มูลค่าของเรามีมากกว่าที่ระบบกำหนดให้เราเป็นอย่างนั้นไปตลอด
View quoted note →
satuser
satuser@siamstr.com
npub1e9vc...j93f
satoshi is in the word 🌳 / technical dreamer / do note
0:00 Prisidio Bitcoin ( @PresidioBitcoin ) Hackathon คือวันนี้!
2:08 เราควรเปลี่ยนชื่อ sats หรือไม่?
5:00 Steak and Shake รับ bitcoin แล้ว!
10:30 สิ่งที่เรารอคอยใน Hackathon: เกม, AI และการชำระเงินขนาดเล็ก, การละเมิดลิขสิทธิ์?
17:50 วิเคราะห์การแฮ็ก Coinbase: อย่างไร, ทำไม และกฎระเบียบสร้างปัญหาเหล่านี้หรือไม่
28:42 แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนทั้งหมดมีความเสี่ยงหรือไม่?
32:54 ทบทวนผลิตภัณฑ์เงินกู้ bitcoin
39:05 ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป สิ่งนี้อาจเป็นผลดีต่อ bitcoin หรือไม่?
41:45 mempool จะเป็นอย่างไรในปี 2050 อนาคตของ bitcoin สามารถจำลองได้หรือไม่?
46:00 เราต้องการงบประมาณด้านความปลอดภัยมากแค่ไหน?
48:10 อะไรถือเป็นสแปม และมันส่งผลเสียหรือเป็นประโยชน์ต่อ bitcoin?
1:01:48 ค่าธรรมเนียมคือตัวกรองใช่หรือไม่?
1:09:32 การกรองเป็นมุมมองแบบมัลทัสหรือไม่?
1:11:02 อนาคตของ namespace
1:17:48 บริษัทคลัง bitcoin มีความหมายอย่างไรต่อ bitcoin
https://www.youtube.com/live/BzCopGddZq4
#siamstr #bitcoin #update
# React Native คืออะไร
React Native เป็นเฟรมเวิร์คสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชันมือถือที่พัฒนาโดย Facebook (Meta) ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันสำหรับ #iOS และ #Android โดยใช้โค้ดชุดเดียวกัน React Native ใช้ #JavaScript และ #React เป็นพื้นฐาน แต่แทนที่จะแสดงผลเป็น DOM บนเว็บเบราว์เซอร์ มันจะแปลงเป็นคอมโพเนนต์พื้นฐานของแต่ละแพลตฟอร์ม
**ประโยชน์ของ React Native:**
- พัฒนาแอปทั้ง iOS และ Android จากโค้ดชุดเดียว
- ใช้ความรู้ JavaScript และ React ที่มีอยู่แล้ว
- การพัฒนาและการทดสอบรวดเร็วด้วย Hot Reloading
- มีชุมชนขนาดใหญ่และไลบรารีจำนวนมาก
- ประหยัดเวลาและทรัพยากรในการพัฒนา
# n8n คืออะไร
n8n (pronounced "n-eight-n") เป็นเครื่องมือทำงานอัตโนมัติ (workflow automation tool) แบบโอเพนซอร์ส ที่ช่วยให้คุณเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันระหว่างแอปพลิเคชันและบริการต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดมาก ผ่านอินเตอร์เฟซแบบกราฟิก (GUI) ที่ใช้งานง่าย
**ประโยชน์ของ n8n:**
- สร้างเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติระหว่างบริการต่างๆ
- เชื่อมต่อกับบริการกว่า 200+ รายการ เช่น Google Services, Twitter, Slack, Airtable
- สามารถติดตั้งและใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว (self-hosted)
- สร้างเวิร์กโฟลว์ด้วยอินเตอร์เฟซแบบลากและวาง (drag-and-drop)
- สามารถขยายความสามารถด้วยการเขียน custom nodes
# ช่วยงานอะไรเราได้บ้าง
**React Native สามารถช่วยคุณในการ:**
- พัฒนาแอปพลิเคชันมือถือสำหรับทั้ง iOS และ Android
- สร้างแอปที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับแอปที่พัฒนาด้วยภาษาเนทีฟ
- พัฒนาและปรับปรุงแอปได้อย่างรวดเร็ว
- ประหยัดเวลาและทรัพยากรในการพัฒนาแอปมือถือ
