คนที่หนี้สินรุมเร้าถึงขั้นวิกฤติ มักจะหน้ามืดตามัว หูดับ ไม่สามารถรับรู้สภาวะของตนเองได้ว่าควรจะทำอะไร ควรจะแก้ปัญหาแบบไหนเพื่อให้พ้นจากปัญหานี้ไปได้ คนที่หนี้สินรุมเร้าจะคิดอยู่อย่างเดียวคือ ทำอย่างไรให้หนี้หมด ทำอย่างไรให้มีเงินจ่ายเจ้าหนี้ที่มาทวงอยู่ตรงหน้า เพื่อให้รอดเป็นวัน ๆ กล่าวคือมองแค่ระยะสั้น ไม่ได้คิดถึงการแก้ปัญหาระยะยาว จึงทำให้เกิดวงจรอุบาทว์ ยืมคนหนึ่งมาคืนอีกคนหนึ่ง
ถามว่าหนี้ได้หายไปไหนไหม คำตอบคือ “ไม่”
ซ้ำร้ายอาจจะมากขึ้นกว่าเดิม และเมื่อเดือนต่อมาเจ้าหนี้ที่เรายืมเพื่อคืนเงินก็กลับมาทวงเราอีก รอบนี้คิดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรครับ
ใช่ครับ หายืมคนอื่นต่อเพื่อมาใช้หนี้ หรือไม่ก็รูดบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดซึ่งดอกเบี้ยสูงลิ่ว ทำแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ สุดท้ายปลายทางจะไปจบที่ไม่เหลือใครให้ยืมแล้ว บัตรทุกใบเต็มหมด
ทีนี้แหละครับ หายนะของจริง เพราะนอกจากหนี้ก้อนแรกที่แก้ไม่ได้แล้ว ยังมีหนี้ที่เพิ่มเข้ามาเพราะต้องการนำมาจัดการหนี้ก้อนแรก ซ้ำร้ายเผลอ ๆ หนี้ก้อนแรกก็ยังไม่หมดด้วยซ้ำ นี่ยังไม่รวมเรื่องเงินที่ใช้กินข้าวทุก ๆ วันนะครับ ว่าจะใช้เงินจากไหน
เห็นไหมครับ จากหนี้ก้อนเดียว แต่แก้ปัญหาแบบผิด ๆ ส่งผลให้เกิดหนี้ก้อนต่อมาทบกันไปเรื่อย ๆ จนหนี้สินบานปลาย กลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าเดิม
คำถามคือ แล้วจะแก้อย่างไรล่ะ?
เป็นหนี้ก็ต้องคืน พูดมาเหมือนจะให้เบี้ยวหนี้ เปล่าเลยครับ ผมไม่ได้บอกว่าจะให้เบี้ยวหนี้ แต่จำได้ไหมครับที่ผมบอกไปเมื่อต้นเรื่องว่า คนที่เจอวิกฤติมักจะมองอะไรแค่สั้น ๆ
ดังนั้น การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนคือต้องมองให้ไกล มองระยะยาว และมองภาพกว้างของปัญหาทั้งหมด เหมือนเขาวงกต ถ้าคุณเข้าไปวิ่งหาทางออกอยู่ข้างใน มันจะเหนื่อยและหลงทาง แต่คนที่มองจากมุมสูง เขาจะเห็นว่าควรเดินทางไหนถึงจะเจอทางออก เรื่องหนี้ก็เช่นกันครับ
เมื่อเริ่มไม่มีเงินใช้หนี้ กรณีนี้รวมถึงค่าผ่อน pay later และบัตรเครดิตต่าง ๆ ด้วยนะครับ ให้ลองดูรายรับรายจ่ายของเราว่าพอใช้หรือไม่ หรือกำลังติดลบ ทำบัญชีรายรับรายจ่ายเลยครับ หักลบทุกอย่างแล้ว หากปรากฏว่าเราติดลบทุกเดือน ไม่ว่าจะมากหรือน้อย นั่นคือต้นตอของปัญหาหนี้ก้อนใหญ่ครับ
