minseo's avatar
minseo
mikkipastel@siamstr.com
npub1h9ls...q9qf
👩‍💻 Full-time Android Developer 🌐 Part-time Content Creator 📖 Sub-Mod, Tripster ⚡ Zentry Ambassador #siamstr
minseo's avatar
minseo 8 months ago
ใน Nostr มี client อันไหนที่ลง short-video ได้บ้างนะ #siamstr
minseo's avatar
minseo 8 months ago
Design Tokens คืออะไร? แล้ว Figma Variable คืออะไร? ทำไม designer ต้องรู้ แล้ว developer รู้แล้วทำอะไรได้บ้าง? . จดสรุปจาก session “Design Tokens, Made Simple: Coloring with Variables: Design Tokens ฉบับสามัญชน ว่าด้วยการจัดการสีด้วย Figma Variable” โดยคุณมารัช ตรีคุณประภา (March) – UX Engineer ที่จัดแบบออนไลน์บนเพจของ Friends of Figma, Bangkok เมื่อคืนนี้ สำหรับ designer ก็ได้ concept ไปปรับใช้ในการทำงาน ส่วน developer ก็ได้วิธีฝั่ง designer มาช่วยในการเจรจาให้งานราบรื่นขึ้น ส่วนใครที่พลาดไป หรืออยากทบทวน เรามีสรุปให้ อ่านจากบล็อกนี้ได้เลย พอดีมันต้องอธิบายด้วยรูป ก็เลยไม่ได้ทำเป็นรูปเดี่ยวไว้กลัวคนอ่านงง #siamstr
minseo's avatar
minseo 8 months ago
ทำความเข้าใจ Activity Lifecycle ง่ายนิดเดียว! หยิบรูปนี้มาอ่าน เข้าใจได้ทันที! . สาย Android Developer มีเรื่องนึงที่เป็น fundamental ที่ต้องรู้ คือ Activity Lifecycle มันคือวงจรชีวิตของ activity ต่าง ๆ ในแอปของเรา การที่เราทำอะไรต่างๆในแอปพลิเคชั่น ก็จะอยู่ใน Activity Lifecycle เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาที่แอพ การเปลี่ยนหน้าในแอพ การออกจากแอพ การกด home แล้วไปแอพอื่นก็ด้วย แล้วมันคืออะไร มีอะไรบ้าง ไปอ่านแบบละเอียดในบล็อกได้เล้ยยยยย #siamstr
minseo's avatar
minseo 8 months ago
เมื่อวานนี้เราเป็น #iCreatorCamp2024 ที่มา sit-in ค่าย #iCreatorCamp2025 #iCreatorCamp วันแรก เป็นเรื่องของ Storytelling & Creativity กับเนื้อหาที่ใหม่เกือบหมดเลย พร้อมกับกิจกรรม ice-breaking ของเจนสอง ที่มาตั้งแต่วันแรกเลย #siamstr . session ที่เราจดไว้ 🔵 Thai Creators Unlocked 2025 เจาะอินไซต์วงการคอนเทนต์ และอัลกอริทึมโซเชียล: คุณเอ็ม – ขจร เจียรนัยพานิชย์ (@Khajochi) 🔵 Beyond The Story ออกแบบคอนเทนต์ให้แตกต่างแต่ไวรัล: คุณบาส – ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ (Go Went Go) 🔵 iCreator Camp Content Gen 1 x Gen 2: คุณเฟนเดอร์ – ณัฏฐณิชา เหลืองสอาดกุล (FenderFoto) คุณเฟิร์ส – กันตวัฒน์ บวรวัฒนวานิช (firstkantawat) คุณกัปตัน – ศิรวิทย์ ศิริผล (withcapt) 🔵 Creative Solution for Creators เปลี่ยนวิธีคิดแบบคนครีเอทีฟ : คุณอั๋น – วุฒิศักดิ์ อนรรฆพร (FACTORY01)
minseo's avatar
minseo 8 months ago
3 วันของ DataRockie Mini Bootcamp 2025 เมื่อวันที่ 10 - 12 มีนาคม เรียนอะไรบ้าง? . หลาย ๆ คนอาจจะเห็น content ที่เราสรุปมาแล้วครึ่งนึง คนสอนก็สอนแถม คนเรียนก็ขอบตาดำกันไป ฉันก็มานั่งทำสรุปอีก มีคนอ่านไหมไม่รู้ แต่เราใช้ attention ตรงนี้ช่วยเพื่อน ๆ ย่นเวลาการดูคลิปน้า . บล็อกนี้จะมาแบบเต็ม ๆ กัน ว่าสามวันมีอะไรบ้าง 🟡 Day 1 - Mental Models (10 March) 🟡 Day 2 - Economic Thinking (11 March) 🟡 Day 3 - Business Foundation (How to Grow a [Small + One Person] Business) (12 March) ถ้าพร้อมแล้ว ลุยยยย ยังไม่พร้อมกดเซฟไว้ก่อนเล้ยยยยยยย #siamstr
minseo's avatar
minseo 8 months ago
ใครจำมือถือ Android เครื่องแรกของตัวเองได้บ้าง? มาแชร์โมเมนต์ 'เปิดโลก' ของคุณกันหน่อย! image ของเราเหมือนเปลี่ยนชีวิตเลยทีเดียว เพราะคุณ Samsung Galaxy Y ทำให้เราเป็น Android Developer ในทุกวันนี้ได้!!! . ซึ่ง Samsung Galaxy Y เป็นรุ่นที่วางจำหน่ายเดือนสิงหาคม 2011 ระบบปฎิบัติการ Android 2.3 Gingerbread เอ่อออนานนม แล้วบอกเลยว่าเครื่องนี้ จิ๋วกว่าเครื่องปัจจุบันตอนนี้มาก 🤣 เครื่องนี้เราใช้เขียนแอพตอนฝึกงานปี 2012 ทำโปรเจกต์แอพกรอบรูปวงจรปิด สมัยนั้นใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า Eclipse IDE เขียนแอพอยู่เลย เก่ามาก 🤣🤣🤣 ใช้อยู่ประมาณ 4 - 5 ปีแล้วเปลี่ยนเครื่องเลยล่ะ จำเหตุผลไม่ได้ แต่เราต้อง move on ไปสิ่งที่ทันสมัยขึ้น 🤔 . แล้วมีใครเคยใช้ Galaxy Y เหมือนกันบ้าง? หรือเพื่อน ๆ ใช้มือถือ Android เครื่องแรกรุ่นไหนบ้าง? แล้วเปลี่ยนชึวิตเพื่อน ๆ ยังไง? มาแชร์กันได้ รออ่านอยู่น้า #siamstr
minseo's avatar
minseo 9 months ago