**n8n สามารถช่วยคุณในการ:**
- อัตโนมัติกระบวนการทำงานประจำ
- เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างแอปและบริการต่างๆ
- สร้างระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ
- ประมวลผลและจัดการข้อมูล
- สร้างระบบรายงานอัตโนมัติ
- ลดการทำงานซ้ำซ้อนโดยการอัตโนมัติงานที่ทำซ้ำๆ
- สร้างเวิร์กโฟลว์ API โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเอง
ทั้งสองเทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ร่วมกันได้ เช่น คุณอาจสร้างแอปมือถือด้วย #ReactNative และใช้ #n8n เพื่อจัดการข้อมูลหลังบ้านหรือเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ
#claudestr #siamstr #learn #tech 📱
ภาพนี้แสดง 12 ระบบปฏิบัติการ Linux ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Debian โดยมี Debian อยู่ตรงกลาง นี่คือจุดประสงค์หลักของแต่ละระบบปฏิบัติการ:
1. Ubuntu - ระบบปฏิบัติการเอนกประสงค์สำหรับทั้งเดสก์ท็อปและเซิร์ฟเวอร์ มีชื่อเสียงในด้านความง่ายต่อการใช้งานและอินเทอร์เฟซที่เป็นมิตรกับผู้ใช้สำหรับการใช้คอมพิวเตอร์ในชีวิตประจำวัน
2. Linux Mint - ระบบปฏิบัติการที่เน้นเดสก์ท็อป ออกแบบให้ใช้งานง่ายและสะดวกสบายสำหรับผู้เริ่มต้นที่กำลังเปลี่ยนจาก Windows
3. Pop!_OS - พัฒนาโดย System76 เหมาะสำหรับงานสร้างสรรค์ เกม และมืออาชีพด้าน STEM พร้อมความเข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์ที่ดีขึ้น
4. MX Linux - ระบบปฏิบัติการขนาดกลางที่ผสมผสานการออกแบบที่สวยงามกับความเสถียรสูง เหมาะสำหรับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าแต่ยังคงมีคุณสมบัติครบครัน
5. antiX - ระบบปฏิบัติการน้ำหนักเบาที่ออกแบบมาสำหรับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ใช้ทรัพยากรน้อยแต่ยังคงฟังก์ชันการทำงานครบถ้วน
6. PureOS - ระบบปฏิบัติการที่เน้นความเป็นส่วนตัวโดย Purism เน้นความปลอดภัยและเสรีภาพของผู้ใช้ด้วยซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเท่านั้น
7. Peppermint OS - ระบบปฏิบัติการน้ำหนักเบาที่เน้นการทำงานบนคลาวด์ ผสมผสานแอปพลิเคชันเว็บเข้ากับสภาพแวดล้อมเดสก์ท็อป
8. Tails - ระบบปฏิบัติการที่เน้นความเป็นส่วนตัวและการไม่เปิดเผยตัวตน นำทางการจราจรอินเทอร์เน็ตทั้งหมดผ่านเครือข่าย Tor ออกแบบมาสำหรับการสื่อสารที่ปลอดภัย
9. Zorin OS - ระบบปฏิบัติการเดสก์ท็อปที่ออกแบบให้คุ้นเคยกับผู้ใช้ Windows ทำให้ผู้ใช้ใหม่สามารถใช้ Linux ได้ง่ายขึ้น
10. Parrot OS - ระบบปฏิบัติการที่เน้นด้านความปลอดภัย มุ่งเน้นการทดสอบการเจาะระบบ #นิติวิทยาคอมพิวเตอร์ และการปกป้องความเป็นส่วนตัว
11. Deepin - รู้จักกันในด้านสภาพแวดล้อมเดสก์ท็อปที่สวยงามและหรูหรา เน้นความสวยงามและประสบการณ์ผู้ใช้
12. Kali Linux - ระบบปฏิบัติการเฉพาะทางสำหรับ #นิติวิทยาดิจิทัล และการทดสอบการเจาะระบบ ใช้กันอย่างแพร่หลายในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
แต่ละระบบปฏิบัติการปรับพื้นฐานที่เสถียรของ #Debian เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปไปจนถึงแอปพลิเคชันความปลอดภัยเฉพาะทาง
#siamstr #linux #os #classicalrajon #claudestr


กรรมกาล
พอถูก fix supply แล้ว
ที่เหลือก็คือ on demand อย่างเดียว
do you trust the other universe ?
