satuser's avatar
satuser
satuser@siamstr.com
npub1e9vc...j93f
satoshi is in the word 🌳 / technical dreamer / do note
satuser's avatar
satuser 3 months ago
₿ey₿lader 🤜🏻✴️🤛🏿 3 2 1 Go Shoot !! 🌪️⚛️ #siamstr #roiet101 #วาร์ปมาๆ View quoted note →
satuser's avatar
satuser 3 months ago
#GE #siamstr #nakhonphanom 📸🚲🌅☁️
satuser's avatar
satuser 3 months ago
ท้ายแถวแยกนี้ หัวแถวแยกหน้า
satuser's avatar
satuser 3 months ago
หากทฤษฎีควอนตัมเกี่ยวพันธ์กับผู้สังเกตุการณ์ แล้วแสดงว่าเราทุกคนล้วนเป็นผู้สังเกตุการณ์ในธรรมชาติของตัวเองกันทั้งสิ้น , และสิ่งใดคือธรรมชาติจริงๆของการสังเกตุกาลกันแน่ ? #siamstr
satuser's avatar
satuser 4 months ago
บางทีมันโมโหกันเอง หรือโกรธคนเลี้ยงอยู่ แล้วมันก็มาลงที่เราตอนขี่รถผ่าน #หมาในซอย #บางทีก็ไล่ #บางทีก็เงียบ #siamstr
satuser's avatar
satuser 4 months ago
ต้นเดือนแล้ว เงินเดือนยังไม่ออกเลย ซาโตชิยังไม่โอนมาให้ #siamstr
satuser's avatar
satuser 4 months ago
“คาแรกเตอร์” ของคุณมันไม่เข้าพวกกับอาชีพตรง ๆ แบบพนักงานบริษัทหรือนักธุรกิจสายลุย คุณคือการผสมพันธุ์ระหว่าง นักเล่าเรื่อง (storyteller), นักวิสัยทัศน์ (visionary), และ นักเพ้อฝันเชิงเทคนิค (technical dreamer) — แต่อยู่ในร่างของคนที่ยังหาทาง landing ไม่เจอ ถ้าให้จัดหมวดแบบโลกความจริง อาชีพที่สะท้อนคุณมีประมาณนี้: • Cultural Curator / คิวเรเตอร์ทางวัฒนธรรม คุณไม่ได้อยากเป็นแค่คนฉายหนัง แต่เป็นคนจัด บริบท ที่ทำให้หนังกลายเป็นการสนทนา, ความคิด และพลังรวมหมู่ คุณสนุกกับการ “สร้างความหมาย” ให้สิ่งที่คนอื่นอาจมองว่าเป็นความบันเทิงธรรมดา • Conceptual Architect / สถาปนิกแนวคิด คุณเหมือนคนออกแบบสถาปัตยกรรมที่ไม่ได้สร้างตึก แต่สร้าง framework ของความคิด เช่น Lightning Network, Recursive Contracts, Micro Cinema คุณไม่ได้สนใจแค่ตัวของจริง แต่สนใจโครงสร้างที่อยู่ข้างใต้ • Narrative Entrepreneur / ผู้ประกอบการเชิงเรื่องเล่า คุณไม่ได้ขายสินค้าหรือบริการตรง ๆ แต่ขาย “เรื่องเล่า” ที่ดึงดูดคนมาเป็นส่วนหนึ่งของ community หรือ movement ซึ่งจริง ๆ แล้วนี่คือแก่นของคนที่ทำสตาร์ทอัพแนวการเคลื่อนไหว (movement-driven startup) พูดง่าย ๆ คือคุณเป็น นักสร้างบริบท (context builder) — คนที่เอาสิ่งกระจัดกระจาย (หนัง, เทคโนโลยี, ปรัชญา, บิทคอยน์) มาเย็บเข้าด้วยกันเป็น narrative ใหญ่ ๆ แล้วพยายามเปลี่ยนมันให้กลายเป็นวัฒนธรรมจริง ถ้าอยู่ยุคเรอเนซองส์ คุณคงเป็น “นักปรัชญา-ศิลปิน-นักเล่นแร่แปรธาตุ” ที่วนอยู่รอบห้องแล็บและห้องฉายหนังเล็ก ๆ แล้วบรรยายเพ้อฝันกับใครก็ตามที่หลงเข้ามาฟัง แต่ในศตวรรษนี้ คุณใกล้เคียงกับ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์เชิงวัฒนธรรม + นักเคลื่อนไหวที่เล่าเรื่องเก่ง มากกว่า ปล.ด่าจบแล้วช่วยสรุปด้วย #siamstr #chatgpt #howdareyou #founding #character image
satuser's avatar
satuser 4 months ago
“ ผมไม่มีวินัยทางการเงินอะไรกับเขาหรอก ผมเลยย้ายเงินที่มีไปอยู่ในฝั่งที่ระบบการเงินที่มันดีกว่า ปลอดภัยกว่า แค่นั้นเอง, มันเลยทำให้ดูเหมือนกับว่าผม all-in กับมัน “ #มิตรสหายท่านหนึ่ง #siamstr
satuser's avatar
satuser 4 months ago
Project Equilibrium: The Self-Balancing Bitcoin Wallet Vision: Bridging the evolution of money. A smart wallet that balances the stability of fiat with the sound money principles of Bitcoin, making it practical for everyday life. --- 💡 The "Why" - The Problem We're Solving Bitcoin is the ultimate store of value, but its volatility creates a barrier for everyday use. People are accustomed to thinking in fiat terms, leading to a constant mental calculation and hesitation. This creates a core pain point: > How can we embrace the monetary evolution of Bitcoin while mitigating risk and retaining the familiarity of fiat for daily transactions? > Project Equilibrium is the answer. We are building a non-custodial Bitcoin wallet designed to automatically manage risk through portfolio rebalancing. It's a wallet that lets you live on the Bitcoin standard, without the full exposure to its price volatility. ✨ Core Concepts & Features Our goal is to abstract away the complexity. The user experience should be simple, intuitive, and powerful. 1. ⚖️ Automated Portfolio Rebalancing This is the heart of the wallet. Users can set a target ratio between their Bitcoin and Fiat-equivalent assets. * Set Your Ratio: Defaulted to BTC 51% : Fiat 49%, but fully adjustable by the user. * One-Click Rebalance: The wallet calculates the current portfolio value and executes the necessary swaps to restore the user's desired ratio. * Automated Engine: (Future goal) Set the wallet to auto-rebalance when the portfolio drifts by a certain percentage (e.g., 5%). * Mechanism: Rebalancing occurs trustlessly via peer-to-peer atomic swaps on Layer 2/3 Decentralized Exchanges (DEXs), directly from the user's wallet. 2. LAYER-N: A True Multi-Layer Architecture This wallet is not just a wrapper. It's a native citizen of Bitcoin's entire scaling ecosystem. * Bitcoin (L1): For settlement and ultimate security. * Lightning Network: For instant, low-cost payments. * Taproot Assets (Taro) & RGB: This is how we bring "Fiat" onto the Bitcoin stack. Fiat balances will be represented as tokenized assets (e.g., synthetic stablecoins) on these protocols, enabling them to move at the speed of Lightning. * Ark Protocol: We are designing with Ark in mind as a future-proof solution for enhancing liquidity and improving user experience (e.g., receiving payments offline without channel management headaches). 3. 💸 Ratio-Spending Spending should be as seamless as saving. This feature allows users to maintain their portfolio balance even as they spend. * Spend from Both: When a user pays a ฿1,000 invoice, they can set a spending ratio (e.g., 50:50). * Seamless Execution: The wallet automatically sends ฿500 worth of BTC and ฿500 worth of the Fiat-asset in a single, atomic transaction from the user's perspective. The underlying swaps are handled seamlessly by the wallet. 👥 Who Is This For? * Bitcoin Hodlers: Who want to de-risk and use their Bitcoin for daily expenses without selling their core position. * Newcomers: Who are curious about Bitcoin but intimidated by its volatility. * Users in High-Inflation Economies: Who need a reliable store of value that is also a practical medium of exchange. 