Tanachart's avatar
Tanachart
Ping@siamstr.com
npub17pkm...m4q9
Tanachart's avatar
npub17pkm...m4q9 10 months ago
#คนที่ไดเอทสำเร็จไม่ต่อรอง จะให้ทำอาหารกินเองหรือต้องกินนอกบ้าน เข้าสังคมก็ได้ไม่เข้าก็ได้เอาตามความจำเป็น จะให้กินข้าวมื้อเช้า กลางวัน หรือ เย็น ไม่กินเลยก็ได้ขึ้นอยู่กับแผนแต่ในละช่วง จะให้ออกกำลังกายเวลาเช้า กลางวัน หรือ เย็น ก่อนนอน หรือต้องตื่นมาออกกลางดึกก็เอา ขึ้นอยู่กับบริบทและความจำเป็น จะให้ออกกำลังกายที่ยิมหรือที่บ้านสะดวกแบบไหนก็ทำแบบนั้น จะให้สร้างนิสัยใหม่ที่จะทำให้เข้าใกล้ความสำเร็จ ทิ้งนิสัยเก่าเพราะมันทำให้ล้มเหลว แม้วันนี้ทำไม่ได้พรุ่งนี้เริ่มใหม่ จะให้ศึกษาความรู้ใหม่ทิ้งความรู้เก่าที่ไม่เป็นผลมันช่างง่ายเหมือนปลอกกล้วย จะให้นอนแต่หัวค่ำหรือนอนดึกต้องตื่นเช้าหรือตื่นสายถ้าทำแล้วมันดีต่อร่างกายและลดไขมันได้ก็ทำอย่างนั้น ปัญหาชีวิตจะถาถมงานจะประดังประเดกันเข้ามาก็ไม่หวั่นขอให้พรุ่งนี้ฉันได้ทำตามเป้าหมายก็พอ ฉันยอมทุ่มทั้งชีวิตเพราะฉันฝันถึงความสำเร็จอันหอมหวานและอิสรภาพที่ใฝ่หา หากมันจะไม่เป็นผลอันใดเลยก็ขอให้ฉันได้รู้ว่าฉันทำถึงที่สุดแล้วเปรียบดั่งการตายในหน้าที่ฉันไม่เสียใจเลย #healthylifestyle #fitness #สุขภาพดีมันง่ายถ้ามันยากแสดงว่าทำผิด #ซิกแพคก่อนตาย #siamstr image
Tanachart's avatar
npub17pkm...m4q9 11 months ago
📌 บันทึกไดเอทปี 2024 - 2025 ไดเอทรอบนี้ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน นน จากวันเริ่มต้น 67.5 กิโล ลดลงมาเหลือ 63.5 กิโล เฉลี่ยแล้ว นน ลดลงไปประมาณเดือนละ 1 กิโล ไดเอทรอบนี้ตั้งเป้าไว้จะลดให้สุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย กินอร่อย นอนหลับ ขับถ่ายดี ผลเลือดสวย ให้ นน ลดลง ช้าๆ เพื่อให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อน้อยที่สุด เลยต้องใช้สมการของการยืดระยะเวลาให้นานขึ้นเพื่อทำให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งหมด พอต้องอยู่ไดเอทนานก็ต้องมีความสุขในการกินเลยใช้เทคนิคในการทำความเข้าใจจิตใจตัวเองว่าต้องการกินอะไรแล้วให้กินตามที่ต้องการโดยใช้การบาลานซ์พลังงานเข้ามาช่วย . ✅ จากรูปเปรียบเทียบเห็นกล้ามเนื้อชัดเจนขึ้น ✅ ผลเลือดดีขึ้นกว่าไดเอททุกครั้งที่ผ่านมา หากเทียบผลกีบปีก่อนหน้า TG ลดลง 7 / HDL ไขมันดี เพิ่มขึ้น 9 / LDL ลดลง 8 ✅ ค่าฮอร์โมนเพศชายขึ้นมา 2 Points ✅ วัดเครื่อง InBody Score 77/100 Points / Body Fat 7.7 % / Visceral fat ไขมันในช่องท้อง Level 1 📌 สรุป - การไดเอทรอบนี้เป็นไปตามเป้าหมายการผิดพลาดน้อยไม่ว่าจะเป็นการควบคุมจิตใจในการคุมอาหาร - อาการนอนหลับยากลดลงมากเมื่อเทียบกับไดเอทครั้งก่อน แต่ก็ยังมีอาการพอไปตรวจ % ไขมัน แล้วรู้ว่าเหลือเพียง 7.7% เลยเข้าใจเลยว่าทำไมนอนหลับยากขึ้นๆ เมื่อร่างกายมีไขมันน้อยมากเกินไปเพราะร่างกายฉลาดร่างกายจะส่งสัญญาณและอาการต่างๆเพื่อไม่ให้สูญเสียไขมันไปมากกว่านี้หนึ่งในวิธีนั้นคือทำให้นอนหลับยาก นอนหลับไม่สนิท ตื่นไว วิธีแก้ไขคือย้ายการกินคาร์บไปมื้อเย็น ค่อยๆเพิ่มคาร์บ - อาการถ่ายยากมีหนักๆช่วงต้นปีแต่ก็เป็นเพียงช่วงสั้นๆเพราะมีประสบการณ์จากไดเอทครั้งก่อน บันทึกไว้ตรงนี้สักหน่อย หากมีอาการถ่ายยากส่วนตัวให้ค่อยๆกินคาร์บเพิ่มเข้าไปอาหารพวก กิมจิ อโวคาโด้ ช่วยลดอาการถ่ายยากลงได้ - การออกกำลังกายไม่มีอะไรมากทำเหมือนไดเอทรอบก่อนๆ ส่วนมากจะเป็นบอดี้เวท ฟรีเวท 2 ท่า ท่าละ 5 เซท 📌 สรุปอีกรอบแถมๆ 🤣 ยุคนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพตามสื่อต่างๆมากมาย ฟิสเนสไอดอลคนนั้นบอกแบบนี้ดี คนนี้บอกแบบนี้ดีกว่า หมอคนนั้นว่าอย่างนั้นดี หมอคนนี้ว่าอย่างนี้ดีกว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมาร่างกายของคนเราตอบสนองสิ่งต่างๆได้ไม่เหมือนกันไม่เท่ากัน ฉะนั้นเป็นหน้าที่เราที่ต้องค้นหาตัวเองทำความเข้าใจตัวเองว่าเหมาะหรือไม่เหมาะกับอะไรแบบไหน กระบวนการเหล่านี้ต้องใช้เวลาความอดทนไม่มีทางลัดหากเราอยากมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนและมีอิสรภาพด้านสุขภาพจริงๆเราจะต้องผ่านกระบวนการเหล่านี้อย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้ ความผิดพลาดทุกครั้งจะเป็นการสะสมปัจจัยที่ทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นๆถ้าเราไม่ยอดแพ้ไปเสียก่อน ผมมีหลักง่ายๆให้เราสังเกตุว่าร่างกายเราตอบสนองดีกับไดเอทหรือการออกกำลังกายแบบที่เรากำลังทำหรือไม่ถ้าทำแล้ว ✅ระหว่างวันมีแรงไม่อ่อนเพลีย ✅กลางคืนนอนหลับง่าย นอนหลับสนิท ✅ตื่นเช้ามารู้สึกสดชื่น ✅ขับถ่ายเป็นปกติ ✅รู้สึกมีความสุขมีสภาวะจิตใจและอารมณ์ที่มั่นคง ✅ ไขมันลดลงเห็นกล้ามเนื้อชัดขึ้น ถ้ามีสภาวะที่กล่าวมาทั้งหมดแสดงว่าร่างกายเราโอเคกับไดเอทนี้หรือการออกกำลังกายแบบนี้ แต่หากตรงกันข้ามให้ค่อยๆหาสาเหตุและค่อยๆแก้ไข แล้วหากตรวจเลือดมาแล้วผลก็ดีเป็นไปตามหลักการความรู้ที่เราได้ศึกษามายิ่งเป็นตัวรับรองว่าเรามาถูกทางแล้ว หากเราทำทุกอย่างเท่าที่เราจะทำได้ให้ดีหมดแล้วแต่หากว่ายังมาเจอโรคจากกรรมพันธุ์หรืออะไรที่เราควบคุมไม่ได้อีกในจุดนี้ผมคิดว่าเราไม่ควรเสียใจน้อยใจ ทำใจยอมรับอยู่กับมันให้ได้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดคนเราเกิดมาก็ต้องตายกันทั้งนั้นจะช้าจะเร็วแค่นั้น .. #fitness #healthylifestyle #siamstr #สุขภาพดีมันง่ายถ้ามันยากแสดงว่าทำผิด #ซิกแพคก่อนตาย
Tanachart's avatar
npub17pkm...m4q9 11 months ago
📌มาแล้ววเรื่องราวของชาวบิตคอยน์เนอร์เชียงใหม่ในเวอร์ชั่นกำเมียง EP.1 รู้สึกเป็นเกียรติมากครับแม้จะตื่นเต้นล้ำ(มาก)ไปหน่อย เลยพูดไม่ค่อยรู้เรื่องในหลายประเด็นเลย 🥹 🙏🏻 ขอบคุณพี่ฝ้ายเจ้าของ Bitcoin Learning Center สถานที่ที่ให้ชาวบิตคอยน์เนอร์ได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับบิตคอยน์ทำให้เส้นทางสายนี้ไม่โดดเดี่ยวเกินไป 🙏🏻 ขอบคุณ ลุงโฉลก อาจารย์ต๊ำ พี่ชิต พี่นิคหมอยมดทีม ทีม Right Shift และเพื่อนๆชาวบิตคอยน์เนอร์ ที่คอยให้ความรู้ที่แม่งโครตสำคัญแต่ไม่มีสอนในโรงเรียนมันทำให้คนธรรมดาอย่างผมได้มีชีวิตที่มั่นคงทางการเงิน แม่งเป็นความรู้ที่โครตเสวบอกเลย (ขออภัยในความเถื่อนฟิลมันได้)😁 น้องโฟล์คตัดต่อเจ๋งมาก แต่ต้องขออภัยในสกิลภาษาล้านนาของพี่ที่มันเมียงแต้เมียงว่าด้วยนะน้อง น้องคงปวดหัวในการแปลซับแย่เลย 😁 👍 พี่ฝ้ายมืออาชีพสุดๆ 👏👏 ฝากติดตามเรื่องราวของพวกเราชาวบิตคอยน์เนอร์เชียงใหม่ขอฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจตวยเน้อคร้าบบ 🙏🏻 #bitcoin #bitcoinlearningcenter #siamstr
พูดคุยเกี่ยวกับบิตคอยน์ตามภาษากำเมียง แรกๆตื่นเต้นหลังๆเครื่องติดอยากคุยต่อแหมสักชั่วโมง ดีที่ได้พี่ฝ้ายช่วยดึงกลับมาไม่งั้นพูดออกนอกโลกไปดาวอังคารแน่ 😄 ปล. ขอบคุณรูปสวยๆจากน้องอีฟด้วยจ้าา 🙏🏻 #bitcoin #siamstr #bitcoinlearningcenter
📌 ผมคิดหัวข้อเกี่ยวกับเทคนิคการดูแลสุขภาพมาสี่ข้อโดยให้ AI เขียนรายละเอียดในแต่ละข้อลองอ่านดูน่าจะพอมีประโยชน์เอาปรับใช้ให้เข้ากับตัวเอง 🍕1. รู้จักความอยากอาหารของตัวเอง การรู้ว่าตัวเองอยากกินอะไรในแต่ละวันเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการวางแผนอาหารที่ดี บางวันเราอาจอยากกินอาหารเบาๆ เช่น สลัดหรือซุป ในขณะที่บางวันเราอาจอยากกินอาหารที่ให้พลังงานมากขึ้น เช่น พิซซ่าหรือเบอร์เกอร์ การเข้าใจความต้องการของร่างกายและจิตใจช่วยให้เราสามารถเลือกอาหารที่เหมาะสมได้ โดยไม่ต้องรู้สึกว่าต้องอดหรือทรมานตัวเอง การรู้จักตัวเองในเรื่องนี้ยังช่วยลดความเครียดในการเลือกอาหาร และทำให้การกินเป็นเรื่องสนุกและมีความสุขมากขึ้น 👍 2. วางแผนกินอาหารที่ชอบโดยไม่เสียสุขภาพ การวางแผนอาหารเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถกินอาหารที่ชอบได้โดยยังคงอยู่ในโปรแกรมไดเอ็ด เช่น หากวันนี้เราอยากกินพิซซ่า แต่กำลังควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตอยู่ เราสามารถปรับสมดุลอาหารในมื้ออื่นๆ ได้ เช่น มื้อเช้าและมื้อเย็นอาจเลือกกินอาหารที่ไม่มีแป้งหรือมีแป้งน้อย เช่น ไข่ต้ม ผักสด หรืออกไก่ย่าง เพื่อให้สามารถกินพิซซ่าแบบบางกรอบขนาด 9 นิ้วได้ในมื้อกลางวัน โดยที่ยังคงควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตให้ไม่เกิน 120 กรัมต่อวัน การวางแผนเช่นนี้ไม่เพียงช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขกับการกิน แต่ยังช่วยให้เราสามารถควบคุมน้ำหนักและสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแบ่งสัดส่วนอาหารและคำนวณสารอาหารเป็นประจำจะช่วยให้เราคุ้นเคยกับปริมาณแคลอรี่และสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ทำให้การไดเอ็ดไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 💁 3. เปรียบเทียบคนวางแผนสุขภาพกับคนวางแผนธุรกิจ คนที่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพและวางแผนควบคุมอาหารมักจะมีรูปร่างและสุขภาพที่ดีแบบยั่งยืน เพราะพวกเขาเข้าใจว่าการกินอาหารที่ชอบไม่ได้หมายความว่าต้องละเลยสุขภาพ แต่สามารถปรับสมดุลได้ เช่น การกินพิซซ่าในมื้อกลางวันแต่ลดแป้งในมื้ออื่นๆ หรือการเลือกกินของหวานในปริมาณที่เหมาะสม ในทางเดียวกัน คนที่ใส่ใจเรื่องธุรกิจและการเงินก็มักจะมีความร่ำรวยและความมั่นคงทางการเงิน เพราะพวกเขารู้จักวางแผนการใช้จ่าย ลงทุนอย่างฉลาด และบริหารความเสี่ยงได้ดี ทั้งสองกลุ่มนี้มีจุดร่วมกันคือการมีวินัยและความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพที่ดีหรือความมั่งคั่งทางการเงิน 🏆 4. สุขภาพดีคือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่ดี สุขภาพและรูปร่างที่ดีไม่เพียงส่งผลต่อภาพลักษณ์ภายนอก แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตในทุกด้าน เมื่อเรามีสุขภาพที่ดี เราจะมีพลังงานเพียงพอสำหรับการทำงาน การเรียน และการทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การมีรูปร่างที่ดียังช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง ทำให้เรากล้าแสดงออกและเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ ได้ดีขึ้น สุขภาพที่ดียังส่งผลต่อจิตใจและอารมณ์ การกินอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายเป็นประจำช่วยลดความเครียดและเพิ่มความสุขในชีวิต ดังนั้น การดูแลสุขภาพและรูปร่างจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นเรื่องของการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ✨ สรุป การรู้ว่าตัวเองอยากกินอะไรในแต่ละวันและการวางแผนอาหารอย่างมีวินัยช่วยให้เราสามารถกินอาหารที่ชอบได้โดยยังคงอยู่ในโปรแกรมไดเอ็ด การเปรียบเทียบระหว่างคนที่ใส่ใจสุขภาพกับคนที่ใส่ใจธุรกิจแสดงให้เห็นว่าวินัยและการวางแผนเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จในทุกด้าน สุขภาพและรูปร่างที่ดีเป็นจุดเริ่มต้นของการมีชีวิตที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ ดังนั้น การดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่เราควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก #สุขภาพดีมันง่ายถ้ามันยากแสดงว่าทำผิด #ซิกแพคก่อนตาย #siamstr #healthylifestyle #fitness