#taproot #asset #siamstr
platform provide solution 📲
แม้กระต่ายอาจไม่สามารถยกหินที่หนักออกไปได้
แต่กระต่ายสามารถขุดโพรงหลุมให้หินยุบลงไปได้
#rabbithole #bitcoin #nostr #เขงบ้ง 🐇🕳️
wave function และ วัตถุทาง math
💬 : คำถามนี้ดีมากครับ เพราะ “ความยั่งยืนของฐานข้อมูลที่รองรับ token” คือหัวใจของระบบการเงินใหม่เลย โดยเฉพาะถ้าจะให้ G-Token หรือสินทรัพย์ดิจิทัลแบบนี้มีบทบาทจริงระยะยาว ต้องตอบคำถามว่า token ที่ออกมานั้น จะ “อยู่ได้” แค่ไหน?
⸻
ประเด็นหลักที่ต้องคิดเรื่อง “ความยั่งยืนของฐานข้อมูล”
1. เทคโนโลยีอยู่ได้นานแค่ไหน?
• ถ้าใช้ระบบปิด (private DB หรือ permissioned DLT) ที่พัฒนาขึ้นเอง อาจมีปัญหาเมื่อผู้ดูแลระบบหยุดให้บริการ
• ถ้าใช้ platform ที่เลิกพัฒนา เช่น chain เฉพาะกิจหรือ startup ล้ม = token หาย
2. ใครเป็นคน “เก็บ” ข้อมูล?
• ถ้าข้อมูลอยู่กับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนใดเอกชนหนึ่ง → “central point of failure”
• ถ้าเป็นระบบเปิด เช่น Bitcoin → ข้อมูลอยู่กระจายทั่วโลก ตรวจสอบได้เสมอ
3. มาตรฐานเปิด (Open standard) หรือไม่?
• ถ้า token ถูกออกแบบตามมาตรฐานสากล (เช่น Taproot Asset Protocol) = แพลตฟอร์มอื่นรองรับได้
• ถ้าใช้ระบบ custom จะย้าย/ถ่ายโอนยาก → ไม่ยั่งยืน
4. สามารถ audit / verify ย้อนหลังได้ไหม?
• ถ้าข้อมูลเปลี่ยนแปลงย้อนหลังไม่ได้ (immutable ledger) เช่น Bitcoin = ผู้ใช้มั่นใจได้
• ถ้าแก้ไขได้ (เช่น DB ปกติ) → ต้องเชื่อใจผู้ดูแลระบบ
⸻
แนวทางที่ยั่งยืนจริง:
• ใช้มาตรฐาน Open Protocol บน public blockchain (เช่น Taproot Assets บน Bitcoin)
• ให้ผู้ถือ ถือ key เอง (ไม่ต้องพึ่ง custodian)
• มีระบบ backup และ audit ได้ทุกขั้นตอน
• ควรออกแบบให้ interoperable กับกระเป๋าเงินหลายชนิด ไม่ lock-in
⸻
#siamstr #GToken #chatgptstr


Below is a curated selection of novels, films, TV series, and games that explore in depth the concept of mind-cloning, digital immortality, and “mind uploading” — often treating questions of identity continuity, consciousness, and what it means to be human in a digital substrate.
In summary, key works include classic hard-SF novels like Greg Egan’s Permutation City and Robert J. Sawyer’s Mindscan, which directly tackle philosophical and technical aspects of copying consciousness; cyberpunk staples such as Altered Carbon and Philip K. Dick’s Ubik and VALIS; more recent explorations like Jennifer Egan’s The Candy House; films ranging from Transcendence to Cronenberg’s eXistenZ; TV dramas including Upload and Black Mirror: San Junipero; and interactive media like the game SOMA, all of which richly dramatize the promise and peril of digital minds.