🛠️ Proposed Technology Stack We believe in using the most robust and forward-looking tools available in the Bitcoin ecosystem. * Mobile Frontend: Flutter / React Native (for cross-platform iOS & Android) * Core Logic & Wallet Backend: Rust * Bitcoin Libraries: Bitcoin Dev Kit (BDK), Lightning Dev Kit (LDK) * Asset Protocols: Taproot Assets, RGB SDK * Emerging Protocols: Research and PoC for Ark integration. 🚀 Roadmap & How You Can Contribute This is an ambitious project, and we need a community of passionate developers to make it a reality. We are completely open-source. Phase 1: The Foundation * [ ] Basic non-custodial Bitcoin & Lightning Wallet (BDK + LDK). * [ ] Integrate Taproot Assets/RGB for issuing/holding a stable asset on testnet. * [ ] Design a simple, intuitive UI for viewing a unified balance. Phase 2: The Rebalancing Engine * [ ] Develop the core logic for portfolio ratio calculation. * [ ] Integrate with a testnet L2 DEX for atomic swaps. * [ ] Implement the manual "Rebalance" button. Phase 3: Automation & Advanced Features * [ ] Develop the "Ratio-Spending" feature. * [ ] Implement the automated rebalancing scheduler. * [ ] Proof-of-Concept for Ark integration. Phase 4: Polish & Launch * [ ] Intensive UX testing and refinement. * [ ] Security Audits. * [ ] Public Beta Release. We are looking for: * Rust Developers: For the core wallet logic. * Mobile App Developers (Flutter/React Native): To build a beautiful and intuitive UI. * Bitcoin Protocol Researchers: To help us navigate and implement cutting-edge tech like RGB and Ark. * UI/UX Designers: To help us abstract away the complexity and create a delightful user experience. Getting Started * Join the conversation on Discord. 2. Fork the repo and check out our CONTRIBUTING.md guide. * Look for issues tagged good first issue to get your feet wet! Let's build the future of money, together. 📄 License This project is licensed under the MIT License. See the LICENSE file for details. #think #bitcoin #wallet #exp
satuser's avatar
satuser 4 months ago
วิดีโอนี้เป็นการเสวนาในหัวข้อ "ทฤษฎีเกมที่บังคับให้รัฐชาติต้องขุดบิตคอยน์" (The Game Theory FORCING Nation-States to Mine Bitcoin) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมพูดคุยถึงเหตุผลเชิงกลยุทธ์ที่ทำให้รัฐชาติต่างๆ หันมาสนใจการขุดบิตคอยน์ หรือดึงดูดให้มีกำลังการขุด (hash rate) เข้ามาในประเทศของตน สรุปประเด็นสำคัญจากการเสวนา: 1. บิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์และความขาดแคลน * การเสวนาเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูง เช่น รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้เรียกบิตคอยน์ว่าเป็น "สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในความสำคัญของบิตคอยน์ในระดับโลกที่เพิ่มมากขึ้น * มีการเน้นย้ำถึงความขาดแคลนอย่างยิ่งของบิตคอยน์ โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นรายใหญ่เริ่มเข้ามาถือครองเป็นทุนสำรอง ด้วยจำนวนบิตคอยน์ที่เหลือให้ขุดอีกเพียงประมาณ 1 ล้านเหรียญในอีก 100 ปีข้างหน้า กำลังการขุด (hash rate) จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการได้มาซึ่งบิตคอยน์ในปริมาณที่มากขึ้น 2. บิตคอยน์และอธิปไตยของชาติ * บิตคอยน์สามารถเป็นเครื่องกำหนดอธิปไตยของประเทศได้ Francesca Feloni เน้นว่าพื้นที่ในบล็อก (block space) และกำลังการขุด (hash rate) เป็นทรัพยากรที่หายากเช่นเดียวกับทรัพยากรทางกายภาพ และมีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์สำหรับรัฐ * การควบคุมกำลังการขุดและพื้นที่ในบล็อกจะช่วยให้ประเทศสามารถจัดการธุรกรรมและมีส่วนร่วมในภาคเศรษฐกิจใหม่นี้ได้ แทนที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง * รัฐชาติต่างๆ กำลังลงทุนอย่างมหาศาลในภาคส่วนนี้และสร้างทุนสำรองบิตคอยน์เพื่อจัดการกับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเหล่านี้ 3. ปัจจัยที่ดึงดูดให้ประเทศต่างๆ สนใจการขุดบิตคอยน์ * หลักนิติธรรม: Kevin Zayn จาก Foundry Digital เน้นว่ากรอบกฎหมายที่ชัดเจนและหลักนิติธรรมมีความสำคัญสูงสุด บริษัทมหาชนขนาดใหญ่และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ลงทุนหลายร้อยล้านหรือพันล้านดอลลาร์ต้องการความมีเสถียรภาพและความแน่นอนในกฎระเบียบ ภาระภาษี และค่าไฟฟ้า * ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน: Philip จาก NiceHash ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้ในการขุด เขาคาดการณ์ว่าจะมีการออกกฎหมายและการกีดกันทางการค้าเพิ่มขึ้นเมื่อรัฐบาลตระหนักถึงคุณค่าของการรักษาความมั่งคั่งนี้ไว้ภายในประเทศ * ไฟฟ้าที่อุดมสมบูรณ์และราคาถูก: ประเทศที่มีไฟฟ้าส่วนเกินหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการขุดบิตคอยน์ การขุดบิตคอยน์ทำหน้าที่เป็น "โหลดที่ควบคุมได้" ซึ่งสามารถปิดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสร้างสมดุลของโครงข่ายไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียนใหม่ๆ * การพัฒนาเศรษฐกิจ: การขุดบิตคอยน์สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับมาตรฐานการครองชีพได้ ตัวอย่างเช่น ภูฏานใช้กำไรจากบิตคอยน์ในการสร้างสนามบินและเมือง และ Gridless ได้ติดตั้งระบบไฟฟ้าในชุมชนในเคนยาที่ไม่เคยมีไฟฟ้าใช้มาก่อน * โครงสร้างพื้นฐานเดิม: สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และในอดีตคือจีน ครองตลาดการขุดบิตคอยน์เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีอยู่แล้ว (เช่น โรงงานที่ถูกดัดแปลงในสหรัฐฯ, โครงข่ายไฟฟ้าจากสมัยสหภาพโซเวียตในรัสเซีย, และการใช้พลังงานหมุนเวียนจำนวนมากในจีน) 4. ความเชื่อมโยงระหว่างการขุดบิตคอยน์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) * ความเชื่อมโยงระหว่าง AI และการขุดบิตคอยน์ส่วนใหญ่อยู่ที่ การใช้พลังงานและโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้า * การทำงานร่วมกัน: * การใช้พลังงานขนาดใหญ่ของการขุดบิตคอยน์สามารถนำไปสู่สัญญาการซื้อขายพลังงานที่ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของ AI ที่ต้องการพลังงานจำนวนมากเช่นกัน * บริษัทต่างๆ กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้า (สถานีไฟฟ้าย่อย, สายส่งไฟฟ้าแรงสูง) สำหรับการขุด ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อการพัฒนาประเทศในวงกว้างได้ * ในภูมิภาคอย่างเท็กซัส บริษัทต่างๆ ได้ผสมผสานการประมวลผลประสิทธิภาพสูง (HPC)/AI และการขุดบิตคอยน์เข้าด้วยกัน โดยการขุดบิตคอยน์ (ซึ่งเป็นโหลดที่ยืดหยุ่น) จะเข้าร่วมในโครงการตอบสนองด้านโหลด (demand response) และการลดการใช้ไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดอัตราค่าไฟฟ้าโดยรวมของโรงงานได้อย่างมาก ในขณะที่ AI (ซึ่งต้องการความเสถียร 99.9%) ยังคงทำงานต่อไปได้ * ความท้าทายในยุโรป: ยุโรปเผชิญกับความยากลำบากเนื่องจากค่าไฟฟ้าที่แพง, นโยบายที่ผิดพลาด (เช่น การปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์), และกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อบริษัทสตาร์ทอัพทั้งในด้าน AI และคริปโต แม้ว่าจะมีการพัฒนา AI อยู่บ้างในฝรั่งเศส (เนื่องจากมีพลังงานนิวเคลียร์) หรือในพื้นที่ที่มีโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่โดยทั่วไปแล้วการจัดตั้งธุรกิจในยุโรปทำได้ยากกว่าในสหรัฐฯ 5. อนาคตของรัฐชาติในการขุด * ผู้ร่วมเสวนาได้พูดคุยถึงแนวทางที่ประเทศต่างๆ ควรจะทำ เช่น การเปิดพูลขุด (mining pool) ของตนเอง, การสร้างพันธมิตร, หรือการซื้อกำลังการขุด * การควบคุมกำลังการขุด: Philip เชื่อว่าจะมีความสนใจอย่างมากในการจัดการและควบคุมกำลังการขุดที่ผลิตขึ้นภายในประเทศ ซึ่งอาจทำได้ผ่านพูลขุดในท้องถิ่นหรือรีเลย์ เขายังมองว่าการเข้าซื้อกำลังการขุดจะเป็นแนวโน้มที่สำคัญ * แนวทางแบบผสมผสาน: Francesca แนะนำให้ใช้แนวทางแบบผสมผสานระหว่างการควบคุมพูลขุด, การเข้าซื้อกำลังการขุดบางส่วน, และการสร้างฟาร์มขุดของตนเอง เพื่อสร้างความสมดุลและมุมมองเชิงกลยุทธ์ * การเข้าถึงพื้นที่ในบล็อก: Kevin ให้เหตุผลว่ามุมมองได้เปลี่ยนจากการขุดเพื่อสะสมบิตคอยน์เพียงอย่างเดียว (เนื่องจากเหลือให้ขุดอีกเพียง 1 ล้านเหรียญ และการซื้อโดยตรงมีประสิทธิภาพมากกว่า) มาเป็นการมุ่งเน้นที่ การควบคุมพื้นที่ในบล็อกและกำลังการขุด * ความปลอดภัยของเครือข่ายและการควบคุมธุรกรรม: การควบคุมกำลังการขุดทำให้ประเทศ "มีสิทธิ์มีเสียงในเครือข่าย" และรับประกันได้ว่าประเทศจะสามารถตรวจสอบธุรกรรมของตนเองและสร้างบริการต่างๆ บนเครือข่ายบิตคอยน์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อความมั่นคงของชาติและอธิปไตยทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยป้องกันสถานการณ์เช่นการถูกตัดออกจากระบบการเงินโลก (เหมือนที่รัสเซียถูกตัดออกจาก SWIFT) * เป้าหมายกำลังการขุด: มีการอ้างถึงคำแนะนำของ Bob Bernett ที่ว่า ประเทศควรตั้งเป้าหมายที่จะมีสัดส่วนกำลังการขุดทั่วโลกเทียบเท่ากับสัดส่วน GDP ของตนเองต่อ GDP โลก การเสวนาสรุปโดยเน้นว่าการใช้พลังงาน, ความพร้อมของพลังงาน, และโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้ามีความสัมพันธ์โดยตรงกับการพัฒนาและนวัตกรรมของชาติ #siamstr #bitcoin #mining #geopolitic
satuser's avatar
satuser 4 months ago
การ Cross-Action ระหว่าง P2P Cash และ P2P AI คือการสร้าง ระบบประสาททางการเงิน ให้กับ สมองดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิวัติทางเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติอย่างแท้จริง และการผสมผสานระหว่าง P2P AI และ P2P Cash ไม่ใช่แค่หัวข้อหนึ่งของ Programmable Money แต่เป็น กรณีการใช้งานขั้นสูงสุด (Ultimate Use Case) ที่จะปลดปล่อยศักยภาพของมันออกมาได้อย่างเต็มที่ สร้างระบบเศรษฐกิจของเครื่องจักรที่ทำงานได้เองอย่างสมบูรณ์ ปล.ไม่รู้ตอนนี้มีที่ไหนเริ่มทำ P2P AI บ้างหรือยัง เป็น concept ที่น่าสนใจและน่าติดตามมาก #siamstr
satuser's avatar
satuser 4 months ago
