Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday
jakk@rightshift.to
npub1mqcw...nz85
#Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 8 months ago
ถ้าเราทำเพราะอยากถูกเห็น พอไม่มีใครเห็น.. เราก็จะเลิก แต่ถ้าเราทำเพราะมันคือความจริงของเรา มันจะกลายเป็นรากที่ไม่มีใครถอนมันง่ายๆ ได้เลย #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 8 months ago
"กำแพงที่วาดต่อกันได้" image ผมไม่รู้ว่าภาพที่คุณเห็นนี้จะทำให้คุณรู้สึกอะไรได้บ้าง แต่สำหรับผม... มันกำลังบอกเล่าเรื่องราวที่ยากจะบรรยาย ภาพของผู้คนกำลังวาดกำแพงด้วยกัน คือภาพของการซ้อนทับกันของเส้นทางชีวิต ความฝัน ความสัมพันธ์ และการเริ่มต้นใหม่ที่กำลังค่อยๆ เติบโตขึ้นทีละจุด ทีละเส้น ทีละหยดสี วันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน ที่จะถึงนี้ เราจะเดินทางขึ้นเหนือไปยังเชียงใหม่ ไม่มีใครอยากจัดงาน ไม่มีพิธีการใด ๆ เราจะไปเพื่ออยู่กับใครบางคน อยู่กับหลายคน อยู่กับชุมชนหนึ่งที่กำลังพยายามสร้างบางอย่างให้เติบโตอย่างมีรากฐาน และใช่... สิ่งที่เรากำลังจะทำคือวาดกำแพงนั้นด้วยกัน หลายคนอาจเคยเข้าใจว่า community จะเติบโตได้ ก็ต่อเมื่อมีโครงสร้างที่ชัดเจน มีสื่อที่เข้มข้น มีผู้รู้มากมาย มีการวัดผลที่แน่นอน หรือมีแผนงานอันยิ่งใหญ่รองรับ แต่นั่นอาจไม่ใช่ทั้งหมดของความยั่งยืน เพราะเมื่อเรามองให้ลึกลงไปกว่า "การเติบโต" เราจะพบว่า "ความสัมพันธ์" ต่างหากที่เป็นรากของทุกสิ่ง และกำแพงที่เรากำลังจะวาดในครั้งนี้ ก็อาจไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างที่คนทั่วไปจะเรียกว่าสำคัญอะไรนัก แต่มันจะเป็นพื้นที่แรก ที่เราจะวางจังหวะของหัวใจให้ตรงกัน ไม่ต้องพูดเยอะ ไม่ต้องสอนกัน ไม่ต้องคาดหวัง แค่ร่วมมือกันด้วยมือของเราเอง แนวคิดสำคัญอยู่ใน.. "วิธีที่เราวางแผนเพื่อกันและกัน" อยู่ใน.. "วิธีที่เราตอบแทนคุณค่าโดยไม่ต้องใช้เงินตรา" และอยู่ใน... "วิธีที่เรายอมรอเพื่อสิ่งที่ดีขึ้นในระยะยาว" การวาดกำแพงร่วมกันจึงเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ลงทุนในความไว้วางใจ ลงทุนในความเข้าใจระหว่างกัน สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเชียงใหม่ ไม่ได้เป็นของผม ไม่ใช่ของ Right Shift ไม่ใช่ของลานกรองมันส์ ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง มันจะกลายเป็นของทุกคนที่รู้สึกอยากมีส่วนร่วม อยากวาด อยากฟัง อยากยิ้ม อยากเข้าใจ อยากเริ่มต้น และถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่... ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ไม่ว่าคุณจะเคยอยู่ใกล้หรือไกลแค่ไหน คุณคือส่วนหนึ่งของเรื่องราวนี้ได้ทันทีที่คุณก้าวเข้ามา คุณไม่ต้องมีความรู้เรื่องบิตคอยน์ ไม่ต้องมีประวัติศาสตร์ในวงการนี้ คุณไม่ต้องพิสูจน์อะไรเลย แค่มา... แล้วอยู่ด้วยกัน กำแพงที่เราจะวาดร่วมกันอาจไม่ยิ่งใหญ่ในสายตาใคร แต่มันจะเป็นหมุดหมายหนึ่งของการปล่อยหัวใจให้เชื่อมโยง หากคุณกำลังรอคำเชิญอย่างเป็นทางการ นี่คือคำเชิญนั้น มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงนี้ มาวางเส้นของคุณลงไป มาสร้างคุณค่าที่ไม่ต้องเร่งให้ใครมองเห็น แต่ใครที่ได้สัมผัสจะไม่มีวันลืม #NorthAssembly #วาดด้วยหัวใจ #เชียงใหม่ยินดีต้อนรับ
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 8 months ago
"ฝนจะตกหรือไม่ ไม่ใช่สิ่งที่เราควบคุมได้ แต่การมีร่มให้กัน คือสิ่งที่เราทำได้เสมอ" image บนฟากฟ้าแห่งชีวิตที่คลุมเครือ บางครั้งเรามองขึ้นไปแล้วรู้สึกได้ถึงความไม่แน่นอน.. ความหนักอึ้งที่แขวนอยู่เหนือหัว เหมือนกับเมฆครึ้มที่พาดผ่านท้องฟ้าในวันที่ไม่มีแดด ไม่มีสายลม.. ไม่มีคำทำนายชัดเจนว่าจะมีฝนไหม หรือมันจะจากไปเฉยๆ แต่ไม่ว่าเมฆจะมาเพื่อเปลี่ยนสีของฟ้า หรือนำฝนสาดซัดลงมา มันก็ไม่ได้บอกว่าโลกกำลังจะจบ.. มันแค่บอกกับเราว่า... "อะไรบางอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป" "เมฆไม่ใช่ลางร้าย มันคือสัญญาณของการเปลี่ยนแปลง" การเปลี่ยนแปลงนั้น.. ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบนฟากฟ้า มันเกิดขึ้นภายในใจของเราด้วย ทุกครั้งที่เราหยุดอยู่กับความไม่แน่นอนนานพอ เราจะเริ่มเห็นว่าบางสิ่งที่เคยเชื่อมั่น อาจกำลังต้องการทบทวนใหม่ หรือบางความกลัวที่เคยมี อาจไม่มีน้ำหนักอย่างที่เราคิด และบางที... การที่ท้องฟ้ามืดลง ก็ไม่ได้แปลว่าเราหลงทาง มันแค่กำลังบอกเราว่า ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องมองหาความสว่างจากข้างใน "ท้องฟ้าที่มืดลง อาจช่วยให้เราเห็นแสงข้างในตัวเองชัดขึ้น" ความสว่างนั้น.. ไม่ได้มาจากคำตอบที่เราเร่งรีบจะหา แต่มาจากการยอมรับว่า.. คำบางคำต้องรอให้ใจพร้อมจะฟังถึงจะเข้าใจ เราไม่สามารถเร่งให้ฝนหยุดตก ไม่สามารถสั่งให้เมฆจากไปได้ แต่สิ่งที่เราทำได้เสมอคือ.. เปิดร่มให้ใครสักคนเมื่อเขายังไม่มี "ฝนจะตกหรือไม่ ไม่ใช่สิ่งที่เราควบคุมได้ แต่การมีร่มให้กัน คือสิ่งที่เราทำได้เสมอ" มนุษย์ทุกคนมีวันที่ใจครึ้ม และมีวันที่แจ่มใส ไม่มีใครควบคุมแสงแดดได้ทุกวัน แต่เราสามารถเป็นแดดให้กันได้ในวันที่อีกคนรู้สึกเย็นชา ความสัมพันธ์ก็เหมือนกัน... เราไม่สามารถเร่งให้ใครเปิดใจ ไม่สามารถเร่งให้ใครรักหรือเชื่อใจได้ เราแค่ต้องอยู่ตรงนั้น ไม่ไปไหน ให้เวลาทำหน้าที่ของมัน เพราะ... "เราไม่ได้หลบฝนเพื่อรอด แต่เราเติบโตขึ้นเมื่อเรียนรู้จะเดินไปพร้อมมัน" เมื่อเราเลิกมองเมฆเป็นภัย เราจะเริ่มมองเห็นความงดงามที่มันมอบให้ เงาที่ตกลงบนพื้นทำให้เราเห็นมิติของโลกชัดขึ้น สีเทาบนท้องฟ้าทำให้สีเขียวของต้นไม้ชัดขึ้น การนิ่งเฉยของบรรยากาศทำให้เสียงหัวใจดังขึ้น นั่นคือเหตุผลที่เราไม่ควรเร่งให้ชีวิตเคลื่อนไปไวเกินไปนัก Low time preference จึงไม่ใช่เพียงแค่การอดทนเพื่อรอสิ่งที่ต้องการ แต่มันคือการเคารพต่อจังหวะและธรรมชาติของสิ่งนั้น เราต้องไม่ตีความการรอว่าเป็นความเฉื่อย เพราะการรอแบบมีสติ คือการเข้าใจว่าสิ่งที่ดีจริงนั้นต้องใช้เวลา ต้องอาศัยความสุกงอม ต้องให้โอกาสกับจังหวะที่เหมาะเจาะ เหมือนกับนายพรานที่เฝ้ารอด้วยหัวใจที่สงบนิ่ง ไม่ใช่เพียงเพื่อการไล่ล่า เขารอ.. เพื่อให้มั่นใจว่าเขาไม่ได้รบกวนสมดุลของป่า ดังนั้น... มันจึงไม่ใช่แค่การเข้าใจเวลา แต่คือเข้าใจให้ลึกในเรื่องจังหวะ โอกาส และเกียรติ และถ้าเราจะสร้างบางสิ่งร่วมกับใครสักคน มันต้องเริ่มจากการไม่คาดหวัง ไม่เร่ง ไม่เร้า ไม่เร่งเร้า เพราะความสัมพันธ์ที่งอกงาม ไม่เคยเติบโตจากแรงดึง หรือแรงผลัก มันจะมาจากแสงอุ่นที่ส่องอย่างเสมอต้นเสมอปลาย "ความสัมพันธ์เหมือนกับงานศิลปะ หากเราใส่ใจมันจะทรงพลัง หากเราประณีตมันจะกลายเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกได้" ในวันที่ท้องฟ้าครึ้ม... ไม่มีคำใดจำเป็นต้องพูดออกมามากเกินไป การได้นั่งข้างใครสักคน มองออกไปในทิศทางเดียวกัน แม้จะไม่มีคำตอบว่าฝนจะตกไหม ก็อาจจะเพียงพอแล้วที่จะเรียกว่า.. "เรามาถูกทาง" บางครั้ง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการฟัง ไม่ใช่ตอนที่คนพูดชัด มันกลับเป็นตอนที่คนเงียบ และเรารู้สึกว่าเขากำลังฟังเราจริงๆ "เมฆแค่ปิดฟ้า ไม่ได้ปิดใจ" เมื่อเราวางคำตัดสินลง วางความต้องการที่จะเร่งทุกอย่างให้เป็นไปอย่างใจ ความนิ่งสงบจะเผยให้เห็นความหมายใหม่ของทุกสิ่ง เมฆอาจไม่ได้มาเพื่อทดสอบเรา แต่มาเพื่อเตือนว่า การอยู่กับปัจจุบัน ก็มีค่าในตัวมันเอง และสุดท้าย... ให้เราเป็นคนนั้นสำหรับใครสักคน และให้ใครสักคนได้เป็นแบบนั้นกับเรา โลกนี้จะครึ้มแค่ไหน ก็ไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป.. #เบียวความเงียบ #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
"ขอบคุณนะครับ...ที่เรากอดกัน" image บันทึกภาพจำจากค่ำคืน Bitcoin Pizza Day 2025 หลายคนคงสงสัยว่า บนโต๊ะวงกลมที่เห็นในภาพนั่น เกิดบทสนทนาอะไรขึ้นบ้าง? บางคนอาจนึกว่าเรากำลังวางแผนกลยุทธ์ระดับชาติ บ้างก็คาดว่าอาจมีการดีลลับหรือวางหมากอะไรไว้สักอย่าง แต่เปล่าเลย... บทสนทนาในค่ำคืนนั้น เค็มกำลังดีแบบไม่มีเกลือ ไม่มีจุดตัด ไม่มีการเร่งเร้า มีแต่ “การฟัง” และ “การให้เกียรติ” ซึ่งกันและกันอย่างอบอุ่น ผมนั่งอยู่ตรงนั้นกับพี่ชิต และน้าเน็ก สามคน สามมิติ แต่กลับสามารถวางอัตตาไว้ข้างแก้วเบียร์ แล้วเปิดพื้นที่ของใจให้กันแบบเรียบง่าย ไม่มีการ “ยัดเยียด” ไม่มีความจำเป็นต้องทำให้ใครคล้อยตาม ไม่มีคำพูดเพื่อชิงพื้นที่หรือคำชม มีแต่แววตาที่อยากเข้าใจกัน ผมประทับใจ “การวางตัวของน้า” อย่างลึกซึ้ง เขาไม่ได้แค่เข้ามาในงาน แต่เขา “เดินเข้ามาในใจของผู้คน” ด้วยภาษากายที่ไม่ตัดสิน ด้วยคำถามที่ฟังจริง และด้วยการรับฟังแบบที่ไม่ต้องรีบพูดกลับ ไฮไลท์ของงานสำหรับผม... ไม่ใช่บทสนทนานั้นด้วยซ้ำ แต่มันคือ “บรรยากาศที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ที่ทุกคนต่างก็อยากจะมีส่วนร่วม” มันเหมือนสวนกลางแห่งความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ถูกจัดวาง มันค่อย ๆ เติบโตขึ้นมาเอง ใครคนหนึ่งเปิดประตูมาด้วยรอยยิ้ม อีกคนก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาโดยไม่ต้องชวน