หลักการมองเศรษฐศาสตร์ ของ Austrians Economic
จริงหลักการ ในการใช้การวิเคราะห์ของ Mises นั้นน่าสนใจมากคือเรื่องของ praxeology(Human Action) การกระทำของมนุษย์ซึ่งบ่งบอกถึงการนำไปสู่ Axioms(สัจพจน์) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การมองมนุษย์ในเชิงการมีเหตุและผลเชิงเศรษฐกิจ แต่เป็นปัจเจกต่างหากที่ไร้เหตุผล
Mises ใช้หลักการและแนวคิดที่มองมนุษย์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคเสรีภาพนิยม เพื่อต่อต้านอำนาจของการกีดกันการค้า จากความคิด โดยบอกได้ว่าตัวของระบบ บางระบบมันนำไปสู่เผด็จการและลดทอนคุณค่าของเสรีภาพในด้านปัจเจก
ผมขอพูดเรื่อง Axioms นิดนึงว่าเวลาที่ผมคุยเรื่องศาสนาผมถึงค่อนข้างเกลียดพวก รักธรรมชาติ โลกสวย มองนั่นมองนี่คือสิ่งสวยงาม ปล่อยวางจิตใจ โดยมองว่า ธรรมะ คือสิ่งที่เป็นอยู่ ตั้งอยู่และดับไป ซึ่งไอ้ความเป็นการตั้งอยู่และดับไปนี่ ไม่ได้ช่วยเพิ่มคุณค่าแถมเป็นการลดทอนคุณค่า ของสภาวะทางความเป็น จริงๆลงไปด้วย
ใน Narrative หรือ Perspective ที่ดูใหม่ดูสวยและดีงาม มันยังข้ามสัจจพจน์ไปไม่ได้ ดังนั้น มันไม่สามารถตอบคำถามแห่งความเป็นจริงทางสัจพจน์ได้ ผมยกตัวอย่างว่า หากเราเติบโตมาในการมองว่าทะเลกว้างกว่ากว่าผืนแผ่นดิน นั้นคือสัจพจน์ที่เราพิสูจได้ พวกเค้ากลับกรอกพูดว่า น้ำทะเลสีฟ้า ก็แค่ปล่อยวาง เห๋นสิ่งใดเกิดสิ่งใดก็แค่มองมันให้ลึกลงไป
โอ้ การให้อภัย สิ่งประเสริฐ ศีลธรรมอันดีงาม ท่านผู้ฉลาดในอุมคติมิได้หยั่งรู้ถึงความลึกซึ้ง เพียงแค่เห็นแต่ภาพภายนอก และ สิ่งที่ดำเนินอยู่ มิใช่การดำรงค์อยู่
ดังนั้นหัวใจของพวกท่านจึงไร้ซึ้ง ซึ่งคุณค่าของความเป็น
ศีลธรรมมิได้กำเนิดถึงสิ่งสวยงาม และการมองโลกตามธรรมชาติ มันแค่ศีลธรรมเท่านั้นที่ท่านมองเห็น
Tungkukk🇹🇭
tungkukk@siamstr.com
npub1e8e3...9tp3
Toxic Maximalist #bitcoin #anarchocapitalism #Libertarianism
หืมมมม…. 

