#การสื่อสารที่เชื่อมใจ (1)
พูดจากสิ่งที่เราเห็น ไม่ใช่สิ่งที่เราตัดสิน
ผมเคยสังเกตตัวเอง… เวลามีเรื่องไม่พอใจ เรามักพูดด้วยคำตัดสินก่อนเสมอ เช่น “ทำไมเธอชอบมาสายตลอดเลย” หรือ “นายไม่เคยสนใจฉันเลย”
ประโยคพวกนี้มันแรงกว่าที่คิดนะครับ
เพราะพออีกฝ่ายได้ยินปุ๊บ เขาจะรีบตั้งเกราะป้องกันตัวเองทันที ยังไม่ทันได้คุยกันถึงเนื้อหาจริง ๆ เลย… เราก็กลายเป็นศัตรูไปแล้ว
แต่ถ้าลองเปลี่ยนวิธีเล่า…
จากการตัดสิน >> เป็นการบอกสิ่งที่เราเห็น ด้วยตาตัวเอง
เช่น “วันนี้เธอมาสาย 20 นาที” หรือ “ตอนเย็นฉันเห็นนายก้มเล่นมือถือเกือบตลอด”
มันแปลกดีนะ… เพราะประโยคหลังมันไม่บังคับ ไม่กล่าวหา แค่เล่าภาพให้เขาเห็นในแบบที่เราเห็น
เราจะสังเกตว่า… น้ำเสียงมันเบาลงโดยอัตโนมัติ
และมันเปิดพื้นที่ให้บทสนทนายังไหลไปต่อได้
ผมจำได้ว่ามีครั้งหนึ่ง ผมกำลังทะเลาะกับเพื่อนสนิท ผมเผลอพูดไปว่า “นายเห็นแก่ตัวนะ”
แค่นั้นจริง ๆ คำเดียว บรรยากาศในห้องก็เงียบสนิทเหมือนมีคนปิดสวิตช์ไฟ เพื่อนผมไม่พูดอะไรต่อเลย แค่หน้าตึงแล้วหันไปเงียบ
วันนั้นผมกลับบ้านด้วยความรู้สึกแย่มาก
เพราะรู้ว่าผมไม่ได้พูดสิ่งที่อยากสื่อจริง ๆ
สิ่งที่อยากบอกจริง ๆ คือ “ฉันรู้สึกเสียใจนะ ที่วันนี้นายไม่ฟังสิ่งที่ฉันเล่า” แต่มันดันออกมาเป็นคำว่า “เห็นแก่ตัว”
พอคิดได้ทีหลัง… มันเลยชัดมากว่า
การใช้คำตัดสิน มันปิดประตู แต่การเล่าภาพจริง ๆ ที่เราเห็นนั้น มันช่วยเปิดประตูให้คุยกันต่อได้
บางทีสิ่งที่เราต้องฝึกจริง ๆ
อาจไม่ใช่การพูดให้เก่ง เพราะมันอาจจะเป็นการ “ห้ามใจตัวเองให้ไม่ตัดสินไปก่อน” แล้วค่อยเล่าในแบบที่มันเป็น
เพราะถ้าเราเริ่มจากภาพที่ชัดเจน
อีกฝ่ายก็มีโอกาสเห็นในสิ่งเดียวกัน และนั่นแหละ… คือจุดเริ่มของการสื่อสารที่จะสามารถเชื่อมใจได้จริง ๆ
Speak Human, Stay Kind #Siamstr
Jakk Goodday
jakk@rightshift.to
npub1mqcw...nz85
#Siamstr
มีคนเคยถามผมว่า… สังคมเล็ก ๆ อย่าง Siamstr มันเกิดขึ้นได้ยังไง?
ผมก็หัวเราะออกมาก่อนเลย เพราะถ้าให้พูดจริง ๆ มันไม่มีสูตรสำเร็จหรอกครับ เพราะพวกเราไม่ได้เริ่มจากการวางแผนใหญ่โต ไม่มีระบบ ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีตัวชี้วัดใดๆ เลย
สิ่งที่เรามี… ก็แค่ #วงสนทนาเล็กๆ
ที่ใครอยากจะเล่าอะไรก็เล่า ใครอยากฟังก็นั่งฟังไป
บางทีเรื่องที่เล่าก็ไม่ได้มีสาระอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่กลับทำให้เรายิ้มออกมาได้ง่ายกว่าบทความยาวเป็นหน้า ๆ เสียอีก
ตรงนั้นแหละ… ที่มันกลายเป็นวัฒนธรรมของเรา
ความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต้องแต่งหน้า ไม่ต้องจัดไฟ
เล่าเรื่องเล็ก ๆ ง่าย ๆ แบบไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนกดไลก์กี่คน
ผมเลยอยากชวนสนุกๆ (แบบไม่ชวน) ว่า
พรุ่งนี้ เราลองกลับมา #โน้ตสวัสดีตอนเช้า กันหน่อยไหมครับ
ใครอยากพิมพ์แค่คำว่า #อรุณสวัสดิ์ หรือจะ #GM ก็ได้ ใครอยากแปะรูปกาแฟดำขม ๆ หรือรูปหมาที่นั่งมองฟ้าก็ได้ ฯลฯ
เอาแบบจอยๆ ของแต่ละคนเองเลย
แล้วเราลองสัญญาว่า… จะตอบโน้ตเพื่อนให้ได้มากที่สุด
ไม่ต้องมี Sats ไม่ต้องมีสูตรลับอะไรทั้งนั้น
หรือจะไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้
แค่ติดแฮชแท็ก #Siamstr
แล้วลองปล่อยให้หัวใจเราขยับเข้าใกล้กันอีกนิด
เหมือนเมื่อก่อน ที่มันเคยเป็น…
และใครจะรู้… บางทีบ้านหลังนี้อาจกลับมามีเสียงหัวเราะอีกครั้งก็ได้
ปล. การตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่า… มีใครบางคนรอทักทายเราอยู่ มีรอยยิ้มเล็ก ๆ ถูกส่งมาพร้อมแสงยามเช้า มีความปรารถนาดีของเพื่อนหลายคนเดินทางมาถึงหน้าฟีด
มันอาจดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษนัก
แต่ในวันที่เราไม่ได้รับมันอีกแล้ว เราจะรู้ทันทีว่า…
รอยยิ้มธรรมดาเหล่านั้น เคยเป็นพลังบวกให้เราได้มากแค่ไหน 🧡💜 😉