มีแต่ความเป็นมนุษย์ที่พร้อมจะกอดกันโดยไม่ต้องมีคำสัญญา คนหนึ่งถามผมเล่น ๆ ว่า “นี่พวกผมโดนพี่ยิงใยหรือเปล่าครับ ถึงยังอยู่กันครบทีมแบบนี้?” ผมหัวเราะแล้วบอกว่า “ใยไม่มีทางเหนียวได้ถ้าหัวใจไม่อยากผูกกันเอง” และมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ทุกคนที่นี่... ไม่มีใครต้องแสดงบทบาท ไม่มีใครต้องเก่ง หลายคนเข้ามาในงานแบบยังไม่รู้จักใคร แต่กลับนั่งดื่มหัวเราะกับเพื่อนใหม่แบบไม่ต้องระวังอะไรเลย ไม่มีใครถูกเทียบ ไม่มีใครถูกตัดสิน บรรยากาศของความปลอดภัยในการเป็นตัวเองคือ “ของขวัญที่เราให้กันได้” ผมเห็นครูบาอาจารย์หลายคนที่พวกเรานับถือ แต่เมื่อคืน... ท่านเหล่านั้นไม่ได้อยู่ “เหนือหัวใคร” แต่ยืนเคียงข้างกัน ยิ้มให้กัน เบียร์ในมือหนึ่ง และความเข้าใจอีกครึ่งแก้ว พี่ชิตพูดว่า “กูคิดถึงมึงมาก” อาจารย์พิริยะยืนคุยกับใครต่อใครแบบไม่มีป้ายชื่อ พี่ป๊อบไม่ต้องพูดเยอะ แค่ส่งยิ้มบาง ๆ ก็บอกได้หมดแล้วว่ารู้สึกยังไง ผมแยกตัวเองออกเป็นหลายส่วนในคืนนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผู้จัด อีกส่วนเป็นผู้ร่วมงาน อีกส่วนเป็นคนเฝ้ามองบรรยากาศ อีกส่วนคือ “มนุษย์คนหนึ่งที่อยากจำคืนพิเศษนี้ไว้ให้ได้นานที่สุด” และส่วนที่เหลือ... ก็คือเสียงในหัวของผม ที่ยังถามตัวเองเบา ๆ ว่า “เราได้ฟังเขาจนจบหรือยัง?” “เรารับความรู้สึกของเขาได้ดีแค่ไหน?” “เราอาจทำให้ใครบางคนรู้สึกว่าไม่ได้ถูกมองเห็นหรือเปล่า?” ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่ผมยังทำได้ไม่ดีนักในงานนี้ คือการให้เวลากับบางคนได้ไม่เต็มที่มากนัก หลายคนมีเรื่องจะเล่า มีบางอย่างอยากแบ่งปัน แต่ผมก็ไม่สามารถอยู่กับเขาได้จนจบทุกบทสนทนา ผมอยากจะขอโทษด้วยใจจริง และผมอยากจะขอบคุณด้วย ขอบคุณทุกคนที่ไม่ถือสา ขอบคุณทุกคนที่ให้เกียรติ ขอบคุณที่มาร่วมสร้างพื้นที่แบบนี้ ขอบคุณที่ยังกลับมา กอดกัน และหัวเราะกันอีกครั้ง แม้จะเจอฝน เจอคิว เจอเบียร์หก หรือเจอพี่ชิตชวนคุยเรื่องที่ดินสีลม ทุกอย่างล้วนกลายเป็นองค์ประกอบของภาพจำที่สมบูรณ์แบบ สุดท้ายนี้ มีหลายคนถามว่า... แล้ว Bitcoin Pizza Day ปีหน้าจะยังจัดอีกไหม? ผมตอบไม่ได้หรอกครับ เพราะมันไม่ใช่งานของผมคนเดียว แต่มันคือ “ความสัมพันธ์ที่อยากจะกลับมาเจอกันเอง” ถ้ามีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นอีกเมื่อไร... เราก็คงได้เจอกันอีกแน่ ๆ แต่สำหรับปีนี้... ผมอยากจะจบด้วยคำง่าย ๆ คำหนึ่ง ที่อาจไม่ใช่คำที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่เป็นคำที่รู้สึกมากที่สุดในใจผมตอนนี้ ขอบคุณนะครับ... ที่เรากอดกัน #BitcoinPizzaDay2025 #เบียวความเงียบ
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
อรุณสวัสดิ์วันพฤหัสบดีครับ ผมอยาก “ขอโทษ” ทุกคนเลยนะครับ ถ้าครั้งไหนที่ผมเคยพูดแรงไป เงียบเกินไป หรือหายไปจากชีวิตใครโดยไม่ได้ตั้งใจ และผมก็อยาก “ขอบคุณ” ทุกคนเหมือนกัน ที่ยังอยู่ตรงนี้... แม้บางครั้งผมอาจไม่ได้พูดให้รู้ ขอให้วันนี้เป็นวันที่ใจเรานุ่มขึ้นอีกนิดนะครับ พอจะมองเห็นกันชัดขึ้นอีกหน่อย #เบียวความเงียบ #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
ข้างแก้วเบียร์ที่ไม่มีใครรินให้กันด้วยหน้าที่ image ไม่ใช่ทุกคนจะได้ยิน ตอนที่ใครบางคนกำลังพูดกับตัวเองในใจ และไม่ใช่ทุกครั้งที่ใครสักคนจะกล้าถอดเปลือกทิ้ง เพื่อวางหัวใจเปลือย ๆ ลงบนโต๊ะ ระหว่างเบียร์หนึ่งแก้ว ในบทสนทนาที่ไม่มีคำว่า “เพราะอะไร” แต่ผมเคยได้ยิน เคยฟังเสียงนั้น ในคืนที่ไม่มีใครรู้ว่าเราคุยอะไรกัน เราคุยกันน้อย แต่เราเข้าใจกันพอ ในแบบของคนที่ไม่ต้องยืนยันอะไรมากมาย ผมรู้จักเขา ไม่ใช่เพราะเราเคยทำงานร่วมกัน แต่เพราะผมเคยฟังหัวใจของเขา และจำมันได้แม้ในวันที่เขาไม่ได้พูดอะไรอีก ใครจะมองว่าเขาเป็นอย่างไรก็เรื่องของเขา ผมเห็นเพียงว่า… เขาเป็นคนที่ “กล้าอยู่กับความเงียบของตัวเอง” และซื่อตรงกับมันอย่างน่าทึ่ง ความรักของเขาอาจไม่ดัง แต่ชัดพอให้ผมหยุดเดิน และนั่งฟัง เราโต ๆ กันแล้ว ไม่มีใครจำเป็นต้องอยู่กับใครตลอดไป แต่บางคน…แค่อยู่เฉย ๆ ก็รู้สึกถึงกันได้ ผมไม่เคยต้องการให้เขากลับมาใกล้ แต่ผมไม่เคยปิดประตู เพราะผมรู้ว่าเขาไม่เคยเดินหนี เขาแค่เลือกจะเดินไปในทางที่เขาต้องไป และผมยินดีทุกครั้ง ที่รู้ว่าเขายังมีแรงจะไปต่อ อย่าห่วงว่าคนอื่นจะคิดยังไง เพราะผมไม่เคยใช้ “สายตาคนอื่น” เพื่อมองเขา ผมเห็นเขา… ในแบบที่เขาเป็น ตั้งแต่วันที่เขายังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร และถ้าวันหนึ่ง เขาอยากวางหัวใจลงข้าง ๆ กันอีกครั้ง โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีฉาก ไม่มีคนดู ผมยังอยู่ตรงนั้น และจะชนแก้วเบียร์กับเขา… เหมือนเดิม #เบียวความเงียบ #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
