บรรยากาศงาน Technologista: International Women’s Day Bangkok 2025 เมื่อวันเสาร์ที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ทาง Women Techmakers Bangkok และ PyLadies Bangkok ร่วมกันจัดขึ้น ที่ Cleverse และมีทาง Creatorsgarten เป็นทีมไลฟ์สดในงานด้วย
.
เนื่องจาก Nostr น่าจะลงคลิปไม่ได้มั้ง ไปดูเอาในนี้ก็แล้วกัน
.
ภายในงานมี 6 session จากสาว ๆ สายเทค ที่แต่ละคนมีกับหลากหลายหัวข้อ รวมถึง 4 lightning talk สั้น ๆ ในช่วงพักเบรกอีกด้วย
.
อีกทั้งยังมีกิจกรรมลุ้นรับของสุดน่ารักจากทาง CJ More (ในคลิปผิดขออภัยด้วยค้าบ;_;) และของแจกอีกมากมาย ที่แจกไม่หมดไม่กลับ 555
.
สุดท้ายนี้ขอบคุณทีมงานที่ให้เราได้เป็นหนึ่งใน speaker ในงานนี้ และดูแลทุกคนอย่างดี และมีระบบไลฟ์ในงาน รวมถึงทุกคนที่มางานด้วยน้า #siamstr

3.6K views · 30 reactions | บรรยากาศงาน #Technologista: International Women’s Day Bangkok 2025 เมื่อวันเสาร์ที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ทาง Women Techmakers Bangkok และ PyLadies Bangkok ร่วมกันจัดขึ้น ที่ Cleverse และมีทาง Creatorsgarten เป็นทีมไลฟ์สดในงานด้วย
.
ภายในงานมี 6 session จากสาว ๆ สายเทค ที่แต่ละคนมีกับหลากหลายหัวข้อ รวมถึง 4 lightning talk สั้น ๆ ในช่วงพักเบรกอีกด้วย
.
อีกทั้งยังมีกิจกรรมลุ้นรับของสุดน่ารักจากทาง CJ Mart และของแจกอีกมากมาย ที่แจกไม่หมดไม่กลับ 555
.
สุดท้ายนี้ขอบคุณทีมงานที่ให้เราได้เป็นหนึ่งใน speaker ในงานนี้ และดูแลทุกคนอย่างดี และมีระบบไลฟ์ในงาน รวมถึงทุกคนที่มางานด้วยน้า / และคลิปนี้พากย์เสียงด้วย Botnoi Voice จ้า | MikkiPastel
บรรยากาศงาน #Technologista: International Women’s Day Bangkok 2025 เ...
ㅤ
🟡 Minimum Viable Skills
ขั้นตํ่าที่ต้องรู้ในศาสตร์นั้น ๆ เช่น ภาษาอังกฤษรู้ประมาณ 500 - 1000 คำ เพื่อเอาตัวรอดได้ อันนี้เป็น skill level 25%
ㅤ
🟡 Don’t Stop Until You’re Competent
ห้ามหยุด ทำให้ดีขึ้น
ถ้าไป competency level ที่เป็น skill level 80% as say magic number เนี่ย เป็นการยกจากขั้นตํ่า skill level 25% ให้ดีขึ้น สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการใช้ชีวิตประจำวัน เรียน สอบ ทำงานส่งอาจารย์ จนเรียนจบ
ㅤ
🟡 Beware of Diminishing Return
คือการใส่ input มาก ได้ output ที่น้อยลงเรื่อย ๆ
diminishing return คือถ้าจากจุด A ไป B ไม่คุ้ม เช่น เรามี skill level 80% แล้ว อยากไป 90% แต่ใช้เวลาเท่ากับเริ่มจาก 0 เลย
พอถึงจุดนึงเราจะเริ่มเบื่อ ดังนั้นจะต้องเพิ่มความยากเข้าไปเรื่อย ๆ ด้วย
⭐️ Marginal Analysis: วิเคราะห์ input ชั่วโมงที่เราเรียน ได้ output กลับมาเท่าไหร่ พอถึงจุดนึงมันจะเริ่มไม่คุ้ม ได้น้อยลงเรื่อย ๆ น้อยกว่า cost ที่เสีย ควรจะหยุด เอาไปเรียน skill ใหม่ ๆ ดีกว่า
ㅤ
🟡 Skill Stacking
Pat Flynn ผู้แต่งหนังสือ “How to be better at almost everything” ได้กล่าวไว้ว่า “Skills in Combination are more powerful than individual skills” หลาย ๆ skill รวมกัน มีพลังมากกว่ามีแค่ skill เดียว
ถ้าเรายกของหนักได้ วิ่งไกลไม่ได้ เราฟิตพอไหม หรือ ยกของหนักไม่ได้ แต่วิ่งไกลได้ เราฟิตจริงไหม
ดังนั้น การออกกำลังกายควรออกกล้ามทุกมัดเท่า ๆ กัน ดีกว่า focus ที่จุดใดจุดนึง ก็เหมือนเรามีหลาย ๆ skill รวมกันในคนเดียวนั่นเอง
ㅤ
🟡 Expert in Learning Generalist in Skill
เป็นนักเรียนรู้ที่เก่ง ให้เราเก่งในการเรียนรู้ และรู้ในหลาย ๆ skill ไม่จำเป็นต้องเก่งเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เรามีความรู้ในหลาย ๆ เรื่องรวมกันได้ จึงกลายเป็นเป็ดที่แข็งแรง เย้ #siamstr
ครั้งแรกที่เข้ามาเรียนสดกับแอดทอย บอกเลยว่าเห็นเมลล์วันนี้ กดสมัครวันนี้ เรียนวันนี้ กับ DataRockie Mini Bootcamp 2025 ที่มีด้วยกัน 3 วันรวด กับ 3 topic Mental Model, Economic Thinking และ Business Foundation
เข้าใจล่ะเรียนจนร้องขอชีวิตมันเป็นยังไง ไม่สอนเลทแต่สอนแถม คนสอนไม่ได้นอน คนเรียนก็ไม่ได้นอนเหมือนกัน555555555 ความรู้อัดแน่นและมีประโยชน์สุด ๆ
.
