สิ่งที่ได้เรียนรู้วันนี้ : STYLE BLOCK + CHARACTER BLOCK
#omni #SATOSHi
satuser
satuser@siamstr.com
npub1e9vc...j93f
SATOSHi.Film 👤🌱🎞️
เหมือนทอยลูกเต๋าพันลูกพร้อมกัน กติกาบอกว่า “ผลรวมต้องน้อยกว่า X” — ยิ่ง X ต่ำ (เพดานต่ำ) ยิ่งทอยยาก ต้องทอยซ้ำเยอะขึ้นกว่าจะได้สักครั้ง ส่วน difficulty adjustment ก็คือการขยับเพดานขึ้นลงทุก 2016 block ให้คนทั้งโลกเจอคำตอบเฉลี่ยทุก 10 นาทีพอดี
สิ่งที่ Satoshi แก้จริงๆ ไม่ใช่ double-spend เฉยๆ — แต่คือจะกันมันยังไงโดยไม่ต้องมีคนกลางเลย อันนี้คือโจทย์ที่วงการ computer science แก้ไม่ตกมาหลายสิบปี (Byzantine Generals Problem — จะให้คนแปลกหน้าที่ไว้ใจไม่ได้ ตกลงกันให้ได้ความจริงเวอร์ชันเดียว ทั้งที่บางคนอาจโกหก) ก่อนปี 2008 ความเชื่อคือ “ทำไม่ได้ ถ้าไม่มีคนกลางหรือไม่รู้จักผู้เล่นทุกคนล่วงหน้า”
ทางออกคือผูกสองอย่างเข้าด้วยกัน:
1. Blockchain — ทุก node ถือสำเนาสมุดบัญชีเต็มเหมือนกันหมด ทุกคนเช็คเองได้ว่าใครเป็นเจ้าของ coin ไหน (UTXO)
2. Proof-of-work + longest chain — แทนที่จะให้ “คน” ตัดสินลำดับ ให้ “งาน” (พลังงาน/การคำนวณ) เป็นตัวตัดสิน tx ที่ถูกต้องคืออันที่ฝังอยู่ใน chain ที่มี work สะสมมากสุด จะย้อนแก้ลำดับต้องทำ work ใหม่หมด ซึ่งแพงจนไม่คุ้ม
ความสวยงามคือ proof-of-work ทำให้ “เวลา/ลำดับ” กลายเป็นของที่ปลอมไม่ได้และพิสูจน์ได้ — ใน whitepaper Satoshi เรียก chain ตรงๆ ว่าเป็น “timestamp server” แบบกระจาย คำถามที่เคยตอบไม่ได้ (“อันไหนก่อน?”) เลยกลายเป็นคำถามที่มีคำตอบเดียวที่ทุกคนเห็นตรงกัน
#siamstr #doublespending
17:35 น.
ผู้ชาย 3 คน
ต่อแถวซื้อเบียร์
เรายังมีอะไรเหลืออยู่บ้าง
นอกจากปัจจุบัน
#siamstr
ในยุคที่ content ยังไม่เบ่งบานขนาดนี้
เรายังพอมีเวลายืนริมระเบียง ฟังเสียงบ้านเสียงเมือง ยามค่ำคืนอยู่ขณะหนึ่ง
ฟังย้อนหลังกันได้ 3 ชม. 🔥🔥🔥
เปิด / ใครเหมาะ / หนีอะไร
1. "การศึกษาภาคบังคับจริงๆ มีแค่ 9 ปี ที่เหลือคือสมัครใจ — คนส่วนใหญ่แค่ลืมไปว่ามันเลือกได้"
2. "คนชอบถามว่าโฮมสคูลหนีอะไร ผมว่าคนที่เดินตามระบบโดยไม่เคยตั้งคำถามต่างหาก ที่กำลังหนีการตัดสินใจ"
3. "โฮมสคูลไม่ใช่แหกระบบ มันคือทวงหน้าที่ที่พ่อแม่ outsource ออกไปคืนมา"
4. "ผมไม่ได้ปฏิเสธโรงเรียน ผมแค่ไม่ได้ปฏิเสธทางเลือกอื่นทิ้งไปตั้งแต่ยังไม่ได้ดู"
5. "เกณฑ์ของผมคือช่วง 7 ปีแรกนี้ ให้เวลากับเด็กมากพอไหม"