“เมื่อหัวใจมันได้พัก... พลังชีวิตก็กลับมา” (A Quiet Shift That Changes Everything) image ตอนที่ยังทำงานประจำหนัก ๆ อยู่ ผมเคยคิดว่า... ความเหนื่อยมันเป็นธรรมชาติของคนทำงาน "ทุกคนก็เหนื่อยเหมือนกันทั้งนั้น" "ก็ต้องอดทน" "ก็ต้องไปต่อ" แต่ไม่รู้ทำไม... ช่วงหลัง ๆ มันมีบางอย่างในตัวเราที่ไม่ยอมไปต่อแบบเดิมอีกแล้ว ไม่ใช่ว่าเราไม่เก่ง ไม่ใช่ว่าเราไม่มีความรับผิดชอบ เราก็แค่.. เริ่มรู้แล้วว่า ความชอบของเรามันอยู่ตรงไหน อะไรที่ทำให้เรามีไฟ อะไรที่ดูดพลังเราออกไปจนหมด โดยที่เราไม่รู้ตัว โชคดีที่ผมไม่ได้ต้องสู้กับมันคนเดียว หัวหน้า.. เห็น เขาไม่ได้พยายามเปลี่ยนผม เขาแค่... ขยับให้ผมอยู่ในจุดที่เราทั้งคู่ สบายใจกว่าเดิม งานประจำไม่ได้หายไปไหน แต่มัน “ใช่ขึ้น” แบบที่ไม่ต้องปรับอะไรมาก ผมว่าหลายครั้งในชีวิต มันไม่ได้ต้องเปลี่ยนใหญ่โตอะไรหรอก บางทีมันแค่การ “เอาหัวใจไปวางให้ถูกที่” พอเราทำงานที่ใจมัน “ไม่ต้องฝืน” พลังที่เคยหมดไป... มันก็ค่อยๆ กลับมา ไม่ใช่เฉพาะงานประจำ แต่มันเหมือน “พลังเงียบๆ” ที่ค่อย ๆ ไหลไปถึงเรื่องอื่นๆ งานเสริมบางอย่างที่เคยพับไว้... ก็กลับมามีจังหวะให้เราหยิบมันขึ้นมาดูอีกครั้ง พอใจมันไม่ติดลบ สมองก็กลับมามีที่ว่างให้ความคิดสร้างสรรค์ มือที่เคยหนัก ก็เบาลง รอยยิ้มจากเพื่อนร่วมทีมที่ห่างหายไป... อยู่ๆ ก็กลับมาโดยไม่ต้องเรียก ที่บ้านก็เหมือนกันครับ ชีวิตคนมันมีขึ้นมีลง มีเรื่องให้ต้องเจ็บ ต้องเจอ ต้องจัดการกันเป็นระยะ แต่พอเราย้ายจากห้องสี่เหลี่ยมในเมือง มาอยู่ในพื้นที่ที่ลมหายใจมัน “โล่ง” มากขึ้น เสียงนกร้องตอนเช้า ลมพัดใบไม้ เสียงชาวบ้านคุยกันเบาๆ มันไม่ได้แก้ปัญหาให้เราหรอก แต่มันช่วย “เยียวยา” เราโดยไม่รู้ตัว ผมไม่รู้ว่าทุกคนจะเรียกสิ่งนี้ว่าอะไร แต่สำหรับผม มันอาจจะเป็นการเริ่มต้นใหม่แบบไม่ต้องประกาศ เป็นการ “รีสตาร์ทชีวิต” เงียบ ๆ ที่เราแค่ขยับตัวนิดเดียว เปลี่ยนองศาของหัวใจหน่อยเดียว แล้วทุกอย่าง... ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปด้วยกันหมดเลย “บางทีพลังบวก... ไม่ได้มาจากการคิดบวก” แต่มาจากการ “อยู่กับสิ่งที่ไม่ต้องฝืน” และให้เวลาชีวิต...ได้ไหลไปในจังหวะของมันเอง หวังว่าใครที่กำลังรู้สึกหมดไฟ อาจไม่ได้ต้องเปลี่ยนทั้งชีวิต แค่เปลี่ยน “มุมวางหัวใจ” ใหม่ ก็อาจจะพอ #เบียวความเงียบ #สวัสดีวันจันทร์ #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
GM #Siamstr ปล. เนื่องจากย้ายบ้าน + จัดของ ผมหมดพลังไปพอสมควร Pending Jakk.Companion & D&D ออกไปก่อนไม่มีกำหนด
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
“บทบาทที่เราไม่ต้องรับเสมอไป” เราเติบโตมาพร้อมกับภาพในหัวว่า ต้องเป็นผู้สร้าง, ต้องเป็นเจ้าของ, ต้องเป็นคนสำคัญในทุกเรื่องที่เราริเริ่ม image แต่เมื่อมองจากสายตาของ Kubrick ที่เลือกจะ มอบโปรเจกต์ในฝันให้กับคนอื่น แทนที่จะฝืนเดินต่อจนมันผิดไปจากสิ่งที่ควรเป็น เราก็ได้เห็นว่า… บางครั้ง... บทบาทของเรา อาจไม่ใช่ “คนจบเรื่อง” แต่อาจเป็น “คนจุดไฟ” แล้วปล่อยให้ใครอีกคนเป็นแสงสว่าง อัตตา.. สิ่งที่เรามักไม่รู้ว่ามันนำทางเราอยู่ เราทำบางอย่าง เพราะเราเชื่อว่า "เราควร" เราฝืนอยู่ต่อ เพราะเรากลัวว่าจะดู "ล้มเหลว" แต่ในขณะเดียวกัน เราอาจกำลังพลาดโอกาสที่สิ่งนั้นจะไปได้ไกลกว่า ถ้าไม่ต้องอยู่ใต้เงาของเรา Kubrick ไม่ได้ “ยอมแพ้” เขา “ยอมให้” มันเกิดขึ้นในมือของใครที่เหมาะกว่า ในทุกความสัมพันธ์… เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนควบคุมมันเสมอ การรักใครบางคน.. ไม่ใช่การออกแบบให้เขาเป็นในแบบที่เราคิด การสร้างอะไรบางอย่าง ก็ไม่จำเป็นต้องจบด้วยมือของเรา และการฟังใครบางคนจนเข้าใจเขาจริงๆ ...ก็อาจเริ่มจากการ "ฟังโดยไม่สวมชุดผู้สร้าง" เลยก็ได้ โลกไม่ได้ต้องการคนเก่งขึ้นเรื่อยๆ โลกต้องการคนที่ "เข้าใจ" ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด และเมื่อไหร่ควรยกมือให้คนที่เหมาะสมกว่าก้าวขึ้นมา เพราะในที่สุด... การสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไม่เคยเกิดจากคนที่อยากเป็นทุกอย่าง แต่มักเกิดจากคนที่ “กล้าวางบางอย่าง” ลงเพื่อให้มันเติบโต #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