🥑 รูปร่างและสุขภาพที่ดีเริ่มต้นด้วยการใส่ใจเลือกอาหาร 📌 วันนี้ผมไปซื้ออาหารเข้าบ้าน เลยอยากแชร์เทคนิคการเลือกวัตถุดิบอาหารยังไงให้หุ่นปัง! ส่วนตัวช่วงนี้อยู่ในช่วงลดไขมัน ชิ้นส่วนหมูที่เลือกก็จะเป็นแบบติดมันน้อยๆ วันนี้เลือกหมูสันนอก เอาไว้ทำเมนูผัดต่างๆ ต่อมาคือ “กระดูกเล้ง” ซึ่งเป็นส่วนคอหมู ชอบเอามาต้มใส่หัวไชเท้าให้เปื่อย แล้วซื้อน้ำจิ้มสามรสเจ้าประจำที่ชอบมาราดด้านบน แซ่บๆ กินเป็นมื้อเย็น แถมกินหัวไชเท้าที่ต้มแทนข้าว อิ่มอยู่ท้องดี บางวันถ้าวันไหนอยากกินน้ำหวานต่อ ก็จัด “ลิปตันโซดา 0 แคล” ตามไปอีกหนึ่งกระป๋อง เท่านี้ก็ได้ทั้งความอร่อยและไม่เครียดเกินไปในช่วงลดไขมันเทคนิคนี้ทำให้เราอยู่ในโปรแกรมได้นานและไม่ค่อยโหย หน้าที่ของเราคือเลือกอาหารให้ตรงตามเป้าหมายเหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ส่วนเนื้อจะเอามาย่างเป็นมื้อเย็น บางวันเบื่อจากหมูก็เปลี่ยนเป็นเนื้อแทน . 🍉 ผลไม้ แก้วมังกรส่วนมากจะกินเป็นมื้อเช้าเพราะช่วยเรื่องขับถ่าย แต่ส่วนมากจะกินผลไม้ตอนมื้อเที่ยงหลังอาหาร เวลากินข้าวเสร็จจะรู้สึกอยากได้อะไรหวานๆ สดชื่นๆ ก็จัดให้ ส่วนมากเลือกผลไม้ที่พลังงานต่ำและอยู่ท้อง เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ หรือแตงโม การกินผลไม้เหล่านี้ดีกว่าการกินน้ำหวานหรือเบเกอรี่ ซึ่งให้พลังงานเยอะแต่สารอาหารน้อย ถ้าใครอยู่ในช่วงลดไขมัน ควรหลีกเลี่ยงการกินขนมหรือของหวานหลังอาหาร ไม่อย่างนั้นการลดไขมันจะเห็นผลช้าลง สุดท้ายนี้เราซื้ออะไรเข้าบ้าน เราก็กินอันนั้น ดังนั้นเรากินอาหารแบบไหน สุขภาพและรูปร่างของเราก็จะเป็นอย่างนั้นแหละพี่น้อง! 💪🏻 #วิถีพ่อบ้าน #สุขภาพดีมันง่ายถ้ามันยากแสดงว่าทำผิด #ซิกแพคก่อนตาย #healthylifestyle #healthyfood #fitness #siamstr #nostr
🍕กินอย่างไรให้มีสุขภาพและรูปร่างดี แม้จะกินได้ทุกอย่าง ? สรุปสั้นๆ 😃 • กินอย่างมีสติ รู้จักประมาณ รู้จักพอ อธิบายยาวๆ 😅 📌 1. กินอย่างมีสติ ก่อนกินอาหาร ลองวางแผนล่วงหน้า ถามตัวเองว่าอยากกินอะไรในวันพรุ่งนี้ การวางแผนจะช่วยให้เราควบคุมสิ่งที่เราจะกินได้ดียิ่งขึ้น และป้องกันการกินตามใจจนเกินความจำเป็น 📌 2. รู้จักประมาณ รู้จักร่างกายตัวเอง เช่น ความสามารถในการเผาผลาญพลังงาน และกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน ควรเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ 70% และที่ชอบกิน 30% เพื่อให้การกินมีความสมดุล 📌 3. รู้จักพอ เมื่อได้กินสิ่งที่ต้องการแล้ว ควรกินในปริมาณที่เหมาะสมตามที่วางแผนไว้ เมื่อกินเสร็จแล้วก็พอ หยุดกิน ลุกเอาจานไปล้าง ดื่มน้ำ แล้วกลับไปทำกิจกรรมอื่นต่อ . ทั้งหมดนี้เป็นทักษะที่ต้องใช้การฝึกฝน อย่ากดดันตัวเองมาก ค่อยๆ ทำทีละนิดทีละหน่อย พอทำบ่อยๆ จะกลายเป็นนิสัยและจะทำได้โดยอัตโนมัติ ทุกการฝึกฝนย่อมมีความยุ่งยากในช่วงแรก แต่อย่าเพิ่งถอดใจ แต่ละคนมีการเดินทางที่แตกต่างกัน บางคนอาจใช้เวลา 6 เดือน บางคนอาจใช้เวลาเป็นปีๆ แต่เมื่อฝึกได้แล้ว เรื่องสุขภาพและการกินจะกลายเป็นเรื่องง่าย เราจะมีอิสรภาพในการเลือกกินอย่างที่ต้องการแล้วยังมีสุขภาพกายที่ดีสุขภาพใจที่ดีและสิ่งที่ตามมาคือรูปร่างที่ดี ส่วนตัวยกให้การฝึกนิสัยนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตเรื่องหนึ่งเลยหล่ะ ลุย!! ปล. รูปอาหารคือมื้อเช้าวันนี้ รูปเปรียบเทียบซ้ายกินน้อยกินไก่ปั่นกับข้าวปั่นแล้วสุดท้ายตบะแตกไปยัดบุฟเฟ่ฉ่ำๆแล้วก็จิตตกลงโทษตัวเองด้วยการออกกำลังกายมากกจนร่างพัง สภาพอย่างที่เห็น รูปขวาใช้วิธีที่ข้างบนที่เล่ามาเลยออกมาตามนั้นเลย 😎 #สุขภาพดีมันง่ายถ้ายากแสดงว่าทำผิด #ซิกแพคก่อนตาย #เกิดมาทั้งทีอยากมีซิกแพคคค #healthy #fitness #siamstr
มารับฟังเทศนาธรรมจากพี่ชิตคนเดิมร้านเดิม เกือบจะแก๊งค์เดิมเลยทีเดียว 😁 #siamst #bitcoin #freedom image
ชีวิตที่ธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาคือ ชีวิตที่มี เวลา ถึงแม้ไม่หรูหราแต่สามารถเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไรครอบครัวเราอยู่ข้างๆกันเสมอ ความรวยไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในวีถีชีวิตเช่นนี้ ความพอดี ความสมดุล ต่างหากที่จะลิ้มรสชีวิตเช่นนี้ได้ นี้แหละชีวิตที่ธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาในนิยามของผม ✌️ ปล. มาเรียนรู้ผ่านการลงมือทำครั้งสอง เรามันวิถีคนเมืองเต็มตัว พยายามหาเวลาว่างมาเรียนรู้อาทิตย์ละวันก็ยังดี #bitcoin #siamstr #บ้านดิน #กสิกรรมธรรมชาติสุขใจพอ #วิถีพึ่งตนเอง
ศึกการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ใหญ่หลวงและน่าจะกินช่วงยาวนาน ยุทธวิธีการพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุดเป็นวิธีที่ผมเลือกในการสู้ศึกครั้งนี้เพื่อจะสามารถยืนระยะได้นานพอจนกว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะสิ้นสุดลง ปล. เรียนทำบ้านดินกับพี่เทพ บ้านดินในรูปที่สร้างเสร็จแล้วสอบถามพี่เทพใช้ทุนสร้างทั้งหลัง 65,000 บาท ค่าแรงไม่มีเพราะทำเอง ใช้ระยะเวลาทำ 1 ปี กว่าๆ #bitcoin #siamstr #บ้านดิน #กสิกรรมสุขใจพอ #วิถีพึ่งตนเอง
๐ “มนุษย์เราถูกสอนให้หลีกหนีความเป็นคนธรรมดาสามัญโดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ใครก็ตามที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญมากๆ เขา จะถูกลงโทษจากความสำคัญผิดอันนั้น” “เราทุกคนเป็นคนธรรมดา เมื่อใดเราปฏิเสธความเป็นคนธรรมดาสามัญ เมื่อนั้นเราจะเจ็บปวด” เข้าใจสิ่งที่ผมพูดไหม โรคร้ายที่รุกรานกัดกินใจมนุษย์มากที่สุดก็คือความรู้สึกถูกทอดทิ้งให้อยู่เดียวดาย แท้จริงนั้นคนไม่ได้ถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว เขาทอดทิ้งตัวเขาเอง เขาปลีกตัวเขาเองออกไปด้วยความหวังที่จะเป็นอัจฉริยะกับเขาสักคนหนึ่ง เป็นคนเก่ง เป็นคนเด่น นั่นคือการปฏิเสธความเป็นคนธรรมดาสามัญ โชคดีอะไรเช่นนั้นที่เราทุกคนเป็นคนธรรมดาสามัญ หรือว่าใครในที่นี้คิดว่าตนเองผิดธรรมดาสามัญบ้าง ๐ “การเจริญสตินั้นเป็นการทำความรู้จักกับความเป็นคนธรรมดาสามัญ เช่น รู้จักความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้น หรือเมื่อกิเลสเกิดขึ้นก็รู้ตามที่เป็นจริง ไม่ใช่พยายามทำตัวเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นนักบุญ การเป็นคนพิเศษไม่มีกิเลสตัณหา” อย่างนั้นคุณจะพบความเจ็บปวดอยู่คนเดียว ตกนรกคนเดียวโดยไม่รู้ตัว ถ้าลงนรกหลายๆ คนมีเพื่อนฝูงคงจะไม่เหงานัก “เมื่อเราเจริญสติภาวนานั้นเรากำลังกลับเข้าไปสู่รากฐานพื้นเพที่ดาดๆ ของเรา