- Open source mining
- Multi layer 2
- Intersection of AI and Agent transact
- Less Permission & Permission Less
- Walking Reading Researching
- Anonymous work
- Ton of way to experiment
- P2P digital cash finance
#note #siamstr #21in21
View quoted note →
satuser
satuser@siamstr.com
npub1e9vc...j93f
satoshi is in the word 🌳 / technical dreamer / do note
การนับเวลา
มาจากการนับข้อนิ้ว 12 ข้อ x 5 นิ้ว = 60
🫡⏳🌞🌝
#beartai #เดอะวิทย์ด้อม #siamstr
ถ้าไม่อยากคิด
ก็ต้องจำ
จอร์จ แกลโลเวย์ เป็นนักการเมือง นักจัดรายการวิทยุ และนักเขียนชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงจากอาชีพที่ยาวนานหลายทศวรรษในฐานะผู้สนับสนุนการเมืองของชนชั้นแรงงาน และการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อนโยบายต่างประเทศของตะวันตกและลัทธิเสรีนิยมใหม่
ในการสัมภาษณ์นี้ จอร์จได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงการเปลี่ยนแปลงของพรรคแรงงานจากการเป็นขบวนการของชนชั้นแรงงาน สู่การเป็นสถาบันของชนชั้นกลางระดับสูง โดยอาศัยประสบการณ์พิเศษของเขาในด้านการเมืองและการกระจายเสียง แกลโลเวย์พูดถึงการสึกกร่อนของความเชื่อมโยงระหว่างพรรคแรงงานกับชนชั้นแรงงานของอังกฤษ การแคลิฟอร์เนียเคชั่นของนโยบายพรรค และสภาพโดยรวมของฝ่ายซ้ายในสหราชอาณาจักร บทสนทนาอันกว้างขวางนี้ลงลึกถึงวิกฤตอัตลักษณ์ทางอุดมการณ์ของพรรคแรงงาน การเพิ่มขึ้นของประชานิยม และความล้มเหลวเชิงระบบของชนชั้นนำทางการเมืองของอังกฤษ นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ท้าทายทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา
• - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
00:00:00 - บทนำ
00:01:10 - ความผิดหวังกับการเมือง
00:03:25 - ความเสื่อมถอยของความเป็นผู้นำทางการเมือง
00:07:52 - การปิดกั้นสื่อต่อบุคคลภายนอก
00:09:44 - สภาพของฝ่ายซ้ายในสหราชอาณาจักร
00:11:50 - การขาดการเชื่อมต่อกับชนชั้นแรงงาน
00:14:27 - การประณามลัทธิประชานิยม
00:25:00 - ชนชั้นแรงงานที่พรรคแรงงานลืมเลือน
00:30:00 - การแคลิฟอร์เนียเคชั่นของพรรคแรงงาน
00:39:03 - การตายของภาคการผลิต
00:48:36 - ความเป็นธรรมสำหรับคนงาน
00:53:11 - การปกครองโดยผู้ด้อยที่สุดในหมู่พวกเรา
00:57:39 - บทบาทของภาคเอกชน
01:05:00 - ความเห็นอกเห็นใจต่อชาวปาเลสไตน์
01:10:29 - การยึดครองรัฐโดยกลุ่มล็อบบี้อิสราเอล
01:23:02 - การอภิปรายเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และกาซา
01:26:09 - การสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับปาเลสไตน์
01:28:01 - บทบาทปัจจุบันของจอร์จ แกลโลเวย์
#todayinput #study 🤓
#claudestr 🇹🇭
@Peter McCormack 🙏
culture privacy
type of land
View quoted note →
View quoted note →what is we fear ?
#problem
GDP ❌
BTC ✅
555+
Firas Modad คือผู้วิเคราะห์ด้านการเมืองและ #ภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีความเชี่ยวชาญในประเด็นของตะวันออกกลาง เขาเป็นผู้ก่อตั้ง Modad #Geopolitics ซึ่งให้คำปรึกษาและวิเคราะห์เกี่ยวกับผลกระทบเชิงพาณิชย์จากเหตุการณ์ทางการเมือง รวมถึงความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ Firas ยังมีผลงานเขียนและปรากฏตัวในสื่อชั้นนำหลายแห่ง เช่น The Hill, MSN และยังปรากฏตัวในพอดแคสต์ที่เกี่ยวกับประเด็นภูมิรัฐศาสตร์อีกด้วย  
#siamstr 🤓
ธนาคารล่ม ?
