Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday
jakk@rightshift.to
npub1mqcw...nz85
#Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 4 months ago
#การสื่อสารที่เชื่อมใจ (4) ขอในสิ่งที่ทำได้ ไม่ใช่เรียกร้องสิ่งที่ไม่มีวันเกิดขึ้น หลายครั้งที่เราผิดหวัง… ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายไม่รักหรือไม่สนใจเรา แต่มันเป็นเพราะ สิ่งที่เราขอมันใหญ่เกินกว่าที่เขาจะทำได้จริง ผมเคยพูดกับใครสักคนว่า “นายต้องเปลี่ยนตัวเอง” พูดจบแล้วผมก็รู้สึกเหมือนโยนก้อนหินก้อนใหญ่ลงไปกลางอกเขา เพราะเอาจริง ๆ ใครมันจะเปลี่ยนทั้งตัวเองได้ในทันที? ประโยคแบบนั้นมันไม่ใช่คำขอ มันคือ “คำตัดสินปลอม ๆ” และมันสร้างกำแพงที่สูงมากขึ้นมาทันที แต่ถ้าเราลองทำให้คำขอเล็กลง จับต้องได้ขึ้นจริง ๆ มันจะกลายเป็นสะพานที่อีกฝ่ายสามารถก้าวข้ามมาได้ อย่างเช่น… แทนที่จะบอกว่า “นายต้องใส่ใจเรามากกว่านี้” เราลองบอกว่า “ถ้าพรุ่งนี้นายโทรหาเราสัก 5 นาที ฉันจะดีใจมาก” แทนที่จะบอกว่า “เธอควรเป็นคนใหม่” เราลองพูดว่า “ถ้าเธอช่วยบอกฉันก่อนว่าจะกลับดึก ฉันจะรู้สึกปลอดภัยขึ้นเยอะ” ครั้งหนึ่ง ผมเคยขอให้น้อง “ทำงานให้ดีกว่านี้” ฟังดูเหมือนเป็นคำให้กำลังใจนะ แต่จริง ๆ แล้วมันกว้างเกินไป ไม่มีใครรู้หรอกว่าดีกว่าของเรา หมายถึงอะไร แต่พอเปลี่ยนเป็น “ช่วยเช็กงานตรงนี้ก่อนส่งได้ไหม” ทุกอย่างมันง่ายขึ้นมาก เพราะเขารู้ว่าต้องทำอะไร และทำได้จริง การขอในสิ่งที่ทำได้ ไม่ใช่การลดมาตรฐานของเรา มันคือการเคลียร์เส้นทางให้คนตรงหน้ามองเห็นสิ่งที่ควรก้าวไปทีละก้าว เราก็ยังได้ในสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ อีกฝ่ายก็ไม่รู้สึกเหมือนถูกบีบให้เปลี่ยนทั้งชีวิต ผมว่าความสัมพันธ์ส่วนใหญ่พัง เพราะเราเผลอเรียกร้องในสิ่งที่ไม่มีวันเกิดขึ้น แต่ถ้าเราขอในสิ่งที่ทำได้ มันไม่ใช่แค่เพิ่มโอกาสสำเร็จ แต่มันยังทำให้เราทั้งคู่ยังอยากเดินไปด้วยกันต่อ สุดท้ายแล้ว… ความรัก ความผูกพัน หรือแม้แต่การทำงานด้วยกัน มันไม่ต้องการ “การเปลี่ยนตัวเองทั้งหมด” แต่มันแค่ต้องการ “การก้าวเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง” ซึ่งบางครั้ง… ก็มีค่ามากกว่าคำสัญญาใหญ่ ๆ เสียอีก Speak Human, Stay Kind #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 4 months ago
นี่เป็นคำถามที่ลึกซึ้งและสำคัญมากครับ.. จริงอย่างที่วินว่าไว้เลย.. เราไม่ได้เห็นโลกตามที่มันเป็น แต่เราเห็นโลกผ่าน *แผนที่* หรือ *เลนส์* ในใจเราเสมอ ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากประสบการณ์และความเชื่อของเราเอง นี่คือสิ่งที่ทำให้คนสองคนมองเหตุการณ์เดียวกัน แต่กลับรู้สึกและตอบสนองต่างกันโดยสิ้นเชิง จากประสบการณ์ในการเดินทางของพี่ในหนังสือ Field Notes (ที่กำลังเขียน) พี่พบว่าการพยายามจะ **จูนสมอง** เพื่อสู้หรือแก้ไขความคิดโดยตรงนั้น