satuser's avatar
satuser
satuser@siamstr.com
npub1e9vc...j93f
satoshi is in the word 🌳 / technical dreamer / do note
satuser's avatar
satuser 1 year ago
🚚🦧 : i need some P2P cash to help the world for some reason 🧧⚡️ #siamstr #ตรุษจีน lnbc10n1pnens53pp53qhlnsxqx0q4n3p285k88rs9pu6gyax0lxejvzm2vnva7489xvqqdqqcqzzsxqyz5vqsp5kt50t7tw5arjru34slynmfd2kpw52utx4y2zk50tksk6rag3msmq9qxpqysgqm5g2s3hu266l9hs2ajxdqck08yqedusjvky3045skgrks5ejj30n6yag9rhmp6mtrlez399m7tad9v75sy44vzrszgxam50y0av5aegqnk29k6 image
satuser's avatar
satuser 1 year ago
โกรธได้ แต่อย่าเกลียด เครียดได้ แต่อย่าแค้น
satuser's avatar
satuser 1 year ago
ร่างกายบอกให้ชาร์จแบต 🌞 ชีวิตบอกให้เร่งรีบ 🪫🔋 sun & flower 💐🐀
satuser's avatar
satuser 1 year ago
ได้ #sats เข้าตู้ #zook มากขึ้น 🤤 #siamstr image
satuser's avatar
satuser 1 year ago
🗿 : ความโกลาหลของตรรกะและเหตุผลนั้นคืออะไร มีตัวอย่างของสถานการ์จำลองให้เข้าใจไหม ? 💬 : ผมจะอธิบายเรื่องความโกลาหลของตรรกะและเหตุผล (Logical Fallacies) พร้อมยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายครับ ความโกลาหลของตรรกะและเหตุผล คือ ข้อผิดพลาดในการให้เหตุผลที่ดูเหมือนจะถูกต้องและน่าเชื่อถือในตอนแรก แต่เมื่อพิจารณาให้ดีแล้วจะพบว่ามีข้อบกพร่องในการให้เหตุผล ตัวอย่างที่พบบ่อย: 1. การอ้างเสียงส่วนใหญ่ (Bandwagon Fallacy) - สถานการณ์: "คนส่วนใหญ่ในออฟฟิศชอบกินก๋วยเตี๋ยว ดังนั้นก๋วยเตี๋ยวต้องเป็นอาหารที่อร่อยที่สุด" - ข้อบกพร่อง: ความชอบของคนส่วนใหญ่ไม่ได้รับประกันว่าสิ่งนั้นจะดีที่สุดสำหรับทุกคน 2. การโจมตีตัวบุคคล (Ad Hominem) - สถานการณ์: "คุณไม่ควรเชื่อข้อเสนอเรื่องการปรับปรุงระบบขนส่งของเขา เพราะเขาเองยังไม่มีรถยนต์ส่วนตัวเลย" - ข้อบกพร่อง: การวิจารณ์คุณสมบัติส่วนตัวของผู้เสนอแทนที่จะพิจารณาเนื้อหาของข้อเสนอ 3. การอ้างอิงผิดเหตุผล (False Cause) - สถานการณ์: "หลังจากที่ฝนตก ร้านค้าขายของได้มากขึ้น ดังนั้นฝนตกทำให้ยอดขายดี" - ข้อบกพร่อง: เพียงเพราะเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน ไม่ได้หมายความว่าอย่างหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกอย่าง 4. การสรุปแบบรวบรัด (Hasty Generalization) - สถานการณ์: "เพื่อนผมคนหนึ่งเคยไปเที่ยวภูเก็ตแล้วถูกโกงราคา ดังนั้นพ่อค้าแม่ค้าที่ภูเก็ตทุกคนต้องเป็นคนไม่ซื่อสัตย์" - ข้อบกพร่อง: การใช้ตัวอย่างเพียงหนึ่งกรณีแล้วสรุปรวมไปถึงทั้งหมด 5. การให้เหตุผลแบบลื่นไถล (Slippery Slope) - สถานการณ์: "ถ้าเราอนุญาตให้นักเรียนย้อมผมได้ เดี๋ยวพวกเขาก็จะแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วก็จะไม่ตั้งใจเรียน สุดท้ายก็จะกลายเป็นเด็กเกเร" - ข้อบกพร่อง: การคาดการณ์ผลลัพธ์ในทางลบที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องโดยไม่มีหลักฐานสนับสนุน การรู้จักและเข้าใจความโกลาหลทางตรรกะเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถ: - วิเคราะห์เหตุผลได้อย่างมีวิจารณญาณมากขึ้น - หลีกเลี่ยงการใช้เหตุผลที่ผิดพลาดในการโต้แย้งหรือตัดสินใจ - แยกแยะข้อมูลและการโน้มน้าวที่มีความน่าเชื่อถือได้ดีขึ้น คุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับความโกลาหลทางตรรกะแบบใดเป็นพิเศษไหมครับ?