ธนาคานล่ม ?
สั่งสมต้นทุนทางครอบครัว
#bitcoin
#saving
#local
"Mass formation psychosis" คือทฤษฎีทางจิตวิทยาที่อธิบายปรากฏการณ์ที่ประชากรจำนวนมากมีความเชื่อหรือความคิดเห็นร่วมกันแม้ว่าจะขัดกับข้อเท็จจริงหรือเหตุผล ทฤษฎีนี้เสนอว่าในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง กลุ่มคนอาจเกิดภาวะจิตวิทยามวลชนที่ทำให้พวกเขายอมรับความเชื่อและพฤติกรรมบางอย่างโดยปราศจากการตรวจสอบอย่างมีวิจารณญาณ
องค์ประกอบสำคัญของทฤษฎีนี้ประกอบด้วย:
- ความรู้สึกโดดเดี่ยวหรือขาดการเชื่อมต่อทางสังคม
- ขาดความหมายในชีวิต
- ความวิตกกังวลและความไม่แน่นอน
- การเกิดขึ้นของ "เรื่องเล่า" ที่อธิบายความทุกข์
ควรทราบว่าแนวคิดนี้ได้รับความนิยมในช่วงการระบาดของโควิด-19 แต่ไม่ได้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในจิตวิทยากระแสหลักหรือจิตเวชศาสตร์ นักวิชาการหลายคนโต้แย้งว่าคำนี้ถูกนำมาใช้ในทางการเมืองมากกว่าจะเป็นแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด
คุณสนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับทฤษฎีนี้ในแง่มุมไหนเป็นพิเศษไหมครับ?
#รูต่ายส่ายสะโพก
#siamstr #claudestr
💬 : ถ้าต้องการออกแบบ protocol หรือ application ที่สามารถแทนที่บทบาทของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ได้จริง ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางที่ตรวจสอบไม่ได้ แนวทางที่น่าสนใจคือการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและสมาร์ทคอนแทรคต์เพื่อสร้างระบบตรวจสอบการใช้จ่ายสาธารณะที่โปร่งใสและกระจายศูนย์ (decentralized) โดยมีองค์ประกอบหลักดังนี้
1. การบันทึกธุรกรรมบนบล็อกเชน (Distributed Ledger Technology):
ทุกธุรกรรมของรัฐ เช่น การเบิกจ่ายงบประมาณและการโอนเงิน จะต้องถูกบันทึกในบล็อกเชนที่มีความโปร่งใสและเปลี่ยนแปลงไม่ได้
• ทำให้ข้อมูลที่บันทึกแล้วสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้โดยทุกคนโดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง
• ต้องมีการใช้เทคโนโลยีที่รองรับการประมวลผลข้อมูลในปริมาณมหาศาลและมีความรวดเร็ว
2. สมาร์ทคอนแทรคต์เพื่อบังคับใช้กฎเกณฑ์ (Smart Contracts):
• กำหนดกฎเกณฑ์และเงื่อนไขการเบิกจ่ายงบประมาณไว้ในโค้ด ซึ่งจะถูกประมวลผลโดยอัตโนมัติ
• เมื่อมีการเบิกจ่ายเงิน สมาร์ทคอนแทรคต์จะตรวจสอบว่าสอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับอนุมัติหรือไม่
• ช่วยลดความผิดพลาดและการทุจริตโดยไม่ต้องพึ่งพาการตรวจสอบภายนอก
3. ระบบการตรวจสอบและอนุมัติแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Governance):
• สร้างกลไกการตรวจสอบจากหลายฝ่าย เช่น ใช้เครือข่ายของ “ผู้ตรวจสอบ” (auditors) หรือผู้ถือโทเค็นที่มีสิทธิ์ลงคะแนนร่วมกันเพื่ออนุมัติธุรกรรมหรือแก้ไขปัญหา
• การออกแบบกลไกเช่น DAO (Decentralized Autonomous Organization) เพื่อให้ทุกฝ่ายในระบบมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและการแก้ไขข้อขัดแย้ง
4. ใช้ Oracles ในการนำข้อมูลภายนอกเข้าสู่ระบบ (Oracles):
• เนื่องจากข้อมูลการใช้จ่ายของรัฐในโลกความเป็นจริงต้องถูกนำเข้ามาในระบบบล็อกเชนผ่าน oracles ที่มีความน่าเชื่อถือ