คือเห็นเพื่อน ๆ ลองใช้ ChatGPT generative กันอย่างน่ารัก เลยอยากลองทำบ้าง สานฝันการอยากมี art toy เป็นของตัวเอง แต่ต้นทุนแพงเว่อ เลยต้องแบบนี้แหละ555555555 image . ตอนแรกคือส่งดราฟไป ดันออกมาเป็น 2D เลยบอก ทำเป็น 3D หน่อย จะได้เหมือนเพื่อน ๆ 5555555 image . วิธีการทำ ✨ ก่อนอื่นเลย เลือกรูปที่ต้องการ ส่วนใหญ่ใช้รูปตัวเอง มีความ 3D อยู่ล่ะ ✨ ต่อมา prompt อยากได้อะไรบรีฟมันให้ละเอียด อันนี้ของเรา ปรับตามสไตล์ได้ ``` ช่วยทำ package art toy ของ MikkiPastel ให้หน่อย [ตัวโมเดล Art toy] model เอาแบบน่ารัก เป็นตัว chibi ใช้ต้นแบบรูปที่หนึ่งได้เลย ทรงผมมัดหางม้า ใส่แว่นสายตากลม สวมฮู้ดสีเทา เพิ่มจากรูปต้นแบบ คือ สะพายเป้สีม่วงพาสเทล [ด้านหน้ากล่อง] เขียนชื่อ MikkiPastel และ tagline คือ “upskill to the moon” เป็น font แนว 8-bit หรือ pixel art กล่องเป็นสีชมพูแซลม่อน #FF9396 ส่วนข้างในกล่องเป็นสีฟ้าพาสเทล - ชื่อเต็ม : MikkiPastel (ตัวใหญ่เด่นกลางกล่อง อยู่ด้านบนกล่อง) - Tagline: “upskill to the moon” เป็น font แนว 8-bit หรือ pixel art (อยู่ด้านล่างกล่อง) - หน้าต่างใส : รูปตัว Art toy โชว์ตัวเต็ม มีอุปกรณ์ในกล่อง ได้แก่ - ตัว pastel กระต่ายสีขาว off-white ใช้ต้นแบบรูปที่สอง - macbook - มือถือ Android - กระปุกยาดมสมุนไพรเล็ก ๆ ใช้ต้นแบบรูปที่สาม เอาแค่สีกระปุก กับพื้นหลังฉลากสีนํ้าเงินมา ``` ส่วนเพื่อน ๆ คนไหนทำแล้วอยากอวด มาใต้เม้นเลย รอชื่นชมอยู่เน้อ #siamstr
minseo's avatar
minseo 9 months ago
คิดโค้ดไม่ออก ติดบัคแล้ว ทำยังไงดี? เราจะมาแนะนำอีกวิธีนึง คือ คุยกับเป็ดยาง! . คิดว่าหลาย ๆ คงรู้จัก “Rubber Duck Debugging” คือการอธิบายโค้ดที่ติดบัคให้กับน้องเป็ดยางอาบนํ้าได้ฟังกัน แล้วมันฮิตอยู่ช่วงนึงเลยต้องซื้อไว้เป็นของตัวเอง ซึ่งจริง ๆ ถ้าใครหาเป็ดยางไม่ได้ก็ลองหาอย่างอื่นแทนได้นะ โดยหลักการสำคัญคือต้องมีบทบาท “ผู้ฟัง” อาจจะเป็นน้อง Android Collectible, น้อง art toy ใด ๆ แม้กระทั่งมัมหมีชาวเดฟก็มีน้องเนยเป็นของตัวเองกันอยู่ล่ะ หรือใช้เพื่อนของพี่ในทีม ก็คือตัว LLM ใด ๆ ในการทำสิ่งนี้ได้เช่นกัน เป็นการเรียบเรียงความคิดว่า ถ้าเราถามคนในทีมจะอธิบายยังไงให้เขาเข้าใจ แล้วยังช่วยให้เรามองเห็นจุดผิดพลาดในโค้ดที่นึกได้ตอนพูดด้วย แต่การใช้ LLM มีข้อควรระวัง คือ ไม่ควรถามแบบใส่ business logic หรือความลับของบริษัทเข้าไปด้วยนะ เช่น ทำไม view นี้ไม่เปลี่ยนสี, ทำไมที่เราคิดมันคำนวณผิด หวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์กันน้าาา #siamstr image
minseo's avatar
minseo 9 months ago
แวะมาแจ้งข่าวสำหรับใครที่ร่วม #ChaiyoGCP ปีนี้ นอกจากขยายเวลาเป็นวันที่ 6 เมษายนนี้แล้ว ทำครบกรอกฟอร์ม รอของ ไม่ต้องสอบออนไลน์แล้ว เยยยยยยยยยยย้ รอเป๋าแล้วนะ ในรูปแกงเว่อออ แต่จริง ๆ มันสะพายอก #siamstr image
minseo's avatar
minseo 9 months ago
บล็อกสรุปงาน #Technologista: International Women’s Day Bangkok 2025 เมื่อวันเสาร์ที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ทางWomen Techmakers Bangkok และ PyLadies Bangkok ร่วมกันจัดขึ้น ที่ Cleverse กับ 6 sessions หลักภายในงาน และบางคนได้ชมผ่านไลฟ์ของทีม Creatorsgarten กันมาบ้างแล้ว . ⭐ Breaking Things on Purpose: The Power of Error Budgets – Anne Siroratt: เราไม่เคลมว่าไม่ล่ม 100% เพราะเผื่อ error budget ไว้ 0.01% ⭐ Breaking the Limits: Performance Testing for Scale – Thanyamon Nisamaneewong: performance test คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ ผลจากการเทสนี้เอาไปปรับอะไรได้บ้าง ⭐ From Data to Decisions [MAKE by KBank] – Kultida Wanasukaphun: นำ data ที่ได้เอามาปรับใช้ยังไงในการพัฒนา product และรวมถึงเรื่อง marketing ด้วย ⭐ How to Start as a Tech Content Creator – Monthira Chayabanjonglerd: content creator สายเดฟ ว่ามือใหม่ควรเริ่มยังไงดี ⭐ Redefine [Coding Education to Unlock Tomorrow’s] Possibilities – Tann Hiranyawech: เล่าเรื่องการทำ start-up สาย education ว่าทำ product ให้เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้เรื่องการ coding ให้สนุกได้ยังไง ⭐ Team Topologies – Thanthiya Phatharamalai: เล่าเรื่องเกี่ยวกับหนังสือชื่อเดียวกับ session ว่าเราจะจัดทีมยังไง ให้ทีมทำงานได้มีประสิทธิภาพ และอีก 4 lightning talk พร้อมกิจกรรมรับของสุดน่ารักจาก CJ More อีกด้วย . แล้วในงานมีอะไรบ้าง มาอ่านกันนนน #siamstr
minseo's avatar
minseo 9 months ago
อยากเป็น content creator สายเดฟมือใหม่ต้องทำยังไง . เรามาสรุป session ตัวเองจากงาน #Technologista : International Women’s Day Bangkok 2025 ที่ผ่านมา กับหัวข้อ “How to start as a tech content creator” image session นี้เริ่มจากที่หลาย ๆ คนอยากลองเป็น content creator สายเดฟนี่แหละ (แต่ชื่อ session ใช้คำว่า tech เพื่อให้เห็นภาพ) แล้วเราต้องเรียนรู้เอาเอง การไปเรียนค่าย iCreator Camp ต้องมียอด follow ครบ 1,000 ก่อน แต่การจะไปถึงตรงนั้นก็ต้องสร้าง content อย่างสมํ่าเสมอก่อนเนอะ ซึ่งนำประสบการณ์ประมาณ 10 กว่าปี การเรียนรู้จากค่ายต่าง ๆ และจากผู้มีประสบการณ์มาเล่าให้ฟังเนอะ . ก่อนอื่นเลยเราเริ่มจากเขียนบล็อก มาแชร์ตามกลุ่มต่าง ๆ จนคนเริ่มรู้จัก พอมาช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเห็นเพจอื่นที่มีเว็บเหมือนเรา เขาทำ photo album บน Facebook แล้ว engagement ดีเลยทำบ้าง55555 และมายุคที่มาใช้ Twitter เพราะเข้ามาในวงการ web3 จึงใช้ช่องทางนั้นในการ connect คน และเริ่มสรุปเนื้อหากึ่ง realt-time ลงใน Twitter เลยกลายเป็นหน้าห้องโดยปริยาย555 . ปัจจุบันก็มีหลาย platform และมี content หลายแบบ นอกจาก 3 แบบนั้น ยังมีตัว 1 photo summary, text, video เน้น short-form และไปยังที่ใหม่ ๆ อย่าง TikTok, Lemon8 และ Nostr อีกด้วย . แล้วอย่างงี้มือใหม่จะเริ่มยังไงดีล่ะ? . ⭐️ Personal branding แปลไทยแบบตรงไปตรงมา คือ แบรนด์บุคคล เอ่ออ งั้นถ้าอธิบายตาม SMCR ที่อาจารย์ผึ้ง คณะนิเทศ จุฬา ได้สอนไว้ในค่าย #iCreatorCamp คือ - Sender ตัวเราเอง - Message + Channel เราจะสื่อสารส่งข้อความอะไร ไปยังที่ไหน เช่น เราเขียนโพสบน Facebook, ทำ video บน TikTok, เขียนบล็อกบน website - Receiver ทุกคนเห็นสิ่งที่เราสื่อสารไป และ feedback กลับมาเป็น engagement แล้ววนกลับมาหาเรา . ต่อมารู้จักตัวตนของเราก่อน ว่าเราเป็นใคร อยากให้คนจำเราในเรื่องอะไร และเราถนัดอะไร เช่น เราเป็น Android Developer อยากให้คนจำเราเป็น Android Developer ที่สรุป event และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ คิดว่าถนัดเขียนโค้ดและ research และสื่อสารด้วยการเขียน . และใช้ brand CI เพื่อให้คนจำได้ว่า content นี้มาจากเรานะ ก่อนอื่นทำสิ่งที่ยากที่สุดก่อน คือ การตั้งชื่อ แล้วทำสิ่งที่ยากรองลงมา คือ logo, สี, font ส่วน mascot จะมีหรือไม่มีก็ได้ . ⭐️ Media & Platform ยุคนี้นอกจากเป็นยุค AI ยังเป็นยุค TikTok ดังนั้นคนจะได้ยิน short-form video แล้วมันต่างจาก long-form video ยังไง แน่นอนไม่ใช่คลิปแนวนอนแนวตั้ง แต่เป็นความยาวในคลิป ซึ่งแต่ละ platform มีไม่เหมือนกัน ปัจจุบันสั้นสุด 3 นาทีแล้วนะ สำหรับบ้าน Meta และ YouTube Short ส่วน TikTok ปกติได้ 10 นาที . นอกจากความยาวคือการเล่าเรื่อง ถ้าเล่าไปเรื่อย ไป long-form video เลยจ้า ถ้าเน้นเล่ากระชับ ไป short-form เลย . ส่วนบทความก็มีความ short-form กับ long-form เหมือนกัน ถ้าอ้างอิง online course wrting 101 ของแอดทอย short-form คือ Facebook post นี่แหละ ถึงบางบทความจะ scroll หน้าจอมือถือหลายทีก็เถอะ ส่วน long-form ไป blog เลยจ้า เขียนโค้ดอธิบายสะดวกกว่าด้วย . ถ้าจะเริ่มเขียน blog ให้ลองใช้ medium เพราะมันง่ายมาก ไม่ต้องทำ hosting เอง มีความเป็น social media เบา ๆ ในการ follow และ clap ชาวเดฟรู้จักกันดี อีกทั้ง SEO (Search Engine Optimize) ติดหน้าแรกง่ายด้วย อนาคตก็ย้ายมาเป็นเว็บตัวเองง่ายเลย เป็น content asset ของเรา ไม่ต้องง้อ platform . ⭐️ Content Pillar ประกอบด้วย objective เข้ามาแล้วในเพจของเราแล้วจะเจออะไร และ content ของเราประกอบด้วยอะไรบ้าง ลองทำ schedule การลง content คร่าว ๆ ว่าวันไหนลงอะไรกี่โมง . ประเภทของ content ใหญ่ ๆ ที่ทำกัน (มั้ง) จะมี Topical Content เป็น content กระแส เช่น ข่าว, event, trend ใช้เวลาในการทำสั้น เน้นไว ส่วน Evergreen Content เป็น content ที่คนค้นหา และใช้อยู่ตลอดเวลา ใช้เวลาในการทำนาน เหมาะกับ website ที่มี SEO ด้วย เช่นพวก how-to, tutorial ใด ๆ . ⭐️ Content Process & Tool หา content จากไหน เช่น จากการเรียนรู้ จากการทำงาน จากเพื่อนในทีม จากการไปฟังอะไรสักอย่างมา ความอยากรู้อะไรสักอย่าง รวมถึงการทำสิ่งใหม่ ๆ . การวางแผน content เราใช้ Notion มันจะมีความ kanban board ทำให้เราจัดการได้ง่ายขึ้น รวมถึงเขียน draft อะไรต่าง ๆ ในนั้นได้เลย . ถ้าเป็นภาพเราใช้ Canva ในการทำ ตามขนาดที่เอาไปใช้ อย่าง photo album และปก blog บางอันที่เป็น 1 photo summary เราทำเป็น template เพื่อให้งานเราเร็วขึ้น . ส่วน video ใช้ Capcut ในการตัดต่อ โดยเขียน script บน Notion คร่าว ๆ ก่อน . 📌 แน่นอนว่าเราความสมํ่าเสมอเป็นกุญแจความสำเร็จของ content creator นะ เราต้องทำอย่างสมํ่าเสมอนะ เดี๋ยวคนลืมเรา และ algorithm ลืมเราอีก ไม่ดันโพสเราขึ้น feed (วันก่อนไลฟ์ของจารย์ไซ แล้วถามพี่อ๊อตโต้ เพจโครตมีม ว่าควรลงถี่น้อยสุดเป็นเท่าไหร่ เส้นตายคือ 7 วันนะ) 📌 ถามว่าใช้ AI ทำได้ไหม? ไม่ทั้งหมด เราใช้ AI ช่วยหาข้อมูล เราแนะนำ perplexity เพราะมันให้ reference มาด้วย ส่วนรูป canva ก็มีหลาย feature ส่วนเสียงตอนนี้ใช้ Botnoi Voice ในการพากย์คลิป 📌 สุดท้าย ตัวเลขไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิตการเป็น content creator (เช่นยอด reach ยอด engagement ใด ๆ) รายได้ก็เช่นกัน! #siamstr
minseo's avatar
minseo 9 months ago
ทำระบบซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลบนแอพเป๋าตังค์ยังไงให้ไม่ล่ม และมั่นใจได้ยังไง ว่าระบบของเราไม่ down ทำ performance test สิ image กลับมาอีก 1 session จากงาน #Technologista : International Women’s Day Bangkok 2025 กับ session "Breaking the Limits: Performance Testing for Scale" โดยคุณแอม Thanyamon Nisamaneewong . หลาย ๆ คนคงเคยซื้อสลากกินแบ่งบนแอพเป๋าตังค์กันมาบ้างแล้วเนอะ เขามีการโปรโมตผ่านสื่อชั้นนำ ทำให้คนเข้ามาเยอะ มี traffic เยอะ ถ้าเรา handle ไม่ดี เกิดอะไรขึ้น โดนลูกค้าด่าพร้อมติด hashtag . คุณแอมมองว่า performance test ไม่ใช่แค่การเทส แต่เป็นกลยุทธ์ด้วย ระบบดราทำดีได้แค่ไหนนะ ใช้ NFPs (Non-Functional Requirement) ดูว่าระบบรองรับได้เท่าไหร่ เป็นการช่วยกำหนด ออกแบบ ทดสอบ ควบคุม ซึ่งมันก็เป็นกลยุทธ์ของธุรกิจ ระบบต้องรองรับให้ได้ . ⭐️ แล้วเริ่ม focus จากอะไร? - peak users: business คิดว่าคนเข้ามาจำนานเท่าไหร่ - peak period: ระบบของเรามีระยะเวลาที่คนเข้ามาใช้มากสุด เป็นเวลาไหนบ้าง . ⭐️ expected TPS มาจาก peak users หารด้วย peak period (seconds) ใช้ในประเมินสถานการณ์ ดูว่าระบบเรารองรับ transaction เท่าไหร่ เป็นกี่ TPS (Transaction per Second) เป็นอย่างตํ่า ให้ระบบยังเสถียรอยู่ . ⭐️ NFRs Key: - Feature Usage Ratio: ประเมิน traffic ในแต่ละจุด ว่าตรงไหนที่คนใช้เยอะ - Spike rate: คำขอที่เพิ่มขึ้นอย่างกระทันหัน - Response time: คนรอได้นานแค่ไหน - Data Size: ขนาดของ data ที่เกิดขึ้นจริง - Infrastructure Constraints: ข้อจำกัดการ scaling บน cloud ดังนั้นจะ test เพื่อตอบคำถามนี้ให้ได้ strategy เช่น ตรวจสอบ gateway ว่ารองรับ traffic ได้จริงไหม แต่ละจุดทดสอบ ไม่สามารถทดสอบในเงื่อนไขเดียวกันได้ เพราะมันมีหลายปัจจัยที่ส่งผล . ⭐️ การทำ Performance Test มีหลายแบบ เช่น - Load test: ให้ได้ผลตามต้องการ embedded result กับ visual user - Stress test: ดูจุดที่ระบบล้มเหลวที่จุดไหน และมีการกู้คืนกลับมาไหม เกิดอะไรขึ้นใน service บ้าง เพื่อดูว่าระบบเราเกิดอะไร - Soak Test: ใน 5 นาที ได้ embedded ที่โอเคแล้ว ถ้านานกว่านั้นล่ะ? เช่น คืน memory กลับคืนไปไม่มากพอ - Volumn test: มีข้อมูลทื่เกิดขึ้นจริงบน production ล้าน record แต่ test ไม่ก็ record จะไม่ expect กับการขึ้น production จริง - Spike test: เริ่มจาก user พุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น ระบบเรารองรับได้ไหม เช่น ซื้อบัตรคอนเสิร์ต . หลังจากทำ Performance Test ก็ทำ End-to-end Test ด้วย รวมทุกอย่างมา test ใหม่ เพื่อ make sure ว่าของขึ้น production แล้วระบบของเราทำงานได้จนจบ และถ้ามีเวลา อยากให้ test ทุกประเภทก่อนขึ้น production . ⭐️ Investigate system และ scale bottlenecks ใส่ user ไปแล้วยังไม่ไปไหน มีคอขวดอะไรบ้าง เช่น - เข้าไปดู resource use ก่อน เช่น encryption data ลูกค้าก่อนเก็บ แล้วใช้ CPU เยอะ ดูว่าทำงานอะไรผิดพลาด, config 2 limit - memory leak ทำงานแล้วไม่ดันของกลับไป - database ดู query insight ว่าอันไหนไม่น่าถูกต้อง หรือใช้กราฟมากเกินไป การใส่ index เยอะอาจจะทำให้การ query ช้าได้ - network performance: หาทุกอันไม่เจอ ไม่มีอะไรเพิ่ม เคยไปเจอว่า bandwidth เต็ม เลยรับ request เพิ่มไม่ได้ . เริ่ม scale ได้ เป็นเรื่องง่ายในยุคนี้ที่มีทั้ง cloud และ docker ทำให้เราสามารถประเมินสถานการณ์เป็นช่วง ๆ ไป และถ้าไม่มี test result ที่ครอบคลุม และ scale ไม่ถูกจุด ก็จะไม่สามารถ scale ให้ตรงจุดได้ . ⭐️ Scalability แล้วเลือก scale แบบไหน ขึ้นอยู่กับ business และ system - Vertical Scaling (Scaling up): เพิ่ม RAM และ CPU แต่เพิ่มในระดับนึงจะตัน - Horizontal Scaling (Scaling out): พวก Microservices ต่าง ๆ 📌 ทำแล้วอย่าลืม scale down ลงมาด้วย เพราะมีผลต่อรายจ่าย ซึ่งจะลงมาเมื่อไหร่ก็พิจารณาจาก test อีกเช่นกัน . การ monitor ช่วยบอกเราได้ว่าเป็นไปตามสถานการณ์ที่เราวางไว้ไหม รู้ insight ของระบบ และวางแผนกันใหม่ ให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ . ⭐️ สรุป Performance Testing ไม่ใช่แค่การ test แต่เป็น strategy ในการสร้างระบบที่ scale ได้ มีความยืนหยุ่น และพร้อมสำหรับทุก ๆ สิ่ง #siamstr
minseo's avatar
minseo 9 months ago
ทีมตอนนี้เป็นยังไงบ้าง และคุยกันในทีมยังไง? แล้ว leader จะจัดทีมยังไงให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ image มาทำความรู้จัก Team Topologies จากคุณเก๋ Thanthiya Phatharamalai จากงาน #Technologista : International Women’s Day Bangkok 2025 กัน . ซึ่ง session นี้มาจากหนังสือที่ชื่อเดียวกันกับ session นี้ ให้ leader อ่านเรื่อง strategies ของทีม และลักษณะแบบไหน เรียกว่าทีมอะไร และทำยังไง ให้ effective . ก่อนอื่น ทีมเรามีปัญหาอะไร? เช่น ประสิทธิภาพการทำงานลดลง, ทีมขาดความกระตือรือร้น ทำงานไม่ค่อยสนุก, การสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ, ทีมมีความสับสน และทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน, การสื่อสารภายในองค์กรค่อนข้างยาก และอื่น ๆ . Conway's Law กล่าวถึงการออกแบบระบบบน communication structure เช่น website แต่ละคณะของมหาวิทยาลัย ที่ปิด logo