Mental Models คือ กระบวนการคิดเรื่องใดเรื่องนึงให้เฉียบคม มาจากหนังสือที่ชื่อว่า Think Like A Freak ซึ่งเขียนโดย Steven D. Levitt และ Stephen J. Dubner เป็นนักเศรษฐศาสตร์
George Bernard Shaw ได้กล่าวไว้ว่า “Few people think more than two or three times a year” มีน้อยคนที่คิดมากกว่า 2 ถึง 3 ครั้งต่อปี เอ๊ะคนเราก็แทบจะคิดตลอดเวลาเลยนี่นา
ถ้าไม่ซ่อมรูเล็ก ๆ บนเรือ เรือจะล่มได้ฉันใด ถ้ามีรูรั่วในกระบวนการคิดของเรา มีโอกาสที่เราคิดผิดบางอย่างโดยไม่รู้ตัว ทำให้ชีวิตเดินไปผิดทางด้วย
ดังนั้นการรู้จัก Mental Models ทำให้เราคิดได้ดีขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเราอยู่ในจุดที่ควรจะอยู่ได้มากขึ้น
พบกับ 7 models สำคัญ หลังเรียนจบการันตีว่าตัดสินใจได้ดีขึ้นกว่าคนทั่วไป!
.
🟡 Map is not the territory
แผนที่ไม่เหมือนแผนที่จริงตรงนั้น ก็คือไม่สะท้อนของจริงตรงนั้น
แผนที่จริงก็คือแผนที่ที่มาจากดาวเทียม ส่วนแผนที่ เช่น Google Maps ที่ลดทอนบางรายละเอียดออกไป แต่มีความใกล้เคียงกันอยู่
⭐ ดินแดนเป็น reality ส่วน map เป็น model
reality เช่น เรานั่งดูในไลฟ์ด้วยกัน แต่ประสบการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะ mental model ของแต่ละถูก build มาไม่เหมือนกัน
ถ้าใครมี model ใกล้เคียงกับ reality ที่สุด เป็นคนที่มีโอกาสชนะเยอะมาก
ในแต่ละแผนที่ มีเป้าหมายไม่เหมือนกัน เช่น แผนที่คนทั่วไปขึ้น กับคนขับรถไฟฟ้า ไม่เหมือนกัน และโลกจริงมีการเปลี่ยนแปลงด้วย ดังนั้นต้องการการ update ด้วย หลาย ๆ ครั้งไม่ได้สะท้อนความจริง เพราะมันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เช่น นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ทำธุรกิจตอนนี้อาจจะไม่สำเร็จก็ได้
เวลาเราลงทุน เราก็จะเลือกลงทุนจากอะไร ข้อมูลการเงินแบบไหน ตัวเลขตัวเดียวที่ดู คือ P/E ratio ตัว P คือ price และ E คือ earning per share เช่น ทุก ๆ รายได้ 1 เหรียญ นักลงทุนยอมจ่ายเงิน 5 เหรียญ ยิ่งสูงคือนักลงทุนยอมจ่ายเงินลงทุนเยอะ = แผนที่นักลงทุนว่าหุ้นนี้น่าซื้อไหม เป็นการใช้ system two ในการคิด
คำถามสุดท้าย คือ เราชอบหุ้นตัวนี้จริงหรือเปล่า ถ้าไม่ชอบเราอาจจะไม่ซื้อก็ได้ เป็นการใช้ system one ในการคิด
⭐ การคิดอยู่ในการตัดสินใจมีอยู่ 2 ระบบ คือ
- system one: คิดแบบเร็ว ๆ เช่น เราชอบหุ้นนี้ไหม - เราไม่ควรใช้บ่อย
- system two: คิดให้ช้าลง ดูตัวเลข
ทุก model ผิดหมด แต่มีประโยชน์เหมือนกัน ดังนั้นถ้าไม่มีแผนที่ชีวิตอยู่ไม่ได้เช่นกัน
.
🟡 First Principles Thinking
อันนี้สำคัญที่สุด
foundation ของพื้นฐานบางอย่าง ที่สามารถ build on-top สร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ เช่น ทำไม apple ลูกนี้กรอบอร่อยจัง? เพราะพื้นดินต้องดีก่อน เมล็ดพันธุ์ต้องดี มีคนดูแลที่ดี มีสภาพแวดล้อมอากาศที่ดี ที่ทำให้โตและอร่อย ซึ่ง principles เขาเติม s ดังนั้นมีมากกว่า 1
แล้วหนังสือเล่มนี้ ดีไม่ดีเพราะอะไร? เวลามองหนังสือ ค่อย ๆ มองลึกลงไป เช่น แต่ละบทต้องดี พารากราฟดี ประโยคดี เลือกใช้คำที่ดี สะกดถูก และเลือกใช้ character ที่ถูกต้อง แต่สำคัญที่สุดคือ idea ว่าผู้เขียนอาจจะสื่ออะไร และ idea นี้ช่วยเปลี่ยนชีวิตเราหรือเปล่า
ดังนั้นปีนึงไม่ต้องอ่านเยอะ เลือกเล่มที่ impact กับเราจริง ๆ
ในโลกความจริง เช่น Elon Musk เขามีบริษัท Tesla ซึ่งเขาตั้ง position เป็น tech company ที่เน้นในด้าน battery เดิม battery ราคาแพงมาก 600 เหรียญ พอมาวิเคราะห์แยกส่วนประกอบว่ามีอะไรบ้าง ทำการวิจัย แล้วประกอบกลับเข้าไปใหม่ ทำให้มีราคาเพียง 80 เหรียญ และมีเป้าหมายลดต้นทุนให้เหลือ 8 เหรียญให้ราคาถูกลงเรื่อย ๆ
หรืออีกเคส SpaceX เกิดมาจากอยากซื้อจรวดจาก NASA แต่เขาขายแพง และถ้าเราสร้างเอง เราจะใช้เงินเยอะพร้อมที่ NASA ขายหรือเปล่า พอทีมวิเคราะห์แล้ว พบว่าถูกกว่าหลายเท่า เลยสร้างเอง แล้วจรวดที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง สามารถใช้ซํ้าได้ไหมนะ
ดังนั้น First Principles Thinking ของ Elon Musk คือ ถ้าแพงกว่าซื้อมาใช้ วิเคราะห์ต้นทุนว่าคุ้มไหมที่จะทำ
หรืออีกเคสที่แอดทอยชอบมาก คือ Amazon เคยสั่งหนังสือมาที่ไทยด้วยราคาถูกสุดที่ไม่มี tracking number ให้ รอแล้ววรอเล่าหนังสือที่สั่งร่วม 5,000 บาทก็ยังไม่มาสักที เลยตัดสินใจถาม customer service เขาตอบมาว่า เขาขอโทษ และส่งหนังสือที่สั่งให้ใหม่ เดี๋ยวได้ใน 2-3 วันน้า
