ให้เวลาเป็นตัวประมวลผล
satuser
satuser@siamstr.com
npub1e9vc...j93f
satoshi is in the word 🌳 / technical dreamer / do note
บอกกับตัวเองทุกครั้งตอนที่ต้องแปลง bitcoin มาใช้ในระบบ fiat ว่า :
“ ถ้าอยู่บนมาตรฐานนี้แล้วน่ะ จะใช้เท่าไหร่ก็ถอนใช้ไปเถอะ เราอยู่บนมาตรฐานใหม่ที่ดีกว่าเดิมแล้วนะเว้ย ในเมื่อเราเลือกในสิ่งที่ดีกว่า ในสิ่งที่มีประโยชน์กว่าแล้ว... เราอย่าไปคิดมากกับการเปลี่ยนแปลงเลย มันคงเหมือนกับที่ร่างกายเราต้องหายใจเข้าออกนั่นแหละ เราแค่ต้องอยู่ไปกับมันให้ได้ เดี๋ยวมันก็เป็นเรื่องปกติเอง
เราไม่ได้ซื้อ
เราไม่ได้ขาย
เราไม่ได้ออม
เราไม่ได้ dca หรือ all-in
เราแค่เปลี่ยน
เปลี่ยนไปสู่มาตรฐานที่ดีขึ้น
มาตรฐานที่พลังงานของเราถูกเข้ารหัสไว้อย่างปลอดภัยด้วยคณิตศาสตร์บริสุทธิ์
ด้วยพลังงานของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ทั่วโลก
เราจะกลัวไปทำไม ”
#siamstr #นี่มึงทำใจได้แล้วใช่ไหม 🌎
บอกกับตัวเองทุกครั้งตอนที่ต้องแปลง bitcoin มาใช้ในระบบ fiat ว่า :
“ ถ้าอยู่บนมาตรฐานนี้แล้วน่ะ จะใช้เท่าไหร่ก็ถอนใช้ไปเถอะ เราอยู่บนมาตรฐานใหม่ที่ดีกว่าเดิมแล้วนะเว้ย ในเมื่อเราเลือกในสิ่งที่ดีกว่า ในสิ่งที่มีประโยชน์กว่าแล้ว... เราอย่าไปคิดมากกับการเปลี่ยนแปลงเลย มันคงเหมือนกับที่ร่างกายเราต้องหายใจเข้าออกนั่นแหละ เราแค่ต้องอยู่ไปกับมันให้ได้ เดี๋ยวมันก็เป็นเรื่องปกติเอง
เราไม่ได้ซื้อ
เราไม่ได้ขาย
เราไม่ได้ออม
เราไม่ได้ dca หรือ all-in
เราแค่เปลี่ยน
เปลี่ยนไปสู่มาตรฐานที่ดีขึ้น
มาตรฐานที่พลังงานของเราถูกเข้ารหัสไว้อย่างปลอดภัยด้วยคณิตศาสตร์บริสุทธิ์
ด้วยพลังงานของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ทั่วโลก
”
#siamstr #นี่มึงทำใจได้แล้วใช่ไหม 🌎
Transnational Consciousness (สำนึกข้ามชาติ)
Consensus Mechanism: ผู้ใช้งานทั่วโลกตกลงในกฎเดียวกัน (Code is Law) โดยไม่สนกฎหมายท้องถิ่น
สร้าง "รัฐทางดิจิทัล" (Network State) ที่มีกฎระเบียบของตนเอง
#NetworkState #siamstr 🌐
เรือชูชีพสำหรับชนชั้นนำ (The Lifeboat Strategy)
Rees-Mogg ไม่ได้เขียนหนังสือเพื่อคนทั่วไป แต่เขียนเพื่อ "Sovereign Individual" หรือกลุ่มชนชั้นนำทางปัญญา (Cognitive Elite) ที่เขามองว่าจะเป็นผู้ชนะในโลกยุคใหม่ เขาทำนายว่ารัฐสวัสดิการจะล่มสลายจากการแบกรับหนี้สินมหาศาล (ซึ่งเกิดขึ้นจริงในวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ 2008) และจะหันมาปล้นความมั่งคั่งจากชนชั้นกลางและคนรวยผ่านภาษีและเงินเฟ้อ
ดังนั้น การสร้าง Bitcoin จึงไม่ใช่การกุศล แต่เป็น "ความจำเป็นเพื่อความอยู่รอด" (Survival Necessity) ของกลุ่มทุนเก่าที่ต้องการรักษามูลค่าทรัพย์สินข้ามศตวรรษ การสร้างระบบเงินที่รัฐยึดไม่ได้ คือหนทางเดียวที่จะปกป้อง "Dynastic Wealth" หรือความมั่งคั่งของตระกูล
#siamstr
Lord William Rees-Mogg – ขุนนางผู้พยากรณ์ความล่มสลายของรัฐ