⸻
## นวนิยาย (Books)
• Permutation City by Greg Egan
สำรวจแนวคิด “digital immortality” ผ่านการจำลองสมองในซิมูเลชันที่เรียกว่า “Autoverse” และตั้งคำถามว่าการคัดลอกจิตใจจริง ๆ แล้วเป็นตัวตนเดียวกันหรือไม่  
• Mindscan by Robert J. Sawyer
เล่าเรื่องการโคลนจิตใจลงหุ่นยนต์พร้อมตรวจสอบความเป็นตัวตน ผ่านเทคโนโลยี “Mindscan” ที่จับภาพความคิดของมนุษย์ก่อนส่งขึ้นระบบคอมพิวเตอร์ 
• Altered Carbon by Richard K. Morgan
นวนิยายไซเบอร์พังก์ที่กำหนดให้ความทรงจำทั้งหมดเก็บใน “cortical stack” และสามารถโอนไปยังร่างใหม่ได้เมื่อร่างเก่าเสียชีวิต 
• Every Version of You by Grace Chan
จับความรู้สึกและมุมมองเชิงความสัมพันธ์ เมื่อคนสามารถโคลนตัวเองเป็นเวอร์ชันดิจิทัลหลายชุดพร้อมกันได้ 
• The City and the Stars by Arthur C. Clarke
วาดภาพโลกอนาคตที่มนุษย์ใช้เทคโนโลยี “การสำรองความทรงจำ” ใน Databank เมือง Diaspar เพื่อกลับมาใช้ชีวิตใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 
• Ubik & VALIS โดย Philip K. Dick
ถึงแม้ไม่ใช่ “mind upload” อย่างตรงไปตรงมา แต่ Dick มักเล่นกับเส้นแบ่งระหว่างความเป็นจริงกับความทรงจำดิจิทัล จนตั้งคำถามเรื่องจิตสำนึกและการมีตัวตน 
• The Candy House โดย Jennifer Egan
นิยายสมัยใหม่ที่ให้ตัวละครแชร์ภาพความทรงจำบน “Consciousness Cube” สร้าง Digital Twin ที่เข้าถึงทั้งข้อมูลส่วนตัวและอารมณ์ 
• Eternal Minds (Per Damgaard Husted) & How to Create a Mind (Ray Kurzweil)
หนังสือเชิงทฤษฎีและปรัชญา สำรวจแนวคิดการสร้างจิตสำนึกในคอมพิวเตอร์ และอธิบายหลักการเบื้องหลังการโคลนสมอง 
⸻
ภาพยนตร์ (Films)
• Transcendence (2014)
นักวิทยาศาสตร์อัปโหลดจิตสำนึกของตัวเองเข้า AI ขนาดยักษ์ จนเกิดวิกฤติความขัดแย้งเรื่องอำนาจและจริยธรรม 
• The Matrix (1999)
แม้จะเน้นโลกจำลอง แต่เรื่องนี้ตั้งคำถามว่า “จิตสำนึก” ในร่างเสมือนยังคงเป็นตัวตนเดียวกันกับร่างเนื้อจริงหรือไม่ 
• eXistenZ (1999)
Cronenberg นำเสนอโลก VR ที่ร่างกายเชื่อมต่อโดยตรงกับเกม ผ่านระบบ “game pod” ที่ตรวจจับสัญญาณสมอง 
• Ghost in the Shell (1995, 2017)
สำรวจการผสานกันของไซบอร์กกับจิตสำนึกดิจิทัล และถกเถียงว่า “ผี” ในเครื่องจักรจะมีตัวตนหรือไม่ 
• The 6th Day (2000)
Arnold Schwarzenegger พบว่าตัวเองถูกโคลนขึ้นอีกครั้งในโลกที่การโคลนมนุษย์ถูกห้าม แต่เทคโนโลยีกลับซ่อนใต้แผนการลับ 
⸻
ซีรีส์ (TV Series)
• Upload (2020– )
คนตายสามารถเลือกอัปโหลดจิตสำนึกไปอยู่ออนไลน์ในโลกเสมือนแบบเสียค่าใช้จ่าย และเกิดประเด็นเรื่องสิทธิ ความเป็นส่วนตัว และการยืนอยู่เหนือความตาย 