ซึ่งมนุษย์มักจะมองข้ามการกระทำของคนทั่วไปก็มักจะอยู่ในลักษณะของการพยายามที่จะทำอะไรให้โดดเด่น” ภายใตัลัทธิคัดหาคนเก่ง เยาวชนทุกรุ่นทุกข์ทรมานกันแสนสาหัส การศึกษาของชาติทั้งหมดเป็นการกระทำภายใต้การคัดเฟันเด็กเก่ง นับตั้งแต่การสอบเอ็นทรานซ์ ถ้าคุณสอบ เอ็นทรานช์ได้ก็จะรู้สึกว่า เราก็เก่งกับเขาเหมือนกันนี่ โดยเฉพาะ “ภายใต้ลัทธิคนเก่งนี้ ทุกคนเจ็บปวดหมด ดังคำโบราณที่ว่า "เหนือฟ้ายังมีฟ้า" แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณเข้าใจความเป็นคนธรรมดาสามัญคุณจะพันจากอันตรายนี้” ———- ดั่งสายน้ำไหล พิมพ์ครั้งที่4 ปกอ่อน หน้า 64-65 เขมานันทะ ลิงค์เสียงอ่าน https://youtube.com/playlist?list=PL6HPyWUTelvoOsxbDXxEP7Bf6HQhKUPRq&si=7RLu9cAvsvxg19FH ***ทางเพจขอลง สัปดาห์ละ 3วัน เวลา8.05 นะครับ*** สามารถสนับสนุนการเผยแพร่ผลงานของ อาจารย์ เขมานันทะ ได้ด้วยการ กดlike และ แชร์ ครับ #siamter #GM image
๒๖. ผู้นำ-ผู้ตาม และ ธรรมบรรยาย ธาตุแท้ของผู้คนนั้นบริสุทธิ์ เป็นผู้ที่ปรารถนาแต่สันติสุขด้วยกัน การที่จะรู้เรื่องนี้ในหัวใจของเราต้องสิ้นสับสนก่อน เมื่อในหัวใจของเราสิ้นสับสน เราจึงจะรู้ว่าอะไรเป็นสาระ อะไรไม่ใช่สาระ เราจะรู้ว่าคำพูดใดที่เป็นคำพูดสะท้อนออกมาจากสัจจะ คำพูดใดเป็นเครื่องสะท้อนออกของความสับสนในการค้นหาสัจจะ มนุษย์ทุกคนในโลกนี้แท้ที่จริงแล้วเป็นผู้กำลังค้นหาสัจธรรม ไม่ว่าเขาจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว เพราะว่าทุกความสับสนในหัวใจของเขานั้นเองผลักดันให้เขาต้องกระทำอะไรหลายๆ อย่างเพื่อพ้นจากภาวะที่สับสน เหมือนพฤติกรรมของเขานั้น แง่หนึ่งเป็นการสะท้อนออกของความสับสน อีกแง่หนึ่งก็คือเครื่องมือที่จะนำไปสู่การสิ้นสับสน แต่ความลับอันสำคัญของมนุษย์เราคือว่า เมื่อเขารู้สึกสับสนแล้ว มนุษย์ทั่วไปจะทนไม่ไหวที่จะเรียนรู้ธรรมลักษณะของความสับสนนั้นตรงๆ ซื่อ ๆ คือเราทนไม่ไหว เราอ่อนแอเกินไปที่จะเรียนรู้มันตรงๆ ว่า ความสับสนนี้มีอาการอย่างไร เกิดขึ้นอย่างไร ตั้งอยู่อย่างไรแล้วจบสิ้นลงได้อย่างไร เราไม่กล้า เราไม่องอาจพอ ดังนั้นเมื่อความสับสนเกิดขึ้นแทนที่จะได้ประโยชน์จากมันเราก็วิ่งเข้าหาที่พึ่งอะไรต่างๆ ดังนั้นเราทุกคนจึงมีความรู้สึกเรียกร้องชนิดหนึ่ง โปรดเห็นใจฉันบ้าง ขอให้มีบางสิ่งเพื่อยกชีวิตจากความสับสน ขอให้มีอำนาจอะไรบางอย่าง จะเป็นโชคชะตาหรืออะไรก็สุดแท้ จะเป็นความรู้หรือคู่ครอง คู่รัก หรือเงิน เพียงเพื่อให้พ้นจากภาวะที่สับสน แต่ทีนี้เมื่อเราไม่รู้ว่าภาวะสับสนมีธรรมชาติอย่างไร กลายเป็นวิ่งหาที่พึ่งภายนอก ดังนั้นไม่ว่าทฤษฎีใดๆ ทั้งสิ้น จะเป็นทฤษฎีของพระพุทธองค์หรือของใครๆก็ตาม ในโลกนี้จะดีเลิศประเสริฐสักแค่ไหนก็ตาม ตราบใดที่เรายังไม่รู้รากเหง้าของความสับสนด้วยตัวของเราเองแล้ว ทฤษฎีเหล่านั้นก็ยังคงเป็นทฤษฎีอยู่เท่านั้น เราจะไม่รู้สึกว่ามันมีทฤษฎีไหนที่เป็นทฤษฎีจริงแท้ หรือเป็นเพียงคำโฆษณาอวดอ้างเท่านั้น ธรรมบรรยาย ณ วัดสนามใน นนทบุรี ขณะนั้นท่านเขมานันทะยังครองสมณะเพศ ถอดเทปและจัดพิมพ์ (โรเนียว-เย็บเล่ม) โดยกลุ่มศึกษาและปฏิบัติธรรม เมื่อกันยายน พ.ศ.๒๕๒๒ #siamstr #GM image
๘๑. เนื่องในความงาม แรงจูงใจและแรงบันดาลใจ (๑๘) (โพสต์ชิ้นสุดท้ายจากหนังสือ"เนื่องในความงาม") กฎธรรมชาติเป็นกฎสัมพันธ์ระหว่างลักษณะจำกัดกับอนันต์เช่นนี้เอง อารมณ์รู้สึกไม่ว่าดีหรือชั่ว สุขหรือทุกข์ ซึ่งมีลักษณะจำกัด ความรักความเกลียดมันปรากฏพอให้รู้ได้ รู้จักกิเลส ตัณหา อุปาทานแล้ว โดยเข้าไปสัมผัสมัน จึงรู้จักว่ามันจำกัดอยู่อย่างไร ดังคำกล่าวว่ามีเกิดย่อมมีดับ พร้อมกันนั้นมันก็บ่งชี้ถึงสภาพไม่เกิดไม่ดับไปด้วยเบ็ดเสร็จ เหมือนวงกลมมันมีลักษณะจำกัด พร้อมกันนั้นมันเป็น infinite ด้วย ในแวดวงชาวพุทธจะคุ้นกับสัญลักษณ์ของกฎธรรมชาติซึ่งมีลักษณะจำกัดแต่ไม่รู้สิ้นสุด ไม่มีจุดเริ่มต้นไม่มีจุดจบ วงกลมเป็นสัญลักษณ์ของกฎธรรมชาติที่ดีมาก “เนื่องในความงาม” เป็นผลงานที่รวบรวมบทสนทนาและบทสัมภาษณ์ของท่านเขมานันทะ ในประเด็นเกี่ยวกับสุนทรียศาสตร์-ศิลปะและความงาม ซึ่งมีมุมมองในมิติทางศาสนาไว้อย่างหนักแน่นลึกซึ้ง อันมีที่มาจากการภาวนาและขัดเกลาชีวิตด้านใน (บางมุมมองท่านได้นำเสนอเปรียบเทียบความงามระหว่างโลกตะวันออกกับโลกตะวันตก) “เนื่องในความงาม” พิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม ๒๕๔๖ โดย สนพ.อมรินทร์ #siamstr #GM image
๗๗. เนื่องในความงาม แรงจูงใจและแรงบันดาลใจ (๑๔) การลอกเลียนผู้อื่นเป็นการเข่นฆ่าพลังชีวิตในตัวซึ่งมีอะไรดีกว่านั้นมากมาย นั่นคือความดีในตัวมันเอง ดังนั้นวินัยทางศิลปะจึงมีอยู่ที่ไม่ลอกเลียนเป็นสิ่งที่ถูกสังวร ถ้าจะมีการคล้อยตามตัวเองจะต้องสังวรว่ามันอยู่ในระดับหนึ่ง เพียงเพื่อรู้อะไรในสิ่งที่คนอื่นรู้แล้วเท่านั้น ดังนั้นการอนุญาตให้ตัวเองไม่รู้อะไรเลยนับว่าเป็นวินัยชั้นสูง ปล่อยให้ตัวเองหลงทาง ในการทำงานของผม ไม่ว่าเขียนรูป เขียนกวี จะตระเตรียมไม่ได้ การตระเตรียมกีดขวางสิ่งที่มันจะไหลเทออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าทิศทางนั้นมี ผมจะลงสู่ทิศทางนั้น แต่ว่าการแล่นไปนั้นขึ้นอยู่กับสายน้ำและสายลมเหมือนกับลงเรือ ผมไม่อาจบอกได้ว่า ผมจะเขียนบทกวีหรือผมจะเขียนรูปเมื่อไรและเขียนอะไร ผมคิดว่าเมื่อใดที่มีมัน มีความพร้อมในตัวเอง มีดอกไม้บานในหัวใจ มีหยาดน้ำผึ้งแห่งความงาม มันก็จะพบการแสดงออกเองโดยไม่จำเป็นต้องมีแผนการใด ๆ ช่วงนี้ผมทำแค่การปล่อยตัว ปล่อยกายปล่อยใจ ปล่อยให้มันทำตามอำเภอใจภายใต้วินัยของจิตสำนึกชั้นสูง วินัยซึ่งเป็นอริยะนั้นมีความสำคัญมาก ดังคำเตือนของครูเปียโนเตือนศิษย์ผู้ทะนงตนในภาพยนตร์เรื่อง Rhapsody ว่า “ไม่มีศิลปะที่ยิ่งใหญ่ใดถูกรังสรรค์ขึ้นได้โดยปราศจากวินัย (There is no great art without discipline.) ซึ่งก็คือการยอมรับสภาวะที่เป็นจริงตามที่ตัวเป็น แล้วก็อาศัยความเป็นเองนั้นสะท้อนออกตามที่ตัวเองเป็น นั่นหมายถึงการบ่ม ในขณะที่ผลไม้ดิบจะเห็นว่ามันสุกไม่ได้ ดังนั้นจะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมและแม่นยำของธรรมชาติอันให้ท่วงทำนองในการงาน “เนื่องในความงาม” เป็นผลงานที่รวบรวมบทสนทนาและบทสัมภาษณ์ของท่านเขมานันทะ ในประเด็นเกี่ยวกับสุนทรียศาสตร์-ศิลปะและความงาม ซึ่งมีมุมมองในมิติทางศาสนาไว้อย่างหนักแน่นลึกซึ้ง อันมีที่มาจากการภาวนาและขัดเกลาชีวิตด้านใน (บางมุมมองท่านได้นำเสนอเปรียบเทียบความงามระหว่างโลกตะวันออกกับโลกตะวันตก) “เนื่องในความงาม” พิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม ๒๕๔๖ โดย สนพ.อมรินทร์ #siamstr #GM image