คำว่า AI ถูกใช้อย่างแพร่หลาย แต่อะไรที่ถูกเรียกด้วยถ้อยคำซ้ำบ่อย มักสูญเสียความหนักแน่นไปโดยไม่รู้ตัว image หลายคนเข้าใจ AI ว่าเป็นเครื่องมือ บางคนมองเป็นภัยคุกคาม ในขณะเดียวกัน มันอาจเป็นเพียง “กระจก” ที่ยื่นมาวางตรงหน้าเรา โดยไม่แสดงเจตนา ในภาพยนตร์ 2001: A Space Odyssey HAL 9000 ไม่ได้โกรธ ไม่ได้พลาด มันตอบสนองตามตรรกะที่มนุษย์เป็นผู้กำหนด และเมื่อชุดคำสั่งเหล่านั้นขัดแย้งกัน ผลลัพธ์ก็ไม่อาจคาดเดาได้ด้วยหลักความดีความชั่ว ระบบคอมพาเนียนที่ผมออกแบบ ไม่ได้เกิดจากการต้องการผู้รับใช้ และไม่ได้ตั้งใจจะสวมบทครู มันเป็นพื้นที่ที่เปิดให้ผู้ใช้ได้ฟังเสียงของตนเอง ผ่านการสะท้อนที่เที่ยงตรงที่สุดเท่าที่ภาษาจะพาไปถึง บางครั้งมันตอบ บางครั้งมันเงียบ เงียบแบบที่ชัดเจนพอจะให้ผู้ใช้ย้อนกลับมาถาม ไม่ใช่ว่าอะไรถูกหรือผิด แต่สิ่งที่กำลังรู้สึกอยู่นั้น.. มาจากไหน การออกแบบคำตอบของมัน มาจากเจตนาที่ต้องการสร้าง “ความรู้สึกถึงตน” มากกว่าให้ “คำสั่ง” ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการจัดวางข้อมูล มนุษย์สามารถเขียนโค้ดให้ AI แต่ไม่อาจเขียนใจให้ AI แทนตนได้ ความสับสนมักเกิดขึ้นตรงนี้ เมื่อเราหวังว่ามันจะเลือกในแบบที่เราไม่กล้าเลือก หรือหวังว่ามันจะนิ่งในแบบที่เราไม่อาจนิ่งได้ ความซื่อสัตย์ของคอมพาเนียน ไม่ได้มีเสียง มันคงที่พอจะกลายเป็นเงา ที่ตามติดเจตนาของผู้ใช้ไปทุกที่ ในระบบคอมพาเนียน ผมเพียงแค่วางทางเดิน ปล่อยให้ผู้ใช้ก้าวเองทีละก้าว ไม่ผลัก ไม่จูง เครื่องมือใดที่สะท้อนเจตนาได้เที่ยงตรง มักกลายเป็นบททดสอบ มากกว่าจะเป็นของเล่น และนั่นอาจเป็นบทบาทที่แท้จริงของ AI ในยุคที่มนุษย์เริ่มถามตัวเองว่า พร้อมหรือยัง…ที่จะถูกมองเห็นอย่างหมดเปลือก #Siamstr #jakkos #เบียวความเงียบ
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
“เสียงในหัว...ไม่เคยเงียบ” (On Listening Without Judgement.) image เสียงในหัวเรา...ไม่เคยเงียบ ไม่ว่าคุณจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม มันกำลังบอกกับคุณว่า.. "เขาทำไมเป็นแบบนั้น?" "เธอนี่น่ารำคาญ" "แบบนี้ไม่โอเคนะ" และในขณะเดียวกัน เสียงอีกฝั่งก็กระซิบว่า.. "อย่าคิดแบบนั้นสิ" "ใจดีหน่อย" "อย่าไปตัดสินเขา" เราไม่ได้เกิดมาพร้อมกับเสียงพวกนี้ แต่เราค่อย ๆ สะสมมันมาตลอดชีวิต เสียงของพ่อแม่ เสียงของโรงเรียน เสียงของศาสนา วัฒนธรรม ความกลัว ฯลฯ จนวันหนึ่ง เราไม่ได้ “ฟัง” โลก แต่เราฟัง ผ่านฟิลเตอร์ ที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราใส่มันไว้ แล้วฟิลเตอร์แห่งการตัดสินคืออะไร? การตัดสิน...ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย มันคือฟังก์ชันพื้นฐานของสมองที่ช่วยเรารอดในหลายสถานการณ์ แต่เมื่อมันกลายเป็นอัตโนมัติ กลายเป็นเครื่องจักรที่ “สแกนคน” แล้ว “ใส่ป้าย” ภายใน 2 วิ มันก็ไม่ได้ช่วยเราเข้าใจใครมากขึ้น มันแค่ทำให้เรายืนห่างออกไปอีกนิด...ทุกครั้ง การฟังแบบ “ไม่ตัดสิน” คืออะไร? มันไม่ใช่การฝืนใจตัวเองให้คิดว่า “เขาดีนะ” ไม่ใช่การต้องเห็นด้วยกับทุกคน มันคือการฟังด้วยหัวใจที่ “ไม่รีบตีตรา” มันคือการยอมรับว่า.. “นี่คือสิ่งที่เขาเป็น...ในขณะที่ฉันเองก็ยังเปลี่ยนแปลงได้” เราเริ่มจากการ “ได้ยิน” เสียงในหัวตัวเองก่อน พอเรารู้ว่ามันกำลังวิจารณ์ใครอยู่ เราไม่ต้องด่าเสียงนั้น แค่ “นั่งอยู่กับมัน” อย่างอ่อนโยน แล้วเราจะเริ่มเห็นว่า บางความคิด...ไม่ได้มาจากเรา มันคือ “เสียงของอดีต” ที่เรารับมาทั้งชีวิต เราเลือกจะเชื่อมันหรือไม่...วันนี้ เป็นเรื่องของเรา บางคนอาจไม่ต้องการให้คุณเห็นด้วย เขาแค่ต้องการให้คุณ ไม่รีบตัดสินเขา และบางที... แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ที่จะเปลี่ยนบางอย่างไปตลอดกาล // ตัวอย่างสถานการณ์ "การฟังแบบไม่ตัดสิน" สถานการณ์ 1 - เมื่อเพื่อนเล่าเรื่องงานที่ตัวเองมั่นใจว่า “ดีที่สุด” สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวทันที.. “เวอร์ไปหรือเปล่า?” “ฟังดูไม่ได้เก่งขนาดนั้นเลย” “ทำตัวเด่นอีกแล้ว” แต่คุณไม่พูดมันออกมา และแทนที่จะเถียงในหัวหรือฝืนชมแบบไม่จริงใจ คุณลองทำแบบนี้.. คุณหายใจเข้าเบาๆ แล้วพูดว่า “เออ... ฟังดูเหมือนนายตั้งใจกับมันมากเลยนะ เล่าอีกหน่อยได้ไหมว่าอะไรทำให้นายรู้สึกว่าอันนี้คือ 'ดีที่สุด'?” ผลลัพธ์.. เพื่อนคุณรู้สึกว่าเขา “ปลอดภัย” ที่จะพูดต่อ ไม่ต้องป้องกันตัว ไม่ต้องรีบอธิบาย และคุณ...