อีกเคส คือสั่ง Pixel 5A แล้วเข้าไทยไม่ได้ เนื่องจาก กสทช ยังไม่รับรองมือถือรุ่นนี้ เลยทักไปหาที่ customer service เขาขอโทษและ refund เข้าบัตร สำเร็จภายใน 3 วัน
ดังนั้น First Principles Thinking ของ Amazon คือ ลูกค้าต้องมาก่อนเสมอ ถ้าลูกค้า happy เราจะได้กำไรเอง ต้อง focus การตอบโจทย์ลูกค้าเป็นหลัก เดี๋ยวอันอื่นมันจะมาเอง มันจะ success เอง ยอมเสียเงินซํ้าเพื่อให้ลูกค้า happy ทำให้ลูกค้าซื้อซํ้า แล้วบอกต่อ
อีกหนึ่งตัวอย่าง คุณ Alex Hormozi เขาเปิดยิมออกกำลังกาย มี First Principles Thinking คือ
เราจะรวย หาเงินได้เยอะ ใช้ชีวิตอย่างที่เราต้องการ ทำสองข้อนี้ได้
1. หาเงิน 100 ใช้เงินไม่เกิน 100 → อย่าใช้เงินเกินตัว คนไทยเป็นหนี้นอกระบบ 40% ถ้าจำเปนต้องอดก็ต้องอดก่อน
2. เก็บเงินมาลงทุนในตัวเอง ยิ่งเราเก่งขึ้นเท่าไหร่ ปัจจัยภายนอกทำร้ายเราได้น้อยลง และเพิ่ม earning capacity ให้เราจากความรู้บางอย่างที่เราเรียน
และสุดท้ายกลับมาที่ตัวเราเอง ชีวิตของเราควรพึ่งตัวเองให้ได้
⭐ ความรู้ที่อยู่รอดได้ 2000 ปี จาก Marcus Aurelius ถูกส่งต่อถึงวันนี้ ให้ focus สิ่งที่เราควบคุมได้ คือวิธีการคิดของเรา mental model, การกระทำของเรา ความคิดเปลี่ยนเป็นการกระทำ ไม่ต้องสนใจสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้
⭐ เศรษฐกิจไม่ดี คนกลัวอะไร? กลัวตัวเองไม่เก่งพอ ดังนั้นเราต้องทำตัวให้เก่งขึ้น คิดและลงมือทำ ทำให้ไปไกลกว่าคนอื่น เช่น AI มาแล้ว เราต้องเรียนอะไรดี → มี skill บางอย่าง เหนือ skill บางอย่าง เราเข้าใจและปลดล็อกได้
5 skills ที่คนอยู่รอด อ่านทุกวัน, เขียนทุกวัน, มี focus, กระบวนการคิด, ความเชื่อที่ถูกต้อง หรือเชื่อว่าตัวเองทำได้
attendion คือ community ที่ราคาแพงที่สุด คือเวลา
.
🟡 Second-order Thinking
first-order thinking ได้ในระยะสั้น
second-order thinking คิดระยะยาว what’s next มีอะไรต่อจากนั้นไหม - มองถึงผลระยะยาวของสิ่งที่เราทำตอนนี้
เช่น การลดราคาสินค้า ข้อดีคือได้ยอดขายตอนนี้ แต่ลดราคาบ่อย มีผลเสียในระยะยาว หรืออย่างกิน junk food อร่อยตอนนี้ แต่เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว อีกเคสเล่นโทรศัพท์เยอะ ๆ เกิดอะไรขึ้น คนไทยใช้เวลาเฉลี่ย 5 ชั่วโมง รูรั่วเล็ก ๆ ทำให้เรือล่มได้ คิดเป็น 2.5 เดือนต่อปี ถ้าดึงเวลามาทำกิจกรรมอื่น ๆ ให้เป็นประโยชน์ เช่น ใช้อ่านหนังสือ
⭐ สิ่งที่เราทำเวลาเราเบื่อสามารถกำหนดชีวิตเราได้ เช่น หยิบหนังสือมานั่งอ่าน ได้ reframe สมอง เป็นการเพิ่ม earning capacity อีกด้วย
.
🟡 Probabilistic Thinking
มองโลกไม่ใช่ขาวกับดำ แต่เป็นสีเทา สำคัญไม่แพ้ model ที่สอง ไม่มองเป็น yes กับ no มองเป็น spectrum
ความน่าจะเป็นจะมี 2 อย่าง
- Frequentist: อาศัยความถี่ ทำซํ้า ได้ pattern
- Subjective Belief: ความเชื่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น 10 ปีข้างหน้าประเทศเราจะเจริญไหม แต่ละคนมี mental model ในหัวต่างกัน และ estimate ตัวเลขออกมาไม่เหมือนกัน
สิ่งที่ถูก estimate สามารถเปลี่ยนได้ หรือถูก update ได้ = อัพเดตความเชื่อเดิมเป็นความเชื่อใหม่
.
🟡 Inversion Thinking
flip โลกเพื่อมองอีกด้าน เราอาจจะเห็นโลกที่ไม่เหมือนเดิม
เช่น ถูกมากขึ้น หรือผิดน้อยลง ทำให้ถูกมากขึ้น ตัวอย่างสุขภาพที่ดี เพิ่มอาหารสุขภาพ หรือหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
⭐ to do list ไม่สำคัญเท่า not to do lists เช่น ไม่เล่น TikTok ไม่ซื้อหนังสือเพิ่มกองดอง
ส่วนเรื่องอิสรภาพ อิสระที่เกิดขึ้นจะอยู่ในกรอบ freedon of excellence ทำเพื่อพัฒนาตัวเองเป็น version ที่ดีที่สุด ดังนั้น focus สิ่งที่เราควรทำ ไม่ใช่สิ่งที่อยากทำ เกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัด และสิ่งที่เราทำตอนเราเบื่อ เป็นลิขิตชีวิตเราตอนนี้
.
🟡 Circle of competence
ให้เราค้นหา และสร้างวงกลม หากรอบตรงนี้ให้เจอ ใช้ชีวิตในกรอบให้แข็งแกร่ง อย่าไปแตะวงกลมที่เราไม่เข้าใจ ให้ขยายวงกลมของเราเพื่อเข้าใจโลกนี้ได้ดีขึ้น เพราะโอกาสที่พังจะสูง เพราะ operate ในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ
ถ้าเรายังมีชีวิตอยู่ เราหยุดเรียนรู้ไม่ได้ หน้าที่ของเราคือ update mental model ของเราไปเรื่อย ๆ
อย่าไปเสนอความเห็นกับเรื่องที่เราไม่เข้าใจ หรือแนวคิดตรงกันข้ามกับเราที่เราไม่เข้าใจ
.