มักจะเหมือนการพยายามพายเรือทวนกระแสน้ำ ยิ่งพายก็ยิ่งเหนื่อยและยิ่งวนอยู่ในวังน้ำวนของความคิดเดิมๆ แต่พี่ค้นพบทางเลือกที่เรียบง่ายกว่านั้นครับ คือแทนที่จะพยายามเปลี่ยน *ความคิด* เราลองเปลี่ยน *เครื่องรับสัญญาณ* ดู หนังสือของพพี่เอง ได้เปรียบเปรยเอาไว้ว่า ความคิด นั้นเหมือน ท้องฟ้า ที่มีเมฆหมอกและพายุพัดผ่านอยู่เสมอ มันเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและคาดเดาได้ยาก แต่เรายังมีเครื่องรับสัญญาณอีกเครื่องหนึ่งที่ซื่อตรงและสงบนิ่งกว่ามาก นั่นคือ **ร่างกาย** ของเรา ซึ่งเปรียบเสมือน *เงาสะท้อนบนผิวน้ำ* ซึ่งร่างกายแทบไม่เคยโกหกเลยครับ วิธีหนึ่งที่เราจะจูนเข้าหาร่างกายเพื่อสัมผัสสิ่งที่ “จริงยิ่งกว่า” ได้ ก็คือการฝึกสังเกต “กระแสน้ำอุ่น, กระแสน้ำเย็น” ที่ไหลเวียนอยู่ข้างใน * **กระแสน้ำอุ่น** คือความรู้สึกสบาย ปลอดภัย อิ่มเอม ที่มักจะปรากฏเป็นไออุ่นที่กลางอก ทำให้หัวไหล่คลายลง * **กระแสน้ำเย็น** คือความรู้สึกไม่ปลอดภัย หวาดหวั่น ที่มักจะปรากฏเป็นความรู้สึกเย็นวาบหรือหดเกร็งที่ช่องท้อง กระแสเหล่านี้คือ **“ความจริง”** ที่ปราศจากการปรุงแต่ง มันเป็นข้อมูลดิบที่ร่างกายส่งให้เราก่อนที่สมองจะทันได้สร้างเรื่องเล่าด้วยซ้ำ ส่วนเครื่องมือที่เรียบง่ายที่สุดในการ “จูน” คลื่นให้ตรงกับสถานีของร่างกาย ก็คือ “การทิ้งสมอเรือแห่งลมหายใจ” ลองหยุดสักครู่ หายใจเข้า-ออกช้าๆ สัก 3-4 รอบ โดยไม่ต้องพยายามคิดอะไร แค่รับรู้ถึงลมที่ปลายจมูกและความรู้สึกที่หน้าอกหรือหน้าท้อง การกระทำเล็กๆ นี้จะช่วยสร้าง “ความเงียบระหว่างเสียงคลื่น” ซึ่งเป็นช่องว่างที่ทำให้เราได้ยินเสียงที่ซื่อตรงของร่างกายชัดเจนขึ้น บางที *การจูน* ที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การปรับคลื่นความคิด เพราะมันอาจเป็นการกลับมาฟังเสียงที่เงียบและซื่อตรงที่สุด ซึ่งดังอยู่ในร่างกายเราเสมอนี่เองครับ ขอบคุณสำหรับคำถามที่ชวนให้ใคร่ครวญครับ #siamstr #JakkGoodday #วิชาอ่านกระแส View quoted note →
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 4 months ago
ผมไม่ได้อยากชวนทุกคนกลับมาเพื่อ "ขาย" ผมอยากกลับมาเชื่อมต่อ กลับมาเจอเพื่อน กลับมาแบ่งปัน และกอดคอกัน แบบที่เราต้างก็เคยทำกันมา 😉 #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 4 months ago
ในที่สุด... ก็เขียนจนเสร็จ :) และก็คงหนีไม่พ้นตามเคย... Jakk Goodday ตัวจริงก็ต้องมาพร้อมกับบทความยาวๆ นี่แหละครับ (Short note ไม่ใช่ทางของเราอยู่แล้ว ฮ่าๆ) https://yakihonne.com/article/jakk@rightshift.to/_d-VlPkz10bhXyH8Cj_e5 View article → อาจจะยาวสักหน่อยนะครับ... แต่ผมพูดได้เต็มหัวใจว่า นี่คือบทความที่จริงใจและเต็มไปด้วยความปรารถนาดีที่สุดที่ผมได้เขียนขึ้นมาในปี 2025 นี้ ไม่ต้องรีบอ่านก็ได้ครับ... แค่อยากให้รู้ว่าจะมี **ของขวัญ** ชิ้นนี้วางรออยู่ตรงนี้เสมอ ในวันที่พวกเราอาจจะต้องการมัน สำหรับใครที่พร้อมจะเปิดอ่าน... ผมเชื่อว่ามันจะทำให้เราค่อยๆ มองเห็นว่า การได้เป็นเพื่อนร่วมทาง หรือการเป็นเซฟโซนที่อบอุ่นให้ใครสักคน มันเป็นเรื่องที่งดงามและมีความหมายมากแค่ไหน พลังบวกที่สะท้อนกลับมาหาเราในวันที่เราหยิบยื่นพื้นที่ว่างให้คนอื่น... มันยิ่งใหญ่กว่าที่เราเคยจินตนาการไว้เสมอ และใช่ครับ... ทั้งหมดนี้คือที่มาที่แท้จริงของการสร้าง ψJAKK.COMPANION เพื่อนตัวเล็กๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่ออยู่ข้างๆ เราตลอดการเดินทาง ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนเสมอสำหรับแรงสนับสนุนนะครับ ทั้งค่ากาแฟเล็กๆ น้อยๆ และกำลังใจที่ส่งกลับมา มันมีความหมายกับผมมากจริงๆ 🤍💜🧡 #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 4 months ago
#การสื่อสารที่เชื่อมใจ (3) เล่าความต้องการ แทนการซ่อนมันไว้ใต้คำพูด หลายครั้งที่เราพูดกันไป–มา แล้วจบลงด้วยการไม่เข้าใจ.. ซึ่งอาจไม่ใช่เพราะเราพูดไม่เก่ง แต่มันเป็นเพราะเราซ่อนสิ่งสำคัญไว้ใต้คำพูดจนมองไม่เห็น ผมเคยเจอบ่อยในทีม… เวลามีใครสักคนบ่นว่า “งานเยอะจนทำไม่ไหวแล้ว” ฟังดูเหมือนเขากำลังบ่น แต่จริง ๆ แล้ว… ข้างใต้ประโยคนั้นคือความต้องการ “อยากได้คนมาช่วยแบ่งเบา” หรือบางทีมีใครสักคนประชดว่า “ไม่เป็นไรหรอก ทำเองก็ได้” แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่เขาอยากบอกคือ “ช่วยใส่ใจฉันหน่อย อย่าปล่อยให้ฉันทำอยู่คนเดียว” ความต้องการเป็นเหมือนรากไม้ที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน เรามักเห็นแต่ใบไม้ที่โผล่พ้นขึ้นมา เช่น คำพูด บทสนทนา การประชด การเงียบ ฯลฯ แต่ถ้าอยากเข้าใจจริง ๆ เราต้องกล้าขุดลงไปดูที่ราก และถ้าเรากล้าพอที่จะพูดตรง ๆ ตั้งแต่แรกว่า “ฉันอยากให้เธอฟังฉันสัก 5 นาที” “ฉันอยากได้แรงช่วยตรงนี้หน่อย” มันจะง่ายกว่ามาก ทั้งกับเราเอง และกับอีกฝ่าย ครั้งหนึ่ง ผมเคยทะเลาะกับเพื่อน ผมพูดออกไปว่า “นายไม่เคยสนใจเราเลยว่ะ” แต่สิ่งที่ผมต้องการจริง ๆ ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น มันเล็กมาก… แค่ “อยากให้เขาถามว่าวันนี้เราเป็นยังไงบ้าง” พอคิดได้ทีหลัง ผมก็รู้สึกว่า.. บางครั้งเราก็สร้างภูเขาขึ้นมาจากเมล็ดทราย เพราะเราไม่กล้าพูดสิ่งที่ต้องการจริง ๆ ออกมาตั้งแต่แรก การเล่าความต้องการ มันไม่ใช่การทำให้ตัวเองดูงอแง แต่มันคือการทำให้ความสัมพันธ์ตรงไปตรงมามากขึ้นต่างหาก เพราะอีกฝ่ายก็จะรู้ว่า เขาควรทำอะไรได้จริง ๆ แทนที่จะต้องเดาไปเรื่อย ๆ และเราก็ไม่ต้องหลงทางอยู่กับบทสนทนาที่เต็มไปด้วยคำพูดอ้อมค้อม ถ้าเราลองฟังตัวเองดี ๆ เราจะพบว่าใต้คำพูดเกือบทั้งหมด มันมี “สิ่งที่อยากได้” ซ่อนอยู่เสมอ แค่เรากล้าพอที่จะเปิดเผยมันออกมาตรง ๆ เพราะบางที… คำว่า “ฉันอยาก…” ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมใจที่แท้จริง Speak Human, Stay Kind #Siamstr