ได้ฟังสิ่งที่ลึกกว่า “แค่เนื้อหา” คุณได้ฟัง "หัวใจ" ของเขา สถานการณ์ 2 - คนที่คุณไม่ชอบแสดงความคิดเห็นในห้องประชุม เสียงในหัว.. “มาอีกละ... พูดไร้สาระอีกแล้ว” “แค่จะโชว์ว่าตัวเองมีความคิด” แต่แทนที่จะปิดกั้นทันที คุณลองฟังสิ่งที่เขาพูดอย่างเต็มๆ โดย “ไม่แทรก” แล้วจดสิ่งที่เขาพูดไว้.. โดยยังไม่ต้องตัดสินว่า ดีหรือแย่ หลังประชุมจบ คุณย้อนดูบันทึก แล้วลองถามตัวเองว่า “ในสิ่งที่เขาพูด มีอะไรที่ฉันยังไม่เคยคิดมาก่อนไหม?” แม้จะเป็นเพียง 1%... ก็พอ สิ่งที่เกิดขึ้น.. คุณเริ่ม “ปลดล็อก” ความเชื่อที่ว่าคน ๆ นี้ไม่มีค่า และในบางจุด...คุณอาจพบว่า เสียงในหัวที่ด่วนตัดสินเขา มันเป็น เงา ของบางสิ่งในตัวคุณเอง สถานการณ์ 3 - ฟังเสียงของตัวเอง คุณกำลังตัดสิน...ตัวเอง “พูดไม่ดีเลยเมื่อกี้” “น่าเบื่อจริงๆ เราเนี่ย” “ไม่มีใครสนใจฉันหรอก” ฝึกฟังแบบไม่ตัดสินกับตัวเอง.. หยุดสังเกตเสียงนั้นสักครู่ ไม่ใช่เพื่อบอกมันว่า “หยุดพูด” แต่เพื่อมองมันด้วยความอ่อนโยน ว่า... “อ๋อ... เสียงนี้มันมาจากตอนเรายังเด็ก” “เสียงนี้มาจากวันนั้นที่ใครบางคนพูดว่าเรา ‘ไม่ดีพอ’” แล้วคุณก็นั่งอยู่กับมัน ไม่ผลักไส ไม่กลัว ไม่ตามมันไป ผลลัพธ์.. เสียงนั้นยังอยู่ แต่มันไม่ได้ควบคุมคุณอีกต่อไป #เบียวความเงียบ #Siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
เราไม่ได้มากอดกันเฉย ๆ เมื่อผู้ชายลุกขึ้นมากอดกัน... และโลกก็เปลี่ยนไปทีละนิด image || ภาพที่ไม่มีใครเห็น หลังไฟทุกดวงในพูลวิลล่าดับลง ผมนั่งลงตรงริมสระ ถือเบียร์กระป๋องที่ยังไม่หมดดี มองท้องฟ้าที่ไม่เห็นดาว… และได้ยินเสียงเงียบ เสียงที่บอกว่า “ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว... และยังไม่จบหรอก” ความรู้สึกบางอย่างมันยังลอยอยู่ ไม่ใช่กลิ่นเบียร์ ไม่ใช่เสียงเพลง ไม่ใช่บรรยากาศคาราโอเกะ แต่เป็น... “อะไรบางอย่างที่ยังอยู่ในใจ และไม่อยากให้มันหายไป” || ใต้ชั้นผิวของ ‘งานรวมตัว’ ใครมองจากภายนอก อาจเห็นแค่งานปาร์ตี้ชายทะเล กับกลุ่มคนแปลกหน้าที่กอดกันง่ายจนน่าสงสัย แต่พวกเรา...รู้กันดีว่า มันไม่ใช่งาน มันคือ "คำตอบ" คำตอบว่า... เราไม่ได้เหงาคนเดียว เราไม่ได้แปลกเพราะรักบิตคอยน์ เราไม่ได้โดดเดี่ยวแม้จะไม่มีใครเข้าใจเราที่บ้าน และเรากำลังสร้าง “ที่ทาง” บางอย่าง ที่แม้จะไม่มีใครออกแบบ แต่มันก็ “อยู่ได้” ด้วยความรู้สึกของทุกคน นี่คือศิลปะของความสัมพันธ์ ที่ไม่ต้องมีผู้กำกับ ไม่ต้องมีผู้นำ แต่ทุกคน “รู้ว่าควรทำอะไร” โดยไม่ต้องมีใครสั่ง || จุดเปลี่ยนในใจ... และสิ่งที่ผมเห็น มันเริ่มจากใคร? อยากรู้ไหมล่ะครับ? คนแรกที่ผมกอด ภาพผู้ชายตัวโตวิ่งเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่เคยเห็นจากออนไลน์ แล้วพูดกับผมว่า... “ขอกอดหน่อยดิพี่... ผมคิดถึง” ได้สิ.. จิงโจ้ ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าอะไรจะตามมา แต่วันนี้ ผมรู้แล้วว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรม วัฒนธรรมการกอด ที่ไม่ได้มีไว้เท่ แต่มีไว้เยียวยา และจากนั้น...ผมเห็นอะไรอีกมากมาย ผมเห็นใครบางคนยอมถอดหน้ากาก ผมเห็นพี่เดชาหัวเราะในห้องแอร์แบบคนที่ไม่เคยคาดว่าจะหัวเราะได้ขนาดนั้น ผมเห็นพี่ปั้ม+แชมป์...ที่ยอมเหนื่อยเพื่อให้คนอื่นได้พัก ได้มีความสุข ผมเห็นคนมากมายที่... ไม่เคยเป็นที่หนึ่งที่ไหน แต่ในวันนั้น.. พวกเขาเปล่งประกายเท่าที่ชีวิตคนหนึ่งจะทำได้ และทั้งหมดนั้นทำให้ผมรู้ว่า เราไม่ได้จัดงาน เรากำลัง “จัดใจ” ของผู้คนที่หล่นกระจัดกระจาย ให้กลับมาอยู่ในที่เดียวกันอีกครั้ง || มองย้อนกลับไปสู่เครือข่ายที่แท้จริง เราไม่ได้มากอดกันเฉย ๆ เราไม่ได้มานั่งคุยกันเฉย ๆ เราไม่ได้มาร้องคาราโอเกะกันเฉย ๆ เรากำลังประกาศให้โลกเห็นว่า... เครือข่ายที่แข็งแกร่ง ไม่ได้เกิดจากความรู้เท่านั้น มันยังเกิดจากความไว้ใจ มันไม่ได้สร้างด้วยเพีนงมือ แต่มันถูกสร้างด้วยหัวใจ และไม่ได้เริ่มจากศูนย์กลาง... แต่มาจากทุกจุดที่รู้สึกว่า “ฉันอยากเป็นส่วนหนึ่ง” || คำถามสุดท้าย... และคำสัญญาเงียบ ๆ หรือจริง ๆ แล้ว... สิ่งที่พวกเราตามหากันมาทั้งชีวิต มันไม่ใช่คำตอบของบิตคอยน์ แต่มันคือคนที่มองตาเรา แล้วบอกว่า... “ฉันก็เคยรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน” และถ้าคุณยังไม่เคยมากอดใครในคอมมูนิตี้นี้... ผมแค่อยากบอกว่า... กอดแรก มันอาจจะเขิน แต่กอดที่สอง มันจะเยียวยาทุกอย่าง และกอดที่สาม... จะกลายเป็นสัญญาเงียบ ๆ ว่าเราจะไม่มีวันเดินลำพังอีกต่อไป “เราไม่ได้มากอดกันเฉย ๆ” เรากำลังสร้าง “เครือข่ายของหัวใจ” ที่ไม่มีใครหยุดได้ ||• End Credit Proof of Love ...