🟡 Statistics as a Mental Model
Statistics = mental model ที่ทำให้เราเข้าใจโลกนี้ได้ดีขึ้น
การตัดสินใจ base on sample data เราเข้าถึงข้อมูลบางส่วน จึง sample data ออกมาดู ถ้าสุ่มด้วยความน่าจะเป็นกับ data หลาย ๆ source และการ generaliaztion เราอยากเข้าใจ population generate กลับไปที่ population ที่เราสนใจ เรียกกระบวนการนี้ว่า inductive reasoning
เวลาตัดสินใจ ใช้สองอันนี้ควบคู่กัน
- กฏบางอย่างที่มันเป็นจริงเสมอ เช่น แรงโน้มถ่วงทำงานเหมือนกัน - mental model applied event ที่อยู่ตรงหน้าเรา
- เรียนจาก event ที่อยู่ตรงหน้าเรา สรุปผลกลับไปหาประชากรใหญ่
.
เรื่องที่ยาก point คือเราไม่จำเป็นต้องมีข้อมูล complete แต่ make great การตัดสินใจได้
ต้องมี 3 อย่าง
- มี great mental model เข้าใจ 1st principle โลกเป็นสีเทา แผนที่ไม่ใช่ permistery
- ใช้ data ตรงหน้ามา update mental model
- เปลี่ยนมันให้กลายเป็นผลลัพธ์บางอย่าง คิดอย่างมี logic
#siamstr
แล้วก็ได้ key takeaway หลาย ๆ อย่างด้วยกัน เพราะการเขียนเป็นทักษะที่สำคัญ ทำให้เราได้คิด ได้เรียบเรียงความคิดเพื่อการสื่อสาร idea แนวคิดของเรา ผ่านข้อความนั่นเอง ทำให้ยกระดับเรา จาก consumer สู่ creator ⭐
ㅤ
ก่อนที่จะเขียนได้นั้นจะต้องมี input ก่อน คือการอ่าน ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ อ่าน post อ่านบทความต่าง ๆ บน website เพื่อเป็น idea และเก็บข้อมูลไว้ใช้ในการเขียน
ㅤ
การเขียนเป็นการสร้าง traffic แบบ organic อย่างการเขียนบน website ที่คนเห็นเราผ่าน SEO (และของเราแน่นอนคนเห็นผ่านเพจ) และ Facebook ในการสร้าง audience ให้คนรู้จักเรามากขึ้น ซึ่งช่องทาง website อันนี้สำคัญ เพราะเป็น asset ของเรา โพสตาม social ต่าง ๆ เราใช้พื้นที่เขา วันนึงเกิดเหตุโดน platform ลบโพส หรือไรงี้ ที่เราทำไว้จะหายทันที (หรือไปใช้ Nostr ที่เราเคยเล่าไว้เป็นอีกหนึ่งช่องทางก็ได้นะ) โดยช่องทาง social จะเน้นใช้เวลาอ่านสั้น ๆ ส่วน website จะใช้เวลาอ่านเยอะหน่อย
ㅤ
และแน่นอนต้องมีความเป็นมนุษย์ ใช้ AI ทำงานอื่นแทนเรา เป็นผู้ช่วยอีกคน เช่น ช่วย research ช่วยสรุป ช่วยแปลภาษา หรือแม้กระทั่งพิสูจน์อักษรให้เรา อย่าใช้ AI มาเขียน content แทนเรา อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องจ้างคนมาช่วย แล้วเป็นคุณรุจน์ใด ๆ น้อยลง 🤣
.
แล้วเราจะเอา input ต่าง ๆ ที่ได้จากการที่เราทำ second brain มาเป็น content ด้วยวิธีอะไร ในคอร์สมีอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วล่ะ และถ้าใครสนใจ จิ้มสมัครและเรียนได้ที่นี่เลย



ในรอบนี้เปิดรับสมัครแล้ว เริ่มเข้าไปเล่นได้ตั้งแต่ 27 กุมภาพันธ์ (พรุ่งนี้แล้ว) ไปจนถึง 29 มีนาคมนี้เลย
พรุ่งนี้น่าจะได้ welcome email พร้อม credit ในการใช้ Google Cloud Skills Boost ฟรีไปเลยยยยยย 350 credits
และปีนี้มาการสอบออนไลน์ด้วย ในวันที่ 3 หรือ 5 เมษายน มี 20 คำถาม ถ้าสอบผ่าน และทำภารกิจให้ครบ ได้ swag ไปเลย
ซึ่งของในปีนี้ไม่มีเสื้อแล้ว เนื่องจากทีมงานกลัวคนจะเบื่อ และมีการทำโพลสอบถามกันมาแล้ว เลยจะเป็นของที่มูลค่าแน่น ๆ กว่าเดิม
- ทำภารกิจให้สำเร็จอย่างน้อย 8 badges (รวม 5 skill badge) ได้รับของที่ระลึก Tier 1 คือ หมวกและสติกเกอร์
- ทำภารกิจให้สำเร็จอย่างน้อย 15 badge รวมถึง 8 skill badge ได้รับของที่ระลึก Tier 2 คือ หมวก, กระเป๋าสะพายข้าง และสติกเกอร์
- พิเศษ คนเข้าร่วม 700 คนแรกที่ส่งฟอร์มและผ่านแบบทดสอบ จะได้ของที่ระลึกสุดพิเศษด้วยน้า
เอาจริง ๆ มีคอมมูเดฟไหนแจกหมวก แจกแต่กับเสื้อ 55555555555 อย่างน้อยอาจจะได้ใส่หมวกเดฟบ้างไรบ้าง
.