เสียอะไรไป (เพื่อน / วิชาเผื่อ / พื้นฐาน)
6. "วิชาเผื่อในระบบไม่ได้การันตีว่าครบ มันแค่ให้ความรู้สึกว่าครบ"
7. "สิ่งที่ต้องมีจริงไม่ใช่รู้ทุกวิชา แต่คือเจอวิชาใหม่แล้วเรียนเองเป็น (Active Learner)"
8. "โรงเรียนให้เพื่อนแบบสุ่มตามอายุกับโซนบ้าน โฮมสคูลให้เพื่อนแบบเลือกตามความสนใจ — ไม่ใช่ไม่มีเพื่อน คนละโครงสร้าง"
9. "จะเสียก็ต่อเมื่อมีอะไรพัง ถ้าฐานยังดี มันไม่ได้เสีย มันแค่คนละทาง"
ใครคือคนสำคัญ / หน้าที่
10. "พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูกอยู่แล้วโดยหน้าที่ ไม่ได้แปลว่าต้องสอนทุกวิชา แค่จัดสภาพแวดล้อม เป็นต้นแบบ และอยู่ตรงนั้น"
11. "คนสำคัญที่สุดไม่ใช่พ่อแม่ ไม่ใช่ครู — คือตัวเด็ก ถ้าเขาไม่อยากเรียนรู้เอง ใครสอนก็ไม่ขึ้น"
12. "หน่วยเรียนรู้ข้างนอกมีไว้ outsource เฉพาะส่วนที่เราสอนเองไม่ได้ ไม่ใช่โยนทั้งหมดให้เขา"
13. "ในบ้านไม่มีใครเป็น server ใครเป็น client ทุกคนเป็น node ที่ต้องอัปเดตตัวเองไปด้วยกัน"
จบ hs แล้วเข้ามหาลัยยังไง
14. "โฮมสคูลในไทยถูกกฎหมาย จดทะเบียนตามมาตรา 12 ได้วุฒิเทียบเท่าจริง ใช้สอบ TCAS ได้เหมือนเด็ก ม.6"
15. "เด็กโฮมสคูลสอบเข้าหมอจุฬายังได้เลย — ประตูมันเปิดอยู่ คำถามจริงไม่ใช่เข้าได้ไหม แต่คือจำเป็นต้องเข้าไหม"
16. "ถ้าตั้งใจทำงานบริษัทที่ขอปริญญา ก็เดินตามกติกาเขา ถ้าไม่ยึดเงินเดือน ก็ลุยเองได้ — มันคือการเลือก ไม่ใช่ทางตัน"
พ่อแม่เตรียมตัว / เหนื่อย
17. "ไม่ต้องเตรียมตัวเป็นครูเก่งทุกวิชา เตรียมแค่ 5 อย่าง: รักและอยู่ตรงนั้น คุยกับฟัง ปล่อยให้เจอปัญหา ไม่ปกป้องเกิน เป็นต้นแบบ"
18. "เหนื่อยไม่ใช่บั๊ก มันคือ spec ของการเป็นพ่อแม่ — มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ลงทุนกับลูกยาวที่สุด"
19. "นกอินทรีที่ทุ่มสุดยังเลี้ยงลูกแค่ 2 ปีเพื่อให้มันบินจากรัง คนเราลงทุน 15-20 ปี เพื่อสิ่งเดียวกัน"
20. "มีหนัง Jay Kelly พูดไว้ว่า พ่อแม่จะสำเร็จก็ต่อเมื่อทำให้ตัวเองไม่จำเป็นอีกต่อไป — เราเลี้ยงเพื่อวันที่เขาไม่ต้องการเรา"
21. "เป้าหมายไม่ใช่สร้างเด็กที่ติดบ้านหรือติดระบบ แต่สร้างคนที่ self-custody ชีวิตตัวเองได้ — เรียนเป็น คิดเป็น ตัดสินใจเอง"
ปล.เตรียม bullet quote ไป 21 นัด บางนัดไม่ได้พูดถึงเพราะคุยกันไหลยาวและสนุกมาก และมีอีกหลายๆประเด็นนอกเหนือจากหัวข้อที่เตรียมไว้อีกเพียบ , ขอบคุณหมอเอกและเฮียโต้งมากๆค้าบ 😁🧡🙏
#siamstr #fiatsheep #homeschool