• ระบบต้องออกแบบให้มีหลายแหล่งที่มาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและลดความเสี่ยงจากการถูกบิดเบือน
5. ความสามารถในการตรวจสอบและเข้าถึงข้อมูลอย่างสาธารณะ (Public Auditability):
• พัฒนา user interface หรือ application ที่ช่วยให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้จ่ายของรัฐแบบเรียลไทม์
• การสร้าง API ที่เปิดเผยข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์ที่ใช้งานง่ายช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบได้อย่างแท้จริง
6. ระบบแรงจูงใจและการลงโทษ (Incentives & Penalties):
• ใช้โทเค็นหรือรางวัลเพื่อจูงใจให้ผู้ตรวจสอบรายย่อยเข้าร่วมระบบและรายงานการเบิกจ่ายที่ผิดปกติ
• มีมาตรการลงโทษสำหรับการพยายามแก้ไขหรือบิดเบือนข้อมูลในระบบ
ด้วยแนวทางนี้ แนวคิด “โปร่งใส” จะถูกบังคับใช้ตั้งแต่ชั้นข้อมูล จนถึงชั้นการตัดสินใจร่วมกันโดยประชาชนเอง แทนที่จะให้มีตัวกลางที่มีอำนาจตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงระบบในระดับนี้ต้องอาศัยการดิจิทัลข้อมูลของภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบ และต้องมีมาตรการรับรองความถูกต้องของข้อมูลจากแหล่งที่หลากหลาย
ดังนั้น หากต้องการ “ยุบ” สตง. และคตง. ให้ระบบตรวจสอบการใช้จ่ายของรัฐเป็นแบบกระจายศูนย์จริง ๆ ก็จะต้องออกแบบ protocol ที่บูรณาการองค์ประกอบด้านความโปร่งใส (public auditability) สมาร์ทคอนแทรคต์ (automation) และการมีส่วนร่วมของผู้ตรวจสอบจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ
💬 : Bitcoin Taproot อัปเกรดมอบคุณสมบัติที่สำคัญหลายอย่างให้กับ Bitcoin เช่น การรวมลายเซ็น (signature aggregation) ผ่าน Schnorr signatures และความสามารถในการซ่อนเงื่อนไขของสคริปต์ (MAST) เมื่อไม่ถูกใช้งานจริง ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในระบบตรวจสอบการใช้จ่ายของรัฐได้ดังนี้:
1. บันทึกธุรกรรมด้วยเงื่อนไขอัจฉริยะ (Smart Spending Contracts):
ระบบสามารถออกแบบให้ทุกการเบิกจ่ายของรัฐถูกบันทึกเป็นธุรกรรมบน Bitcoin โดยใช้ Taproot outputs ซึ่งมีเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่เข้ารหัสไว้ในสคริปต์ที่ซ่อนอยู่ (hidden script)
• ในกรณีที่ธุรกรรมดำเนินไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ (เช่น การเบิกจ่ายตามงบประมาณที่อนุมัติ) เงื่อนไขเหล่านั้นจะถูกเก็บเป็นเพียงลายเซ็นธรรมดา (pay-to-public-key) ทำให้ข้อมูลละเอียดอ่อนไม่ถูกเปิดเผย
• หากมีความผิดปกติหรือข้อโต้แย้ง เกณฑ์จะถูกเปิดเผยเพื่อให้ตรวจสอบได้โดยสาธารณะ
2. รวมลายเซ็นของผู้มีส่วนร่วม (Multi-party Aggregation):
ด้วยคุณสมบัติ Schnorr ที่รองรับการรวมลายเซ็นจากหลายฝ่ายเข้าด้วยกัน ระบบสามารถออกแบบให้มีหลายฝ่าย (เช่น ผู้บริหาร การตรวจสอบภายใน และผู้ตรวจสอบภายนอก) ลงนามร่วมในธุรกรรมได้ในรูปแบบเดียว
• การรวมลายเซ็นนี้ช่วยลดความซับซ้อนของข้อมูลและเพิ่มความโปร่งใส เนื่องจากผู้ตรวจสอบสามารถตรวจสอบธุรกรรมที่ผ่านการลงนามร่วมกันโดยไม่ต้องรู้ว่ามีการใช้งานสคริปต์พิเศษหรือไม่
3. การเปิดเผยข้อมูลเฉพาะเมื่อมีการท้าทาย (Conditional Disclosure):