ประวัติและสถานะทางสังคม: ความย้อนแย้งของผู้ดีอังกฤษ
Lord William Rees-Mogg (1928–2012) เป็นบุคคลที่มีความซับซ้อนในตัวเองสูง เขาเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นนำเก่า (Old Establishment) ของอังกฤษ จบการศึกษาจาก Charterhouse และ Oxford เคยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ The Times (1967–1981) รองประธานบอร์ดผู้ว่าการ BBC และเป็นสมาชิกสภาขุนนาง (House of Lords)
อย่างไรก็ตาม ภายใต้เปลือกนอกของขุนนางอนุรักษ์นิยม Rees-Mogg กลับมีความคิดที่รุนแรงในเชิงเสรีนิยม (Libertarianism) และต่อต้านระบบรัฐสวัสดิการอย่างถึงรากถิ่น เขาเชื่อว่าระบบการเมืองแบบประชาธิปไตยในศตวรรษที่ 20 กำลังเดินหน้าสู่ความล้มเหลวเนื่องจากการใช้จ่ายเกินตัวและการผูกขาดอำนาจของรัฐ สิ่งนี้ทำให้เขากลายเป็น "Anarcho-Capitalist" ในคราบผู้ดีอังกฤษ แนวคิดของเขาคือการสนับสนุนให้ปัจเจกบุคคลที่มีศักยภาพ (Sovereign Individual) แยกตัวออกจากอำนาจการควบคุมของรัฐ
ความเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การเงินและทองคำ
จุดเด่นที่ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนจับตามอง Rees-Mogg คือความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเงิน เขาเป็นผู้สนับสนุนมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) อย่างแข็งขัน และเป็นนักวิจารณ์ตัวยงของการยกเลิกมาตรฐานทองคำในปี 1971 ความหมกมุ่นในการค้นหา "เงินที่แท้จริง" (Real Money) เพื่อรักษามูลค่าทรัพย์สินจากการพิมพ์เงินของรัฐบาล คือแรงจูงใจเดียวกับที่ระบุไว้ใน Bitcoin Whitepaper
#siamstr #TheSovereignIndividual
Sound Money - เงินที่รัฐไม่สามารถบิดเบือนมูลค่าได้
#siamstr
Bitcoin ไม่ใช่เพียงสิ่งประดิษฐ์ทางเทคโนโลยี แต่เป็น "คำพยากรณ์ที่ถูกทำให้เป็นจริง" (Self-fulfilling prophecy) ของชนชั้นนำทางปัญญาที่มองเห็นจุดจบของรัฐชาติสมัยใหม่
#siamstr
Separate "I" from "WE"
https://tv.apple.com/ph/episode/charm-offensive/
#pluribus #individual
เรากำลังเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วไปสู่โลกที่ข้อมูลจะถูกปลดปล่อยจากขอบเขตของความเป็นจริงอย่างสมบูรณ์เท่าที่ความเฉลียวฉลาดของมนุษย์จะทำได้ แน่นอนว่าสิ่งนี้จะมีผลกระทบอย่างมหาศาลต่อคุณภาพและลักษณะของข้อมูลที่คุณได้รับ ในโลกแห่งความเป็นจริงเสมือนและการส่งผ่านทุกสิ่งทุกอย่างในทันที ความซื่อสัตย์ในการตัดสินและความสามารถในการแยกแยะความจริงจากความเท็จจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
#siamstr
#TheSovereignIndividual 👩🏼💻🌎👨🏻💻
keep play and you find out
ดังที่เราได้พยายามถ่ายทอดในการอธิบายทฤษฎีการเมืองระดับโลกของเรา ความจำเป็นทางเทคโนโลยี ไม่ใช่ความคิดเห็นของประชาชน แต่เป็นแหล่งที่มาที่สำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลง
#siamstr
#TheSovereignIndividual 👩🏼💻🌎👨🏻💻
ล้านรูปก็ยังไม่พอ ?