#siamstr 

#nietzsche 

โพสด่า socialist mindset
เข้าไปดูเฟสแม่งบอกพรรคประชาชนเลือก สนับสนุนพรรคก้าวไกล
ผมแบบ55555
ใครคือ ใดโน โคตรเก่ง บทความโคตรดี
#siamstr
พุทธวจน คือ หนทางไปเพื่อไปสู่ Nihilism 😱😱😱😱
ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ของผมกับพี่ @Jakk Goodday
จริงๆผมอยาก Take Note นี้อย่าง Seriously แต่เอามาเล่าแบบฮาๆ แล้วกัน
เผื่อใครยังไม่รู้ว่าผมรู้จักแกเกือบสองปีกว่าแล้ว เอาง่ายๆ ผมก็เป็นแฟนคลับอาจารย์ตั๊มหลังปี 2021 นั่นแหละ หลังจากเรียนรู้ Bitcoin ซึ่งผมมีแพสชั่นและสนใจเรื่องทุนนิยม และมองว่า “ไอ้เหี้ยบิตคอยน์แก้ปัญหาทุนนิยมที่เป็นอยู่ได้ทุกเรื่องเลย เย็ดเป็ด”
จริงๆประวัติผมไม่มีอะไรมาก ผมเป็นพวก Introvert (คือกูก็ไม่อยากเป็นนะแต่เวลาคุยกับใครในสังคม ผมคุยสิ่งที่เค้าไม่เคยคุยกัน) สมัยนั้นผมเพิ่งเริ่มงานที่สองเป็น Tea Master และเราหาที่เก็บสะสมพลังงาน
ช่วงนั้นก็เห็นอาจารย์พูดถึงคุณจักรพันธ์ บ่อยๆ เพราะเค้าช่วยงานแปลของ จอน คาวาโล
จนในที่สุดมี Bitcoiner add facebook ผมเข้ามา
ใช่แล้วครับเค้าคนนี้คือ พี่ดำรงเดช ไอ้สัส โพสบิตคอยน์ทุกเช้า และพี่แกก็หายไปเกือบจะสองปีแล้วตอนนี้ยังไม่เห็นโผล่มาอีก เอาง่ายๆ คือกลุ่ม siamese ในเฟสอ่ะ ช่วงแรก แกโพสทุกวัน (ไอ้พวกมือใหม่ในนี้ตามไม่ทันแน่)
และอยู่ๆก็มีเมสเซนเจนเจอร์ดังขึ้นช่วงเมษา 2022 คือพี่ตั้ม จักรพันธ์นี่แหละ ตอนนั้นแกบอกฟอร์มทีมอเวนเจอร์ส อะไรไม่รู้แก สิ่งที่ผมต้องการคือเรื่อง ง่ายๆ
“ใช้ Ligthning ยังไง”
และแก ก็ลากผมกับพี่ขิง ตั้งดิสคอร์ดแม่งวันนั้น ผมก็แบบเออ มีแก๊งแล้วเว้ยไม่เหงาและ และแกก็ไปลากคนนู้นคนนี้มา สร้างคอมมู Local Bitcoin เป็นที่แรกที่ผมได้คุยกะพี่จตุพลแอดมิน Siamese เอาง่ายๆ คุยจนสนิทกัน เออ ลืมบอกถ้าคุณไม่เคยฟังท๊อปปิคอะไรมันๆ เจอกันดิสคอร์ด ทุกวันอังคาร ผมเข้าแทบจะทุกอาทิตย์ เพราะเราคุยท๊อปปิค ที่คนเข้าไม่คุย 55555
จนจัดงานที่มิตรสัมพันธ์ แม้ผมจะไม่ค่อยชอบสิ่งที่ทำไป แต่ก็ดีใจที่ได้เจอหลายๆคน
คนทั้งงานได้รับ LN จากผม แน่นอน
ช่วงแรกผมก็ฟัง แกนะตาตั้มนี่ แต่หลังๆ พูดยาวไป 8 ชม. ขี้เกียจฟัง แก ประกอบกับผมเป็นพวก toxic มากกว่าการสร้าง Positive commu ผมเลยเน้นไปที่เจอแต่ละคนๆดีกว่า
บังเอิญ ผมไปเจอ บก.จิงโจ้ที่ บ๊อบ ผมก็ไปโม้ให้แกฟัง ว่าโหหห คนนี้บ้าบิตคอยน์พอๆกับเราเลย เป็นนักแปลไปด้วย ก็ให้คอนแทร็กแกไป สรุปแกไปฟอร์มทีมกันเว้ย พอๆกับ อีประธานซุปเลย ไปบอกว่านี่ มีคนบ้าเศรษฐศาสตร์กว่าผม อีตาตั้มนี่ก็ไปลากเข้ามาหมด
ถือเป็นความโชคดีที่ทีมไรท์ชิฟแม่งมีแต่คนเจ๋งๆ และ ไม่เลือกคน toxic อย่างผมเข้าไป ผมโคตรดีใจเลยนะ เพราะผมก็บอกแกไปตรงๆ ว่ามีอะไรที่อยากทำ และไม่ได้อยากพาใครไปตายเพราะตัวเอง
