PJB's avatar
PJB
npub1jhmm...43pt
Staking sats and be your best every day. Know me as my mind.
PJB's avatar
PJB 9 months ago
image กลับมาแล้วหลังจากไป ฝังเข็ม และกายภาพมาสอบรอบ😂 #GM #siamstr #running
PJB's avatar
PJB 10 months ago
สวัสดีตอนเช้า Grounding day 🌎 #siamstr #GM image
PJB's avatar
PJB 1 year ago
สวัสดี วันเงินเดือนออก ออกไปแรก Sat กันครับ #GM #siamstr #running image
PJB's avatar
PJB 1 year ago
สวัสดีวันอาทิตย์ image 🏃 #siamstr #GM #running #500kmchallenge image
PJB's avatar
PJB 1 year ago
สวัสดีเช้าวันพุธ #GM #siamstr #running #500kmchallenge
PJB's avatar
PJB 1 year ago
สวัสดีเช้าอันสดใสของ Bitcoiner #GM #siamstr #running #500kmchallenge image
PJB's avatar
PJB 1 year ago
ลมหนาวมาแล้วนะ #GM #running #siamstr #500kmchallenge
PJB's avatar
PJB 1 year ago
Hill running on Sunday🏃‍♂️🏃‍♂️ #GM #siamstr #running #500kmchallenge #garmin+#beatyesterday
PJB's avatar
PJB 1 year ago
วิ่ง 1 ครั้ง หยุด 5 วัน !!!😄😄 #siamstr #running #500kmchallenge image
PJB's avatar
PJB 1 year ago
อาจจะเป็นเพราะดาวบนฟ้า ที่ทำให้ฉันยิ้มได้. #siamstr #running #500Kmchallenge #sky image
PJB's avatar
PJB 1 year ago
ยินดีด้วยครับ bitcoiner คุณคือ นักปรัชญา!!! 😂 #siamstr
PJB's avatar
PJB 1 year ago
Every one can understand this picture without words. #nostr #price #siamstr image
PJB's avatar
PJB 1 year ago
การวิตกกังวล ในวันที่มีเรื่องให้คิดมากมาย ทั้งงานครอบครัว สังคม ลองหัดจับอารมณ์ จับลิง (ความวิตกกังวล)ในสมอง ช่วยให้จัดการชีวิตง่ายขึ้น ลองแวะกินอาหารแปลกๆ ใช้ชีวิตเฟียดๆบ้าง เพื่อลดความเป็น คนชอบความสมบูรณ์แบบ perfectionist เพราะชีวิตคือความไม่แน่นอน สัญชาตญาณ สังคมมักบอกให้วิตกกังวล แต่ถ้าลองคิดดีๆจับลิงบ่อยๆจะรู้ว่าชีวิตมันก็ง่ายนิดเดียว โลกไม่ได้กำลังจะแตกหรือเราจะพังพรุ่งนี้ #GM #siamstr https://www.youtube.com/live/9cRw9GVhPNg?si=rnCTFtWXK_4bUb2Y
PJB's avatar
PJB 1 year ago
#GM สรุป 4 แนวคิดน่าสนใจ ที่ได้จากการอ่าน หนังสือ จิตวิทยาว่าด้วยเงิน 1. ไม่มีใครเป็นบ้า ในโลกของการเงิน ผู้คนทำเรื่องบ้าๆ กับเงินมากมาย แต่ไม่มีใครเลยที่เป็นบ้า ผู้คนที่เติบโตมากับความยากจนจะคิดเรื่องของความเสี่ยงและผลตอบแทนในแบบที่ลูกของนายธนาคารผู้มั่งคั่ง ไม่สามารถเข้าถึงได้ หากเขาลองพยายาม ทุก ๆ คนล้วนมีประสบการณ์เฉพาะตัวในวิถีที่โลกเป็น ดังนั้นแล้ว