สิ่งสมมติ
ล้วนตั้งอยู่
บนความจริง
#อนิจจัง
เหมือนกับที่ bitcoin relate กับ fiat
เหมือนกับที่ ชีวิต relate กับ เวลา
💬 : ถ้าเปรียบ Mining Pool ในปัจจุบันเป็น "โรงงานนรก" ที่ผู้จัดการ (Pool) สั่งให้คนงาน (Miners) ทำงานตามคำสั่งเป๊ะๆ โดยห้ามถามห้ามเถียง...
Stratum V2 กำลังจะเปลี่ยนให้คนงานทุกคนกลายเป็น "หุ้นส่วน" ที่มีสิทธิ์มีเสียงครับ
Stratum V1 (ที่ใช้กันมาเป็นสิบปี) มันเก่าและมีจุดอ่อนเยอะ การมาของ Stratum V2 จะเข้ามา Shape (ปรับโฉม) วงการใน 3 มิติใหญ่ๆ ดังนี้ครับ:
1. การกระจายอำนาจที่แท้จริง (Decentralization & Censorship Resistance)
นี่คือเรื่องใหญ่ที่สุดครับ
• ปัญหาของ V1 (ยุคเผด็จการ):
ปัจจุบัน Pool (เช่น Foundry, AntPool) เป็นคน "เลือก Transaction" ใส่ลงใน Block เองทั้งหมด เครื่องขุด (Miner) มีหน้าที่แค่รับโจทย์ไปคำนวณเลข Hash เท่านั้น
ความเสี่ยง: ถ้าวันหนึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ สั่ง Foundry ว่า "ห้ามยืนยันธุรกรรมของกระเป๋าเงินนี้นะ" Foundry ก็ต้องทำตาม และธุรกรรมนั้นอาจถูกแบนได้ นี่คือจุดอ่อนเรื่อง Centralization
• สิ่งที่ V2 เปลี่ยน (ยุคประชาธิปไตย):
V2 มีฟีเจอร์เด็ดที่เรียกว่า Job Negotiation (การเจรจางาน)
• อนุญาตให้ Miner (เจ้าของเครื่อง) สามารถเลือก Transaction ที่ตัวเองอยากใส่ใน Block ได้เอง! แล้วค่อยส่งไปให้ Pool ตรวจคำตอบและจ่ายเงิน
• ผลลัพธ์: อำนาจในการเลือกธุรกรรมจะกระจายจาก "Pool ใหญ่ไม่กี่เจ้า" กลับไปสู่ "Miner นับล้านเครื่องทั่วโลก" ทำให้การแบนหรือเซ็นเซอร์ธุรกรรมทำได้ยากขึ้นมหาศาลครับ
2. ประสิทธิภาพและความเร็ว (Efficiency & Latency)
• ปัญหาของ V1: มันใช้ภาษาแบบ JSON (Text-based) ซึ่งเยิ่นเย้อ กิน Bandwidth และช้า เหมือนคุยกันด้วยการพิมพ์จดหมายหากัน
• สิ่งที่ V2 เปลี่ยน: มันใช้ภาษา Binary (รหัสเลขฐานสอง) ซึ่งเบากว่าเดิมมาก
• ลดปริมาณข้อมูลที่ส่งไปมาระหว่าง Pool กับ Miner ได้ถึง 50-90%