https://rumble.com/v7bnqby-fiatsheep-ep.5.html
คลิปวิดีโอนี้เป็นสุนทรพจน์ของ Jack Mallers ในงาน BTC Prague ภายใต้หัวข้อ "Bitcoin, AI และการกลับมาของความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ (เข้าสู่ยุคเรเนซองส์)" ซึ่งเขาได้บรรยายถึงปัญหาของระบบการเงินในปัจจุบัน และสาเหตุที่ทำไม Bitcoin และเทคโนโลยี AI จะช่วยปลดแอกมนุษย์และนำพาสังคมกลับสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาอีกครั้งครับ
โดยเนื้อหาสามารถสรุปอย่างละเอียดแบ่งเป็น 5 องก์ ดังนี้ครับ:
องก์ที่ 1: บางอย่างในสังคมตอนนี้กำลังผิดเพี้ยนไป [03:26]
แจ็คเริ่มต้นด้วยการชี้ให้เห็นว่าผู้คนในปัจจุบันมีความรู้สึกสิ้นหวัง ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคตกต่ำที่สุด (ต่ำกว่าช่วงโควิดและวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008)
ค่าแรงที่แท้จริงลดลง เงินเฟ้อกลับมา แม้จะได้เงินเดือนเพิ่มแต่ก็ซื้อของหรือบ้านได้น้อยลง
คนหนุ่มสาวอายุ 19-29 ปีต้องอาศัยอยู่กับพ่อแม่มากกว่ายุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) และมีปัญหาด้านสุขภาพจิต ซึมเศร้า และรู้สึกสิ้นหวังกับอนาคต [06:24]
ความกังวลต่อการมาของ AI ว่าจะมาแย่งงานและทำลายความสัมพันธ์ของมนุษย์
องก์ที่ 2: มนุษย์เกิดมาเพื่อสร้างสรรค์ [07:39]
ในอดีต มนุษย์เราสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่คงทนอยู่ได้นับร้อยๆ ปี เช่น โดมแห่งวิหารฟลอเรนซ์ (ใช้เวลาสร้าง 140 ปี), ภาพวาดเพดานโบสถ์น้อยซิสทีนโดยไมเคิลแองเจโล, หรือสถานีรถไฟ Penn Station ที่นิวยอร์ก
แจ็คตั้งคำถามว่า "ความอัจฉริยะของมนุษย์ยุคนี้หายไปไหนหมด?" ทำไมเด็กฉลาดๆ ถึงไม่ฝันอยากเป็นแบบดาวินชี หรือสร้างผลงานระดับโลก แต่กลับพยายามเข้าไปเป็นนักลงทุนแบบ Venture Capitalist หรือทำงานในวอลล์สตรีทเพื่อหาเงินแทน [15:12]
องก์ที่ 3: ระบบเงินตราที่เปลี่ยนไป [15:38]
พฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยนไปตาม "เงิน" เพราะเงินคือสิ่งที่กักเก็บหยาดเหงื่อแรงงานและเวลา หากเงินเปลี่ยน สังคมก็เปลี่ยน
จุดเปลี่ยนสำคัญคือ ปี ค.ศ. 1971 [19:46] ที่ประธานาธิบดีนิกสันของสหรัฐฯ ยกเลิกการผูกค่าเงินดอลลาร์เข้ากับทองคำ ทำให้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เงินตราถูกพิมพ์ออกมาได้อย่างไร้ขีดจำกัด (Unconstrained Money) ความเชื่อมโยงระหว่าง "เงิน" และ "ความหายาก" จึงถูกทำลายลง