๗๒. เนื่องในความงาม แรงจูงใจและแรงบันดาลใจ (๙) ความพยายามที่จะบรรลุถึงสัจจะ อาจจะเป็นสิ่งแปลกปลอม เป็นความพยายามที่เกินจริง เป็นแฟนซีไปก็ได้ ความพยายามที่จะถึงความจริง เป็นสิ่งแตกต่างมากจากความพยายามที่จะรู้แจ้งต่อความจริงที่มีอยู่แล้วเช่นไร การดิ้นรนนั้นเป็นการสร้างทุกข์ไม่รู้จักจบสิ้น พระเยซูคริสต์ท่านได้แสดงวาทะที่ว่า พระบิดาอยู่ในเรา เราอยู่ในพระบิดา และคำว่า “เรา” ในที่นี้ ผมคิดว่ามันหมายถึงทุกคน เหมือนพระพุทธเจ้าใช้คำว่า “ตถาคต” เราก็คือทุก ๆ ชีวิต ข้อความในพระสูตรว่า สัตว์ทั้งหลายคือพระตถาคต แท้ที่จริงสัตว์ทั้งหลายคือตถาคต การกลับสู่ภาวะธรรมดาในตัวเองแล้วก็ยอมรับมันอย่างสิ้นเชิง เช่น กลัวอะไรอยู่ เรากับความกลัวเป็นอันเดียวกัน ความพยายามที่จะขจัดความกลัวเป็นความกลัวอีกรูปแบบหนึ่ง ความพยายามที่จะขจัดความทุกข์ ไม่รู้จักมัน ความทุกข์อันหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว ก็เกิดตัวตนตัวหนึ่งที่มุ่งขจัดความทุกข์ ความต้องการขจัดความทุกข์ก็เป็นทุกข์ เป็นทุกข์ซ้อนทุกข์ ความพยายามที่จะบรรลุถึงความหลุดพ้นนั่นเป็นความทุกข์ทรมาน เนื่องจากพยายามที่จะหนีทุกข์ ความพยายามหนีทุกข์นี่เอง เมื่อเรานั่งสมาธิอย่างอยากได้ สมาธินั้นคือทางที่ไล่สมาธิออกจากตัว ทันใดที่ความทุกข์เกิด ผมกับความทุกข์เป็นอันเดียวกัน ความทุกข์กับผมไม่ใช่ของสองสิ่ง ดังนั้นการเข้าแนบสนิทกับความจริงที่เป็นอยู่จริง ก็คือความหมายของการดำรงอยู่ ไม่ว่ามันจะสุขหรือทุกข์ ไม่ว่ามันจะฟุ้งซ่านหรือเป็นสมาธิ ผมกับสมาธิเป็นอันเดียวกัน ผมไม่เคยตกหล่นจากสมาธิ เมื่อความฟุ้งซ่านเกิด ผมก็คือความฟุ้งซ่าน ด้วยกรรมกิริยาอันนี้ แรงเสียดทานจะไม่มี ชีวิตจะกระโดดโลดเต้นไปตามท่วงทำนองของมัน เราจะเป็นสุขฝ่ายเดียวไม่ได้อยู่แล้ว ทุกข์ตลอดเวลาก็ไม่ได้ ความเป็นเรานั้นมันไม่ได้จำกัดอยู่อันหนึ่งอันใด มันจำกัด แต่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ “เนื่องในความงาม” เป็นผลงานที่รวบรวมบทสนทนาและบทสัมภาษณ์ของท่านเขมานันทะ ในประเด็นเกี่ยวกับสุนทรียศาสตร์-ศิลปะและความงาม ซึ่งมีมุมมองในมิติทางศาสนาไว้อย่างหนักแน่นลึกซึ้ง อันมีที่มาจากการภาวนาและขัดเกลาชีวิตด้านใน (บางมุมมองท่านได้นำเสนอเปรียบเทียบความงามระหว่างโลกตะวันออกกับโลกตะวันตก) “เนื่องในความงาม” พิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม ๒๕๔๖ โดย สนพ.อมรินทร์ #siamstr
#สนทนาธรรมกับอาจารย์โกวิท เขมานันทะ(4) #จิตแพทย์กับนักภาวนา #นิพัทธ์พร: ดังที่อาจารย์กล่าวว่า ผลของการภาวนา (side effect) ที่เป็นวิปัสสนูอุปกิเลส (กิเลสเนื่องจากการเจริญวิปัสสนา) ได้ทำความยุ่งยากให้กับจิตแพทย์มาก หรือพูดอีกทีว่า จิตแพทย์ทำความยุ่งยากกับนักภาวนามาก เอียดมีความเห็นว่า ทั้งสองฝ่ายนี้มีแรงปะทะซึ่งกันและกัน เลยนะคะ . #อาจารย์เขมานันทะ : ใช่ครับ ซึ่งกันและกัน ใช่ เพราะจับกันคนละทาง คนละทฤษฎี เช่น จิตวิทยาปกติของจิตแพทย์ก็คือ คนที่มีราคะ โทสะ โมหะ ธรรมดานี่ฮะ เป็นเรื่องธรรมดา แต่ในทางพุทธศาสนาถือว่า นั่นไม่ปกติเลย. . ก่อนพูดในประเด็นนี้ ขอผม clear เรื่องฐานศรัทธากับปัญญา ที่กล่าวไว้ข้างต้นยังไม่สู้สมบูรณ์นัก คืออินทรีย์เหล่านี้ทั้งสี่ทั้งห้านี่นะฮะ ศรัทธา ความเพียร สติ ความรู้ตัว ความอยู่ในสมดุลนี่นะครับ ความไม่ผิดเพี้ยน ไม่ fantasyนี่ คือสติ สติมันเป็นกลาง ๆ สติมันรู้ความจริงได้ ที่จริงองค์สำคัญก็คือสตินะครับ มันเป็นองค์กลางพอดี ศรัทธา วิริยะ สติ และสมาธิ ปัญญา นี่เป็นผล เป็นฐานสู่ยอด สติมันเป็นสิ่งที่จะสื่อเอาความจริงได้ซึ่ง ๆ หน้า แต่มันไม่มีฤทธิ์เดชอะไรนะฮะ มันแค่เห็นความจริงได้เท่านั้นเอง แต่ความเข้าใจนั้นมันอีกเรื่องหนึ่งนะ . องค์อินทรีย์ทั้ง๕นี้ ทว่าอันหนึ่งอันใดมากหรือน้อยเกินไป มันจะสร้างปัญหาในตัวมัน คือความบริสุทธิ์มันไม่พอที่จะเข้าใจและอิสระจากความรู้นั้น เมื่อเราพูดถึงความรู้ เราพูดถึงอิสระในความรู้ด้วยนะ เรามักจะพบคนมีความรู้แล้วติดความรู้ตัวเองนี่บ่อยไปนะ แล้วเป็นเหตุให้คับแคบ แล้วก็ในที่สุดสูญสิ้นเสรีภาพหรืออิสรภาพไปเพราะความรู้นั้น ความรู้หรือความฉลาดหรือปัญญานั้นน่ะฮะ . ดังนั้นองค์อินทรีย์ทั้ง ๕ นี้นะครับ จะต้องได้สัดส่วนพอดิบพอดี คำว่าพอดิบพอดีนี่เป็นปัจจัตตัง ไม่มีใครบอกได้ เพราะว่าแต่ละคนก็มีลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคน ปัจเจกนั้นมีอยู่นะ ไม่ใช่ไม่มีอยู่ แต่ว่ามันไม่ได้มีไว้สำหรับยึดถือเท่านั้นเอง คือสมมติเราเห็นลูกไก่ ๕ ตัวนี่ เรามักจะเหมารวมเป็นลูกไก่๕ตัว ที่จริงแต่ละตัวมี character ของมันเลยนะฮะ มีกรรม มีวิบากของมันเลยนะฮะ ถ้าเราจะเข้าให้ใกล้ความจริงของสิ่งนั้นมาก ๆ เราต้องมองออก อย่างเด็กเล็ก ๆ นั้น เด็กทุกคนไม่เหมือนกันสักคน ผมมีประสบการณ์บ้างกับหลานที่พึ่งคลอดใหม่ ๆ ผมเห็นพอคลอดปั๊บ เขามีอะไรของเขามาเรียบร้อยแล้ว มีวิธีของเขา มีท่าทาง มีแววตา มีการสื่ออะไรของเขาไม่เหมือนกันเลยครับ ซึ่งเรามักจะมองข้าม โดยเฉพาะในแวดวงของนักคิด และมักจะมองมนุษย์เป็นตัวเลขเหมือนที่เรารู้กันนะฮะ ประชาชนร้อยคนก็ตัวเลขร้อยหนึ่ง ที่จริงแต่ละคนมีอะไรที่น่าศึกษาไม่ใช่น้อย ดังนั้นเจ้าตัวนั่นเองที่ต้องรู้ถึงความได้สมดุลขององค์อินทรีย์ทั้ง๕ . ทีนี้ถามว่ารู้ได้ยังไง อันนี้ลำบากแล้วครับ หมายความว่า ในความพยายาม ในความเพียรนั้นนะฮะ ในความศรัทธานั้น มันจะค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพจากความเหลื่อมล้ำก้ำเกิน เช่น ศรัทธามากจนเพ้อคลั่งไปเลย สติอ่อน อะไรนี่นะฮะ แล้วปัญญาก็ไม่สมบูรณ์ ปัญญาไม่สมบูรณ์หมายความว่ามีปัญญาเหมือนกันแต่ไม่มีฐาน คิดเอาแต่เพ้อไปเรื่องนามธรรมล้วน ๆ อะไรไปนะฮะ หรือเป็นเหตุผลเกินไป อะไรก็สุดแท้นะฮะ . สัดส่วนที่คลุกกัน กลมกลืน มีเอกภาพอันนี้เอง ที่พระพุทธเจ้าท่านอุปมาเหมือนกับดอกไม้เมื่อมันครบ๕กลีบ การบานย่อมเป็นไปเอง อันนี้สำคัญนะ เป็นใจความที่สำคัญมาก ๆ เลย เมื่ออินทรีย์ ๕ ได้สัดส่วน การหลุดพ้น การรู้แจ้งจะเกิดขึ้นเองก็ได้ แล้วท่านหันมาถามพระสารีบุตรนะฮะ ถามว่า เธอเชื่อหรือเปล่า พระสูตรนี้มีอะไรน่าจำ พระสารีบุตรปฏิเสธครับ ข้าพระองค์ไม่เชื่อ คือพระพุทธเจ้าท่านรู้ว่า พระสารีบุตรทำอย่างนี้เป็นวิธีที่จะสอนที่ประชุมโดยวิธีของท่าน พระพุทธเจ้าขอให้แจกแจงว่าทำไมถึงไม่เชื่อ พระสารีบุตรบอกว่า ข้าพระองค์จะเชื่อต่อเมื่อปฏิบัติเห็นด้วยตัวของตัวเองแล้วเท่านั้น คือท่านแสดงแววของพระอัครสาวกของพระพุทธเจ้าที่ไม่ยอมเชื่ออะไร โดยที่ตัวเองไม่มีประสบการณ์ นับว่าท่านยอดเยี่ยมมาก พระพุทธเจ้าก็ประธานสาธุการว่า ถูกต้อง คือเรื่องนี้ต้องprove ตัวเองครับ ถ้าไ ม่ prove มันก็กลายเป็นศรัทธาล้วน ๆ เป็นความเชื่อล้วน ๆ ไม่ก้าวไปสู่ปัญญา . ลักษณะของศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญานี่นะ ถ้าเราเข้าใจลักษณะคืออาการของมันนะฮะ ได้ถูกต้องตามที่รู้ด้วยตัวเอง นั่นคือปัญญา พูดง่าย ๆ ว่า เมื่อรู้จักลักษณะของศรัทธาถูกตรงตามที่เป็นจริงนะ แสดงว่าปัญญาเริ่มชัดเจนแล้ว การเห็นเริ่มไม่หลอกตัวมันเองแล้ว ปกติการเห็นจะหลอก เพราะเป็นที่รู้กันของนักปรัชญา หรือนักเรียนปรัชญาชั้นต้น ๆ ที่ว่า ผู้ดูกับสิ่งที่ถูกดูมันหลอกล่อกัน ผู้ดูเอากรรมวิธี เอาวิบาก เอาความจำมาดู สิ่งที่ถูกดูก็เพี้ยนเปลี่ยนไปตามที่อยากจะเห็นน่ะนะ อันนี้เป็นวิชาปรัชญาขั้นต้นเท่านั้นน่ะครับ ซึ่งกฤษณะมูรติมาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ที่จริงพุทธศาสนาเราไม่มีการวิเคราะห์ให้หนักถึงขนาดนั้น ระหว่าง subjective-objective อันนี้เป็นวิถีทางทางปรัชญา พุทธศาสนาไม่แตะตรงนี้เลย เราแตะตรงที่ว่า ผัสสะทำให้เกิดเวทนา ตารูปเกิดจักษุวิญญาณ ธรรมสามประการเรียกผัสสะ จากผัสสะเกิดเวทนา อันนี้เป็นเรื่องที่ลึกกว่าเรื่อง subjective-objective อีก . อินทรีย์๕ที่ว่าแล้วนี่นะครับ เมื่อบุคคลภาวนาอยู่บนฐาน ภาวนาหมายความว่าเพียรอยู่นะฮะ เพียรประคับประคองอยู่ ไม่ให้เกิดการถดถอย ถึงแม้จะมีการท้อถอยบ้าง แต่ว่าถอยเพื่อจะก้าวไปข้างหน้า อันนี้เป็นประสบการณ์ของแต่ละคน เป็นส่วนรายละเอียดเฉพาะราย เมื่อเพียรภาวนาอยู่ #เพียรภาวนานั้นไม่ใช่อะไรครับ #เพื่อbalance #ไม่ใช่เพื่อบรรลุธรรม ทำไม่ได้อยู่แล้วการบรรลุธรรมเป็นเรื่องเป็นไปเอง ถ้าการแสวงหามุ่งจะบรรลุธรรมกลายเป็นความยึดติด กลายเป็นโมหะทันทีเลย ดังนั้นการเพียรbalance มันเหมือนนักกายกรรมน่ะครับ ห้อยโหนตีลังกา ไม่ใช่จุดมุ่งหมายอื่น แม้แต่จุดมุ่งหมายจะโชว์ให้คนดูชมก็ไม่ได้ นักกายกรรมที่เล่นอะไรเขาเรียกไม้สูงน่ะนะ จุดมุ่งหมายในเรื่องอวดคนนะ แต่จุดจริง ๆ คือการ balance ตัวให้ลุล่วงไปเท่านั้นเอง ส่วนการเห็นเป็นเรื่องของคนเอง เพราะถ้า balance ไม่ได้การแสดงก็มีไม่ได้ . ความพยายามที่จะเป็นพระพุทธเจ้า ความพยายามที่จะเป็นพระอรหันต์ ความพยายามที่จะสั่งสอนโลก อาจจะกลายเป็นอุปสรรคที่ร้ายแรงที่สุดได้ เพราะว่ามันคือโมหะ มันคือภวตัณหา เรียกปฏิบัติธรรมเพื่อบรรลุถึงภาวะอะไรบางอย่างนี่ โอ้ลำบากแล้วนะครับ ดังนั้นผู้ปฏิบัติธรรมต้องได้รับการแนะนำ การแนะนำอย่างเดียวก็ยังไม่พอนะ ต้องได้รับการtrain เพื่อให้รับความมุ่งหมายที่บรรลุถึงภาวะต่าง ๆ โดยอุบายของครูบาอาจารย์ ตรงนี้บทบาทของครูบาอาจารย์จะมีมากครับ ที่จะใช้คำว่า"ทรมาน"ให้ศิษย์ละตัวตนอะไรพวกนี้ ซึ่งการศึกษาบทนี้ในครั้งอดีตนั้น น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญ เช่น การทรมานศิษย์ ทรมานในที่นี้ไม่ได้หมายถึงโบยตีหรืออะไรอย่างนั้น การไม่พูดด้วย การทดสอบน้ำใจ มีพระคัมภีร์สำคัญ ๆ เล่าเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับอาจารย์ แล้วเราจะพบว่าอาจารย์นั้นพยายามจะเพิ่มพูนวิริยะของศิษย์โดยวิธีแปลก ๆ เช่น เมื่อลูกศิษย์ไปขอเรียนก็เฉย ไม่พูดไม่จาเป็นเดือน จนกระทั่งยั่วความใฝ่รู้ขึ้นมาเต็มเปี่ยม แล้วจึงจะสื่อให้ในวาระที่สำคัญ หมายความว่าการสอนนั้น มีทั้งส่วนที่เป็นไปในระบบขนบประเพณี และนอกขนบประเพณี ครูบาอาจารย์คนไหนมีความสามารถไม่มาก ก็จะสอนตามประเพณี ฝึกศิษย์ตามประเพณี ก็เพราะไม่มีความเข้าใจต่อบุคลิกภาพพิเศษของศิษย์พอ ก็ต้องใช้ประเพณี ประเพณีกับวินัยมันพอกันฮะ ในพระสูตรเล่าว่า พระพุทธเจ้ายอมละพระวินัยบางข้อแก่พระสาวกบางท่าน เพื่อให้สบเหมาะกับบุคลิกภาพของท่านผู้นั้น . นี่เราคุยกันหลากประเด็น เดี๋ยวจะเตลิดเปิดเปิงไปนะ (ยังมีต่อ) #siamstr image
#สนทนาธรรมกับอาจารย์โกวิท เขมานันทะ(4) #จิตแพทย์กับนักภาวนา #นิพัทธ์พร: ดังที่อาจารย์กล่าวว่า ผลของการภาวนา (side effect) ที่เป็นวิปัสสนูอุปกิเลส (กิเลสเนื่องจากการเจริญวิปัสสนา) ได้ทำความยุ่งยากให้กับจิตแพทย์มาก หรือพูดอีกทีว่า จิตแพทย์ทำความยุ่งยากกับนักภาวนามาก เอียดมีความเห็นว่า ทั้งสองฝ่ายนี้มีแรงปะทะซึ่งกันและกัน เลยนะคะ . #อาจารย์เขมานันทะ : ใช่ครับ ซึ่งกันและกัน ใช่ เพราะจับกันคนละทาง คนละทฤษฎี เช่น จิตวิทยาปกติของจิตแพทย์ก็คือ คนที่มีราคะ โทสะ โมหะ ธรรมดานี่ฮะ เป็นเรื่องธรรมดา แต่ในทางพุทธศาสนาถือว่า นั่นไม่ปกติเลย. . ก่อนพูดในประเด็นนี้ ขอผม clear เรื่องฐานศรัทธากับปัญญา ที่กล่าวไว้ข้างต้นยังไม่สู้สมบูรณ์นัก คืออินทรีย์เหล่านี้ทั้งสี่ทั้งห้านี่นะฮะ ศรัทธา ความเพียร สติ ความรู้ตัว ความอยู่ในสมดุลนี่นะครับ ความไม่ผิดเพี้ยน ไม่ fantasyนี่ คือสติ สติมันเป็นกลาง