พวกเราทุกคนไม่ว่าจะเป็น คุณหรือผม ย่อมมีมุมมอง เรื่องการทํางานของเงิน นั้นแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละบุคคล สิ่งทีดูเหมือนจะเป็นเรืองที่บ้าสำหรับคุณอาจเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับผมก็ได้ 2. จงระวังคำแนะนำทางการเงิน จากคนที่เล่นเกม ต่างจากคุณ บทนี้ค่อนข้างอธิบายยาก เวลาที่ผู้ประกาศข่าวหุ้น พูดว่า "คุณควรซื้อหุ้นตัวนี้" พวกเขาไม่รู้ว่าคุณคือใคร คุณเป็นวัยรุ่นที่กำลังซื้อขายเพื่อความสนุก เป็นแม่ม่ายสูงอายุที่มีงบประมาณจำกัด ? หรือเป็นผู้จัดการกองทุนป้องกันความเสี่ยง ที่กำลังพยายามกอบกู้กองทุนก่อนปิดไตรมาสใช่ไหม ? คุณคิดจริง ๆ หรือว่าคนสามคนนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องเดียวกัน หรือราคาหุ้นกำลังที่ซื้อขายอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่ระดับราคาใดก็ตามนั้นเหมาะสมกับพวกเขาทั้งสามคน นักเทรดรายวันที่ให้คุณค่ากับการซื้อขาย ระยะสั้น การเข้าซื้อที่ระดับราคาสูงอาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมได้ ถ้าสามารถหาจังหวะการทำกำไรได้ แต่ถ้านักลงทุนระยะยาว เข้าซื้อในช่วงเวลาเดียวกันนั้นอาจหมายถึง หายนะของการลงทุน มันเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจได้ว่า นักลงทุนคนอื่นนั้นมีเป้าหมายที่แตกต่างจากคุณ เนื่องจากความคิดยึดติดทางด้านจิตวิทยานั้น ทำให้คุณไม่สามารถคิดตระหนักได้ว่า คนอื่นๆที่มีเหตุผลนั้นสามารถ มองโลกในเลนส์ที่แตกต่างจากคุณได้ ราคาทิ่เพิมขึ้น นั้นจูงใจนักลงทุนทุกคนในแบบที่แม้แต่นักการตลาดที่เก่งที่สุดยังต้อง อิจฉา พวกมันเป็นเหมือนกับยาเสพติดที่สามารถเปลี่ยนนักลงทุนเน้นคุณค่าให้กลายเป็น คนที่มีสายตาไร้เดียงสา มองโลกในแง่ดี ถูกการกระทําของใครบางคน ที่ก่าลังเล่นคนละเกมกับคุณ กระชากคุณออกจากความเป็นจริงของตัวคุณเอง 3. ใช้เงินเพื่อควบคุมเวลาของคุณ ความสามารถที่จะทำสิ่งที่คุณต้องการ ในเวลาที่คุณต้องการ กับคนที่คุณต้องการ ในระยะเวลาที่นานเท่าที่คุณต้องการ นั้นคือ อิสรภาพ หรือ ปันผลสูงสุดทางการเงิน 4. เป็นคนที่ดีขึ้น และหรูหราน้อยลง และ ออมเงินเพื่อออมเงิน คุณไม่จำเป็นต้องหาเหตุผล เฉพาะให้กับการออมเงิน ไม่มีใครประทับใจในทรัพอ์สมบัติของคุณ มากกว่าตัวคุณ คุณอาจคิดว่าคุณอยากได้รถหรูและนาฬิกาดี ๆ แต่บางที สิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ อาจจะเป็นความเคารพและชื่นชม และคุณมีแนวโน้มที่จะ ได้รับสิ่งเหล่านั้นผ่านทางความเมตตาและความถ่อมตัวของคุณมากกว่าฝานทาง รถหรูเครื่องแรงๆ การออมโดยปราศจากเป้าหมาย ในการใช้จ่ายนั้นให้ทางเลือก และความสุขยืดหยุ่น มันคือความสามารถใน กักเก็บเวลา การรอคอยเพื่อที่จะกระโจนคว้าโอกาสที่จะมาถึงมันให้เวลาคุณได้คิด มันทำให้คุณเปลี่ยนเงื่อนไขในชีวิตคุณได้ในแบบที่คุณต้องการ ทุกการออมเล็กๆ น้อยๆ นั้นจะเปรียบเสมือน กับการออมเพื่ออนาคต ของคนอื่นแต่สุดท้ายมันจะกลับคืนมาที่ตัวของคุณเอง เงิน ที่ผมหมายถึงข้างต้น ทุกท่าน น่าจะเข้าใจอยู่ว่าหมายถึงอะไร ใครที่สนใจอยากอ่านเพิ่มเติม มีเนื้อหาที่น่าสนใจ มากกว่านี้อีกเยอะครับ อยากให้ลองไปอ่านกันดูครับ #rightshift #siamstr #book #reading #thepsychologyofmoney #nostr #thainostr https://image.nostr.build/617dda601b1472a3cd24d569428714dbbcbebaae2ec71bb41c4474b701e769b2.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=716x954&blurhash=_PIhy%5ER-Dhoz8%5Ea%7DI9%7EUIVIUaxWCfPWXD%24M%7BRjoLxvogozE2a%23ozt6aeazof9FM%7BtRxaj%5Bj%5BofNHkCs%2CoeozoefPD%25s-t7WBofj%5Dj%5BIVt6t8j%5DjtayWBIUoet6fQWYayj%5D&x=94fa76dad6ca5b3aaf585f60d18ad9203613f5bf8314ea8f7c09b0c3533b234a
PJB's avatar
PJB 1 year ago
สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเขียน ในเรื่อง การโหยหาผลตอบแทนในระยะสั้น (Time preference) หลังจากตั้งท่ามานาน ว่าจะเขียนบทความอะไรดี ที่สามารถแลกเปลี่ยนคุณค่าให้คนอ่านได้บ้าง ก็คงจะเป็นเรื่องนี้ละ เพราะเป็นสิ่งที่เราประสบพบเจอกับมันทุกวัน ถาม-ตอบ อยู่กับตัวเองบ่อยๆ หลายท่าน คงเคยได้อ่านเรื่องแบบนี้ มาเยอะแล้ว ในทุ่งม่วงแห่งนี้ แต่อาจมีหลายสิ่ง ที่เราจะแลกเปลี่ยนกันได้ (เพราะประสบการณ์ที่เรามีนั้นแตกต่างกัน) ผมก็ยังเป็นคนหนึ่ง ที่ยังชอบที่จะหา ผลตอบแทนในระยะสั้นสูง กว่าการหาผลตอบแทนในระยะยาว มาเริ่มกันเลยครับ มาเริ่มที่ความหมายกันก่อน "Time Preference" หรือความโหยหาผลตอบแทนนั้นเป็นอัตราส่วนความสำคัญระหว่างการได้รับผลตอบแทนในตอนนี้ เทียบกับการรอเพื่อได้รับผลตอบแทนในอนาคต High-Time Preference หรือการโหยหาผลตอบแทนในระยะสั้นที่สูง เป็นสิ่งที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่กำเนิด และเป็นสัญชาตญาณของเรา และสัตว์โดยทั่วๆไปในโลกนี้ เราจะกินเมื่อหิว หลับเมื่อง่วง เด็กร้องเมื่อหิวนม ทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งที่ทำเพื่อ ให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนในระยะสั้น ในที่นี้จะไม่ได้หมายถึงแค่ เฉพาะ เงิน อาจเป็นอย่างอื่นที่คนเราให้ความสำคัญ เช่น สุขภาพ หรือความสุข แล้ว Low-Time Preference หรือ การโหยหาผลตอบแทนในระยะสั้นที่ต่ำ ละสิ่งนี้น่าจะไม่ได้อยู่ ในสัญชาตญาณของเรา โดยตรงแต่น่าจะเกิดจากการเรียนรู้ วิวัฒนาการ วัฒนธรรมจากสภาพแวดล้อมที่บีบบังคับ หรือจากประสบการณ์ที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่จะพบในสัตว์บางชนิดเท่านั้น หรือบางฤดูกาล ที่จะมีการสะสมอาหารไว้กินในอีกฤดูกาลหนึ่ง แต่มักเป็นระยะเวลาสั้นๆ ในส่วนของมนุษย์ก็เช่นกัน ตั้งแต่ที่เราเริ่มตระหนักรู้ เดินออกจากป่า มีมันสมองที่ขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้เราก็มีการคิดถึงอนาคตมากยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการสะสมอาหาร เริ่มนำสัตว์มาเลี้ยง เพื่อไว้กินเป็นอาหาร หรือที่เรียกว่าการมีการปฏิวัติเกษตรกรรม ในบางภูมิภาคที่มีฤดูหนาว ที่หนาวจัด ถ้าไม่มีการสะสมอาหาร หรือคิดถึงอนาคต ราคาที่ต้องจ่าย อาจหมายถึง การอดตายในฤดูหนาว แล้วปัจจัยอะไรละ ที่ทำให้ มนุษย์ มี Time-prefernce ที่แตกต่างกัน ข้อแรก น่าจะเป็น ภูมิประเทศ ในประเทศที่อยู่ใกล้ทางขั้วโลกเหนือหรือใต้ของโลก จะถูกบีบให้คิดถึง การโหยหาผลตอบแทนในระยะสั้นที่ต่ำในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว เพื่ออดไว้กินฤดูหนาว การเอาชีวิตรอดในแต่ละวัน ในช่วงฤดูหนาว ถ้าไม่มีการสะสมอาหารที่เพียงพอใน ช่วงฤดูกาลอื่นๆ ในอาจหมายถึงชีวิต ด้วยวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมแบบนี้ หล่อหลอมให้ คนที่อยู่ในพื้นที่นี้จำเป็นต้อง พัฒนาทักษะ การวางแผน การคำนวณปริมาณอาหารที่จะสะสมที่เพียงพอ การล่าสัตว์ วิธีการถนอมอาหาร หรือทักษะการรบ เพื่อปกป้อง หรือแย่งชิงทรัพยากร จึงไม่น่าแปลกที่ชาติจากยุโรปจะเป็นผู้ที่ เริ่มการล่าอาณานิคม เพื่อแย่งชิงทรัพยากร จากผู้ที่ไม่สามารถรักษามันไว้ได้ ส่วนประเทศที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร อากาศอบอุ่นกว่า ที่สามารถเพาะปลูกได้ตลอดปี จะมีการโหยหาผลตอบแทนระยะสั้นที่สูงกว่า เนื่องจาก ภูมิประเทศในแถบนี้ มีความอุดมสมบูรณ์ ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องวางแผนเพื่ออนาคตข้างหน้า ตื่นเช้ามาหาอาหารกินได้ทักวัน ผู้คนส่วนใหญ่จึงใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน คิดถึงอนาคตน้อยลง ทักษะส่วนใหญ่ที่ถูกพัฒนาขึ้น ในประเทศแถบนี้ ทักษะการทำอาหาร ทักษะต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ ศิลปะ ภาษา วัฒนธรรม การเข้าสังคม เมื่อพื้นที่ต่างๆในโลก เริ่มเชื่อมต่อกันมากขึ้น