satuser's avatar
satuser
satuser@siamstr.com
npub1e9vc...j93f
satoshi is in the word 🌳 / technical dreamer / do note
satuser's avatar
satuser 2 weeks ago
ชีวิตต้องทำงาน
satuser's avatar
satuser 2 weeks ago
กรอบทางความคิดของสังคมมักกำกับกับเราไว้ว่า เรียนจบ > ทำงาน > หาเงิน แต่ระหว่างทางไม่เคยสอนกับเราเลยว่าจริงๆแล้ว “เงิน” คืออะไร วันนี้มีโอกาสได้แชร์ความรู้เรื่อง bitcoin และชวนให้ educator ตั้งคำถามกับระบบการเงินของปัจจุบัน , รู้สึกว่าเป็นสิ่งจำเป็นในแง่การกระจายความรู้ให้ผู้ที่อยู่ในจุดที่ทำงานเกี่ยวกับระบบการศึกษานอกระบบได้มีข้อมูลเรื่องนี้ไว้ และหวังว่าเมล็ดพันธุ์คำถามเหล่านั้นจะพาเขาไปสู่คำตอบแห่งอิสระภาพทางการเงินได้บ้าง ไม่มากก็น้อย #siamstr #อีสานบืน image
satuser's avatar
satuser 3 weeks ago
เวลาเด็กๆมาถามเราว่า bitcoin คืออะไร คำตอบสั้นๆเร็วๆที่เรามักจะตอบน้องๆทันทีมักลอยมาจากชื่อหนังสือซีรีย์นี้ของอาจารย์ #Antonopoulos เสมอ "มันคือเงินของประเทศอินเตอร์เน็ตครับน้อง“ 💰🌐👥 ปล.เป็นอีกเล่มที่ clear concept ของ bitcoin ให้ชัดขึ้นไปอีกด้วยการอธิบายระบบเงินของเครือข่ายธนาคารประกอบ #TheInternetOfMoney #siamstr image
satuser's avatar
satuser 3 weeks ago
เงินอยู่ที่เรา ไม่ใช่อยู่ที่ธนาคาร #bitcoin #siamstr
satuser's avatar
satuser 3 weeks ago
พออากาศหนาวเข้าปกคลุม เหล่าเครื่องใช้ไฟฟ้าและ sensor ต่างๆ ก็อยู่ๆก็อ๊าก (Arc) ดับไปต่อหน้าต่อตา , คงถึงฤดูกาลดับสูญของพวกท่านแล้วสินะ 🔌🥶 #เปลี่ยนอะไหล่ #siamstr
satuser's avatar
satuser 3 weeks ago
เวลาคิดย้อนกลับไปถึงช่วงกำเนิด bitcoin ที่ซาโตชิและกลุ่มกำลังช่วยกันหา solution ที่ออกแบบมาแก้ปัญหาการเงินในยุคดิจิตอลในและต่อๆไป แต่ละอย่างที่เอามาประกอบกันเป็น bitcoin ได้ทำไมพี่ๆแกคิดมาได้รอบคอบขนาดนี้ ถึงกับอุทานในใจระหว่างกวาดใบไม้ทุกครั้งว่า ”ไอ้สัส พวกพี่คิดได้ไง แม่งโคตรเทพ , ขอบคุณมากๆครับ 🙏🫡“ #siamstr #cypherpunk #thankyousatoshi 🧹🍂🌳 image
satuser's avatar
satuser 0 months ago
bitcoin แปลงให้ระบบธนาคาร กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า #siamstr
satuser's avatar
satuser 0 months ago
👤 : ข้อมูลธุรกรรม (Data) ในที่นี้หมายถึงของทั้ง block นั้นที่ miner ต้องรับมา ณ เวลานั้นไหม หรือแค่ของ user ต่อ user ไม่เข้าใจตรงนี้ ? 💬 : คำตอบคือ หมายถึง "ธุรกรรมทั้งหมดใน Block นั้น" ครับ ในรูปที่คุณเล่นอยู่ มันเป็นแค่โมเดลจำลอง (Simulator) เขาเลยสมมติมาแค่ 2 บรรทัด (Alice -> Bob, Bob -> Charlie) เพื่อให้เราเห็นภาพง่ายๆ ครับ แต่ในความเป็นจริง (Real World Bitcoin): ช่อง Data ตรงนั้น เปรียบเสมือน " #บัญชีหางว่าว " ที่มัดรวมธุรกรรมทุกรายการที่เกิดขึ้นในช่วง 10 นาทีนั้นครับ ขอขยายความให้เห็นภาพชัดขึ้นครับ 1. ใน 1 Block ของจริง มีธุรกรรมเป็นพัน Miner จะไปกวาดธุรกรรมที่รอคิวอยู่ (จาก Mempool) มาใส่ในกล่อง อาจจะมีตั้งแต่ 1,000 - 4,000 รายการ ไม่ใช่แค่ Alice กับ Bob ครับ 2. การ "มัดรวม" ข้อมูล (Merkle Root) คอมพิวเตอร์ไม่ได้เอาข้อความยาวเหยียดของ 2,000 ธุรกรรมมายัดใส่ช่อง Data ดื้อๆ ครับ (เพราะมันยาวเกินไป) แต่ระบบจะใช้วิธีย่อข้อมูลทั้งหมดให้เหลือบรรทัดเดียว เรียกว่า Merkle Root - ให้มองว่า Data ในช่องขุดนั้น คือ "สารบัญ" หรือ "ลายนิ้วมือรวม" ของธุรกรรมทั้งหมดในกล่องครับ 3. ทำไมต้องรวมทั้งหมด? (กฎเหล็กของ Blockchain) นี่คือความเจ๋งของมันครับ การที่ช่อง Data รวมทุกธุรกรรมไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดผลลัพธ์แบบ "Butterfly Effect" - สมมติใน Block นั้นมี 2,000 ธุรกรรม - ถ้ามีแฮกเกอร์คนหนึ่ง แอบไปแก้ตัวเลขใน ธุรกรรมที่ 1,500 แค่จุดเดียว (เช่น แก้จากโอน 1 BTC เป็น 10 BTC) - ผลที่ตามมา: " #ลายนิ้วมือรวม " (Data) จะเปลี่ยนไปทันที -> ส่งผลให้ค่า Hash ที่ขุดได้ (บรรทัดล่างสุด) เปลี่ยนไปเป็นคนละเลข -> หลุดเป้าทันที (0 หายหมด) สรุปสั้นๆ: ช่อง Data นั้นคือตัวแทนของ "สมุดบัญชีหน้าปัจจุบันทั้งหน้า" ครับ ถ้าขุดสำเร็จ (เข้าเป้า) ก็เท่ากับว่า Miner ได้ประทับตราปิดผนึกบัญชีหน้านั้นทั้งหน้าว่า "ถูกต้อง ห้ามแก้ไข" ครับ ปล.ขอบคุณจารย์เอ็มสำหรับการขยายภาพความรู้เรื่องการขุดให้ชัดขึ้นครับ 🧡🙏🫆🔐🗂️⛏️📖 #siamstr #geministr #bitcoin #mining #nonce View quoted note →
satuser's avatar
satuser 0 months ago
ถ้าไม่เริ่มจาก user แล้วจะเริ่มจากอะไร ? #bitcoin #ถ้าฝัน
satuser's avatar
satuser 0 months ago
หวย คือการที่คนหลายคนเอาเงินมากองรวมกัน แล้วแบ่งให้คนโชคดีคนเดียว โดยมีรัฐบาลคอยดูแลและขอแบ่งเงินไปใช้พัฒนาประเทศ... แต่ Bitcoin Mining คือการที่คอมพิวเตอร์ช่วยกันดูแลบัญชีให้โลก ใครทำงานสำเร็จก่อน ระบบจะให้รางวัลเป็นเหรียญใหม่ โดยไม่ต้องมีเจ้านายคนกลางคอยหักเงิน #siamstr
satuser's avatar
satuser 1 month ago
The Times 03/jan/2026 BeybladeX on brink of second bailout for Satoshi Nakamoto #แบงค์อุ้มรัฐ #ซาโตชิอุ้มประชาชน #ประชาชนเบ่นเบย์เบลดเสย #siamstr #beybladeX 🫂 image
satuser's avatar
satuser 1 month ago
#เงินหมดอายุ
satuser's avatar
satuser 1 month ago
อารยะขัดขืนทางการเงิน , #bitcoin
satuser's avatar
satuser 1 month ago
💬 : นอกจาก Carl Sagan (ซึ่งเขียนบทความภายใต้นามปากกา "Mr. X" และสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ตามที่คุณอ่านเจอ) ยังมีนักวิทยาศาสตร์และนักคิดระดับโลกอีกหลายท่านที่บันทึกประสบการณ์หรือเขียนเกี่ยวกับกัญชาไว้อย่างน่าสนใจ ทั้งในแง่การทดลองกับจิตสำนึกและการใช้ทางการแพทย์ครับ นี่คือรายชื่อนักวิทยาศาสตร์คนสำคัญที่คุณอาจสนใจ: 1. Richard Feynman (นักฟิสิกส์รางวัลโนเบล) ไฟน์แมนเป็นที่รู้จักในฐานะอัจฉริยะที่มีความอยากรู้อยากเห็นในทุกเรื่อง ในหนังสืออัตชีวประวัติของเขา "Surely You're Joking, Mr. Feynman!" (ขอให้โชคดีนะมิสเตอร์ไฟน์แมน) เขาได้เล่าถึงช่วงเวลาที่เขาทดลองใช้กัญชาในขณะที่เข้าไปอยู่ใน "ถังแยกประสาทสัมผัส" (Sensory Deprivation Tank) ของ John Lilly มุมมอง: ไฟน์แมนไม่ได้ใช้เพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่เขาใช้มันเหมือน "เครื่องมือ" ในการสังเกตการทำงานของสมองตัวเอง เขาพยายามวิเคราะห์สภาวะที่จิตสำนึกหลุดออกจากร่างกาย (Out-of-body experience) ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรในทางวิทยาศาสตร์ แต่ท้ายที่สุดเขาเลิกใช้เพราะกลัวว่าจะสูญเสียความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่เฉียบคมไป 2. Oliver Sacks (ประสาทแพทย์และนักเขียน) ผู้เขียนหนังสือดังอย่าง The Man Who Mistook His Wife for a Hat โอลิเวอร์ แซกส์ เขียนเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้สารกระตุ้นจิตประสาทหลายชนิด รวมถึงกัญชา ในหนังสือชื่อ "Hallucinations" มุมมอง: ในฐานะหมอระบบประสาท เขาบันทึกผลกระทบของกัญชาที่มีต่อการรับรู้ (Perception) อย่างละเอียด เขาบรรยายว่ากัญชาทำให้เขามองเห็นรายละเอียดของสิ่งที่มอง หรือได้ยินดนตรีในมิติที่ลึกซึ้งขึ้นได้อย่างไร ซึ่งสำหรับเขาแล้ว มันคือการเรียนรู้เกี่ยวกับ "ศักยภาพและความยืดหยุ่นของสมองมนุษย์" 3. Stephen Jay Gould (นักชีววิทยาและนักวิวัฒนาการ) กูลด์เป็นยักษ์ใหญ่ในวงการทฤษฎีวิวัฒนาการ เขาไม่ได้เขียนเพื่อแสวงหาความรื่นรมย์ แต่เขียนเพื่อต่อสู้ในเชิงกฎหมายและการแพทย์ มุมมอง: กูลด์เป็นมะเร็งและต้องทำคีโมบำบัดซึ่งทำให้เขามีอาการคลื่นไส้อย่างรุนแรงจนทำงานไม่ได้ เขาเขียนบันทึกว่ากัญชาเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยให้เขาหายคลื่นไส้และสามารถกลับมาทำงานเขียนและวิจัยต่อได้ เขาจึงกลายเป็นผู้สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์อย่างเปิดเผย โดยเน้นที่ "ความเมตตาทางมนุษยธรรมและวิทยาศาสตร์" เหนืออคติทางการเมือง 4. Kary Mullis (นักเคมีรางวัลโนเบล ผู้คิดค้นเทคนิค PCR) มัลลิสเป็นนักวิทยาศาสตร์สายขบถ (คล้ายๆ ไฟน์แมนแต่สุดโต่งกว่า) ผู้คิดค้นเทคนิค PCR ที่ปฏิวัติวงการพันธุศาสตร์ เขาเขียนไว้ในหนังสือ "Dancing Naked in the Mind Field" มุมมอง: มัลลิสยอมรับอย่างเปิดเผยว่าการใช้สารไซคีเดลิกและกัญชา มีส่วนช่วยให้เขา "จินตนาการ" เห็นภาพกระบวนการทางโมเลกุลในแบบที่การคิดเชิงตรรกะปกติทำไม่ได้ ซึ่งนำไปสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของเขา 5. Lester Grinspoon (จิตแพทย์แห่ง Harvard) คนนี้สำคัญมาก เพราะเขาคือเพื่อนสนิทของ Carl Sagan และเป็นคนที่เปลี่ยน Sagan ให้หันมาสนใจกัญชา เดิมที Grinspoon ตั้งใจจะเขียนหนังสือเพื่อพิสูจน์ว่ากัญชาเป็นอันตราย แต่หลังจากวิจัยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เขากลับพบว่าสิ่งที่เขาเชื่อนั้นผิด งานเขียน: เขาเขียนหนังสือชื่อ "Marihuana Reconsidered" (1971) ซึ่งถือเป็นคัมภีร์สำคัญที่ใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเวชศาสตร์มาหักล้างความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับกัญชา เป็นงานเขียนที่เปลี่ยนมุมมองของวงการวิชาการในยุคนั้นอย่างมหาศาล บทสรุป นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้มีจุดร่วมกันคือ ความสงสัยใคร่รู้ (Curiosity) และ ความซื่อสัตย์ต่อข้อมูล (Intellectual Honesty) พวกเขาไม่ได้มองกัญชาในแง่ศีลธรรม แต่เป็นทั้ง "เครื่องมือสำรวจจิตใจ" (Feynman, Sacks) และ "ยาที่มีประสิทธิภาพ" (Gould) หรือแม้แต่ "ตัวช่วยในการคิดนอกกรอบ" (Mullis, Sagan) ครับ #siamstr #geministr #cannabis #science 💐 image
satuser's avatar
satuser 1 month ago
พันธุกรรมของเวลา