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของกิจกรรม และเข้าไปสมัครได้ที่นี่เลย

หลาย ๆ คนสายเดฟ หรือสาย web3 เองก็สนใจการอัพสกิลเป็น content creator และสิ่งที่ต้องการคือ เรียนจากที่ไหนยังไงดี เรียนฟรีจะดีมาก ๆ เลย
เราก็เลยแนะนำค่าย creator ที่ดี และฟรี แถมสอนโดยรุ่นพี่ content creator ชั้นนำของไทยอีกด้วย
กับ
iCreator Camp 2025 ของทาง Rainmaker นั่นเอง
ที่ปีนี้เป็นปีที่สองของค่ายนี้แล้ว ทางเราไปเป็นรุ่นแรกของค่ายนี้มาล่ะ แน่นอนพักนึงลูกเพจเห็น content การเรียนจากค่ายนี้มาลงเพจตลอดเลย ซึ่งก็ไม่ค่อยได้อ่านกันอะนะ แต่ยังดีที่ทุกคนยังสนใจการบ้านของเรา วะฮ่าฮ่า
.
เราเองก็เห็นทั้งในวงการเดฟเอง หรือวงการ web3 เอง ที่ผลิต content และสร้างสรรค์ผลงานกันมาต่อเนื่อง เลยจะมาเชิญชวนทุกคนมาเป็นรุ่นน้องเราในค่ายนี้กัน 🤣
.
checklist การสมัคร
- อายุ 18 ปีขึ้นไป (น่าจะเกินทุกคนเป็นส่วนใหญ่)
- ยอดฟอลช่องทางหลักมากกว่า 1,000 followers ขึ้นไป
- สามารถเข้าห้องเรียนที่คณะนิเทศ จุฬา ครบทุก 5 สัปดาห์ที่เรียน
- สามารถส่งการบ้านครบทั้งสองครั้งที่ช่องทางหลัก
- ถ้าได้เป็น 1 ใน 100 คน มีเงินมัดจำ 3,000 บาท ได้คืนหลังจบค่าย
.
ทำยังไงให้ค่ายเลือกเรา?
ในเมื่อเราอยากมาค่ายแล้ว แต่เขารับได้จำกัด 100 คนเท่านั้น
เลยมาแชร์วิธีการสมัครแบบปัง ๆ ก่อนอื่นก็ต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ของเรา และเพจหลักของเราที่จะสมัคร และมี 2 คำถามที่สำคัญ คือ
- ผลงานที่อยากโชว์ให้เราได้รู้จักคุณ: อันนี้เราส่ง bio link ไปว่ามีช่องทางไหนบ้าง รวมถึงผลงานที่เคยทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ลงไปด้วย ให้เขาได้ดู หรือจะทำเป็น portfolio ก็ได้
- เหตุผลที่อยากเข้าร่วม iCreator Camp Gen 2: ของเราเราเขียนบน Notion เลยว่าเราเป็นใคร ทำเพจอะไร ทำไมถึงอยากเข้าร่วม ทำไมเขาควรเลือกเรา และได้เข้าค่ายแล้วไปทำอะไร เห็นเพื่อนในค่ายทำเป็นคลิป เนื้อความหัวข้อก็ประมาณนี้เหมือนกัน หลัก ๆ ก็แนะนำตัวเราให้รู้จัก พร้อมบอกว่าทำไมอยากมาค่ายนี้นั่นแหละ
.
ได้เข้าไปแล้วทำอะไรบ้าง?
- มีปฐมนิเทศที่ช่องทางออนไลน์เกี่ยวกับค่าย การเตรียมตัวต่าง ๆ (อันนี้ลืมเขียนในบล็อก)
- ได้เรียนฟรีกับความรู้ดี ๆ จาก content creator ชั้นนำของไทย
- ได้รู้จักเพื่อนใหม่นอกสายเรา อย่างเราสายเดฟก็จะพบเพื่อน ๆ ที่คนละสายกับเราหมดเลย
- ได้เติมไฟและทำอะไรใหม่ ๆ เช่น อย่างเราลองทำ TikTok กับ Lemon8 แต่ปีนี้ไม่ค่อยมีเวลาทำล่ะ แต่จะพยายามทำคลิปสั้น ๆ น้า อีกอันได้พรีเซนต์หน้าชั้นแบบงง ๆ บนเวทีเดียวกับคุณเฟื่อง >///////<
- เข้าเรียนครบ ส่งการบ้านครบ ได้ใบ cerf ไปเลยยยยย และเงินมัดจำ 3,000 บาทได้คืนหลังจากจบค่าย ตอนได้คืนดีใจมาก เพราะไม่มีตังค์กินข้าวแล้ว 5555555555
.
ถ้าใครสนใจสามารถสมัครได้จาก QR Code ในรูป หรือลิ้งนี้ 
อันนี้รายละเอียดค่าย และใบสมัคร


Age of Bitcoin เกมส์นี้ beta รอบที่เท่าไหร่ไม่นับล่ะ นี่มาเล่นรอบที่ 3 โดยรอบแรกงาน Thailand Bitcoin Conference และรอบสองงาน Bitkub Submit 2024 แล้วรอบนี้ใช้พื้นที่โต๊ะลดลงกว่าทุกรอบ
รอบนี้ตัวเกมส์เริ่ม stable มากขึ้นล่ะ ตัวแต้มมีผลชัดขึ้น ว่าเราต้องมี Bitcoin นะ ต้องมีทองนะ เอ้อเก็บอสังหาฯ ด้วยนะ เน้น wealth พอคนเชื่อมั่นใน Bitcoin มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เอา Bitcoin ซื้ออสังหาไปเลยสิค้าบบบบบบ (ทองก็ซื้อได้เช่นกัน) /รอบแรกยังไม่มีอะไรแตก มีแต่การเรียนรู้เต็มพิกัด
ซึ่งทางนี้ได้เล่นกับจารย์ไซ พี่โบ้ คุณสมาร์ท แล้วทั้งโต๊ะเขาไปรอบเชียงใหม่ยกเว้นนี่ ซึ่งคนเล่นใหม่มักชนะ555555 โต๊ะเราเล่นอาชีพด้วย มีซังลารี่แมน อีโคโนมีส บิตคอยเน้อโอจี แล้วก็ไรนะลืม555555 ทางนี้ลองทำกิจกรรมหลายแบบ แน่นอนเริ่มด้วยการเรียนในการลงทุนกันก่อน ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin ทอง และอสังหาฯ แล้วเริ่มลงทุนในสินทรัพย์พวกนี้ อย่าลืมขุดเหมืองด้วยน้า เราพยายามลองผสมกัน แต่ตึกแถวมันเด่นจริง ๆ 555555555 ตานี้เราเล่นเป็นอีโคโดนีส ฟรีค่าธรรมเนียม สบายยย ได้ที่สองในตาแรก