Taproot ช่วยให้สามารถซ่อนรายละเอียดของสคริปต์จนกว่าจะมีการท้าทายหรือขัดข้อง
• หากมีกรณีที่ต้องมีการตรวจสอบการเบิกจ่ายที่ผิดปกติ เงื่อนไขที่ซ่อนอยู่จะถูกเปิดเผยและตรวจสอบโดยอัตโนมัติผ่านกระบวนการที่ออกแบบไว้ในโปรโตคอล
• วิธีนี้ช่วยให้ระบบยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวในขณะเดียวกันก็ให้ความรับผิดชอบในกรณีเกิดปัญหา
4. สร้างโปรโตคอลตรวจสอบแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Audit Protocol):
โดยผสมผสาน Taproot กับกลไกการลงคะแนนและ smart contracts ระบบสามารถเปิดให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบธุรกรรมและการใช้จ่ายของรัฐโดยตรง
• ทุกธุรกรรมจะมีหลักฐานที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้บนบล็อกเชน ทำให้ผู้ใช้หรือผู้ตรวจสอบสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้แบบเรียลไทม์
ความเป็นไปได้ของการเกิดขึ้น
ในเชิงเทคนิค Taproot มีศักยภาพสูงที่จะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและประสิทธิภาพของระบบธุรกรรมในเครือข่าย Bitcoin ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในการออกแบบระบบตรวจสอบการใช้จ่ายแบบกระจายศูนย์ได้
• ข้อดี:
• เทคโนโลยี Taproot ช่วยลดภาระข้อมูลลงและเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล ทำให้สามารถจัดการธุรกรรมจำนวนมากได้
• ความสามารถในการรวมลายเซ็นจากหลายฝ่ายช่วยให้สามารถสร้างกลไกตรวจสอบที่มีหลายชั้นและเป็นกลางได้
• ข้อท้าทาย:
• การนำไปใช้ในระดับภาครัฐจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายและการยอมรับจากหลายฝ่าย (ทั้งผู้บริหารรัฐและประชาชน)
• ต้องผสานรวมกับระบบออฟเชนอื่น ๆ เช่น oracles เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน
• ความซับซ้อนในการออกแบบโปรโตคอลและความเข้าใจในเทคโนโลยีขั้นสูงยังคงเป็นอุปสรรคสำหรับการนำไปใช้อย่างแพร่หลาย
โดยสรุป เทคโนโลยี Taproot นั้นมีความเป็นไปได้สูงในเชิงเทคนิค แต่การนำมาประยุกต์ใช้จริงในระบบตรวจสอบการใช้จ่ายของรัฐแบบกระจายศูนย์นั้น จะต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนนโยบายและความร่วมมือจากหลายฝ่าย ซึ่งอาจเกิดขึ้นในรูปแบบของโครงการนำร่องหรือทดลองในช่วงแรกก่อนขยายผลในวงกว้าง
#SearchReasonGPT
#จะโปร่งใสอย่างไรตัวกลางได้อย่างไร
#siamstr #rip


🕸️⚖️🕸️
View quoted note →
View quoted note →อำนาจที่ขึ้นอยู่กับศูนย์กลาง
View quoted note →
View quoted note →เติมเนื้อสู้ควันไฟ 🥩😶🌫️👹
ปล.ตอนนี้คือสงสัยว่ามันควันไฟตามฤดูหรือคนตั้งใจจุดเพื่อทำเกษตร หรือจุดกันเพื่อต้องการสื่อสารอะไร , 10 20 ปี ที่แล้วมันเป็นแบบนี้ไหม
ปล2.ไฟจากฝั่งลาว ถ่ายที่นครพนม , ภาพโดยชาวบ้านริมโขง
#GM #siamstr 🌞🙏


ต่อไปนี้คือคำแปลเป็นภาษาไทยของข้อความที่คุณส่งมา:
ในปี 1971 ชาวอเมริกันโดยเฉลี่ยสามารถซื้อบ้านได้ด้วยรายได้เพียงสองปีครึ่ง แต่ปัจจุบันต้องใช้เวลามากกว่าห้าปี แม้จะมีนวัตกรรมหลายทศวรรษ การเพิ่มผลผลิต และโลกดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ความมั่งคั่งที่แท้จริงกลับดูเหมือนจะยากขึ้น หากเทคโนโลยีกำลังทำให้เรามีประสิทธิภาพมากขึ้น เหตุใดสิ่งจำเป็นพื้นฐานจึงมีราคาแพงขึ้น?