องก์ที่ 4: รากฐานชีวิตที่พังทลาย [20:53]
ผลกระทบหลังปี 1971: แม้มนุษย์จะทำงานหนักขึ้นและผลิตของได้มากขึ้น แต่รายได้กลับโตไม่ทัน การเติบโตของรายได้ไปกระจุกตัวอยู่กับคนรวย 1% บนสุด [22:16]
บ้านและที่อยู่อาศัยแพงจนเกินเอื้อม หนี้สินครัวเรือนพุ่งสูงปรี๊ด ในขณะที่เงินออมแทบไม่เหลือ [23:05]
อำนาจซื้อของเงินลดลงอย่างหนัก (เงิน 1 ดอลลาร์ที่เก็บไว้ตั้งแต่ปี 1971 ตอนนี้มีมูลค่าเหลือแค่ 12 เซนต์)
ด้วยเหตุนี้ ทักษะและความอัจฉริยะของมนุษย์จึงไหลไปอยู่ในฝั่ง "การเก็งกำไร" (Finance/Lawyers) แทนที่จะไปอยู่ในการ "สร้างผลิตภัณฑ์" (Manufacturing/Arts) [26:13] นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นในรัฐบาลก็ตกต่ำ อัตราการเกิดลดลง และสถิติการหย่าร้างพุ่งสูงขึ้น
องก์ที่ 5: ทวงคืนเวลาของเราด้วย Bitcoin และ AI [31:04]
Bitcoin ช่วยรักษามูลค่าของอดีต: รัฐบาลเคยสัญญาว่าเทคโนโลยีจะสร้างความมั่งคั่งและทำให้เราสบายขึ้น แต่กลับขโมยผลผลิตเหล่านั้นไปด้วยเงินเฟ้อ Bitcoin คือเงินที่แข็งแกร่ง (Hard Money) ที่ไม่อาจควบคุมได้ด้วยรัฐ ซึ่งจะช่วยปกป้อง "เวลาและแรงงาน" ที่เราเสียไปแล้วไม่ให้ถูกบั่นทอนมูลค่าลง [35:31]
AI ช่วยประหยัดเวลาในอนาคต: แจ็คไม่ได้มอง AI ในแง่ร้าย แต่มองว่า AI จะไม่มาแทนที่ "ความคิดสร้างสรรค์" แต่จะมาช่วยทำงานจำเจ (Cognitive drudge) เช่น งานเอกสาร งานปฏิบัติตามกฎระเบียบ ฯลฯ ทำให้มนุษย์ได้ "ชีวิตและความคิด" กลับคืนมาเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง [37:55]
บทสรุป: ยุคเรเนซองส์เริ่มต้นขึ้นแล้ว [40:32]
แจ็คทิ้งท้ายด้วยความหวังว่ายุคมืดกำลังจะจบลง ยุคฟื้นฟูได้เริ่มขึ้นแล้ว ดังจะเห็นได้จากผู้หญิงในอัฟกานิสถานใช้บิตคอยน์ฝ่าวิกฤตเมื่อถูกรัฐริบสิทธิ์ทางการเงิน หรือเอลซัลวาดอร์ที่เปลี่ยนจากประเทศที่อันตรายที่สุดกลายมาเป็นประเทศที่ปลอดภัยและเติบโต เขาชวนให้ทุกคนเลิกสิ้นหวัง เลิกเศร้า แล้วลุกขึ้นมาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้การศึกษา และส่งมอบโลกที่ดีกว่า—ซึ่งก็คือ "Bitcoin และวิหารที่สวยงาม" (ความมั่งคั่งและศิลปะ) ให้แก่ลูกหลานของเราแทนที่จะส่งมอบแค่ธนบัตรกระดาษครับ [48:46]
#siamstr #btc #prague #jackmaller #bitcoin #ai
เอาอีกละกู
กูอ่านบริบทไม่ออกอีกละ
#การง้อ
👤 : หน้าที่ของปรัชญาคือการทลายกรอบความเชื่อเดิม ใช่หรือไม่ ?