เพราะเมื่อการเงินในแต่ละเดือนติดลบ แสดงว่าเราต้องหาเงินจากที่อื่นมาอุดตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินเก็บหรือการหยิบยืม ในแต่ละเดือนอาจจะดูไม่เยอะ แต่ถ้าเป็นทุก ๆ เดือน คุณก็เหมือนคนที่เลือดไหลตลอด ไม่ช้าก็เร็วคุณต้องเสียเลือดจนตายแน่ ในกรณีการเงินคือ สุดท้ายคุณจะหาเงินมาอุดส่วนที่ติดลบไม่ได้ จนกลายเป็นวงจรสร้างหนี้สินไม่รู้จบ
ดังนั้น การจะอยู่กับหนี้โดยที่เรายังมีความสุขได้ คือทำให้กระแสเงินสดของเราเป็นบวก ต่อให้เรามีหนี้ต้องจ่ายต่อเดือนเท่าไหร่ แต่เมื่อรวมรายรับรายจ่ายทั้งหมด ทั้งค่ากิน ค่าอยู่ และค่าหนี้แล้ว การเงินยังไม่ติดลบ แบบนี้คือเราอยู่ได้ อาจจะไม่รวย ไม่ได้กินหรู แต่ชีวิตไม่ติดลบ
หนี้จะค่อย ๆ ลดลงจากการจ่ายทุก ๆ เดือน เช่น ผ่อนรถ คุณก็อาจจะต้องอดทนอีก 4–5 ปี หรือหากอยากมั่นคงเร็วขึ้น ก็ต้องหารายได้เพิ่ม และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
เห็นไหมครับว่า การแก้ปัญหาหนี้ไม่ใช่แค่การหาเงินมาใช้หนี้งวดนั้นให้รอดเป็นเดือน ๆ ไป แต่มันคือการวางแผนระยะยาว ค่อย ๆ ลดหนี้ลง ไม่สามารถจบได้แบบรวดเร็ว หนี้ที่ค่อย ๆ สะสมมาก็ต้องใช้เวลาในการจัดการ
ดังนั้น เมื่อรู้ตัวว่าตนเองใช้หนี้ไม่ไหว ผ่อนไม่ไหว เปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาจากการไปหายืมเงินที่อื่นมาใช้หนี้ เป็นการเดินเข้าไปคุยกับเจ้าหนี้ตรง ๆ ก่อน ว่าเรามีปัญหาแบบนี้ เราจ่ายไม่ไหว เพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน
เจ้าหนี้เขาเพียงต้องการได้เงินคืน การพูดคุยกับเจ้าหนี้เป็นทางออกที่ดี แต่เราไม่ค่อยทำกัน บางครั้งอาจขอจ่ายแค่ดอกเบี้ยก่อน 3 เดือน ขอพักชำระหนี้ หรือหากเป็นคนรู้จัก ก็อาจขอผ่อนน้อยลงต่องวด ซึ่งยังมีโอกาสเป็นไปได้
เพราะการที่เราเข้าหาเจ้าหนี้ คือการแสดงเจตจำนงว่าเราไม่หนีหนี้ แต่ขอปรับเงื่อนไขเพื่อให้เรายังสามารถใช้หนี้ได้ และใช้ชีวิตต่อไปได้ด้วย เปรียบเสมือนการบังคับเจ้าหนี้กลาย ๆ ว่า หากไม่ประนีประนอม เราก็ไม่มีเงินจ่าย
ถึงตรงนี้ ลองเช็กสุขภาพการเงินของคุณดูครับ ว่าในแต่ละเดือนกระแสเงินสดเป็นบวกหรือติดลบ ลองวางแผนล่วงหน้าไปสัก 6 เดือน หากอนาคตมีแนวโน้มติดลบทั้งหมด คุณจะได้หาทางแก้ไขได้ทัน ไม่ว่าจะเป็นการลดรายจ่ายหรือหารายได้เพิ่ม
หยั่งรู้อนาคต เพื่อปฏิบัติตนในปัจจุบัน ส่วนอดีตแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ที่สำคัญคือต้องสู้และอดทนครับ
#siamstr
Bank Terry
npub123z3...mr8n
GN #siamstr
triple egg
#siamstr
#siamstr
GM :)
#siamstr
proton protien
#siamstr
#siamstr
ลายเสื้อใหม่ครับ คาดอกเวลาไปไหนก็
bitcoin bring me here 📍
#siamstr
no more slave
#siamstr
they just not steal only money they steal your whole life.