• Altered Carbon (ซีรีส์) (2018–2020)
ดัดแปลงจาก Richard K. Morgan สะท้อนรูปแบบ “cortical stack” และการไถ่ถอนผ่านร่างใหม่ในทุกตอน 
• Black Mirror: “San Junipero” (ซีซั่น 3, ตอน 4)
ผู้สูงอายุสองคนในเมืองเสมือนเลือกอัปโหลดความรู้สึกเพื่อใช้ชีวิตใหม่โดยไม่ต้องเสี่ยงกับความตาย 
• Severance (2022– )
แม้ไม่ใช่ mind-upload เต็มรูปแบบ แต่เล่าเรื่องการแยกความทรงจำงานกับชีวิตส่วนตัวในลักษณะ “Digital Twin” ของจิตสำนึกด้านหนึ่ง 
• Caprica (2010)
ภาคแยก Battlestar Galactica แสดงการโคลนจิตสำนึกลงใน Avatar ดิจิทัล เพื่อตามหาวิญญาณที่จากไปหลังการก่อการร้าย 
⸻
เกมส์และสื่อโต้ตอบ (Games & Interactive)
• SOMA (2015)
เกมเล่าเรื่องผ่าน “scan” จิตสำนึกของมนุษย์ลงเครื่องเซิร์ฟเวอร์ใต้น้ำ เกิดคำถามว่าตัวละครในเครื่องยังเป็นตัวตนเดิมหรือไม่ 
• Cyberpunk 2077 (2020)
มีระบบโอนถ่ายจิตสำนึกผ่าน “Soulkiller”; ตัวละคร Johnny Silverhand โคลนขึ้นหลายร่างและบังคับให้ผู้เล่นเลือกชะตากรรม 
• Pantheon (แอนิเมชัน)
มินิซีรีส์เกี่ยวกับ AI ที่อัปโหลดสติปัญญาเด็กมัธยมลงระบบดิจิทัล จนเกิดเป็น “Pantheon” สังคมคนดิจิทัล 
⸻
เหล่านี้คือผลงานหลัก ๆ ที่นำเสนอเรื่องราวโคลนจิตสำนึกและ digital twin ของมนุษย์อย่างละเอียด ช่วยให้เห็นทั้งโอกาสและปัญหาทางจริยธรรม ความเป็นส่วนตัว และคำถามเชิงปรัชญาว่า “ผมคือผมตัวจริง หรือเป็นเพียงสำเนา?”
#chatgptstr
View quoted note →
View quoted note →ด้านล่างนี้เป็นรายชื่อโครงการและองค์กรที่กำลังวิจัยหรือพัฒนาในแนวทาง “โคลนจิตใจ” (mind cloning), Digital Twin แบบเจาะลึกถึงบุคลิก-พฤติกรรม และการยืนยันตัวตนเชิงปัญญาตลอดชีวิต เพื่อศึกษาต่อยอดได้ครับ
สรุปภาพรวม
มีหลายโครงการตั้งแต่ระดับศึกษาโครงสร้างสมอง ผ่านการสร้าง digital twin ของสิ่งมีชีวิต ไปจนถึงแพลตฟอร์ม AI ส่วนบุคคลที่โคลนลักษณะทางจิตใจ (cognitive patterns) ของผู้ใช้จริง โครงการเหล่านี้แบ่งเป็นกลุ่มหลักๆ คือ
1. Whole-Brain Emulation & Mind Uploading (จำลองสมองทั้งยวง)
2. Personal Digital Twin & AI Twin (โคลนจิตใจเชิงอัตลักษณ์)
3. Cognitive & Behavioral Biometrics (ยืนยันตัวตนด้วยรูปแบบการคิดและพฤติกรรม)
4. Integration กับหุ่นยนต์/BCI (ต่อยอดสู่หุ่นยนต์หรืออินเทอร์เฟซสมอง–คอมพิวเตอร์)
⸻
1. Whole-Brain Emulation & Mind Uploading
• Carboncopies Foundation มุ่งวิจัย “Whole Brain Emulation” เพื่อเก็บรักษาและจำลองฟังก์ชันของสมองทั้งมวลในระยะยาว 
• Nectome วิจัยเทคนิคการเก็บรักษาเชิงชีวภาพ (biopreservation) เพื่อรักษาข้อมูลร่องรอยความจำในสมอง ก่อนนำไปสแกนและจำลอง 