ลองจินตนาการ RS มีตั๋ง โอ้โหหหห พัง55555 กูบอกเลยพังตั้งแต่วันแรก
แต่อีตาตั้มนี่ก็ขยันขยอ ถึงขนาดอ้อนวอนพูดความจริงบนความเท็จ ว่าผมหล่ออย่างนู้นอย่างนี้ ผมก็เข้าใจแหละว่าผมมันหล่อจริงๆอ่ะนะ แต่มันคนละเวย์ ผมก็แค่พยายามโยนอะไรที่ผมชอบไปให้ มึงชอบหรือไม่ชอบก็ช่าง ซึ่งผมก็ได้กลิ่นว่ามีบางเรื่อง ที่เอาไอเดียร์ที่ผมชอบมาทำบ้าง 55555 แค่แอบสงสัยแต่คิดว่ามี
จนเมื่อปีที่แล้วแม่งเสือกจัดงานใหญ่ ผมหล่ะประทับใจแทนมันจริงๆ แม่งขึ้นไปพูดบนเวที วันที่ 2 ผมก็แบบ “พี่พูดเหี้ยไรอ่ะ” มึงจัดงานใหญ่ พูดแค่ขอบคุณ ทำหน้าเหมือนง่วงนอนเดินลงมา ไอ้สัส เอาเครดิตมึงไปหน่อยดิ
จนปีนี้ผมสัมผัสได้ว่าคนที่แบกองค์กรณ์ เล่าเรื่องแปดบรรทัดโดยใช้เวลา 8 ชม. แม่งหวังดีกับคอมมู จนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมได้ฟังแล้วผมก็รู้สึกสำนึกกับสิ่งที่มันทำ คือการ ต้องการส่งต่อคุณค่า ไปยังอีกหลายๆเจเนอเรชั่น มันคือ อเจนด้าของมัน และผมมองว่านี่คืออเจนด้าที่ดี คือการถ่ายทอด ความสวยงาม มากกว่า การกัดคนอื่น(แม้ผมจะชอบทำวิธีหลังก็ตาม)
ดังนั้นผมอยากให้โพสนี้ที่ทุกคนชาว Siamstr ได้อ่าน และ วันงาน ช่วยส่งเสียงให้พี่ตั้มแกด้วย แกเต็มที่จริงๆ บอกให้แดกเนื้อแม่งเสือกแดกเบีย กูบอกให้มึงดูแลสุขภาพตัวเองไอ้สัส เลขสี่แล้วนะพี่ 55555
สุดท้ายนี้ไม่มีอะไรมาก ผมแค่รู้สึกว่า Nostr ครบ 1 ปี อยากจะโพสอะไรที่เป็นอิสรภาพบ้าง ซึ่งก็ไปอ่านเอาข้างล่าง ความในใจเรื่องอิสรภาพ กูเขียนเป็นอแคนเดมิค ทุกอย่าง
เอาเป็นว่าผมมาขอบคุณตั้มจักกู๊ดเกย์ แล้วกัน ที่ทำให้ผมสามารถท๊อกซิกได้ โดยที่มีมันยังคอยมองห่างๆอย่างห่วงๆอยู่เสมอ ผมรับรู้ได้
#siamstr
ปรากฏการณ์ของการโต้กลับ ?
เมื่อวานนี้ได้อ่านโพสอาจารย์ตั๊มที่เป็นเชิงตั้งคำถามว่า “ทำไมพรรคแบบ Libertarianism ถึงไม่เกิดในไทย” ผมจะเจาะลงไปที่ประเด็นนี้
คำถามสำหรับผมคือมีผู้เข้าใจคำว่า Libertarianism กี่คน ? ณ ตอนนี้กี่คน
ซึ่งไอ้เพจที่พอจะหวังพึ่งได้ก็หันหน้าหาฟาสซิสไปซะแล้ว
ผมเล่า movement หนึ่งให้ฟังคือ อาเจนติน่า การขึ้นมาของ Javier Milei คือการขึ้นแบบพรรคประชานิยม ย้ำ! ประชานิยม โดยมี Momentum คือการลดการพึ่งพิงอำนาจรัฐ และ การเจรจาในการดำเนินนโยบายรัฐที่เป็นเส้นขนานกับพรรค Conservative
คุณรู้ไหม แม่งเหมือนพรรคเพื่อไทยเปรี๊ยบ คือ “กูต้องการเป็นรัฐบาล” ซึ่งบ้านเค้ามันก็ตั้งง่ายเพราะพรรค Liberal แม่งชนะเสียงอันดับหนึ่ง ส่วนบ้านเราพรรคอันดับหนึ่ง เค้าให้ไปจับมือคนอื่นไม่ยอมไป เพราะ “ฉันเป็นนักศีลธรรมที่สำเร็จความใคร่ทางอุดมการณ์ เมื่อไม่ให้ฉันก็จะเป็นพระเอกรอเป็นเผด็จการเสียงข้างมากอยู่”
ผลก็คือ ประชานิยมพรรคฝ่ายซ้ายโดนยุบไปเมื่อวานหมาดๆ สมน้ำหน้ามัน