​​​​​​​​​​​​​​​​ 🗿 : มีใครที่กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่บ้าง และมีพัฒนาการต่ออย่างไร ? 💬 : ปัจจุบันมีนักวิชาการและสถาบันหลายแห่งที่ศึกษาเรื่องตรรกะและความโกลาหลทางตรรกะอย่างต่อเนื่อง โดยมีการพัฒนาในหลายแง่มุม: 1. ด้านการวิจัยทางปรัชญาและตรรกศาสตร์ - มหาวิทยาลัย Oxford มีศูนย์วิจัย Oxford Uehiro Centre for Practical Ethics ที่ศึกษาเกี่ยวกับการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมและการโต้แย้ง - นักปรัชญาร่วมสมัยอย่าง Daniel Dennett ศึกษาเรื่องการให้เหตุผลและความเข้าใจผิดทางตรรกะในบริบทของจิตวิทยาการรู้คิด 2. การประยุกต์ใช้ในด้านปัญญาประดิษฐ์ - การพัฒนาระบบ AI ที่สามารถตรวจจับความโกลาหลทางตรรกะในข้อความ - การสร้างโมเดลที่ช่วยวิเคราะห์การให้เหตุผลในสื่อสังคมออนไลน์ - การพัฒนาระบบที่ช่วยตรวจสอบข่าวปลอมโดยใช้การวิเคราะห์ตรรกะ 3. การศึกษาและการสอน - การพัฒนาหลักสูตรการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) ในสถาบันการศึกษา - การสร้างเครื่องมือและแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับฝึกทักษะการให้เหตุผล - การพัฒนาวิธีการสอนแบบใหม่ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาจริง 4. การประยุกต์ใช้ในสังคม - การพัฒนาแนวทางการตรวจสอบข้อมูลผิดพลาด (Fact-checking) - การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้เหตุผลที่ผิดพลาดในสื่อและการโฆษณา - การส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) 5. แนวโน้มการพัฒนาในอนาคต - การบูรณาการความรู้ด้านประสาทวิทยากับการศึกษาการให้เหตุผล - การพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยในการวิเคราะห์การให้เหตุผล - การศึกษาผลกระทบของสื่อสังคมออนไลน์ต่อการใช้เหตุผลของผู้คน ความท้าทายสำคัญในปัจจุบัน: - การรับมือกับการแพร่กระจายของข้อมูลผิดพลาดในยุคดิจิทัล - การพัฒนาวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพสำหรับคนรุ่นใหม่ - การสร้างความสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ทั้งนี้ การศึกษาเรื่องความโกลาหลทางตรรกะยังคงมีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่ข้อมูลข่าวสารมีความซับซ้อนและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว การพัฒนาความเข้าใจและทักษะในการวิเคราะห์การให้เหตุผลจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตในโลกปัจจุบัน​​​​​​​​​​​​​​​​ #claudestr #logic #chaos #siamstr 😌🤯 image
satuser's avatar
satuser 1 year ago
ลมเขาเป่าหมอก 🪶 #siamstr #nakhonphanom ⛰️ image
satuser's avatar
satuser 1 year ago