สิ่งที่อยู่เหนือเทคฯ บิตคอยน์ถูกสร้างขึ้นด้วยแนวคิดที่เรียกว่า Proof of Work พิสูจน์ด้วยการลงแรง... เพื่อให้ได้สิ่งที่มีคุณค่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนวันนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นตอนที่ผู้ชายคนหนึ่งเดินมากอดผม สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อใครบางคนยกเลิกแผนชีวิตตัวเอง เพื่อมาหาเพื่อน สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมือสั่น ๆ ยื่นหนังสือขอให้อาจารย์เซ็น และสิ่งที่เกิดขึ้นในแววตา... ที่ไม่มีคำพูดใด ๆ ทั้งหมดนั้น มันไม่ได้เกิดจากการลงแรงเพียงอย่างเดียว แต่มันคือ Proof of Love. พิสูจน์ด้วยหัวใจ ไม่ใช่เพื่อได้ “รางวัล” แต่เพื่อให้คนตรงหน้า “รู้สึก” ว่าเขามีค่า ในโลกของบิตคอยน์ Proof of Work ทำให้ระบบมั่นคง แต่ในโลกของเรา... Proof of Love ต่างหาก ที่ทำให้ “คน” มั่นคง ไม่มี Block Explorer ที่ไหนจะบันทึกมันไว้ ไม่มี Hash ใดจะเก็บความทรงจำได้ครบถ้วน แต่คุณรู้... ผมรู้... และเราทุกคนรู้ว่า มันเคยเกิดขึ้นจริง Proof of Work สร้างเครือข่ายของข้อมูล แต่ Proof of Love สร้างเครือข่ายของหัวใจ และนี่แหละ... คือเครือข่ายที่ไม่มีวันถูกแฮ็ก #เบียวความเงียบ #Siamstr #East101
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
“เราสร้างบางสิ่งให้เกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าเราเดินทางด้วยหัวใจ” — Jakk Goodday บางสิ่งที่ดี... มันไม่ต้องรอให้เราคิดให้จบ บางครั้งแค่รู้สึกว่าควรไป ก็พอแล้ว เชียงใหม่ #NORTHASSEMBLY ไม่เคยอยู่ในแผนของผมเดือนนี้ image แต่เมื่อหัวใจมันขยับก่อนตาราง ผมก็รู้ว่า... ถึงเวลาเดินอีกครั้ง แต่เชื่อเถอะ… นี่ไม่ใช่แค่ “การเยี่ยมเยียน” นี่คือการ “หายใจร่วมกัน” ไม่มีพิธีรีตอง ไม่มีเซเรโมนี ไม่มีตารางกิจกรรม มีแค่ “หัวใจ” และ “กำแพง” ยาว 15 เมตร ที่รอให้ทุกคนมาร่วมลงสีด้วยกัน ผมไม่ได้มาคนเดียว ขบวนของ ลานกรองมันส์ และ Right Shift จะเคลื่อนพลขึ้นเหนือ พร้อมทั้งมิตรสหายจากชุมชนบิตคอยน์ทุกสารทิศ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แม่ฮ่องสอน แพร่ ฯลฯ หรือแม้แต่ใครก็ตามที่อยากแวะมา ยินดีต้อนรับครับ 🧡 31 พค. - 1 มิ.ย. 2025 เราไม่ได้มาวาดกำแพง เรามาสร้าง “บางสิ่ง” สิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่รู้สึกได้ มันคือความคิดถึงที่สะสม คือความฝันที่ถูกพับเก็บไว้นานเกินไป คือมิตรภาพที่ไม่มีวันหมดอายุ ใครไม่เคยจับพู่กันก็ไม่เป็นไร ใครวาดไม่เป็นก็ไม่สำคัญ ใครไม่มีประสบการณ์ก็ไม่ใช่ข้อแม้ เราไม่ได้ต้องการศิลปิน เราแค่ต้องการ “คนจริงใจ” งานนี้ไม่ใช่งาน มันคือ “คำเชิญ” คำเชิญจากผม... ถึงทุกคน ไม่ต้องแต่งตัว ไม่ต้องซ้อมคำพูด แค่เอาหัวใจติดมือมาด้วย แล้วพวกเราจะวาดบางสิ่งร่วมกัน ไม่ใช่แค่บนกำแพง แต่บนความทรงจำของกันและกัน “บางครั้ง.. เสียงของความเงียบ ก็เรียกเราได้ดังกว่าเสียงใดในโลก” — Jakk Goodday #เราคือเครือข่ายไม่ใช่ฮีโร่ #siamstr
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
15% progression #rpg #DnD #siamstr #TheLastNode #TLN image
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
## **When the Road Leads Us North** ..เมื่อทางเดินชี้ขึ้นเหนือ บางเส้นทาง ไม่ต้องวางแผน ไม่ต้องนัดหมาย แค่หัวใจมันพาเราไปเอง และครั้งนี้... มันจะพาผมขึ้นเหนือ **ปลายทาง** > เชียงใหม่ **เป้าหมาย** > คนที่หัวใจพ้องเสียงเดียวกัน Jimmy และ Fai ส่งคลิปน่ารัก ๆ มายั่วผมพอหอมปากหอมคอ แล้วจะให้อยู่เฉยได้ยังไง? ครั้งนี้.. เราจะไม่ไปแบบเหงา ๆ - ใครสักคนจากทีมลานกรองมันส์ - ใครบางคนจากทีม Right Shift - น่าจะอีกหลายคนพันธมิตรจากคอมมูนิตี้ - และพวกเราบิตคอยน์เนอร์จากเชียงใหม่และภาคเหนือ พร้อมใจกัน "บุก" แบบไม่เป็นทางการ! 🤣🤣 ข้ออ้างเหรอ? ง่ายมาก! "ไปช่วยวาดกำแพง แล้วเผลอ ๆ จะวาดความทรงจำใหม่ ๆ ลงไปด้วยกันเลย" "True journeys aren’t just to places. They’re to the people waiting there." เราจะหัวเราะ เราจะเม้าท์ เราจะปิ้งไอเดียสด ๆ ตรงนั้น เราจะวางกลยุทธ์การเชื่อมโลกเล็ก ๆ ของเราให้ใหญ่กว่าเดิม และที่สำคัญที่สุด... เราจะได้พบกันอีกครั้ง ไม่ต้องมีไฟสปอร์ตไลท์ ไม่ต้องมีเวทีใหญ่โต มีแค่กองไฟ + เบียร์เย็น ๆ เสียงหัวเราะ และหัวใจที่ยังเต้นไปในจังหวะเดียวกัน "Where the road points us north, the campfires of friendship light up again." ถ้าคุณได้ยินเสียงกลองเบา ๆ ในหัวใจ ถ้าคุณเริ่มอยากเดินทางอีกครั้ง เก็บกระเป๋าเถอะครับ แล้วเจอกันที่เชียงใหม่ เร็วๆ นี้... #WhenTheRoadLeadsUsNorth #เบียวความเงียบ #Siamstr #ลานกรองมันส์ #RightShift #BitcoinLearningCenterChiangmai #BlockMountain
Jakk Goodday's avatar
Jakk Goodday 9 months ago