ใน "Bitcoin Age" นิค บาเทีย ผู้เขียนหนังสือขายดี "Layered Money" และศาสตราจารย์จากวิทยาลัยธุรกิจ USC Marshall สำรวจความพยายามของมนุษยชาติในการสร้างรูปแบบเงินที่สมบูรณ์แบบ—รูปแบบที่รักษามูลค่า ต้านทานการบิดเบือน และให้อำนาจแก่บุคคลมากกว่าสถาบัน
บาเทียพาผู้อ่านเดินทางผ่านกาลเวลาอันน่าหลงใหล ตั้งแต่การเติบโตของดอลลาร์สหรัฐ การพัฒนาของธนาคารโลก และการสร้างเงินที่ไม่มีการควบคุมซึ่งนำไปสู่ราคาที่สูงขึ้น ความไม่เท่าเทียมกัน และวิกฤตการเงิน ในที่สุดก็ชี้ให้เห็นว่าภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบันถูกออกแบบมาเพื่อประโยชน์ของคนส่วนน้อยโดยที่คนส่วนใหญ่ต้องเสียประโยชน์
จากนั้นจึงเป็นการเข้ามาของบิตคอยน์—แหล่งเก็บมูลค่าดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ที่ออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงข้อบกพร่องเชิงระบบของการเงินแบบที่เรารู้จัก ในขณะที่เงินแบบดั้งเดิมสูญเสียมูลค่าไปตามกาลเวลา อำนาจซื้อของบิตคอยน์กลับพุ่งสูงขึ้น ให้ทางเลือกใหม่แก่บุคคลในการออม ทำธุรกรรม และเลือกที่จะไม่อยู่ในระบบเงินเชื่อ
ด้วยการวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้งและข้อมูลเชิงลึกที่มองไปข้างหน้า หนังสือเล่มนี้เชื่อมโยงอดีตและอนาคต แสดงให้เห็นว่าทำไมบิตคอยน์ไม่ใช่แค่สินทรัพย์—แต่เป็นรากฐานของยุคการเงินใหม่
"Bitcoin Age" เปิดเผยว่าทำไมเรากำลังเป็นพยานถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของเงินนับตั้งแต่การคิดค้นระบบธนาคาร—และทำไมผู้ที่เข้าใจมันในวันนี้จะเป็นผู้กำหนดรูปแบบเศรษฐกิจของวันพรุ่งนี้
#BitcoinAge
#NikBhatia
#siamstr
Amazon
Amazon
จบ บทที่ 8 #เงินเฟ้อคือคดีอาญา
แล้วก็ flashback มาที่ตัวเอง
ในสมัยที่ได้เข้าใจถึงอำนาจการพิมพ์เงินครั้งแรกของชีวิต
หลังจากนั้นก็ไม่กล้าเรียกตัวเองว่าคนดีอีกเลย 555+
#thesim 🌹💰❤️🔥
rosebud!;!;!;!;!;!;!;!;!
ไปถึงเช้า
ตอกบัตรฟรี
จำวันผิด
เมียตาม
#restart #วันนี้วันอังคาร