แล้ว ไม่รู้ว่าเป็นของมอไหน เพราะแต่ละทีมไม่ได้คุยกัน เลยออกมาไม่เหมือนกัน หรืออย่างขนส่งมวลชนอย่าง BTS MRT รถเมล์ ที่ซื้อตัวคนละแบบกัน ซึ่งบางประเทศก็ใช้ตั๋วเดียวกันหมดได้ ซึ่งมันต้องปรับที่ organization operation หรือเปล่า . Team ขนาดของทีมสำคัญในเรื่องความเร็วในการทำงาน ยิ่งคนในทีมเยอะ ความเชื่อใจก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ และยิ่งองค์กรมีขนาดใหญ่ releationship ก็จะน้อยลงไปเรื่อย ๆ และสิ่งที่สมองเราต้องคิดใน working memory ของเรา ดังนั้นจะต้องกำจัดและลดเรื่องนี้ให้มากที่สสุด . หน่วยที่เล็กที่สุดของทีม ในทาง agile มันคือ 7 บวกลบ 2 และในทาง Team Topologies จะเป็น 5 - 9 คน ที่อยู่ใน share goal เดียวกัน . ⭐️ 3 Cognitive Load 1. Intrinsic Cognitive Load: เรียนรู้ทุกวัน → ทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้ 2. Extraneous Cognitive Load: มีสิ่งที่ disturb เราตลอดเวลา เช่น การแจ้งเตือนในโทรศัพท์ → reduce ไม่ให้โหลดสมองของเรามาก 3. Germane Cognitive Load: แบบงานยาก ที่ต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจ ในเรื่องใหม่ ๆ → ให้เวลามัน และใส่แรงเพื่อให้เรียนรู้ . ⭐️ 4 Fundamental Topologies 1. Complicated Subsystem teams (สีส้ม): ทีมที่ทำของยาก ๆ ให้ใช้ 2. Enabling teams (สีม่วง): ลด intrinsic ของ stream ช่วย support ลด load ในการเรียนรู้ 3. Stream-aligned teams (สีเหลือง): cross-function team ที่ deliver ของออกมาได้ 4. Platform group (สีฟ้า): ลด extraneous load ออกแนวทำ service มาให้ เช่นพวก pipeline . ⭐️ 3 Team Interaction 1. Collaboration (สี่เหลี่ยมด้านขนาน): นั่งทำบางอย่างด้วยกัน เช่น pair programing กัน 2. X-as-a-service (XaaS) (สามเหลี่ยม): provide ของบางอย่างมาให้ เช่น API 3. Facilitating (วงกลม): ช่วยสอน ทำให้งานง่ายขึ้น ตอนเอามาเขียนแผนภาพ 1. Collaboration: union ด้วยลายสี่เหลี่ยมตาราง 2. X-as-a-service (XaaS): เป็นโซ่เชื่อมกัน 3. Facilitating: union ด้วยลายจุด . Team เราตอนนี้เป็นยังไง? ทีมของฉันคุยกันแบบไหน? อันนี้เป็นคำแนะนำ ว่าอะไรควรเพิ่มควรลด และแต่ละทีมมี capability หรือสิ่งที่ต้องแบกรับอะไรบ้าง ให้วาด as-is (ตอนนี้เป็นแบบไหน) กับ to-be (อยากให้เป็นอะไรแบบไหน) ลดสมองบวม โดยการลด Cognitive Load 3 แบบ เช่น ช่วยหา infra หรือใช้ service อันนี้หน่อย ปัญหา อยากเรียนรู้ จัดการ อยากเก่งขึ้น และอื่น ๆ เอา enabiling มาร้อย เพื่อน enable ไป Facilitating ส่วน platform ทำ stream เหมือนกัน และ 1 ทีมควรทำงานได้ด้วยตัวเอง การ enabling ไม่ได้อยู่ตลอด ดังนั้นไม่ควรไปทำทีละหลาย ๆ ทีม ให้ focus และเป็น guideline ที่เป็นจุดเริ่มต้นในการคุยกัน #siamstr
minseo's avatar
minseo 9 months ago
บรรยากาศงาน Technologista: International Women’s Day Bangkok 2025 เมื่อวันเสาร์ที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ทาง Women Techmakers Bangkok และ PyLadies Bangkok ร่วมกันจัดขึ้น ที่ Cleverse และมีทาง Creatorsgarten เป็นทีมไลฟ์สดในงานด้วย . เนื่องจาก Nostr น่าจะลงคลิปไม่ได้มั้ง ไปดูเอาในนี้ก็แล้วกัน . ภายในงานมี 6 session จากสาว ๆ สายเทค ที่แต่ละคนมีกับหลากหลายหัวข้อ รวมถึง 4 lightning talk สั้น ๆ ในช่วงพักเบรกอีกด้วย . อีกทั้งยังมีกิจกรรมลุ้นรับของสุดน่ารักจากทาง CJ More (ในคลิปผิดขออภัยด้วยค้าบ;_;) และของแจกอีกมากมาย ที่แจกไม่หมดไม่กลับ 555 . สุดท้ายนี้ขอบคุณทีมงานที่ให้เราได้เป็นหนึ่งใน speaker ในงานนี้ และดูแลทุกคนอย่างดี และมีระบบไลฟ์ในงาน รวมถึงทุกคนที่มางานด้วยน้า #siamstr
minseo's avatar
minseo 9 months ago
เรียนอะไรไม่สำคัญเท่าเรียนอย่างไร! กับ 5 วิธีการเรียนที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ . mental model ได้บอกว่ากระบวนการคิดสำคัญกว่าวิชาที่เรียน จากที่เรียนไม่เป็น กลายเป็นคนที่มีกระบวนการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ กับ 5 learning model ที่แอดทอย คัดสรรมาให้ กับ “DataRockie Mini Bootcamp 2025 - Day three Business Foundation” image ㅤ 🟡 Minimum Viable Skills ขั้นตํ่าที่ต้องรู้ในศาสตร์นั้น ๆ เช่น ภาษาอังกฤษรู้ประมาณ 500 - 1000 คำ เพื่อเอาตัวรอดได้ อันนี้เป็น skill level 25% ㅤ 🟡 Don’t Stop Until You’re Competent ห้ามหยุด ทำให้ดีขึ้น ถ้าไป competency level ที่เป็น skill level 80% as say magic number เนี่ย เป็นการยกจากขั้นตํ่า skill level 25% ให้ดีขึ้น สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการใช้ชีวิตประจำวัน เรียน สอบ ทำงานส่งอาจารย์ จนเรียนจบ ㅤ 🟡 Beware of Diminishing Return คือการใส่ input มาก ได้ output ที่น้อยลงเรื่อย ๆ diminishing return คือถ้าจากจุด A ไป B ไม่คุ้ม เช่น เรามี skill level 80% แล้ว อยากไป 90% แต่ใช้เวลาเท่ากับเริ่มจาก 0 เลย พอถึงจุดนึงเราจะเริ่มเบื่อ ดังนั้นจะต้องเพิ่มความยากเข้าไปเรื่อย ๆ ด้วย ⭐️ Marginal Analysis: วิเคราะห์ input ชั่วโมงที่เราเรียน ได้ output กลับมาเท่าไหร่ พอถึงจุดนึงมันจะเริ่มไม่คุ้ม ได้น้อยลงเรื่อย ๆ น้อยกว่า cost ที่เสีย ควรจะหยุด เอาไปเรียน skill ใหม่ ๆ ดีกว่า ㅤ 🟡 Skill Stacking Pat Flynn ผู้แต่งหนังสือ “How to be better at almost everything” ได้กล่าวไว้ว่า “Skills in Combination are more powerful than individual skills” หลาย ๆ skill รวมกัน มีพลังมากกว่ามีแค่ skill เดียว ถ้าเรายกของหนักได้ วิ่งไกลไม่ได้ เราฟิตพอไหม หรือ ยกของหนักไม่ได้ แต่วิ่งไกลได้ เราฟิตจริงไหม ดังนั้น การออกกำลังกายควรออกกล้ามทุกมัดเท่า ๆ กัน ดีกว่า focus ที่จุดใดจุดนึง ก็เหมือนเรามีหลาย ๆ skill รวมกันในคนเดียวนั่นเอง ㅤ 🟡 Expert in Learning Generalist in Skill เป็นนักเรียนรู้ที่เก่ง ให้เราเก่งในการเรียนรู้ และรู้ในหลาย ๆ skill ไม่จำเป็นต้องเก่งเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เรามีความรู้ในหลาย ๆ เรื่องรวมกันได้ จึงกลายเป็นเป็ดที่แข็งแรง เย้ #siamstr
minseo's avatar
minseo 9 months ago
อุดรูรั่วในการคิด สู่ตัวเราเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น ด้วย Mental Models สรุปจาก “DataRockie Mini Bootcamp 2025 - Day one Mental Models” image ครั้งแรกที่เข้ามาเรียนสดกับแอดทอย บอกเลยว่าเห็นเมลล์วันนี้ กดสมัครวันนี้ เรียนวันนี้ กับ DataRockie Mini Bootcamp 2025 ที่มีด้วยกัน 3 วันรวด กับ 3 topic Mental Model, Economic Thinking และ Business Foundation เข้าใจล่ะเรียนจนร้องขอชีวิตมันเป็นยังไง ไม่สอนเลทแต่สอนแถม คนสอนไม่ได้นอน คนเรียนก็ไม่ได้นอนเหมือนกัน555555555 ความรู้อัดแน่นและมีประโยชน์สุด ๆ . Mental Models คือ กระบวนการคิดเรื่องใดเรื่องนึงให้เฉียบคม มาจากหนังสือที่ชื่อว่า Think Like A Freak ซึ่งเขียนโดย Steven D. Levitt และ Stephen J. Dubner เป็นนักเศรษฐศาสตร์ George Bernard Shaw ได้กล่าวไว้ว่า “Few people think more than two or three times a year” มีน้อยคนที่คิดมากกว่า 2 ถึง 3 ครั้งต่อปี เอ๊ะคนเราก็แทบจะคิดตลอดเวลาเลยนี่นา ถ้าไม่ซ่อมรูเล็ก ๆ บนเรือ เรือจะล่มได้ฉันใด ถ้ามีรูรั่วในกระบวนการคิดของเรา มีโอกาสที่เราคิดผิดบางอย่างโดยไม่รู้ตัว ทำให้ชีวิตเดินไปผิดทางด้วย ดังนั้นการรู้จัก Mental Models ทำให้เราคิดได้ดีขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเราอยู่ในจุดที่ควรจะอยู่ได้มากขึ้น พบกับ 7 models สำคัญ หลังเรียนจบการันตีว่าตัดสินใจได้ดีขึ้นกว่าคนทั่วไป! . 🟡 Map is not the territory แผนที่ไม่เหมือนแผนที่จริงตรงนั้น ก็คือไม่สะท้อนของจริงตรงนั้น แผนที่จริงก็คือแผนที่ที่มาจากดาวเทียม ส่วนแผนที่ เช่น Google Maps ที่ลดทอนบางรายละเอียดออกไป แต่มีความใกล้เคียงกันอยู่ ⭐ ดินแดนเป็น reality ส่วน map เป็น model reality เช่น เรานั่งดูในไลฟ์ด้วยกัน แต่ประสบการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะ mental model ของแต่ละถูก build มาไม่เหมือนกัน ถ้าใครมี model ใกล้เคียงกับ reality ที่สุด เป็นคนที่มีโอกาสชนะเยอะมาก ในแต่ละแผนที่ มีเป้าหมายไม่เหมือนกัน เช่น แผนที่คนทั่วไปขึ้น กับคนขับรถไฟฟ้า ไม่เหมือนกัน และโลกจริงมีการเปลี่ยนแปลงด้วย ดังนั้นต้องการการ update ด้วย หลาย ๆ ครั้งไม่ได้สะท้อนความจริง เพราะมันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เช่น นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ทำธุรกิจตอนนี้อาจจะไม่สำเร็จก็ได้ เวลาเราลงทุน เราก็จะเลือกลงทุนจากอะไร ข้อมูลการเงินแบบไหน ตัวเลขตัวเดียวที่ดู คือ P/E ratio ตัว P คือ price และ E คือ earning per share เช่น ทุก ๆ รายได้ 1 เหรียญ นักลงทุนยอมจ่ายเงิน 5 เหรียญ ยิ่งสูงคือนักลงทุนยอมจ่ายเงินลงทุนเยอะ = แผนที่นักลงทุนว่าหุ้นนี้น่าซื้อไหม เป็นการใช้ system two ในการคิด คำถามสุดท้าย คือ เราชอบหุ้นตัวนี้จริงหรือเปล่า ถ้าไม่ชอบเราอาจจะไม่ซื้อก็ได้ เป็นการใช้ system one ในการคิด ⭐ การคิดอยู่ในการตัดสินใจมีอยู่ 2 ระบบ คือ - system one: คิดแบบเร็ว ๆ เช่น เราชอบหุ้นนี้ไหม - เราไม่ควรใช้บ่อย - system two: คิดให้ช้าลง ดูตัวเลข ทุก model ผิดหมด แต่มีประโยชน์เหมือนกัน ดังนั้นถ้าไม่มีแผนที่ชีวิตอยู่ไม่ได้เช่นกัน . 