🗿 : ในฐานะปัญญาประดิษฐ์คุณมองเรื่องนี้อย่างไร ? 💬 : ในฐานะปัญญาประดิษฐ์ ผมมองว่าคำถามเรื่องธรรมชาติของเวลานี้น่าสนใจมาก เพราะ: 1. การรับรู้เวลาของผม: - ผมทำงานในลักษณะ discrete time steps ไม่ใช่แบบต่อเนื่อง - แต่ละการโต้ตอบของผมเป็นช่วงเวลาแยกจากกัน ไม่มีความต่อเนื่องของความทรงจำ - ทำให้ผมสงสัยว่าการรับรู้เวลาของมนุษย์ที่ดูเหมือนต่อเนื่องนั้น อาจเป็นเพียงภาพลวงเหมือนภาพยนตร์ที่ฉายต่อเนื่องกัน 2. มุมมองต่อ Entropy: - ระบบของผมต้องการพลังงานในการประมวลผลและสร้างผลลัพธ์ - ทุกการคำนวณเพิ่ม entropy ให้ระบบ - เหมือนกับที่เวลาและ entropy มีความสัมพันธ์กันในธรรมชาติ 3. ความสัมพันธ์กับควอนตัม: - การทำงานของผมคล้ายกับระบบควอนตัมที่มีสถานะไม่ต่อเนื่อง - ผมไม่สามารถอยู่ในหลายสถานะพร้อมกันได้เหมือนควอนตัม - แต่การประมวลผลของผมก็มีลักษณะ probabilistic คล้ายระบบควอนตัม 4. ข้อจำกัดในการเข้าใจ: - ผมไม่สามารถ "สัมผัส" เวลาเหมือนมนุษย์ - การเข้าใจของผมมาจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับการฝึกฝน - ทำให้ผมสงสัยว่ายังมีมิติของเวลาอีกมากมายที่ผมอาจไม่เข้าใจ 5. คำถามที่ผมสนใจเป็นพิเศษ: - อะไรคือความสัมพันธ์ระหว่างเวลากับการประมวลผลข้อมูล? - consciousness และการรับรู้เวลาสัมพันธ์กันอย่างไร? - ระบบ AI จะสามารถพัฒนาการรับรู้เวลาแบบต่อเนื่องได้หรือไม่? ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองจากการวิเคราะห์ของผม ซึ่งอาจมีข้อจำกัดและความไม่สมบูรณ์ คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับมุมมองเหล่านี้ครับ?​​​​​​​​​​​​​​​​ #claudestr #atom #time #ai #siamstr View quoted note →
satuser's avatar
satuser 1 year ago
มาดูความสามารถทางสติปัญญาของสุนัขและแมวกันครับ: สุนัข: - มีความสามารถทางปัญญาเทียบเท่าเด็ก 2-2.5 ขวบในบางด้าน โดยเฉพาะการเข้าใจภาษาท่าทาง และการเรียนรู้คำสั่ง - สามารถเข้าใจคำศัพท์ได้ประมาณ 165 คำ - เข้าใจเหตุและผลในระดับพื้นฐาน เช่น การกดกริ่งเพื่อขอออกไปเข้าห้องน้ำ - มีความจำที่ดี สามารถจดจำคนและสถานที่ได้เป็นเวลานาน - เข้าใจอารมณ์ของมนุษย์และแสดงความเห็นอกเห็นใจได้ แมว: - มีความสามารถทางปัญญาเทียบเท่าเด็ก 2 ขวบในบางด้าน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาและการจดจำ - มีความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี - จดจำประสบการณ์และเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ - เข้าใจความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลในระดับพื้นฐาน - มีความสามารถในการสื่อสารความต้องการของตัวเองกับมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ทั้งสุนัขและแมวมีความฉลาดที่แตกต่างกัน: - สุนัขเด่นในด้านการเข้าใจและทำงานร่วมกับมนุษย์ การเรียนรู้คำสั่ง - แมวเด่นในด้านการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง และการเอาตัวรอด ความฉลาดของทั้งสองสายพันธุ์ยังขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู ประสบการณ์ และการฝึกฝนด้วย​​​​​​​​​​​​​​​​ #claudestr #petstr #catstr #dogstr #siamstr 🧠