ๆ สติมันรู้ความจริงได้ ที่จริงองค์สำคัญก็คือสตินะครับ มันเป็นองค์กลางพอดี ศรัทธา วิริยะ สติ และสมาธิ ปัญญา นี่เป็นผล เป็นฐานสู่ยอด สติมันเป็นสิ่งที่จะสื่อเอาความจริงได้ซึ่ง ๆ หน้า แต่มันไม่มีฤทธิ์เดชอะไรนะฮะ มันแค่เห็นความจริงได้เท่านั้นเอง แต่ความเข้าใจนั้นมันอีกเรื่องหนึ่งนะ . องค์อินทรีย์ทั้ง๕นี้ ทว่าอันหนึ่งอันใดมากหรือน้อยเกินไป มันจะสร้างปัญหาในตัวมัน คือความบริสุทธิ์มันไม่พอที่จะเข้าใจและอิสระจากความรู้นั้น เมื่อเราพูดถึงความรู้ เราพูดถึงอิสระในความรู้ด้วยนะ เรามักจะพบคนมีความรู้แล้วติดความรู้ตัวเองนี่บ่อยไปนะ แล้วเป็นเหตุให้คับแคบ แล้วก็ในที่สุดสูญสิ้นเสรีภาพหรืออิสรภาพไปเพราะความรู้นั้น ความรู้หรือความฉลาดหรือปัญญานั้นน่ะฮะ . ดังนั้นองค์อินทรีย์ทั้ง ๕ นี้นะครับ จะต้องได้สัดส่วนพอดิบพอดี คำว่าพอดิบพอดีนี่เป็นปัจจัตตัง ไม่มีใครบอกได้ เพราะว่าแต่ละคนก็มีลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคน ปัจเจกนั้นมีอยู่นะ ไม่ใช่ไม่มีอยู่ แต่ว่ามันไม่ได้มีไว้สำหรับยึดถือเท่านั้นเอง คือสมมติเราเห็นลูกไก่ ๕ ตัวนี่ เรามักจะเหมารวมเป็นลูกไก่๕ตัว ที่จริงแต่ละตัวมี character ของมันเลยนะฮะ มีกรรม มีวิบากของมันเลยนะฮะ ถ้าเราจะเข้าให้ใกล้ความจริงของสิ่งนั้นมาก ๆ เราต้องมองออก อย่างเด็กเล็ก ๆ นั้น เด็กทุกคนไม่เหมือนกันสักคน ผมมีประสบการณ์บ้างกับหลานที่พึ่งคลอดใหม่ ๆ ผมเห็นพอคลอดปั๊บ เขามีอะไรของเขามาเรียบร้อยแล้ว มีวิธีของเขา มีท่าทาง มีแววตา มีการสื่ออะไรของเขาไม่เหมือนกันเลยครับ ซึ่งเรามักจะมองข้าม โดยเฉพาะในแวดวงของนักคิด และมักจะมองมนุษย์เป็นตัวเลขเหมือนที่เรารู้กันนะฮะ ประชาชนร้อยคนก็ตัวเลขร้อยหนึ่ง ที่จริงแต่ละคนมีอะไรที่น่าศึกษาไม่ใช่น้อย ดังนั้นเจ้าตัวนั่นเองที่ต้องรู้ถึงความได้สมดุลขององค์อินทรีย์ทั้ง๕ . ทีนี้ถามว่ารู้ได้ยังไง อันนี้ลำบากแล้วครับ หมายความว่า ในความพยายาม ในความเพียรนั้นนะฮะ ในความศรัทธานั้น มันจะค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพจากความเหลื่อมล้ำก้ำเกิน เช่น ศรัทธามากจนเพ้อคลั่งไปเลย สติอ่อน อะไรนี่นะฮะ แล้วปัญญาก็ไม่สมบูรณ์ ปัญญาไม่สมบูรณ์หมายความว่ามีปัญญาเหมือนกันแต่ไม่มีฐาน คิดเอาแต่เพ้อไปเรื่องนามธรรมล้วน ๆ อะไรไปนะฮะ หรือเป็นเหตุผลเกินไป อะไรก็สุดแท้นะฮะ . สัดส่วนที่คลุกกัน กลมกลืน มีเอกภาพอันนี้เอง ที่พระพุทธเจ้าท่านอุปมาเหมือนกับดอกไม้เมื่อมันครบ๕กลีบ การบานย่อมเป็นไปเอง อันนี้สำคัญนะ เป็นใจความที่สำคัญมาก ๆ เลย เมื่ออินทรีย์ ๕ ได้สัดส่วน การหลุดพ้น การรู้แจ้งจะเกิดขึ้นเองก็ได้ แล้วท่านหันมาถามพระสารีบุตรนะฮะ ถามว่า เธอเชื่อหรือเปล่า พระสูตรนี้มีอะไรน่าจำ พระสารีบุตรปฏิเสธครับ ข้าพระองค์ไม่เชื่อ คือพระพุทธเจ้าท่านรู้ว่า พระสารีบุตรทำอย่างนี้เป็นวิธีที่จะสอนที่ประชุมโดยวิธีของท่าน พระพุทธเจ้าขอให้แจกแจงว่าทำไมถึงไม่เชื่อ พระสารีบุตรบอกว่า ข้าพระองค์จะเชื่อต่อเมื่อปฏิบัติเห็นด้วยตัวของตัวเองแล้วเท่านั้น คือท่านแสดงแววของพระอัครสาวกของพระพุทธเจ้าที่ไม่ยอมเชื่ออะไร โดยที่ตัวเองไม่มีประสบการณ์ นับว่าท่านยอดเยี่ยมมาก พระพุทธเจ้าก็ประธานสาธุการว่า ถูกต้อง คือเรื่องนี้ต้องprove ตัวเองครับ ถ้าไ ม่ prove มันก็กลายเป็นศรัทธาล้วน ๆ เป็นความเชื่อล้วน ๆ ไม่ก้าวไปสู่ปัญญา . ลักษณะของศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญานี่นะ ถ้าเราเข้าใจลักษณะคืออาการของมันนะฮะ ได้ถูกต้องตามที่รู้ด้วยตัวเอง นั่นคือปัญญา พูดง่าย ๆ ว่า เมื่อรู้จักลักษณะของศรัทธาถูกตรงตามที่เป็นจริงนะ แสดงว่าปัญญาเริ่มชัดเจนแล้ว การเห็นเริ่มไม่หลอกตัวมันเองแล้ว ปกติการเห็นจะหลอก เพราะเป็นที่รู้กันของนักปรัชญา หรือนักเรียนปรัชญาชั้นต้น ๆ ที่ว่า ผู้ดูกับสิ่งที่ถูกดูมันหลอกล่อกัน ผู้ดูเอากรรมวิธี เอาวิบาก เอาความจำมาดู สิ่งที่ถูกดูก็เพี้ยนเปลี่ยนไปตามที่อยากจะเห็นน่ะนะ อันนี้เป็นวิชาปรัชญาขั้นต้นเท่านั้นน่ะครับ ซึ่งกฤษณะมูรติมาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ที่จริงพุทธศาสนาเราไม่มีการวิเคราะห์ให้หนักถึงขนาดนั้น ระหว่าง subjective-objective อันนี้เป็นวิถีทางทางปรัชญา พุทธศาสนาไม่แตะตรงนี้เลย เราแตะตรงที่ว่า ผัสสะทำให้เกิดเวทนา ตารูปเกิดจักษุวิญญาณ ธรรมสามประการเรียกผัสสะ จากผัสสะเกิดเวทนา อันนี้เป็นเรื่องที่ลึกกว่าเรื่อง subjective-objective อีก . อินทรีย์๕ที่ว่าแล้วนี่นะครับ เมื่อบุคคลภาวนาอยู่บนฐาน ภาวนาหมายความว่าเพียรอยู่นะฮะ เพียรประคับประคองอยู่ ไม่ให้เกิดการถดถอย ถึงแม้จะมีการท้อถอยบ้าง แต่ว่าถอยเพื่อจะก้าวไปข้างหน้า อันนี้เป็นประสบการณ์ของแต่ละคน เป็นส่วนรายละเอียดเฉพาะราย เมื่อเพียรภาวนาอยู่ #เพียรภาวนานั้นไม่ใช่อะไรครับ #เพื่อbalance #ไม่ใช่เพื่อบรรลุธรรม ทำไม่ได้อยู่แล้วการบรรลุธรรมเป็นเรื่องเป็นไปเอง ถ้าการแสวงหามุ่งจะบรรลุธรรมกลายเป็นความยึดติด กลายเป็นโมหะทันทีเลย ดังนั้นการเพียรbalance มันเหมือนนักกายกรรมน่ะครับ ห้อยโหนตีลังกา ไม่ใช่จุดมุ่งหมายอื่น แม้แต่จุดมุ่งหมายจะโชว์ให้คนดูชมก็ไม่ได้ นักกายกรรมที่เล่นอะไรเขาเรียกไม้สูงน่ะนะ จุดมุ่งหมายในเรื่องอวดคนนะ แต่จุดจริง ๆ คือการ balance ตัวให้ลุล่วงไปเท่านั้นเอง ส่วนการเห็นเป็นเรื่องของคนเอง เพราะถ้า balance ไม่ได้การแสดงก็มีไม่ได้ . ความพยายามที่จะเป็นพระพุทธเจ้า ความพยายามที่จะเป็นพระอรหันต์ ความพยายามที่จะสั่งสอนโลก อาจจะกลายเป็นอุปสรรคที่ร้ายแรงที่สุดได้ เพราะว่ามันคือโมหะ มันคือภวตัณหา เรียกปฏิบัติธรรมเพื่อบรรลุถึงภาวะอะไรบางอย่างนี่ โอ้ลำบากแล้วนะครับ ดังนั้นผู้ปฏิบัติธรรมต้องได้รับการแนะนำ การแนะนำอย่างเดียวก็ยังไม่พอนะ ต้องได้รับการtrain เพื่อให้รับความมุ่งหมายที่บรรลุถึงภาวะต่าง ๆ โดยอุบายของครูบาอาจารย์ ตรงนี้บทบาทของครูบาอาจารย์จะมีมากครับ ที่จะใช้คำว่า"ทรมาน"ให้ศิษย์ละตัวตนอะไรพวกนี้ ซึ่งการศึกษาบทนี้ในครั้งอดีตนั้น