#siamstr
#siamstr
#siamstr
hold tight don't leave the rocket
#siamstr
#siamstrแชร์ลูกโซ่ปีศาจตัวเก่าในร่างใหม่
หากพูดถึงคำว่าแชร์ลูกโซ่เชื่อเหลือเกินว่าในชีวิตของพวกเราทุกคนต้องเคยรู้จัก เคยได้ยิน หรืออย่างแย่ที่สุดคือเคยเข้าไปข้องเกี่ยวกับมัน แต่ผมก็เชื่ออีกเหมือนกันว่าในอีกทางหนึ่งต้องมีคนที่ไม่ได้รู้ว่ามันคืออะไรและซ้ำร้ายความไม่รู้นี้เองจะนำชีวิตของพวกเขาไปสู่หายนะ
ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ตามข่าวอะไรมากมายนัก รายการโทรทัศน์ดัง ๆ ที่นำสิ่งที่เป็นกระแสต่าง ๆ มาพูดถึงผมก็เพียงแค่รู้จักแต่ไม่ได้ติดตามเหมือนคนส่วนใหญ่ แต่บังเอิญมีโอกาสได้นั่งทำงานแล้วหาเพลงใน Youtube ก็ไปเจอวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่และเมื่อได้เห็นหน้าตาของผู้ที่มีโอกาสจะเป็นผู้หลอกลวงผู้อื่นนั้นเป็นถึงระดับบุคคลสาธารณะที่ดูมีเครดิตและไม่น่าจะมาทำสิ่งเหล่านี้ได้ก็กลับเป็นไปแล้ว
พอติดตามข่าวเพิ่มเติมก็รู้สึกเหมือนได้ชมภาพยนตร์บทเก่าแต่นักแสดงใหม่ กล่าวคือกระบวนการทุกอย่างนั้นเหมือนเดิมแต่หน้ากากหรือสิ่งที่เรียกให้คนยอมนำเงินเข้ามาในระบบแชร์ลูกโซ่นั้นจะเปลี่ยนใหม่ไปเรื่อย ๆ ทองคำ คริปโต ฟอเรกซ์ หุ้น เกษตรกรรม สิ่งที่เป็นการลงทุนจริง ๆ ถูกนำมาใช้แค่ “ชื่อ” แต่ไม่ได้เกิดการลงทุนนั้นจริง ๆ ในระบบแชร์ลูกโซ่ มันเป็นเพียงการนำเงินของคนเข้าใหม่ มาจ่ายให้คนเข้าก่อนหน้า วนไปเรื่อย ๆ และแน่นอนว่าเรื่องมันจะแดงก็ต่อเมื่อไม่มีเงินใหม่เข้ามาในระบบ ก็ไม่มีเงินไปจ่ายให้ใครได้อีกเพราะเงินนั้นไม่ได้มาจากธุรกิจหรือการค้าขายใด ๆ แต่มาจากเงินของคนที่เข้ามาใหม่ที่ยอมจ่ายเพราะหวังผลตอบแทน
ที่เล่ามาทั้งหมดนั้นอาจจะมีบางท่านสงสัยว่ากลอุบายง่าย ๆ แบบนี้เพราะเหตุใดจึงมีคนเชื่อ เพราะเหตุใดจึงยังมีแชร์ลูกโซ่ เกิดขึ้นมาอีกเรื่อย ๆ ชนิดที่ฆ่าไม่ตาย เผลอ ๆ อาจจะมีมากขึ้นแบบทวีคูณ เหตุผลแรกคือต้องยอมรับว่าเหล่านักต้มตุ๋นทั้งหลายนั้นเก่งเหลือเกินในการทำให้คนเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นการนำคนที่มีบทบาททางสังคมเช่น ดารา นักร้อง มาเป็นผู้พูดชักชวนและให้แรงบันดาลใจ การจัดทำบรรยากาศการในการพูดคุยให้ “ธุรกิจปลอม ๆ“ นั้นน่าเชื่อถือ เสียงปรบมือ เหล่าหน้าม้าที่คอยพูดว่ามันดีอย่างนั้น อย่างนี้ ผมได้รถเพราะธุรกิจนี้ ฉันปลดหนี้ด้วยการลงทุนนี้ การแย่งกันจ่ายเงินเพื่อเป็นค่าสมัครเหมือนกับว่าหากเราไม่สมัครตอนนี้จะไม่ทันคนอื่นทั้ง ๆ ที่ คนเหล่านั้นมีส่วนหนึ่งเป็นหน้าม้าเพื่อสร้างบรรยากาศเท่านั้น ส่วนเหตุผลที่สองนั้นมันดูโหดร้ายแต่มันคือความจริงนั่นคือ “ความโลภ” ความโลภที่พลังการทำลายหลักการและเหตุผล ไม่มองอะไรด้วยความเป็นจริง แต่จะพยายามมองสิ่งนั้นให้ตอบสนองความโลภตนเอง เมื่อคนมีความโลภก็ไม่ต่างอะไรกับปูที่พึ่งลอกคราบกล่าวคือมันอ่อนแอจะโดนทำอะไรก็ไร้แรงต้าน หากจะพูดแรง ๆ คือ โลภจนสมองหาย