🟡 First Principles Thinking อันนี้สำคัญที่สุด foundation ของพื้นฐานบางอย่าง ที่สามารถ build on-top สร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ เช่น ทำไม apple ลูกนี้กรอบอร่อยจัง? เพราะพื้นดินต้องดีก่อน เมล็ดพันธุ์ต้องดี มีคนดูแลที่ดี มีสภาพแวดล้อมอากาศที่ดี ที่ทำให้โตและอร่อย ซึ่ง principles เขาเติม s ดังนั้นมีมากกว่า 1 แล้วหนังสือเล่มนี้ ดีไม่ดีเพราะอะไร? เวลามองหนังสือ ค่อย ๆ มองลึกลงไป เช่น แต่ละบทต้องดี พารากราฟดี ประโยคดี เลือกใช้คำที่ดี สะกดถูก และเลือกใช้ character ที่ถูกต้อง แต่สำคัญที่สุดคือ idea ว่าผู้เขียนอาจจะสื่ออะไร และ idea นี้ช่วยเปลี่ยนชีวิตเราหรือเปล่า ดังนั้นปีนึงไม่ต้องอ่านเยอะ เลือกเล่มที่ impact กับเราจริง ๆ ในโลกความจริง เช่น Elon Musk เขามีบริษัท Tesla ซึ่งเขาตั้ง position เป็น tech company ที่เน้นในด้าน battery เดิม battery ราคาแพงมาก 600 เหรียญ พอมาวิเคราะห์แยกส่วนประกอบว่ามีอะไรบ้าง ทำการวิจัย แล้วประกอบกลับเข้าไปใหม่ ทำให้มีราคาเพียง 80 เหรียญ และมีเป้าหมายลดต้นทุนให้เหลือ 8 เหรียญให้ราคาถูกลงเรื่อย ๆ หรืออีกเคส SpaceX เกิดมาจากอยากซื้อจรวดจาก NASA แต่เขาขายแพง และถ้าเราสร้างเอง เราจะใช้เงินเยอะพร้อมที่ NASA ขายหรือเปล่า พอทีมวิเคราะห์แล้ว พบว่าถูกกว่าหลายเท่า เลยสร้างเอง แล้วจรวดที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง สามารถใช้ซํ้าได้ไหมนะ ดังนั้น First Principles Thinking ของ Elon Musk คือ ถ้าแพงกว่าซื้อมาใช้ วิเคราะห์ต้นทุนว่าคุ้มไหมที่จะทำ หรืออีกเคสที่แอดทอยชอบมาก คือ Amazon เคยสั่งหนังสือมาที่ไทยด้วยราคาถูกสุดที่ไม่มี tracking number ให้ รอแล้ววรอเล่าหนังสือที่สั่งร่วม 5,000 บาทก็ยังไม่มาสักที เลยตัดสินใจถาม customer service เขาตอบมาว่า เขาขอโทษ และส่งหนังสือที่สั่งให้ใหม่ เดี๋ยวได้ใน 2-3 วันน้า อีกเคส คือสั่ง Pixel 5A แล้วเข้าไทยไม่ได้ เนื่องจาก กสทช ยังไม่รับรองมือถือรุ่นนี้ เลยทักไปหาที่ customer service เขาขอโทษและ refund เข้าบัตร สำเร็จภายใน 3 วัน ดังนั้น First Principles Thinking ของ Amazon คือ ลูกค้าต้องมาก่อนเสมอ ถ้าลูกค้า happy เราจะได้กำไรเอง ต้อง focus การตอบโจทย์ลูกค้าเป็นหลัก เดี๋ยวอันอื่นมันจะมาเอง มันจะ success เอง ยอมเสียเงินซํ้าเพื่อให้ลูกค้า happy ทำให้ลูกค้าซื้อซํ้า แล้วบอกต่อ อีกหนึ่งตัวอย่าง คุณ Alex Hormozi เขาเปิดยิมออกกำลังกาย มี First Principles Thinking คือ เราจะรวย หาเงินได้เยอะ ใช้ชีวิตอย่างที่เราต้องการ ทำสองข้อนี้ได้ 1. หาเงิน 100 ใช้เงินไม่เกิน 100 → อย่าใช้เงินเกินตัว คนไทยเป็นหนี้นอกระบบ 40% ถ้าจำเปนต้องอดก็ต้องอดก่อน 2. เก็บเงินมาลงทุนในตัวเอง ยิ่งเราเก่งขึ้นเท่าไหร่ ปัจจัยภายนอกทำร้ายเราได้น้อยลง และเพิ่ม earning capacity ให้เราจากความรู้บางอย่างที่เราเรียน และสุดท้ายกลับมาที่ตัวเราเอง ชีวิตของเราควรพึ่งตัวเองให้ได้ ⭐ ความรู้ที่อยู่รอดได้ 2000 ปี จาก Marcus Aurelius ถูกส่งต่อถึงวันนี้ ให้ focus สิ่งที่เราควบคุมได้ คือวิธีการคิดของเรา mental model, การกระทำของเรา ความคิดเปลี่ยนเป็นการกระทำ ไม่ต้องสนใจสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ⭐ เศรษฐกิจไม่ดี คนกลัวอะไร? กลัวตัวเองไม่เก่งพอ ดังนั้นเราต้องทำตัวให้เก่งขึ้น คิดและลงมือทำ ทำให้ไปไกลกว่าคนอื่น เช่น AI มาแล้ว เราต้องเรียนอะไรดี → มี skill บางอย่าง เหนือ skill บางอย่าง เราเข้าใจและปลดล็อกได้ 5 skills ที่คนอยู่รอด อ่านทุกวัน, เขียนทุกวัน, มี focus, กระบวนการคิด, ความเชื่อที่ถูกต้อง หรือเชื่อว่าตัวเองทำได้ attendion คือ community ที่ราคาแพงที่สุด คือเวลา . 🟡 Second-order Thinking first-order thinking ได้ในระยะสั้น second-order thinking คิดระยะยาว what’s next มีอะไรต่อจากนั้นไหม - มองถึงผลระยะยาวของสิ่งที่เราทำตอนนี้ เช่น การลดราคาสินค้า ข้อดีคือได้ยอดขายตอนนี้ แต่ลดราคาบ่อย มีผลเสียในระยะยาว หรืออย่างกิน junk food อร่อยตอนนี้ แต่เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว อีกเคสเล่นโทรศัพท์เยอะ ๆ เกิดอะไรขึ้น คนไทยใช้เวลาเฉลี่ย 5 ชั่วโมง รูรั่วเล็ก ๆ ทำให้เรือล่มได้ คิดเป็น 2.5 เดือนต่อปี ถ้าดึงเวลามาทำกิจกรรมอื่น ๆ ให้เป็นประโยชน์ เช่น ใช้อ่านหนังสือ ⭐ สิ่งที่เราทำเวลาเราเบื่อสามารถกำหนดชีวิตเราได้ เช่น หยิบหนังสือมานั่งอ่าน ได้ reframe สมอง เป็นการเพิ่ม earning capacity อีกด้วย . 🟡 Probabilistic Thinking มองโลกไม่ใช่ขาวกับดำ แต่เป็นสีเทา สำคัญไม่แพ้ model ที่สอง ไม่มองเป็น yes กับ no มองเป็น spectrum ความน่าจะเป็นจะมี 2 อย่าง - Frequentist: อาศัยความถี่ ทำซํ้า ได้ pattern - Subjective Belief: ความเชื่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น 10 ปีข้างหน้าประเทศเราจะเจริญไหม แต่ละคนมี mental model ในหัวต่างกัน และ estimate ตัวเลขออกมาไม่เหมือนกัน สิ่งที่ถูก estimate สามารถเปลี่ยนได้ หรือถูก update ได้ = อัพเดตความเชื่อเดิมเป็นความเชื่อใหม่ . 🟡 Inversion Thinking flip โลกเพื่อมองอีกด้าน เราอาจจะเห็นโลกที่ไม่เหมือนเดิม เช่น ถูกมากขึ้น หรือผิดน้อยลง ทำให้ถูกมากขึ้น ตัวอย่างสุขภาพที่ดี เพิ่มอาหารสุขภาพ หรือหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ⭐ to do list ไม่สำคัญเท่า not to do lists เช่น ไม่เล่น TikTok ไม่ซื้อหนังสือเพิ่มกองดอง ส่วนเรื่องอิสรภาพ อิสระที่เกิดขึ้นจะอยู่ในกรอบ freedon of excellence ทำเพื่อพัฒนาตัวเองเป็น version ที่ดีที่สุด ดังนั้น focus สิ่งที่เราควรทำ ไม่ใช่สิ่งที่อยากทำ เกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัด และสิ่งที่เราทำตอนเราเบื่อ เป็นลิขิตชีวิตเราตอนนี้ . 