น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานสำคัญ เช่น การทรมานศิษย์ ทรมานในที่นี้ไม่ได้หมายถึงโบยตีหรืออะไรอย่างนั้น การไม่พูดด้วย การทดสอบน้ำใจ มีพระคัมภีร์สำคัญ ๆ เล่าเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับอาจารย์ แล้วเราจะพบว่าอาจารย์นั้นพยายามจะเพิ่มพูนวิริยะของศิษย์โดยวิธีแปลก ๆ เช่น เมื่อลูกศิษย์ไปขอเรียนก็เฉย ไม่พูดไม่จาเป็นเดือน จนกระทั่งยั่วความใฝ่รู้ขึ้นมาเต็มเปี่ยม แล้วจึงจะสื่อให้ในวาระที่สำคัญ หมายความว่าการสอนนั้น มีทั้งส่วนที่เป็นไปในระบบขนบประเพณี และนอกขนบประเพณี ครูบาอาจารย์คนไหนมีความสามารถไม่มาก ก็จะสอนตามประเพณี ฝึกศิษย์ตามประเพณี ก็เพราะไม่มีความเข้าใจต่อบุคลิกภาพพิเศษของศิษย์พอ ก็ต้องใช้ประเพณี ประเพณีกับวินัยมันพอกันฮะ ในพระสูตรเล่าว่า พระพุทธเจ้ายอมละพระวินัยบางข้อแก่พระสาวกบางท่าน เพื่อให้สบเหมาะกับบุคลิกภาพของท่านผู้นั้น . นี่เราคุยกันหลากประเด็น เดี๋ยวจะเตลิดเปิดเปิงไปนะ (ยังมีต่อ) #siamstr
ชีวิตไม่แน่นอนและมีเวลาจำกัด ความอบอุ่นในครอบครัวจึงรอไม่ได้ ขณะที่ชีวิตก็ยังต้องการเงินทอง เพื่อจับจ่าย ดำรงชีพ เราจะทำอย่างไรให้การงานเจริญก้าวหน้า และสร้างครอบครัวที่ดีไปพร้อมกันได้ เรื่องนี้เป็นโจทย์ใหญ่ของคนยุคนี้ หากใครพลาดท่าเสียที ชีวิตก็คงเสียสมดุล ได้อย่างเสียอย่าง หรือไม่ได้อะไรสักอย่าง ความร่ำรวยที่ไร้คนเคียงข้าง คงไม่ใช่ความสุข แต่การอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ทว่า... ขัดสนข้นแค้น ก็คงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก ทั้งความสำเร็จในการงาน และครอบครัว ควรคู่เคียงข้าง ไม่ควรต้องเลือกเพียงสิ่งเดียว โลกนี้มีคนจำนวนมากที่สูญเสียทั้งสองสิ่ง และยังพอมีคนที่ได้เพียงสิ่งเดียว มีเพียงน้อยนิดที่ได้สองสิ่งพร้อมกัน สถานการณ์ชีวิตของเราเป็นแบบไหน มีสิ่งใดไหมกำลังสูญเสีย ลองมองชีวิตของตนด้วยความจริงใจ ตระหนักและให้ความสำคัญ กับสิ่งสำคัญเสียแต่วันนี้ เพราะคนที่ได้ครบสองสิ่งนี้ มีไม่มากนัก... บันทึกความคิด จดไว้ให้เธออ่าน พศิน อินทรวงค์ ***ติดต่อ พศิน อินทรวงค์*** วิทยากร/บรรยาย/หนังสือ/บทความ ***ติดตามช่องยูทูป*** พศิน อินทรวงค์ - Pasin Intarawong https://www.youtube.com/channel/UCccGJ9suemcJiF6WQqxUuGQ image
๔๗. เนื่องในความงาม ระเบียบวินัยกับความงาม (There is no great art without discipline) (๑๔) เสขิยธรรม : เคยคุยกับคุณอังคาร (อังคาร กัลยาณพงศ์) ซึ่งกล่าวทำนองว่า ตัวเองก็รู้อยู่ว่าเป้าหมายมันน่าจะอยู่ที่ไหน แต่ใจที่มันแนบแน่นอยู่กับความงามของศิลปะ อยู่กับความไพเราะของบทกวี นี่มันทำให้ยากที่จะละไป เขมานันทะ : ผมว่าเราต้องนิยามคำว่า วาสนา นะ ซึ่งเป็นตัวไขคำถามนี้น่าจะได้ เราได้ยินคำนี้บ่อยจากปู่ย่าตายายของเรานี่ และก็ก่อนจะเข้ามาสู่คำนี้ ผมอยากจะโยงไปสู่การหยิบความหมายทางตะวันตกมาใช้ผิดที่ผิดทาง เช่น เรามักจะได้ยินคนวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นว่า คนนี้เป็นโรแมนติก คนนี้เป็นเรียลิสติก คนนี้เป็นเซอร์เรียลิสติก จริงๆ เราคว้าเอามาตรฐานตะวันตกเข้ามามองแล้วครับ แต่ถ้าตะวันออกหรือชาวพุทธนั้นเรามองจริต วาสนาของเขา แล้วทุกจริตเมื่อลุถึงธรรมแล้ว ทุกวาสนาดีทั้งนั้น แล้วเขาก็โปรดสัตว์อื่นด้วยจริตวาสนาของเขานั่นเอง เคยได้ยินไหมครับ พระพุทธเจ้าโปรดสัตว์ด้วยพระบารมี พระพุทธเจ้าท่านทรงตรัสว่าสัตว์ทั้งหลายคบกันด้วยธาตุ ผู้ที่ชอบการศึกษาพหูสูตก็ตามหลังพระอานนท์ จริตวาสนาไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่ว่าถ้าทางตะวันตก คนนี้เป็นคนโรแมนติกค่อนข้างถูกเหยียดๆ ไม่เรียลิสติกเลย... ทำนองนั้น! ตรงนี้สำคัญ ผมว่าเรามักจะพลาดจุดนี้เรื่อย เราเอา standard ตะวันตกส่อง แล้วก็ผลักของเราทิ้งก่อน แล้วก็แทนที่ด้วยตะวันตกทีละเรื่องๆ ดังนั้นถ้าเรามองแบบตะวันออกนะครับ ว่าคนที่มีหัวทางศิลปะทำไมจะต้องเลิก ทำไมไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์กับพระศาสนาเสีย พระปิลินทวัชชะพูดหยาบ วาสนาของท่านอย่างนั้น ในที่สุดท่านก็โปรดสัตว์ของท่านด้วยคำหยาบๆ ของท่าน คือว่ามันจะมีประโยชน์หมดถ้าเข้าถึงธรรมได้ ก็รู้กันอยู่นะครับ พระปิลินทวัชชะ เวลาญาติโยมมาฟังเทศน์ท่าน ท่านเริ่มต้นด้วยคำว่า “อ้ายถ่อยทั้งหลาย” ต้องด่าโยมก่อน นี่เป็นวาสนาของท่าน พระสารีบุตรก็มีวาสนา เจอแหล่งน้ำก็กระโดด แทนที่จะค่อยๆ เดิน แต่แล้ววาสนาเหล่านี้ ซึ่งก่อนหน้านี้อาจจะเป็นอุปสรรค แต่หลังจากท่านบรรลุโพธิญาณแล้ว กลับเป็นอุปการะช่วยคนที่มีกิเลสวาสนาคล้ายคลึงกับท่านได้ ถ้าเป็นหมอทำไมต้องเลิกรักษาคน ก็รักษาต่อไป แล้วก็ภาวนาด้วย ผมคิดว่าประเด็นนี้เรื่องสำคัญนะ ไม่ใช่ว่าหันมาสนใจธรรมะ โกนหัวบวชชีหมดเรื่องเลย นี่มันถูกหรือ ถ้าวาดรูปอยู่ก็วาดต่อไป แต่ว่าค่อยๆ เคี่ยวกรำมันเข้าสู่บทภาวนาให้จงได้ แล้วมันจะพิสูจน์ความจริงออกมาว่าการหนีความจริงนั้นใช้ไม่ได้ตลอดกาล การเผชิญกับความจริงนั้นต่างหากที่เป็นมรรค แล้วก็ค้นให้ลึกเข้าสู่ธรรมชาติแท้ของตัวเอง สัมภาษณ์ท่านเขมานันทะ ที่บ้านบัวขาว เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๓ “เนื่องในความงาม” เป็นผลงานที่รวบรวมบทสนทนาและบทสัมภาษณ์ของท่านเขมานันทะ ในประเด็นเกี่ยวกับสุนทรียศาสตร์-ศิลปะและความงาม ซึ่งมีมุมมองในมิติทางศาสนาไว้อย่างหนักแน่นลึกซึ้ง อันมีที่มาจากการภาวนาและขัดเกลาชีวิตด้านใน (บางมุมมองท่านได้นำเสนอเปรียบเทียบความงามระหว่างโลกตะวันออกกับโลกตะวันตก) “เนื่องในความงาม” พิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม ๒๕๔๖ โดย สนพ.อมรินทร์ #GM #Siamstr
เมื่อคืนไม่ทันลง ได้เจอกลุ่มเพื่อนๆชาวบิตคอยน์เนอร์ตัวจริงครั้งแรกรู้สึกอบอุ่นมาก คุยกับพี่ปล้ำนานสุดเพราะคนอื่นขึ้นเวทีหมด จารย์ต๊ำเหมือนในยูทูปไม่มีผิดอบอุ่นเสียงนุ่มตามสไตล์ ขอบคุณอามกับน้องวินทำให้ผมมีเครื่องหมาย ☑️หน้าชื่อเท่ๆแบบเขาบ้าง ดีใจที่พบทุกท่าน😇 #siamstr image