มีการรวมกลุ่มกันเพื่อก่อตั้งประเทศ และการล่า อาณานิคม ทำให้เกิดสาเหตุที่สองขึ้นมามากขึ้น นั้นคือ ความขาดแคลน ข้อที่สอง ความขาดแคลน ในยุคของการรวมกลุ่มกันเพื่อก่อตั้งประเทศ และการล่าอาณานิคม ได้ก่อให้เกิดพัฒนาการในสังคมมนุษย์ขึ้นอย่างมหาศาล และส่งผลต่อการคิดถึงผลตอบแทนในระยะสั้น มากกว่าอิทธิพลของภูมิประเทศ แต่เดิมหน้าที่ของมนุษย์เรานั้นเพียงแค่ กิน นอน และสืบพันธุ์ ไม่ต่างอะไรจากสัตว์ชนิดอื่น แต่เมื่อสมองของเรามีวิวัฒนาการที่มากยิ่งขึ้น ภาษา และระบบสังคม ทำให้การที่จะอธิบายถึงความต้องการจากสัญชาติญาณที่แท้จริงนั้น เริ่มมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และการที่จะทำให้เกิดความขาดแคลนความต้องการได้นั้นต้องเป็นสิ่งที่เราให้คุณค่ากันมันมาก เราถึงจะรู้สึกขาดได้ การให้ความสำคัญกับสิ่งต่างๆรอบตัวที่แตกต่างกันของมนุษย์ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนคุณค่า ต่อกันในสังคมมนุษย์ ก่อให้เกิด สิ่งที่เรียกว่า เงิน ซึ่งเป็นตัวแทนของคุณค่าที่เราใช้แลกเปลี่ยนกัน แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่ เงิน สามารถ แทนที่คุณค่าได้ทั้งหมด เช่น สุขภาพ ความสัมพันธ์กับผู้อื่น ความรัก ความขาดแคลน เป็นสิ่งที่บีบบังคับ ความคิด ตัวตน ของมนุษย์ทุกคน สัญชาตญาณของมนุษย์ ถูกออกแบบมาเพื่อค้นหาวิธีการที่จะเอาตัวรอดได้เสมอ เมื่อเราประสบกับความขาดแคลนจากสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป มีแนวโน้มว่าเราจะโหยหาผลตอบแทนจากสิ่งนั้นที่สูงขึ้น ในปัจจุบันสิ่งเราให้คุณค่าถูกบังคับ ให้เกิดความขาดแคลนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุต่างๆมากมาย จากประเทศจากเจ้าอาณานิคม ระบบทุนนิยมที่มีผู้ชักนำ ผู้นำที่บริหารผิดพลาด หรือเห็นแก่ตัว ของประเทศนั้นๆ การทำให้เงินของเรานั้นมีมูลค่าลดลงในทุกๆวัน ทำให้อาหารของเรามีสารอาหารที่น้อยลงเพื่อลดต้นทุนและซ่อนเงินเฟ้อ การทำลายระบบการศึกษาเพื่อให้ผลิตคนมาป้อนตลาดแรงงาน หรือบางครั้ง ความขาดแคลน ก็อาจจะเกิดมาจากคนในยุคก่อนหน้าคนในครอบครัว ที่มีการโหยหาผลตอบระยะสั้นที่สูง ใช้วิธีการและเครื่องมือที่ผิด เพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทน ด้วยการเดิมพันกับผลตอบแทนในอนาคต การเปรียบเทียบตัวเอง กับค่านิยมของสังคมต่างๆ ความรู้สึกอยากเป็นคนสำคัญ ทุกสิ่งล้วนส่งผลให้เกิดความขาดแคลน และนำไปสู่การโหยหาผลตอบแทนระยะสั้นที่สูงขึ้น บทสรุป งั้นหมายความว่าที่เขียนมาทั้งหมดนี้ การมี High-time preference การโหยหาผลตอบแทนระยะสั้นสูง