การเดินทางสู่ดาวเหนือ (ปรัชญาการสร้างทีมที่ไม่รอฮีโร่)
ในโลกที่เร่งรีบผู้คนมักโหยหาทางลัด เราต่างรอคอยอัศวินขี่ม้าขาว รอคอยใครสักคนที่จะเข้ามากอบกู้สถานการณ์ หวังพึ่งพาเม็ดเงินมหาศาลหรืออัจฉริยะเพียงคนเดียวเพื่อมาพลิกชะตากรรมขององค์กร

ภาพนี้สะท้อนชัดเจนในวงการฟุตบอล
ดังที่เราเคยเห็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามแก้ปัญหาตลอดหลายปี ด้วยการโยนชื่อนักเตะระดับโลกเข้ามา
พวกเขาถูกคาดหวังให้เป็นคำตอบ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเพียงยาแก้ปวดชั่วคราว เพราะนั่นคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
คือการพยายามหาใครสักคนมากลบเกลื่อนอะไรบางอย่างที่พังทลาย
แต่เส้นทางของผมเริ่มต้นต่างออกไป
เรา (ผม) เริ่มจากศูนย์ จากทีมที่ไม่มีใครรู้จัก
ผมไม่ได้คร่ำครวญถึงความขาดแคลน
หรือโอดครวญว่าในมือเราไม่มีคนเก่ง
ผมไม่ได้ตั้งคำถามว่าใครจะเก่งพอจะทำงานให้เรา?
ผมตั้งคำถามว่าอะไรกันแน่ที่จะประกอบกันเป็นทีมที่ดี?
เรามองไปยังภาพใหญ่
มองธงที่ปักไว้ยังดาวเหนืออันไกลโพ้น
แล้วจึงเริ่มออกแบบองค์ประกอบเหล่านั้นขึ้นมา ค่อยๆ ขัดเกลาสิ่งที่เรามีในมือ
ผมไม่ได้มัวแต่วิ่งไล่ดับไฟ ปะผุสิ่งที่ผุพังไปวันๆ เรากำลังสร้างรากฐาน สร้างระบบความคิด สร้างความเข้าใจร่วมกัน
การเดินทางสายนี้ต้องอาศัยความอดทน
ผมเฝ้ามองวัตถุดิบที่เราค่อยๆ สรรหามา
อาจยังไม่ใช่เพชรน้ำงาม แต่ผมเห็นประกายบางอย่างในตัวพวกเขา
เราค่อยๆ เจียระไนพวกเขา
เรารอคอยให้เม็ดเหงื่อแห่งความพยายามได้ออกดอกออกผล เราไม่รีบเด็ดกินผลไม้ที่ยังดิบ
เพราะผมเชื่อมั่นว่าผลสุกจริงในเวลาที่ควร
ย่อมคุ้มค่ากับการรอคอยเสมอ แม้จะต้องใช้เวลานานเพียงใดก็ตาม
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือศิลปะในการผสมผสานหัวใจของแต่ละคนให้กบายเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
หลายคนพยายามใช้พลังของตัวเองในการนำ
พยายามเปล่งแสงสว่างเพื่อให้ทีมเดินตาม
แต่สำหรับผม พลังบวกที่ยั่งยืน ต้องเกิดจากแสงเล็กๆ ที่เปล่งออกมาจากข้างในของทีมงานทุกคน
หน้าที่ของผมไม่ใช่การเป็นดวงอาทิตย์ มันคือการร้อยเรียงแสงดาวเหล่านั้นให้กลายเป็นท้องฟ้าผืนเดียวกัน สร้างบรรยากาศที่ทำให้พวกเขาอยากส่องสว่างด้วยตัวเอง
ปรัชญานี้คือสิ่งที่ผมชื่นชมในแนวคิดของรูเบน อโมริม
ผมไม่ได้อยากจะยกย่องในแทคติกหรือผลการแข่งขัน ผมรู้สึกชื่นชมที่เขาเข้ามาเปลี่ยนคำถามของสโมสรในมุมมองใหม่
เขาไม่ได้ถามว่าต้องซื้อใคร?
เขาถามว่าทำไมคนที่มีอยู่ถึงเล่นไม่ได้?
เขาเริ่มรื้อสร้างความเข้าใจ เขาเริ่มแก้ที่ต้นเหตุ เขาศรัทธาในกระบวนการมากกว่าตัวบุคคล
มันทำให้ผมนึกถึงวันที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันอำลาทีม เขาอาจทิ้งทีมที่ดูขี้เหร่ในสายตาคนนอก (แต่มันก็คือทีมที่เป็นแชมป์)
เพราะเขาคือคนที่รู้จักคนพวกนั้นดีที่สุด เขารู้ว่าอะไรขับเคลื่อนจิตวิญญาณของทีม
ท้ายที่สุด... คนที่ปั้นทีมมากับมือย่อมผูกพันด้วยหัวใจที่ต่างออกไป
เราย่อมรู้ว่าทีมนี้พุ่งไปข้างหน้าได้เพราะอะไร
หากวันหนึ่งมีคนอื่นมารับช่วงต่อ พวกเขาย่อมประเมินสิ่งที่เราสร้างด้วยเลนส์ของตัวเอง
พวกเขาสวมแว่นตาคนละอันกับเรา
พวกเขามีหัวใจคนละดวง
พวกเขาอาจมองว่าทีมนี้ไม่สวยงาม
และอาจพยายามเติมฮีโร่คนใหม่เข้ามา เพื่อทำลายจิตวิญญาณเดิมที่เคยหล่อเลี้ยงทีมไว้
จนทุกอย่างค่อยๆ เดินไปสู่การพังทลายลงอีกครั้ง
การสร้างทีมที่แท้จริงในความคิดผมนั้น ไม่ใช่การเร่งสะสมคนเก่ง
มันคือการสร้างกระบวนการ เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน
...ด้วยหัวใจของคนของเราเอง
#Siamstr