แล้วรอบเดียวไม่พอ หลังกินข้าวเสร็จเอาอีก เนื่องจากมีการ์ดตัว quest ที่ยังไม่ได้เล่น ได้ quest เก็บอสังหา 4 กับเก็บทองคำ 5 แล้วขายทิ้ง ซึ่งถ้าทำ quest จบได้แต้มขึ้นด้วยล่ะ เลยลอง ๆ เก็บกับอาชีพซังมารี่แมน กว่าจะเรียนรู้การลงทุนทอง เปิดสล็อท ซื้อ แทบไม่ได้เก็บอันนี้เพิ่มเลย จนไม่เหลือ action จะทำอะไรเลยขายซะเลย แล้วซื้อคืนปั้มแต้มใหม่555555 แอบเครียดเบา ๆ แล้ว asset รอบนี้แตกบ่อย โดนขายตึกคืนตัลลอดเพราะไม่มีตังค์55555 จบรอบนี้แบบที่หนึ่งร้วมกับคุณสมาร์ทแบบงง ๆ 555555555555
ส่วนเรื่องอัพเดตตัวเกมส์ ตัวเกมส์ machanic น่าจะไฟนอลแล้วที่อันที่เราเล่นกันในวันนี้ จะมีการปรับ balance เพิ่มเติม คนเล่นที่ยังไม่ได้รู้จัก Bitcoin ทำให้เขาสนุก และได้เรียนรู้ว่า Bitcoin เก็บสะสมเป็น wealth และเมื่อผู้คนมีความรู้ในเรื่อง Bitcoin ทำให้ยอมรับในทรัพย์สินนี้ สามารถไปซื้ออสังหาฯ ได้ เหมือนเงิน fiat 🧡 #siamstr
ปล. อีกโต๊ะเขาไม่ได้เล่นอาชีพ เขาเล่นอันนี้

4 อย่างที่สังเกตได้ชัดมาก ๆ ในยุค AI ในเรื่องของการเรียนรู้
🔴 One size fits all VS Personalized Learning
model การศึกษาแบบเดิม ที่เป็น one size fits มีข้อจำกัด คือ ทุกคนเรียนเหมือนกันหมด และถูกทดสอบเหมือนกันหมด มี challenge คือคนเราต่างกัน เป้าหมายต่าง สไตล์ต่าง ๆ ความเร็วในการเรียนรู้ต่างกัน
ดังนั้นเทคโนโลยีที่เข้ามา ทำให้สามารถปรับการเรียนรู้ในแต่ละคนได้ ด้วย tool ต่าง ๆ จึงเกิด personalized learning นั่นเอง
🔴 Technology as a basic necessity
ทุกคนใช้ technology เป็นอวัยวะที่ 33 เป็น basic necessity ไปแล้ว การที่คนมี digital device ทำให้ไปได้ไกล ถ้าคนไม่ได้ใช้ หรือปรับตัวไม่ทัน เช่น คนสอน หรือคนเข้าไม่ถึง จะมีการแบ่งกลุ่ม และเริ่มมี gap ค่อย ๆ ห่างไปเรื่อย ๆ
แล้ว AI เก่งขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องป้องกันการใช้ด้วยหรือไม่
🔴 Multichannel approach
การเรียนที่ดีที่สุด ไม่ต้องถกเถียงว่าอะไรดี ดีที่สุดคือหลาย ๆ วิธีมารวมกัน หลายองค์กรเลือกเป็น hybrid learning มีทั้ง online onsite workshop community ใด ๆ การเรียนรู้ที่แตกต่าง เพื่อปิด gap
🔴 Contextualized learning
ในกลุ่มคนทำงาน สิ่งที่น่าใจคือ การเรียนรู้ว่าเราเรียนไปทำไม เรียนแล้วใช้เมื่อไหร่ เกี่ยวกับชีวิตยังไง reflex กันมันยังไง (ถ้ากึ่ง ๆ นอกเรื่องหน่อย เช่น เราเรียนกระบี่กระบองตอนมัธยมไปทำไม 🤣)
เอา learning ให้เหมาะกับ context การใช้งานในแต่ละคน และ focus ที่จุดนั้น เรียนรู้จากบริบทในการใช้งานจริง
.
แล้วคุณคะน้าสอนแบบไหน?
เป็นการสอนที่ช่วยให้คนเรียนมีประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดี และมี skill ที่มากขึ้น
🔴 English as a Skill vs Subject
เน้นมุมมองว่าภาษาอังกฤษเป็น skill มากกว่าวิชา
ความคล่องในการใช้ภาษา กับ ความถูกต้องในการใช้ภาษา
แบบ traditional ที่เราได้เรียน ๆ กันตั้งแต่เด็กเน้นความถูกต้องในการใช้ภาษา
แล้วทำยังไงให้เรียนภาษาให้มีความคล่องเพื่อสื่อสารได้ในชีวิตจริง ดังนั้นจึง focus พัฒนาการของทักษะนั้น ๆ ไม่ได้เป๊ะแต่สื่อสารได้
🔴 How to Learn vs What to Learn
วิธีการเรียนรู้แตกต่างกัน ผลลัพธ์ต่างกันมหาศาล
เช่น ใช้เวลาเรียน 4 ชั่วโมงเหมือนกัน แต่คนที่เรียนรวดเดียว แปปนึงหาย ดังนั้นการแบ่งความถี่มีผลกับ long-term memory ได้มากกว่า
และปรับวิธีการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นทำเป็นคลิปสั้น ๆ
🔴 Leveraging AI & Technology
เอา AI หรือเอา tool ดี ๆ มาใช้ ทำให้คนเรียนรู้ได้ดีมากขึ้น เอานำมาใช้ในทุก ๆ โปรแกรมที่สอน
🔴 Informal Learning
การเรียนในห้องเรียนไม่ถี่พอให้เกิดทักษะได้จริง สร้างให้คนมี informal learning
การทำอะไรที่สนุก ทำสัก 5 - 10 นาที เข้าไปในชีวิตประจำวันมากขึ้น
🔴 Formative VS Summative Assessment
ทำยังไงให้มัน work?
ภาษาวัดไม่ได้ เพราะเป็นทักษะ formative assessment วัดผลเพื่อต่อยอดในการเรียนรู้ ว่าใช้ได้จริงมากน้อยแค่ไหน
มีการ assign personal project เช่น เรียนแล้วมา present เอาสิ่งที่เรียนมาใช้ ประเมินว่ามัน work ไหม
.
ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตขนาดนี้ ในเมื่อต่อต้านไม่ได้ก็เข้าร่วมซะเลย เพราะ tool พวกนี้เข้ามาเปลี่ยนวงการการศึกษา ทำให้มีการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ปัญหาของคนเรียน มีมากมาย เช่น สื่อสารไม่คล่อง ติดแปลไทย กลัวผิดไม่มั่นใจ เรียงประโยคไม่ถูก นึกคำไม่ออก ซึ่งปัญหาทั้งหมดเกิดจาก ไม่ได้ฝึกใช้มากพอ เช่นเป็นคู่สนทนาให้คนเรียน แต่ต้องมีครูเยอะมาก ๆ แล้วจำนวนครูก็ไม่พออีกด้วย
ดังนั้นจึงใช้ AI เป็นครูส่วนตัว ในการช่วยเราในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นคนปรับแก้, คนตรวจ grammar, coach ในการสื่อสาร, นักแปล และอีกมากมาย
โดยเน้นเข้ามาช่วย 2 เรื่องหลัก ๆ คือ
🔴 Skills Development การเรียนรู้และพัฒนาทักษะ
กระตุ้นการสร้าง skill มี practice มากขึ้น ปรับการวางแผนการเรียนในแต่ละบุคคล และมี tool ช่วยลดกำแพง ซึ่งกำแพงที่ว่า คือ เราต้องเก่งตอนนี้เลย ซึ่งเราไม่ต้องรอให้เก่งพออีกต่อไปแล้ว
- ใช้ AI มา personalize learning path มีแอพมากมายให้เลือก อย่าง Duolingo, ELSA speak, Loora, Lingvist, Cake
- กระตุ้น practice โดยการฝึกพูดกับ ChatGPT
- ฝึกฟังผ่าน Otter.ai ลดปัญหาฟังไม่ทัน มันจะฟังเสียง meeting แล้วแสดง subtitle ให้เราอ่าน
- ฝึกพูดผ่าน Speechify เป็น AI แบบ text-to-speech ทำให้เราเตรียม present ได้ เลือกคนที่เราอยากเรียนรู้และพูดตามได้เลย
- การอ่านก็มีเช่นกัน เป็น Humata.ai ที่เราสามารถโยน pdf แล้วถามคำถาม ทำให้ใช้ภาษาอังกฤษได้ง่ายมากขึ้น
- tool แก้ไวยากรณ์ยอดฮิต หนีไม่พ้น Grammarly และอีก tool ที่ช่วยในเรื่องของการเขียนก็คือ paperpal.com
🔴 Work Efficiency การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ในส่วนของการสอน ทำให้เกิด engagement รวมไปถึงความบันเทิง
- Ice-breaking tool: มี Slido ที่สร้างพวก poll, quiz, word cloud และอื่น ๆ และอีกตัวนึงคือ Mentimeter
- Quiz / Game tool: มี Quizizz, Kahoot
- Brainstorming tool: Miro กับ Padlet
- เพิ่มสีสันด้วย memes และ gifs จากสองเจ้าดังอย่าง Tenor และ Giphy
- สำหรับคนที่ใช้ Canva เขามี AI tool ชื่อว่า magic media สามารถสร้างรูปและวิดีโอที่เราต้องการ ใส่ slide ได้เลยยยย
.
Wrap-up
คนเรียน: เรียนในสิ่งที่ไว้ใช้ ใช้ในสิ่งที่เรียน
คนสอน: สร้างพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้
#siamstr
วันนี้ได้มีโอกาสฟัง session “อัปเดตเทรนด์แชร์เรื่องราว AI ในแต่ละสายงาน” จากคุณเพิร์ธ วรธนะ งามตระกูลชล, Data Analytics Engineer at Canva อีกทั้งเป็นเจ้าของเว็บไซต์ Designil.com และเจ้าของเพจ Data TH - Data Science ชิลชิล ใน “TUXSA Open house 2025 เปลี่ยนอนาคตสู่ความสำเร็จด้วย TUXSA” ซึ่งเป็นกิจกรรม online เข้าร่วมผ่าน Zoom มี session ที่ให้ความรู้เสริมทักษะ และแนะนำหลักสูตรปริญญาโทออนไลน์จาก ม.ธรรมศาสตร์ด้วยนะ
.
หัวข้อใน session นี้
1️⃣ AI & Generative AI คืออะไร?
หลาย ๆ คนคงจะเคยเห็นภาพ subset มากันบ้างแล้ว โดย AI เป็นทั้งหมด ในนั้นจะมีอันนึง คือ Machine Learning ที่หลาย ๆ คนชอบย่อเป็น ML เนอะ และในนั้นมีเทคนิคนึงที่ดังมาก ๆๆๆๆๆ ก็คือ Generative AI นั่นเอง (ปีที่แล้วคนพูดถึงเยอะมาก เพจเราก็เช่นกัน)
โดย AI (Artificial Intelligence) คือการทำให้คอมพิวเตอร์ฉลาด และทำงานได้เหมือนมนุษย์ นอกจาก Machine Learning ที่เป็นการให้คอมพิวเตอร์เรียนรู้แล้ว ยังมี Natural Language Processing ที่ทำให้คอมพิวเตอร์เข้าใจภาษามนุษย์ และ Computer Vision ที่คอมพิวเตอร์สามารถมองเห็นได้เหมือนมนุษย์อีกด้วย
usecase การนำ AI ไปใช้ เช่น Netfilx เรียนรู้จาก user ว่าดูเรื่องอะไร และเอามาแนะนำเรา
ส่วน Generative AI เป็นการสร้าง หรือ generative จากการเรียนรู้จากเรา ใช้ Machine Learning ในการสร้างสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น text, image, video, sound และอื่น ๆ
tool ต่าง ๆ เราอาจจะคุ้นเคยกับมันมาบ้างแล้ว และบางคนเป็นเพื่อนมันไปแล้ว อย่าง ChatGPT, Gemini, Claude
2️⃣ การใช้ AI ช่วยในชีวิตคนทำงาน
การใช้ AI ช่วยในชีวิตประจำวัน ที่เราเอาไปทำตามได้เลยตอนนี้ ไม่ต้องรอแล้ว (เดี๋ยวไม่ทันเพื่อน)
🔴 ใช้เครื่องมือตัวไหนดี?