💬 : ใช่บางส่วน แต่ถ้าตอบว่า “ใช่ทั้งหมด” จะพลาดประเด็นสำคัญ
การทลายกรอบเป็น เครื่องมือ ของปรัชญา ไม่ใช่ เป้าหมาย ปรัชญาสายวิพากษ์ทำแบบนี้ชัดมาก — โสกราตีสถามจนคู่สนทนาพบว่าตัวเองไม่รู้จริง, เดส์การ์ตส์สงสัยทุกอย่างจนเหลือแต่ “ฉันคิด”, นิทเช่เรียกงานตัวเองว่า “ปรัชญาด้วยค้อน” แต่สังเกตว่าไม่มีใครหยุดแค่ทุบ ทุกคนทุบเพื่อ เคลียร์พื้นที่ สำหรับอะไรบางอย่างที่มั่นคงกว่า
ถ้าปรัชญาทำแค่ทลายอย่างเดียว มันจะกลายเป็น nihilism หรือ sophistry — รื้อเพื่อความสะใจ ไม่ได้รื้อเพื่อเห็นชัดขึ้น เหมือนทุบบ้านเก่าทิ้งแล้วนอนกลางแจ้ง นั่นไม่ใช่สถาปนิก นั่นคือคนพังบ้าน
ที่น่าสนใจคือ — กาลามสูตรที่กำลังเอาไปทำใน SATOSHi ก็ไม่ได้สอนให้ “สงสัยทุกอย่างแล้วจบ” พระพุทธเจ้าทลายกรอบ “เชื่อเพราะครูบอก / เพราะตำราว่า / เพราะเป็นประเพณี” จริง แต่แล้วท่านให้ เกณฑ์ใหม่ มาแทน — ลองดูว่าสิ่งนี้นำไปสู่ทุกข์หรือสุข วิญญูชนติเตียนไหม นั่นคือ Don’t Trust Verify ไม่ใช่ Don’t Trust เฉยๆ ส่วน Verify คือการสร้างฐานใหม่ที่ตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง
เทียบ proof-of-work ก็ได้ — Bitcoin ไม่ได้แค่ทลายความเชื่อในธนาคารกลาง มันเสนอ กลไกใหม่ ที่ไม่ต้องเชื่อใครเลย การทลายอย่างเดียวไม่เปลี่ยนอะไร การทลาย + เสนอฐานที่แข็งกว่าเดิมต่างหากที่ทรงพลัง
เลยจะพูดให้แม่นกว่าคือ: หน้าที่ของปรัชญาคือ การเห็นให้ชัด การทลายกรอบเป็นแค่ขั้นแรกเมื่อกรอบเดิมบังตา
#siamstr #SATOSHiFilm #claudestr
โศกนาฏกรรมของการเป็นพ่อแม่คือ เราจะ “สำเร็จ” ก็ต่อเมื่อทำให้ตัวเองกลายเป็นคนไม่จำเป็นอีกต่อไป
Billy Crudup as Timothy in Jay Kelly.
Cr. Netflix © 2025
#fiatsheep #jaykelly #homeschool #siamstr #filmstr


ไม่ใช่พ่อแม่เป็น server ลูกเป็น client — ทั้งบ้านเป็น node ที่ sync กัน พ่อแม่ก็ต้องอัปเดตตัวเองตลอด ไม่งั้นแจกแต่ของเก่า
#fiatsheep #homeschool #siamstr
พ่อแม่เป็น “ครูคนแรกและคนสำคัญที่สุด” โดยหน้าที่อยู่แล้ว — แต่หน้าที่ไม่ใช่ “สอนทุกวิชา” หน้าที่จริงๆคือ จัดสภาพแวดล้อม + เป็นต้นแบบ + อยู่ตรงนั้น
#fiatsheep #homeschool #siamstr
โฮมสคูลไม่ใช่ “ทางหนี” จากระบบ
มันคือ default ที่คนลืมไป
#fiatsheep #homeschool #siamstr
ledger ราชการมันเป็นแบบ trust ไม่ใช่ verify ?
#claudestr
animal film eat food
#filmstudy #siamstr #cinefile
ทุกคนแค่ปกป้อง “ความจริง” เวอร์ชันตัวเอง
#siamstr #beef #filmstr #a24
เมื่อการรับรู้ว่าความจริงว่าเป็นเท็จ
เหตุการณ์นั้นจะถือเป็นจริงหรือเท็จ
ผมไม่ได้หยุดงานมาเป็นชาติแล้ว
#beef #postcapitalism