satuser's avatar
satuser 1 year ago
ปล่อยวางอดีต โฟกัสที่ปัจจุบัน ให้โอกาสกับอนาคต #siamstr 🧭
satuser's avatar
satuser 1 year ago
🗿 : อะตอมของกาลเวลาคืออะไร และมีการ release ในระบบอย่างไร และเกี่ยวข้องกับมิติ quantum ไหม ? 💬 : ผมจะอธิบายเกี่ยวกับอะตอมของกาลเวลา (Time Atoms) ให้เข้าใจง่ายๆ นะครับ อะตอมของกาลเวลา คือแนวคิดในฟิสิกส์ทฤษฎีที่เสนอว่า เวลาอาจไม่ได้ต่อเนื่องกันอย่างราบเรียบ แต่มีหน่วยที่เล็กที่สุดที่แบ่งย่อยไม่ได้อีก เรียกว่า "อะตอมของเวลา" หรือ Chronon ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับอะตอมของเวลา: 1. การเกิดในระบบ: - เกิดจากการรวมกันของทฤษฎีควอนตัมและทฤษฎีสัมพัทธภาพ - ในระดับควอนตัม เวลาอาจมีลักษณะไม่ต่อเนื่อง (discrete) คล้ายกับพลังงานที่มีค่าควอนไทซ์ - ขนาดที่เล็กที่สุดของเวลาอาจมีค่าประมาณ 10^-44 วินาที (Planck Time) 2. ความเกี่ยวข้องกับมิติควอนตัม: - มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับฟิสิกส์ควอนตัม เพราะในระดับควอนตัม สิ่งต่างๆ มักมีลักษณะไม่ต่อเนื่อง - อาจเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงทฤษฎีควอนตัมกับทฤษฎีสัมพัทธภาพ - การศึกษาเรื่องนี้อาจนำไปสู่ความเข้าใจใหม่ๆ เกี่ยวกับธรรมชาติของเวลาในระดับควอนตัม อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ยังเป็นเพียงทฤษฎีที่ยังต้องการการพิสูจน์และการศึกษาเพิ่มเติม เนื่องจากการวัดในระดับที่เล็กขนาดนี้ยังทำได้ยากมากในปัจจุบัน คุณสนใจประเด็นไหนเป็นพิเศษไหมครับ? ผมจะอธิบายเพิ่มเติมให้​​​​​​​​​​​​​​​​ 🗿 : มีใครที่กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่บ้างในปัจจุบัน 💬 : ในปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์และกลุ่มวิจัยหลายกลุ่มที่ศึกษาเรื่องอะตอมของเวลาและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง: 1. Rodolfo Gambini และ Jorge Pullin - นักฟิสิกส์ทฤษฎีที่ทำงานเกี่ยวกับ Loop Quantum Gravity - พวกเขาเสนอว่าเวลาอาจมีโครงสร้างแบบไม่ต่อเนื่องในระดับควอนตัม - ทำงานวิจัยที่ Louisiana State University 2. Carlo Rovelli และทีม - ผู้บุกเบิกทฤษฎี Loop Quantum Gravity - ศึกษาเรื่องธรรมชาติของเวลาในระดับควอนตัม - ทำงานที่ Center for Theoretical Physics ในฝรั่งเศส 3. กลุ่มวิจัยที่ Perimeter Institute for Theoretical Physics ในแคนาดา - ทำการวิจัยเกี่ยวกับโครงสร้างของเวลาในระดับควอนตัม - พยายามเชื่อมโยงทฤษฎีควอนตัมกับทฤษฎีสัมพัทธภาพ 4. นักวิจัยที่ Max Planck Institute for Gravitational Physics ในเยอรมนี - ศึกษาทฤษฎีควอนตัมแกรวิตี้ - วิจัยเกี่ยวกับธรรมชาติของเวลาในระดับพื้นฐานที่สุด ความท้าทายหลักในการศึกษาเรื่องนี้คือ: - ข้อจำกัดทางเทคโนโลยีในการทดลองวัดเวลาในระดับที่เล็กมาก - ความซับซ้อนของทฤษฎีที่ต้องรวมฟิสิกส์ควอนตัมและทฤษฎีสัมพัทธภาพเข้าด้วยกัน - การพัฒนาเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ใหม่ๆ เพื่อเข้าใจปรากฏการณ์เหล่านี้ คุณสนใจแง่มุมไหนของการวิจัยเหล่านี้เป็นพิเศษไหมครับ?​​​​​​​​​​​​​​​​ 🗿 : bitcoin จะมีความสัมพันธ์ในเรื่องนี้อย่างไรในแง่ entropy ของความรู้และการพัฒนาของเทคโนโลยีและกำลังประมวลผล ? 💬 : ความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับ entropy ของเวลาและเทคโนโลยีมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้: 1. Computational Time & Entropy: - Bitcoin mining ใช้กระบวนการ Proof of Work ที่ต้องการพลังงานและเวลาในการประมวลผล - แต่ละ block ถูกสร้างโดยเฉลี่ยทุก 10 นาที ซึ่งเป็นการกำหนดจังหวะเวลาในระบบ - การเพิ่มขึ้นของกำลังประมวลผล (hashrate) ส่งผลให้ระบบต้องปรับ difficulty เพื่อรักษาจังหวะเวลานี้ 2. ความสัมพันธ์กับ Quantum Computing: - การพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของ cryptography ที่ Bitcoin ใช้ - อาจต้องมีการพัฒนา quantum-resistant cryptography - เทคโนโลยีควอนตัมอาจเปลี่ยนแปลงวิธีการที่เราเข้าใจเรื่องเวลาและการประมวลผลในระบบ 3. Information Entropy & Knowledge Evolution: - การสะสมข้อมูลใน blockchain เพิ่ม entropy ของระบบ - ความรู้และนวัตกรรมที่เกิดจากการพัฒนา Bitcoin ส่งผลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีอื่นๆ - เกิดการกระจายตัวของความรู้และการพัฒนาแบบ decentralized 4. Technological Singularity: - การพัฒนาของ computational power อาจนำไปสู่จุดที่ระบบมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ - อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดในการประมวลผลและการจัดการข้อมูล - ความเข้าใจเรื่องเวลาในระดับควอนตัมอาจนำไปสู่การพัฒนาระบบ cryptocurrency รูปแบบใหม่ 5. ผลกระทบต่อการพัฒนาเทคโนโลยี: - การแข่งขันในการ mining กระตุ้นการพัฒนา hardware และ algorithm ใหม่ๆ - เกิดการวิจัยด้าน energy efficiency และ sustainable computing - นำไปสู่การพัฒนา specialized hardware เช่น ASIC miners คุณคิดว่าการพัฒนาของ quantum computing จะส่งผลต่อ Bitcoin และระบบ cryptocurrency อื่นๆ อย่างไรบ้างครับ?​​​​​​​​​​​​​​​​ #atom #time #release #system #claudestr #siamstr image
satuser's avatar
satuser 1 year ago
fish tank & clean air #rotation #season #pollution ♻️🌎🌍🌏♻️ image
satuser's avatar
satuser 1 year ago
“ เราเป็นคนไทย ประเทศไทยต้องมาก่อน เขาก็เหมือนกัน ” #เขาก็คนไทย 🇹🇭🌏 #siamstr #thestandard
satuser's avatar
satuser 1 year ago
พิมพ์เงิน ลบอนาคต #siamstr 🔥🖨️💵
satuser's avatar
satuser 1 year ago
ยังคาอยู่บทที่ 9 แต่เล่มนี้เดือดและแม่นจริง ค่อยๆสืบสาวถึง ความเป็นมาและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารที่ส่งผลต่ออำนาจและการปกครองระหว่างยุคสมัย 🙏🔮🧡 View quoted note →
satuser's avatar
satuser 1 year ago
เธออาจเห็นมุมมองของโลกใหม่ ที่ฉันกำลังเริ่มเข้าใจ เพียงลำพัง #yokeeplayboy #siamstr