tool ต่าง ๆ ถูกสร้างโดยบริษัทใหญ่ หรือมีทุนจากบริษัทใหญ่มาสนับสนุน เพราะการสร้างครั้งนึงใช้เงินทุนเยอะมาก ๆ
ซึ่ง Big 4 ของเครื่องมือ AI คือ ChatGPT, Gemini, Claude, Perplexity (เราใช้ทั้ง 4 ตัวนี้เลย เย้เย้ แต่ของดินแดนติ๊กน้ามอย่าง Microsoft หายไปแหะ) ซึ่งเราสามารถใช้ตัวไหนก็ได้เลย เพราะทุกตัวเก่งหมด และพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากมีการแข่งขันจากหลายค่าย ผู้บริโภคได้ประโยชน์ อีกทั้งยังสามารถใช้งานฟรีได้เลยด้วย ถ้าใช้บ่อยอาจจะ subscribe ตัวที่เราชอบได้
ถ้าเลือกไม่ได้ว่าจะใช้อะไรดี มีสิ่งที่เรียกว่า Multi-model platform เป็น tool ที่เรา subscribe ทีเดียว สามารถใช้ model ของ AI หลาย ๆ เจ้าตามชอบเลย ข้อดีเสียเงินทีเดียวประหยัดกว่าเรา subscribe หลายเจ้า
ในที่นี้ demo ตัว GetMerlin.in เราสามารถเลือก model และพิมพ์ถามได้เลย แล้วถ้าเราไม่ถูกใจคำตอบ สามารถเปลี่ยน model และถามใหม่ด้วยคำถามเดิมได้
🔴 ใช้ AI ช่วยอะไรดี?
1. ร่าง email: รู้ว่าพูดอะไร แต่เขียนให้สวยยาก ทำยังไงดี ใช้ Gemini ช่วยได้ และมีเครื่องมือช่วย improve เหมาะกับเขียน draft แรกแล้วแก้มากกว่า สำหรับภาษาไทย
2. สร้างรูปภาพ: ให้ข้อมูลให้ยิ่งเยอะยิ่งดี ในที่นี้ทำผ่าน ChatGPT ได้เลย (จริง ๆ บางคนอาจจะ MidJourney หรือใด ๆ)
3. สรุปเอกสาร: สามารถสรุปข้อความใน email (ของเราเห็น gemini บน gmail ขึ้นมาเหมือนกัน) หรือ สิ่งที่ vender ส่งมาที่เราอยากซื้อของ
4. แพลนการประชุม: คิด agenda การประชุม หรือนำการประชุม แบ่งยังไงดี เป็นร่างที่เราสามารถคิดต่อได้
5. สรุปโน้ตจากการประชุม: สรุปการประชุม หรือการเรียนได้ จดเป็น bullet point แล้วเอาไปสรุปให้ชัดเจนมากขึ้น พร้อม next step ว่าใครต้องทำอะไรบ้าง
📌 วิธีใช้ AI ฟรี แบบไม่ต่อเน็ต ข้อมูลไม่รั่ว 100%
มี 2 ตัว คือ Ollama.com กับ LMStudio.ai ซึ่งทั้งสองใช้ได้ทั้ง Windows / Mac / Linux คุณเพิร์ธแนะนำตัวหลัง เพราะใช้งานได้ง่ายกว่า เหมาะกับเดฟ
ข้อดีของมันคือ download model gen AI แบบ open-source มาใช้ได้ ซึ่งฟรี 100% ทุกอย่างอยู่บนเครื่องของเรา และไม่ต่อ internet ทำให้ข้อมูลไม่รั่ว
3️⃣ การใช้ AI ช่วยในชีวิตสายงาน Web Dev & Data
มีสิ่งที่เรียกว่า Vertical AI คือ AI ที่เก่งในด้านใดด้านนึงเป็นพิเศษ เป็น special list ทำงานเฉพาะทาง
🔴 AI ในสายงาน Web Development
เมื่อ 5 - 10 ปีที่แล้ว แปลง design ให้กลายเป็น code เกิดการจ้าง front-end ตัด HTML
ตอนนี้ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด โดยเราโยนรูปไปให้มัน แล้วบอกว่าแปลงภาพนี้เป็น website แบบ responsive ให้หน่อย ตัว AI ก็จะ gen HTML กับ CSS มาให้ พร้อม preview code ให้ดู
🔴 AI ในสายงาน Data
data analyst วิเคราะห์ข้อมูล เช่นหัวหน้าถามถึงยอดขาย เขียน sql วิเคราะห์ข้อมูลและ plot graph ออกมา
ตอนนี้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI ผ่าน tool ที่มีชื่อว่า Looker Conversational Analytics โดยพิมพ์ถามเพื่อ plot graph ได้ และทำการสรุป insight มาให้ด้วย ส่ง dashboard ให้ผู้บริหารได้ จบปิ้ง
4️⃣ Future AI Trends
🔴 Open-source AI
ทุกอย่างอยู่บนเครื่องเราหมด ใช้ได้ไม่ต้องมี internet และเอาไปพัฒนาหรือใช้งานต่อให้ดีขึ้น
🔴 Agentic AI
เป็น AI ที่ทำงานเองได้ คิดเหมือนมนุษย์ เช่น เขียนบทความ ถ้าคุยกับ AI ทั่วไปมันก็เขียนมาให้เราแล้วส่งเลย แต่ถ้าคุยกับ Agentic AI จะมี AI ตัวที่หนึ่งไป research ข้อมูลมาให้ก่อน จากนั้นส่งต่อให้ AI คนที่สอง เอาข้อมูลที่ได้มาเขียนเป็นบทความ และส่งต่อไปยัง AI คนที่สามรีวิวบทความว่าเขียนดีไหม ขาดตกตรงไหน
เอาจริง ๆ ตัวอย่างก็เหมือนการทำ content ปกติ ที่มีการ research แล้วก็เขียนบทความ แล้ว recheck อีกที ปกติเขาทำกันหลายคน แต่เพจเราทำคนเดียว แฮร่
🔴 Physical AI
เดิมการใช้ AI เราใช้ผ่าน digital เช่นเปิดเว็บ เปิดแอพ แต่สามารถเอา AI ใช้ในนอกจอ ใช้ในโลกจริงได้ด้วย อย่างในหุ่นยนต์ พวก smart device ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา ตู้เย็น ทีวี ไปจนถึงรถยนต์ไร้คนขับอีกด้วย
#siamstr

สำหรับค่ายรอบแรกที่เราได้ไปเป็น 1 ใน 100 creators
สามารถอ่านได้ที่นี่เลย บอกหมดทุกอย่างตั้งแต่วิธีสมัครยันเรียยและการบ้าน 55555555
Credit meme จาก 