สิ่งที่เรามี… ก็แค่ #วงสนทนาเล็กๆ
ที่ใครอยากจะเล่าอะไรก็เล่า ใครอยากฟังก็นั่งฟังไป
บางทีเรื่องที่เล่าก็ไม่ได้มีสาระอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่กลับทำให้เรายิ้มออกมาได้ง่ายกว่าบทความยาวเป็นหน้า ๆ เสียอีก
ตรงนั้นแหละ… ที่มันกลายเป็นวัฒนธรรมของเรา
ความเป็นมนุษย์ที่ไม่ต้องแต่งหน้า ไม่ต้องจัดไฟ
เล่าเรื่องเล็ก ๆ ง่าย ๆ แบบไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนกดไลก์กี่คน
ผมเลยอยากชวนสนุกๆ (แบบไม่ชวน) ว่า
พรุ่งนี้ เราลองกลับมา #โน้ตสวัสดีตอนเช้า กันหน่อยไหมครับ
ใครอยากพิมพ์แค่คำว่า #อรุณสวัสดิ์ หรือจะ #GM ก็ได้ ใครอยากแปะรูปกาแฟดำขม ๆ หรือรูปหมาที่นั่งมองฟ้าก็ได้ ฯลฯ
เอาแบบจอยๆ ของแต่ละคนเองเลย
แล้วเราลองสัญญาว่า… จะตอบโน้ตเพื่อนให้ได้มากที่สุด
ไม่ต้องมี Sats ไม่ต้องมีสูตรลับอะไรทั้งนั้น
หรือจะไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้
แค่ติดแฮชแท็ก #Siamstr
แล้วลองปล่อยให้หัวใจเราขยับเข้าใกล้กันอีกนิด
เหมือนเมื่อก่อน ที่มันเคยเป็น…
และใครจะรู้… บางทีบ้านหลังนี้อาจกลับมามีเสียงหัวเราะอีกครั้งก็ได้
ปล. การตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่า… มีใครบางคนรอทักทายเราอยู่ มีรอยยิ้มเล็ก ๆ ถูกส่งมาพร้อมแสงยามเช้า มีความปรารถนาดีของเพื่อนหลายคนเดินทางมาถึงหน้าฟีด
มันอาจดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษนัก
แต่ในวันที่เราไม่ได้รับมันอีกแล้ว เราจะรู้ทันทีว่า…
รอยยิ้มธรรมดาเหล่านั้น เคยเป็นพลังบวกให้เราได้มากแค่ไหน 🧡💜 😉

ผมอยู่กับ community nostr #siamstr มาตั้งแต่วันแรก ๆ ร่วมบุกเบิก ทดลอง และสร้างพื้นที่ที่เราคิดว่า… มันจะเป็นเหมือนบ้านหลังเล็ก ๆ ที่เราสามารถหายใจได้เต็มปอด
วันหนึ่งผมก็ย้ายกลับไป main social media อย่าง Facebook … หลาย ๆ คนก็กลับไป active ที่นั่นเหมือนกัน ผมเองก็อยู่ตรงนั้นมาพักใหญ่ ปีกว่า ๆ ได้ แต่กลับไม่เคยรู้สึกอบอุ่นเท่าตอนอยู่บน Nostr เลย
มันบอกไม่ถูก เหมือนขาดอะไรบางอย่างไป ถึงจะมีเพื่อน มีเนื้อหา มีการพูดคุย แต่บรรยากาศมันไม่ใช่ safe zone แบบที่เรามีร่วมกันเมื่อก่อน มันไม่ใช่บ้านที่เรารู้ว่าทุกคนมาด้วยใจจริง ๆ
ผมเข้าใจนะว่า Nostr วันนี้อาจจะไม่เหมือนวันนั้นแล้ว แต่ความผูกพันกับพื้นที่ตรงนี้มันแทนกันไม่ได้ มันยังคงเป็นที่เดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าการแชร์ความคิดเล็ก ๆ หรือเรื่องราวส่วนตัว ก็มีคุณค่าโดยไม่ต้องเป๊ะปังอะไร
บางทีผมคงทำอะไรคนเดียวไม่ได้มากนัก ก็ได้แต่หวังว่า… เพื่อนเก่า ๆ จะกลับมา active กันอีกครั้ง ได้กลับมาแบ่งปันความรู้สึกกันเหมือนเมื่อก่อน
อย่างน้อย… แค่รู้ว่ายังมีใครบางคนนั่งอยู่ในบ้านหลังเดิม ก็คงพอแล้ว


ที่นี่ยังมีใครแอคทีฟอยู่บ้างนะ?
#Siamstr