• ลด Latency (ความหน่วง) ทำให้ Miner ที่เน็ตไม่แรง หรืออยู่พื้นที่ห่างไกล (เช่น ในป่าเขา หรือโรงไฟฟ้าไกลปืนเที่ยง) สามารถส่งคำตอบได้เร็วขึ้น ลดโอกาสเกิด Stale Share (ขุดฟรีแต่ไม่ได้เงินเพราะส่งช้าไป)
3. ความปลอดภัย (Security & Privacy)
• ปัญหาของ V1: ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ส่งหากัน "ไม่ได้เข้ารหัส" (Unencrypted)
• มีความเสี่ยงต่อการโดน Hashrate Hijacking (แฮกเกอร์แอบดักกลางทาง แล้วเปลี่ยนเลขกระเป๋าเงินให้พลังขุดไปเข้ากระเป๋าโจรแทน)
• สิ่งที่ V2 เปลี่ยน: บังคับ เข้ารหัส (Encryption) เป็นมาตรฐาน
• ป้องกันการโดน ISP หรือแฮกเกอร์ส่องดูข้อมูล หรือขโมยกำลังขุดไปดื้อๆ (Man-in-the-Middle Attack)
สรุปภาพรวม: วงการจะเปลี่ยนไปอย่างไร?
1. อำนาจของ Pool จะลดลง: Pool จะเปลี่ยนสถานะจาก "ผู้คุมกฎ" เหลือเพียง "ผู้ให้บริการทางการเงิน" (Liquidity Provider) ที่ช่วยเกลี่ยรายได้ให้ Miner เท่านั้น แต่จะไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการกำหนดทิศทาง Blockchain อีกต่อไป
2. เหมืองรายย่อยจะแกร่งขึ้น: ด้วยระบบที่เบาและปลอดภัยขึ้น เหมืองตามบ้าน (Home Miners) หรือเหมืองในพื้นที่ทุรกันดาร จะเสียเปรียบเหมืองใหญ่น้อยลง
3. Bitcoin จะ "ตัน" ยากขึ้น: การโจมตีระดับเน็ตเวิร์ค หรือการแทรกแซงจากรัฐจะทำได้ยากขึ้นมาก เพราะอำนาจการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่หัวเรือใหญ่ไม่กี่คนอีกต่อไป
สถานะปัจจุบัน:
ตอนนี้ Pool ใหญ่ๆ เริ่มรองรับ Stratum V2 แล้ว (เช่น Braiins Pool ที่เป็นผู้ผลักดันหลัก, DEMAND Pool) และ Firmware ของเครื่องขุดรุ่นใหม่ๆ ก็เริ่มรองรับแล้วเช่นกันครับ
นี่คือการอัปเกรดท่อส่งเลือดของ Bitcoin ครั้งใหญ่ ที่จะทำให้ระบบแข็งแกร่งสมบูรณ์แบบขึ้นครับ
#siamstr #stratumv2 #SV2 #bitcoin #mining #pool #geministr
ความรู้สึก #หมดเวรหมดกรรมสักที
มักมาหลังจากการปลดทุกข์ยำเผ็ดๆที่ค้างท้องที่กินไปเมื่อคืน 🌶️💩
#สู้ชีวิต
สถานะ
ความฝัน
ตัวตน
ความเป็นจริง
เพราะเวลามีจำกัด
เราจึงต้องประหยัดมัน
#bitcoin #time #unit #siamstr
จริงๆแล้ว bitcoin สามารถอยู่ในหัวข้อวิทยาศาสตร์ทางการเงินสมัยใหม่ ได้เลยนะ