได้ไม่มีวันจบ" มันเปลี่ยนวิธีคิดของผมไปตลอดกาล #LifeShift #Mycelium #Siamstr ย้อนเวลากลับไปอ่านไมซีเลียม