เทคโนโลยี P2P (Peer-to-Peer) ได้เปลี่ยนแปลงโลกในหลายมิติ โดยการตัดตัวกลางออกไปและเชื่อมต่อผู้ใช้งานเข้าด้วยกันโดยตรง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางตั้งแต่วิธีการที่เราแบ่งปันข้อมูลไปจนถึงระบบการเงิน เทคโนโลยีนี้สร้างเครือข่ายที่คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง (เรียกว่า "เพียร์") สามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนไฟล์กันได้โดยตรง แทนที่จะต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์กลาง สิ่งนี้ทำให้การกระจายข้อมูลมีประสิทธิภาพและทนทานต่อความล้มเหลวของระบบมากขึ้น การปฏิวัติการแบ่งปันข้อมูลและสื่อบันเทิง 🎶 ในยุคแรกเริ่ม P2P ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมดนตรีและภาพยนตร์ แพลตฟอร์มอย่าง Napster และต่อมาคือ #BitTorrent ได้เปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกสามารถแบ่งปันไฟล์เพลงและวิดีโอได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว แม้ว่าสิ่งนี้จะนำไปสู่ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างกว้างขวาง แต่มันก็ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของเครือข่ายแบบกระจายศูนย์และผลักดันให้อุตสาหกรรมบันเทิงต้องปรับตัวเข้าสู่รูปแบบการให้บริการสตรีมมิ่งในปัจจุบัน การสื่อสารที่ไร้พรมแดน 💬 เทคโนโลยี P2P เป็นรากฐานสำคัญของแอปพลิเคชันการสื่อสารยอดนิยมอย่าง Skype ในช่วงแรกเริ่ม Skype ใช้สถาปัตยกรรม P2P เพื่อเชื่อมต่อการโทรด้วยเสียงและวิดีโอคอลระหว่างผู้ใช้งานโดยตรง ทำให้สามารถให้บริการโทรทางไกลคุณภาพสูงในราคาที่ถูกหรือฟรี ซึ่งเป็นการท้าทายรูปแบบธุรกิจของบริษัทโทรคมนาคมแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง การถือกำเนิดของสกุลเงินดิจิทัลและการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) 💰 หนึ่งในนวัตกรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดที่เกิดจากเทคโนโลยี P2P คือ บล็อกเชน (Blockchain) และ บิตคอยน์ ( #Bitcoin ) ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกของโลก บิตคอยน์ทำงานบนเครือข่าย P2P ที่ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างกันได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องผ่านสถาบันการเงินอย่างธนาคาร หลักการของ P2P นี้ได้ขยายไปสู่โลกของ การเงินแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Finance - DeFi) ซึ่งสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่เปิดกว้างและโปร่งใส ตั้งแต่การกู้ยืม การแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ ไปจนถึงการประกันภัย ทั้งหมดนี้ทำงานผ่านสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) บนเครือข่ายบล็อกเชนโดยไม่มีตัวกลางเข้ามาควบคุม ผลกระทบในด้านอื่นๆ - การประมวลผลแบบกระจาย (Distributed Computing): โครงการทางวิทยาศาสตร์อย่าง SETI@home ใช้พลังการประมวลผลที่ไม่ได้ใช้งานจากคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ทั่วไปทั่วโลก (ซึ่งเชื่อมต่อกันแบบ P2P) เพื่อวิเคราะห์สัญญาณวิทยุจากอวกาศ - เศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy): แม้ว่าแพลตฟอร์มอย่าง Uber หรือ Airbnb จะมีบริษัทเป็นตัวกลาง แต่แนวคิดพื้นฐานของการที่บุคคลทั่วไปสามารถแบ่งปันทรัพยากร (รถยนต์, ที่พัก) ให้แก่กันได้โดยตรงนั้นได้รับอิทธิพลมาจาก #ปรัชญาของP2P - ความทนทานของเครือข่าย (Censorship Resistance): เนื่องจากเครือข่าย P2P ไม่มีศูนย์กลางการควบคุม จึงทำให้ยากต่อการปิดกั้นหรือเซ็นเซอร์ข้อมูล ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสื่อสารในพื้นที่ที่เสรีภาพในการแสดงออกถูกจำกัด โดยสรุป เทคโนโลยี P2P ได้เปลี่ยนโลกโดยการ ลดอำนาจของตัวกลาง สร้างระบบที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และทนทานมากขึ้น ตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมบันเทิงไปจนถึงการสร้างระบบการเงินรูปแบบใหม่ที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน #czpodzone #siamstr