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นทุกวันอยู่ที่ว่าจะเกิดกับเราหรือคนใกล้ตัวเราหรือเปล่าตัวผมนั้นที่กล้าออกมาพิมพ์บทความแบบนี้เนื่องจากผมได้มีประสบการณ์การตรงกับแชร์ลูกโซ่ ทั้งกับตนเองและคนใกล้ชิด เริ่มจากเรื่องของตนเองก่อน
ย้อนกลับไปสักสิบกว่าปีก่อนได้ตอนนั้นจำได้ว่าจบมัธยมปลายใหม่ ๆ มีช่วงเวลาว่างประกอบกับตอนนั้นเข้าไปหางานทำในกรุงเทพเพื่อที่จะเตรียมเงินไว้สำหรับการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาต่อไป ชีวิตก็ดำเนินไปอย่างปกติทำงาน กิน นอน เก็บเงินให้ได้เยอะที่สุด จนกระทั่งวันหนึ่งมีเพื่อนสมัยมัธยมเห็นว่าอยู่กรุงเทพเหมือนกันจึงมาชวนไปกินข้าว
เอาจริง ๆ ผมก็แปลกใจอยู่เหมือนกันเพราะไม่ได้สนิทอะไรกันมากขนาดนั้นแต่ชีวิตในเมืองหลวงการได้เจอเพื่อนมันก็เป็นเรื่องที่ดีจึงตอบตกลงไป พอถึงวันที่นัดเพื่อนคนดังกล่าวก็บอกว่าจะพาไปฟังอะไรที่น่าสนใจก่อน
ในหัวผม ณ ตอนนั้นระบบรักษาความปลอดภัยมันทำงานขั้นสูงสุดหรือพูดง่าย ๆ ว่า มีความระแวงขั้นสุดว่ามันมีโอกาสที่จะเป็นแชร์ลูกโซ่ไม่มากก็น้อย ผมเข้าไปที่ตึกหนึ่งเป็นห้องประชุมแล้วก็ได้พบว่ามันเป็นตามคาดจริงผมต้องตามน้ำนั่งฟังธุรกิจปลอม ๆ พร้อมสิ่งที่พรั่งพรูในหัว ทั้งความโมโห เสียความรู้สึกกับเพื่อน เสียงปรบมือ เหล่าคนที่ขึ้นเวทีมาพูดย้ำ ๆ ว่า “รวย ๆๆๆ ” ปิดท้ายด้วยการนั่งล้อมเป็นวงกลมให้พูดความรู้สึกทีละคนว่ารู้สึกอย่างไร
แน่นอนครับว่าแต่ละคนก็พูดความฝันตนเองทั้งนั้นว่าอยากรวย จะรวย จะประสบความสำเร็จ จนวนมาถึงผมนั่นแหละครับ ผมลุกขึ้นยืนพูดประโยคที่ผมไม่คิดว่าผมจะกล้าพูดออกไป “ผมไม่สนใจกับธุรกิจนี้ครับ” ท่ามกลางความเงียบงันของกลุ่มสนทนานั้น
ผมจึงได้มีโอกาสเดินออกมาโดยมีเพื่อนตามมาติด ๆ เพื่อนก็รับรู้ว่าผมไม่พอใจแต่ผมไม่ได้ต่อว่าอะไรได้แต่เตือนเพื่อนว่าสิ่งที่เห็นมันไม่ใช่แบบที่คิดแล้วก็ผมก็กลับบ้านโดยไม่ได้ติดตามว่าสุดท้ายผู้คนในวันนั้นจะกลายเป็นเหยื่อไปกี่คน ผมรู้แค่เพียงว่าผมต้องไม่เป็นเหยื่อของความโลภเด็ดขาด
ที่ผมรอดวันนั้นมาได้อาจเพราะผมเป็นคนที่คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ซวยมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนผมจะมองโลกในแง่ลบไว้ก่อน โดยเฉพาะเวลาที่มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตมันจะสบายขึ้น ดีขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผล
เพราะเรื่องที่ชวนให้เรารู้สึกดีนี่แหละเป็นต้นเหตุของความทุกข์มานักต่อนัก แต่เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเพราะคนโลภนั้นไม่มีเหตุผล
แชร์ลูกโซ่มันหลอกให้คนมาเสียเงินมากมายแต่เชื่อไหมครับผู้เสียหายจะมีหลายกลุ่มมาก เช่น กลุ่มที่เป็นคนมีเงินสักหน่อยนำเงินที่มีมาต่อยอดคนเหล่านี้จะเข้ามาเพราะมองว่ามันเป็นการลงทุนทำส่งเสริมให้ชีวิตดีขึ้นจึงยอมนำเงินมาลงทุน พวกเขาจะสูญเสียเงินลงทุนของเขาไปแต่ชีวิตยังอยู่ได้เพราะยังมีเงินเก็บส่วนอื่น ๆ เต็มที่ก็คือเสียดายแต่ชีวิตยังไม่พังสามารถซ่อมแซมและสร้างใหม่ได
้ แต่กลุ่มที่ผมเป็นห่วงที่สุดคือกลุ่มคนที่เงินเดือนชนเดือนหรือคนที่เงินไม่พอใช้คนเหล่านี้การเข้ามาในแชร์ลูกโซ่นั้นแตกต่างจากกลุ่มแรก คือพวกเขาเข้ามาด้วยความโลภและความหวัง หวังว่าเงินที่เอาไว้ใช้กินข้าว ใช้ดำรงชีวิต นำมาลงในธุรกิจแล้วชีวิตเขาจะพลิกผันกลายเป็นคนร่ำรวยไม่ลำบาก
ซึ่งมองตามหลักความเป็นจริงมันแทบเป็นไปไม่ได้แต่อย่างที่กล่าวไปว่าความโลภมันทำลายความสมเหตุสมผลทุกอย่างไป พอโดนหลอกบางคน เอาค่าไฟ บางคนเอาค่าเทอมลูก บางคนขายที่ดินผืนสุดท้าย บางคนกู้เงินยอมติดหนี้ มาเสียกับแชร์ลูกโซ่ พอมารู้ว่าโดนหลอก ไม่ได้เงินกลับคืนและสูญเสียอีกต่างหาก
คุณคิดว่าชีวิตของคนเหล่านี้จะเป็นอย่างไรครับ ผมขนลุกที่จะต้องคิดต่อ ไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีข้าวกิน ลูกไม่ได้เรียนหนังสือ ติดหนี้นอกระบบ ชีวิตพวกเขาจะต้องอยู่อย่างลำบาก มองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพียงเพราะกลุ่มคนบางคนที่อยากร่ำรวยบนความลำบากของผู้อื่น
ความโลภนำพาให้ผู้คนสูญเสียว่าแย่แล้ว แต่คนอยากที่ร่ำรวยบนหยาดน้ำตาของผู้อื่นในใจของพวกเขาคงขับเคลื่อนด้วยความเลวสุดขุมนรก..
#siamstr
สวัสดีชาว nostr ทุกท่านครับ พอดีผมทำงานเป็นพยาบาลแล้วรู้สึกว่าคงไม่มีแรงพอจะทำไปจนแก่ได้ เลยสังเกตทุกวันนี้โลกเรามีเทคโนโลยีที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตเรามากขึ้น จึงอยากศึกษาเกี่ยวกับ it การเขียนโปรแกรมต่างๆ เผื่อไว้ใช้ในอนาคตครับ
ตอนนี้เรียนง่ายๆอยู่กับ app mimo ครับ ขอคำแนะนำจากพี่ๆน้องๆครับ ว่าควรเริ่มจากตรงไหนหรือศึกษาอะไรก่อนดีครับ จากคนที่ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้เลยครับ ( เริ่มจากศูนย์)
#siamstr
GM with Protien
#siamstr
ชาวม่วงมีหนังสืออะไรแนะนำไหมครับ อ่านbitcoin,fiat standard จบแล้ว หาเรื่องอ่านต่อไปครับ
#siamstr
GM with Beef
#siamstr
The last escape
it's now or never
#siamstr
#bitcoin