แต่วัชพืชยังไงก็เป็นวัชพืช แม่งเกิดเป็นย่อม และ มีเพียงพวกคนโง่ที่คิดว่ามันคือสิ่งจำเป็น
สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อก็คือ ประเทศไทยยังไม่ถึงจุดที่วิกฤตขนาดนั้น หรือ ต่อให้มันเกิดวิกฤต เดี๋ยวประมุขตัวจริงก็ลงมาโปรดอีก ใช่ ผมพูดถึงสถาบันกษัตริย์นั่นแหละ
มันเป็นแบบนี้และจะเป็นแบบนี้ แต่ผมมีเค้าโครงว่าไม่อาจจะมั่นใจในพระมหากษัตริย์องค์ถัดไปต่อจากนี้ เพราะหากว่าการตัดสินพระทัยที่แปลกๆจากแนวคิดต่างชาติ อาจจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงจากด้านบน ถึงตอนนั้นเราก็หวังว่าประชาชนจะไม่โง่ยอมให้กษัตริย์โดนถลุงแบบรัสเซียก็พอ
ทุกคนล้วนรู้ว่าสิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติ หรือ เกิดเป็นสภาวะธรรมชาติเป็นเช่นไร แต่ไม่เคยมองเรื่องการเกิดขึ้นซ้ำซ้อน ผมยกตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนรอวันล่มสลาย เหมือนชีวิตเรา มันคือจิตวิญญาณ ใน “สภาวะความเป็น” อย่างนั้นๆ
แม้แต่ตัวระบบเอง
ในอารยธรรมนั้นเกิดสิ่งที่เรียกว่าการโต้กลับอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งการสร้างอารยธรรมนี่แหละที่แปลก เพราะสิ่งเหล่านี้เริ่มต้นจากความเชื่อเล็กๆ ของเหล่าปัจเจกว่า สิ่งเหล่านี้คือสิ่งดีงาม และสิ่งที่สวยงามก็คือ สภาวะที่มีชีวิตของความเป็นนั้น ไม่ได้ซื่อตรงต่อมนุษย์ เสียสักเท่าไหร่ ดั่งเช่นอุดมคติ หากผมบอกว่าเศรษฐศาสตร์ออสเตรียน นั้นดี ผมก็ตำหนิมันได้ว่าบางส่วนมิสเซสนำเอาปรัชญา คานส์มาอธิบาย ความเป็นระบบที่ดี มากกว่าเข้าใจมนุษย์ แต่เรื่องที่ถูกต้องที่สุดและมันยังใช้ได้ผล คือ การเจริญเติบโต หรื เราพูดง่ายๆว่า ตลาดเป็นสิ่งมีชีวิต ที่เราสร้างและคอยหล่อหลอม ในการแลกเปลี่ยนพลังงานทางด้านคุณค่า
ย้อนกลับไปถึงคำถามว่าทำไมจึงไม่เกิดพรรค Libertarianism คำตอบมันก็อาจจะง่ายๆ ว่า เรายังเจ็บกันไม่มากพอ และเมื่อย้อนไปมองประวัติศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจ
ก็จึงไม่แปลกใจทำไมคนที่ไม่เข้าใจหรือสนับสนุน Laissez Faire capitalism เพราะ ประเทศเรายังไม่เคยมีการปฏิวัติทางทุนนิยม มีเพียงปฏิวัติทางสังคม
-เราพึ่งมีทุนนิยมร่วมๆ 30 กว่าปี ที่เป็นระบบทางเศรษฐกิจ
-เราไม่มีปฏิวัติอุตสาหกรรม ที่นำเอาชาวไร่ชาวสวนไปสร้างงานใหม่ๆ ตามปริมาณค่าเฉลี่ย
-เราไม่มีการยกระดับชนชั้นอย่างชัดเจน มีเพียงแต่ ระบบศักดินาบ้านๆ
-ประเทศเรารวมทุกภาคไม่เคยเกิดตลาดเสรีทุนอย่างแท้จริง นอกจากการบังคับจากรัฐ
-ประเทศเราดำเนินตามทุนนิยมแห่งรัฐ มิใช่ทุนนิยมเสรี
แต่สิ่งที่ยังน่าปราบปลื้มใจก็คือเราไม่ถูกยึดไปโดยพวกคอมมิวนิสต์หลังปฏิวัติ
เก็บไปเรื่อยๆ 

จนได้!!
#siamstr 