มันก็ไม่ดีสินะ ชีวิตเรามันต้อง Low-time preference เท่านั้น! จะว่าอย่างนั้นมันก็ไม่ถูกอีก การโหยหาผลตอบแทนในระยะสั้นสูง ในระดับที่เหมาะสม นั้นเป็นเรื่องที่ดี เราหิวก็ควรต้องกิน เมื่อยก็ไปนวด ป่วยก็ไปหาหมอ ทำงานก็ควรต้องมีเวลาหาความสุขอยู่กับครอบครัว ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลตอบแทนในปัจจุบันทั้งนั้น ไม่สามารถเก็บออมไปถึงอนาคตได้ ผมเคยเจอคนที่สุดโต่งมาก เรื่อง การโหยหาผลตอบแทนระยะสั้นที่ต่ำ ทำงาน ทำงาน ทำงาน หาเงิน(ที่ยังไงก็ระเหยอยู่ดี) ไม่มีเวลาให้ครอบครัว หาความสุขให้ตัวเอง ใช่ครับ ถ้าการทำงานคือความสุข นั้นคือคุณทำสิ่งถูกต้อง แต่ถ้าการทำแบบนั้น มันทำให้เราไม่มีความสุขในปัจจุบันทั้งๆที่ มีเงินมหาศาลอยู่ในบัญชี มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราถูกขังอยู่ในกรงของค่านิยมอะไรซักอย่าง หรือการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น การมีระดับ การโหยหาผลตอบแทนระยะสั้น ที่เหมาะสมนั้นถือว่ามีความจำเป็น กับชีวิตมาก แต่ในปัจจุบัน มีหลายๆคน ที่ไม่สามารถ แม้แต่จะคิดถึง คำว่า Low-Time Preference ได้ เมื่อเงินที่ถืออยู่ไม่มีค่า การมูลค่าการออมเวลาและแรงงานถูกขโมย ออกไปในทุกๆวัน ให้กับผู้ที่อยู่ด้านบนหอคอย ที่จำเป็นจะต้องปกปิดความผิดของพวกเขาด้วยวิธีการสร้าง คำศัพท์ กฏเกณฑ์อะไรมากมาย เพื่อกดขี่ และปกครอง ประเทศอื่นๆ ด้วยวิธีการใหม่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม การบีบบังคับ ให้คนโหยหาผลตอบแทนมากขึ้น เนื่องจาก เงินมันระเหยได้ ด้วยวิธีการ ใช้ตลาดทุน ดอกเบี้ย และหนี้สิน นั้นทำให้คนที่ระดับล่างสุด ต้องแทบขายเวลาและแรงงานของพวกเขาทั้งชีวิต เพื่อให้ได้เงินมา แค่พอประทังชีวิต และการที่คนต้องทำงานเกือบทั้งชีวิตนั้น ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้เกิดการขาดแคลนในด้านอื่นๆเช่นกัน #siamstr #rightshift #hightimepreference ปล. ขอนอกเรื่องนิดนึง ขอบคุณช่อง Right shift มากที่ช่วงนี้ มีการตัดคลิปซอยย่อยเป็นคลิปสั้นๆเพิ่มมากขึ้น เหมาะกับการเอาป้ายยาคนอื่น ให้เป็น Bitcoiner มากครับ เมื่อก่อนยาวมากตามฟังไม่ไหว เวลามีน้อยยังต้องตามหาเงิน Fiat 555
PJB's avatar
PJB 1 year ago