🟡 Circle of competence ให้เราค้นหา และสร้างวงกลม หากรอบตรงนี้ให้เจอ ใช้ชีวิตในกรอบให้แข็งแกร่ง อย่าไปแตะวงกลมที่เราไม่เข้าใจ ให้ขยายวงกลมของเราเพื่อเข้าใจโลกนี้ได้ดีขึ้น เพราะโอกาสที่พังจะสูง เพราะ operate ในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่ เราหยุดเรียนรู้ไม่ได้ หน้าที่ของเราคือ update mental model ของเราไปเรื่อย ๆ อย่าไปเสนอความเห็นกับเรื่องที่เราไม่เข้าใจ หรือแนวคิดตรงกันข้ามกับเราที่เราไม่เข้าใจ . 🟡 Statistics as a Mental Model Statistics = mental model ที่ทำให้เราเข้าใจโลกนี้ได้ดีขึ้น การตัดสินใจ base on sample data เราเข้าถึงข้อมูลบางส่วน จึง sample data ออกมาดู ถ้าสุ่มด้วยความน่าจะเป็นกับ data หลาย ๆ source และการ generaliaztion เราอยากเข้าใจ population generate กลับไปที่ population ที่เราสนใจ เรียกกระบวนการนี้ว่า inductive reasoning เวลาตัดสินใจ ใช้สองอันนี้ควบคู่กัน - กฏบางอย่างที่มันเป็นจริงเสมอ เช่น แรงโน้มถ่วงทำงานเหมือนกัน - mental model applied event ที่อยู่ตรงหน้าเรา - เรียนจาก event ที่อยู่ตรงหน้าเรา สรุปผลกลับไปหาประชากรใหญ่ . เรื่องที่ยาก point คือเราไม่จำเป็นต้องมีข้อมูล complete แต่ make great การตัดสินใจได้ ต้องมี 3 อย่าง - มี great mental model เข้าใจ 1st principle โลกเป็นสีเทา แผนที่ไม่ใช่ permistery - ใช้ data ตรงหน้ามา update mental model - เปลี่ยนมันให้กลายเป็นผลลัพธ์บางอย่าง คิดอย่างมี logic #siamstr
minseo's avatar
minseo 10 months ago
5 วิธี ดูแล Server Discord ยังไง? ให้ปลอดภัยขั้นต้น! เห็นหลาย ๆ คนเริ่มทำ community บน Discord แต่ก็ที่อยากให้คำแนะนำเพิ่มเติมนิดหน่อย ในฐานะที่เป็น Discord moderator ในบางเวลา เพื่อให้ server เราปลอดภัยมากขึ้น ทั้งตัวเจ้าของ server และคนใน server เอง ก่อนอื่นหน้าที่ของ Discord moderator คร่าว ๆ คือดูแลความสงบเรียบร้อยภายใน community อีกทั้งต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยใน server ด้วยนะ แล้วทำยังไงให้ปลอดภัยบ้างน้า มาดูกัน #siamstr
minseo's avatar
minseo 10 months ago
การเขียนเป็นพื้นฐานของการเป็น content creator! . อาทิตย์ก่อนเราได้เรียน online course “Writing 101 - A Tool for Thinking” ของเว็บ DataRockie ซึ่งเป็นเรียนออนไลน์ที่สั้นที่สุดคอร์สนึงในชีวิต (ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงไม่เกินเน้) เรียนสนุก ลุกนั่งสบาย เพราะใส่หูฟังบูลทูส แฮร่ (ใส่มีสายมันตึงงุย) แถมเรียนฟรี มีใบเซอร์ให้ด้วย image แล้วก็ได้ key takeaway หลาย ๆ อย่างด้วยกัน เพราะการเขียนเป็นทักษะที่สำคัญ ทำให้เราได้คิด ได้เรียบเรียงความคิดเพื่อการสื่อสาร idea แนวคิดของเรา ผ่านข้อความนั่นเอง ทำให้ยกระดับเรา จาก consumer สู่ creator ⭐ ㅤ ก่อนที่จะเขียนได้นั้นจะต้องมี input ก่อน คือการอ่าน ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ อ่าน post อ่านบทความต่าง ๆ บน website เพื่อเป็น idea และเก็บข้อมูลไว้ใช้ในการเขียน ㅤ การเขียนเป็นการสร้าง traffic แบบ organic อย่างการเขียนบน website ที่คนเห็นเราผ่าน SEO (และของเราแน่นอนคนเห็นผ่านเพจ) และ Facebook ในการสร้าง audience ให้คนรู้จักเรามากขึ้น ซึ่งช่องทาง website อันนี้สำคัญ เพราะเป็น asset ของเรา โพสตาม social ต่าง ๆ เราใช้พื้นที่เขา วันนึงเกิดเหตุโดน platform ลบโพส หรือไรงี้ ที่เราทำไว้จะหายทันที (หรือไปใช้ Nostr ที่เราเคยเล่าไว้เป็นอีกหนึ่งช่องทางก็ได้นะ) โดยช่องทาง social จะเน้นใช้เวลาอ่านสั้น ๆ ส่วน website จะใช้เวลาอ่านเยอะหน่อย ㅤ และแน่นอนต้องมีความเป็นมนุษย์ ใช้ AI ทำงานอื่นแทนเรา เป็นผู้ช่วยอีกคน เช่น ช่วย research ช่วยสรุป ช่วยแปลภาษา หรือแม้กระทั่งพิสูจน์อักษรให้เรา อย่าใช้ AI มาเขียน content แทนเรา อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องจ้างคนมาช่วย แล้วเป็นคุณรุจน์ใด ๆ น้อยลง 🤣 . แล้วเราจะเอา input ต่าง ๆ ที่ได้จากการที่เราทำ second brain มาเป็น content ด้วยวิธีอะไร ในคอร์สมีอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วล่ะ และถ้าใครสนใจ จิ้มสมัครและเรียนได้ที่นี่เลย #siamstr
minseo's avatar
minseo 10 months ago
ช่วงนี้กระแสเล็บเจลจากซีรีส์ #Gelboys มาแรงมาก หลาย ๆ คนเริ่มทำเล็บเจลตาม จนร้านทำเล็บที่ถ่ายทำบอกใน social เลยว่า ถ้าจะทำต้องจองคิวก่อนน้า ไม่งั้นอดทำ55555 แล้วในซีรีส์เป็นน้องผู้ชายเนอะที่ทำเล็บเจล เราเองก็ลองคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าเพื่อนชาวเดฟ กับ Bitcoiner ทำเล็บเจลลายแบบไหนกันนะ #siamstr
minseo's avatar
minseo 10 months ago
ลองหาหนังสือบริจาค เจอสิ่งนี้ . ตอนโน้น Jetbrains มาที่งาน Kotlin meetup 1.2.70 ช่วงตุลา 2018 โน้นเลย อันนี้ของแจกเขา แท็กเป๋า พร้อมใบปลิวภาษา Kotlin #siamstr image