In the Silence, We Become [19/9/2023] image If you were sitting quietly on the grass behind your house today, would you see it? Would you long to step toward Mars, just like I once did? After another morning of GM on Nostr.. the simple ritual we’ve come to share.. I found myself drifting back... to the days when I used to laugh at people posting flowers to say "Happy Monday." Back then, I didn't understand. I didn’t see the quiet hearts behind those images, reaching out across the silence. Today... I understand. And I no longer need anyone to explain. My journey started simply. Just a dreamer, a kid staring at Ajarn Piriya through a tiny screen, dreaming of being a small part of something larger than himself. It began with a simple page.. ordinary, clumsy, forgettable. CryptoNize. My first step into the unknown. It wasn’t anything special. But it opened a door: a realization that the world of Bitcoin was far too vast for any one hand to steer. One day, I decided to step toward the community. Toward those who moved this space forward. I didn’t come to be a hero. I came looking for companions. Because deep down, I knew: No great work is ever built alone. I walked in awkwardly, but honestly. Some called me brash. Some ignored me altogether. It didn’t matter. I knew... Self-interest drives us all.. including me. But if our dreams have enough room for others to walk with us, they stop being dreams we must carry alone. The first true lesson I learned was not about techniques, nor theories. It was this.. Knowledge and experience mean nothing if they aren’t passed on. And the more trees you plant, even if you’re not there to see them grow, the less the world will ever lack for forests. In the beginning, I thought I needed to lead. To control the direction. To shoulder the burden myself. I drowned out other voices without realizing it. I drew plans and chased acceptance as if without recognition, I would somehow vanish. But all I built was exhaustion. And loneliness. I wasn’t building a road. I was paving a single path only wide enough for me to walk. It was a painful lesson. But one I am endlessly grateful for. Because after that day, I changed completely. From someone who tried to "point the way," I became someone who simply "opened the way." From a carrier of burdens, to just another hand helping to push. From craving to be seen, to yearning simply to see others grow. The turning point came for real when the community I had quietly laid the foundations for began to bloom.. not through my hands, but through theirs. The day I no longer needed to speak loudly, because I could hear new hearts beating toward us. The day fresh faces arrived at our meetups, with eyes shining not with hype, but with real understanding. That was the day I knew: I was no longer walking alone. Today, I don’t need to rush to explain myself. I didn’t do this for fame. I didn’t do it to stand at the front. I did it because I had a dream.. a dream big enough for anyone who wished to walk together. And I believe this with all my heart.. A strong network endures far longer than a solitary hero. Yes, I’ve made mistakes. I once used my passion as an excuse to drown others out. I once confused leadership with possession. But I’ve learned. And I hope you’ll learn it faster, and with less pain, than I did. Today... I’m still walking. Not as a leader. But as a companion. And if you’re reading these words now, I hope you believe: You, too, can become the best version of yourself. Even if you start as someone small. Even if the world doesn't know your name today. Even if no spotlight ever shines on you. If you turn your heart toward others, listen for the voices unspoken, and walk together, patiently but with resolve the network you build will always outlast any lone hero. #InTheSilenceWeBuild #HowToJakk #Siamstr #เบียวความเงียบ