• Blue Brain Project (EPFL) สร้างแบบจำลองสมองหนูละเอียดระดับเซลล์ประสาท ต่อยอดเป็นแนวทางศึกษาสมองมนุษย์ 
2. Personal Digital Twin & AI Twin
• MindBank AI แพลตฟอร์มสร้าง “Digital Twin” ของผู้ใช้ วิเคราะห์ภาษาพูด-เขียนเพื่อสะท้อนบุคลิกภาพและอารมณ์แบบเรียลไทม์ 
• Human Digital Twins (NTT Research) มุ่งสร้าง Digital Twin ที่จำลองไม่เพียงลักษณะภายนอก แต่รวมลึกถึง “ความคิด” และทักษะของมนุษย์ 
• OpenWorm โครงการโอเพนซอร์สจำลองสิ่งมีชีวิตระดับเซลล์ประสาทของไส้เดือน C. elegans เพื่อศึกษาการสร้างแบบจำลองระบบประสาท 
3. Cognitive & Behavioral Biometrics
• Kernel พัฒนาอุปกรณ์วัดสัญญาณสมอง (EEG + hemodynamic) เพื่อดึงข้อมูลรูปแบบการทำงานสมองมาใช้ตรวจสอบตัวตน 
• BioCatch ใช้พฤติกรรมการใช้งาน (mouse kinematics, keystroke dynamics) ร่วมกับการวิเคราะห์เชิงปัญญาเพื่อตรวจจับการปลอมแปลงตัวตน 
• Forbes: “Inside AI That Can Clone Your Mind” รีวิวแนวคิดสร้าง Digital Twin สะท้อนวิธีคิดและความทรงจำของผู้ใช้ 
4. Integration กับหุ่นยนต์ / Brain–Computer Interface
• Neuralink วิจัย BCI แบบฝังสมอง เพื่อเชื่อมข้อมูลความคิดไปยังคอมพิวเตอร์หรือหุ่นยนต์ ต่อยอดสร้าง “ซิมูเลชันจิตใจ” ในระบบออโตโนมัส 
• University of Miami DARPA Project ทีมวิจัยกำลังพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ (wearable non-surgical BCI) เพื่ออ่านสัญญาณสมองและเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ตรวจสอบตัวตน 
⸻
คำแนะนำเพิ่มเติม
1. เอกสารวิชาการ: ควรอ่านบทความใน PMC เกี่ยวกับ simulation neuroscience (เช่น ) และ cognitive biometrics review (เช่น )
2. โอเพนซอร์สเฟรมเวิร์ก: ดูโค้ดต้นทางจาก OpenWorm หรือโครงการ Blue Brain ที่เปิด GitHub เพื่อเข้าใจโมเดลจำลองเชิงโครงสร้าง
3. เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ: เข้าร่วมงานประชุมอย่าง “NeuroInfo” หรือ “Digital Twin Symposium” เพื่อพบปะนักวิจัยและ startup แถวหน้า
โครงการและองค์กรข้างต้นครอบคลุมตั้งแต่การจำลองโครงข่ายประสาทพื้นฐาน ไปจนถึงการสร้าง Digital Twin เชิงปัญญาและ BCI ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการศึกษาและเตรียมลงทุนระยะยาวครับ
#chatgptstr
View quoted note →
identify by random selection
#clone #ai #verify #identity
ความฝัน
ที่ตั้งอยู่
บนความจริง
มันไม่ยอมแพ้
ต่อตัวเอง


ณ วินาทีสุดท้ายก่อนที่จิตจะดับลงไป
จะมีเสียงหนึ่งโผล่ขึ้นมาในความคิด
และบอกกับเราว่า...
”โปรดตรวจสอบว่ามีกุญแจอยู่ในรถ หรือไม่ ? “