#GM สวัสดีตอนเช้าครับ หลังจาก มาๆหายๆ ไปนานจาก ทุ่งม่วง เนื่องจากทำ Soical detox (ลบ FB ไปช่วงหนึ่ง) เพราะเหมือนโดนช่วงชิงเวลาในชีวิตไปเยอะ และเป็นพวก Introvert หน่อยๆ เบื่อ Social แต่ดันเป็นคนชอบ หาความรู้ ช่วงแรกๆที่ใช้ มันจะมึนๆอึนๆหน่อย เพราะคงจะเสพติด Algorithm ของแพลตฟอร์มอื่น แต่ก็ เริ่มเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้น ตามลำดับ รู้สึกว่าเริ่มจะใช้ง่าย มีฟีเจอร์ใหม่ ให้ใช้มากขึ้น ทั้ง Marketplace แปลภาษา พึ่งเข้าใจคำว่า อิสระ ของจริง มีคอนเทนต์ทุกแนว แบบต้องใช้วิจารณญาณบ้าง ช่วงแรก ก็เริ่มมี Scam เยอะ แต่ดีหน่อย พวกเรา Bitcoiner มันหลอกยาก555 เจอกลไกตลาดละ เดี๋ยวก็หายไปเอง ไม่ได้บอกว่าจะกลับมาโพสต์เยอะๆนะ จะแอบอ่านเงียบๆ แจก Sat ไปเรื่อย แบบนี้ละ555 #siamstr https://image.nostr.build/fcd188bc39c30347c9cf7decdddb0c44b29c0b5edaa6998085200d7874240691.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=1024x1024&blurhash=U.Jk%7D%5DoMV%40j%40_4k9WBofRiogf6j%5BM%7BayaxfP&x=d7db5284289ab2859444baf65cf56c7b2eb6007a3d69ae8cd4a0402c328bc3bc
PJB's avatar
PJB 2 years ago
Happy New Year 2024 ชาวทุ่งม่วงทุกท่าน ขออวยพร แบบชาว Bitcoiner ซะหน่อยละกัน ขอให้หลุดพ้นจาก การโหยหาผลตอบแทนระยะสั้น Hightime preference โดยเร็ววัน เข้าสู่ วิถีของ Low time preference ขอให้งานที่ทำ สิ่งที่เชื่อถือ Work ที่ปฏิบัติ สามารถตอบแทนเป็น Value ที่สมเหตุสมผล ผ่านกลไกตลาด เป็น Proof of work ที่ทำให้สังคมดีขึ้นในทุกๆวัน ขอให้สังคม ของ Bitcoiner เป็นสังคมแห่งการ Don't trust but verify อย่างนี้ไปตลอด ขอให้ให้โลกนี้ เข้าสู่ ยุคของ เจตจำนงเสรี (Free will) ตามกลไกธรรมชาติ อย่างที่มันควรจะเป็น ได้ในเร็ววัน สุดท้าย ขอให้ทุกท่าน ใช้ชีวิต ให้มีความสุข ในทุกๆวัน คิดหวังสิ่งใด ขอให้ประสบความสำเร็จ สุขภาพ ร่างกาย แข็งแรง ตลอดทั้งปี 2024 นี้ครับ #siamstr
PJB's avatar
PJB 2 years ago
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มันปลอดภัย แต่ไม่ถูกใจนายทุน ในโลกแห่งทุนนิยมอุปถัมภ์ 😂 #siamstr
PJB's avatar
PJB 2 years ago
มนุษย์เราเกิดมาเพื่อวิ่ง(ทน)..เพราะร่างกายเราออกแบบมาแบบนั้น วันนี้อยากลองเขียนอะไรยาวๆ ดูบ้าง แต่ถ้าเขียนแต่เรื่อง Bitcoin ก็ดูจะน่าเบื่อไปเพราะมีคนเขียนเยอะแล้ว เลยลองเลือกเรื่องที่ตัวเองสนใจและชอบอยู่แล้ว แบบน่าจะไม่ fiat มาขยายความต่อละกัน ทำไมเราถึงเกิดมาเพื่อวิ่งระยะไกล? เอาแบบสั้นๆก็มีข้อได้เปรียบ 4 อย่างที่ต่างจากสัตว์อื่นๆ 1. สรีระของเท้า 2. การระบายความร้อนด้วยเหงื่อ 3. สรีระของศีรษะ ที่เป็นอิสระจากไหล่และตัว 4. ก้นขนาดใหญ่ ที่บ่งบอกถึงความเป็นนักวิ่ง ถ้าแบบยาวๆก็เชิญตามอ่านด้านล่าง ก่อนอื่นคงต้องไปย้อนดูก่อนว่าทำไมมนุษย์เราถึงได้ครองโลกอย่างทุกวันนี้ ย้อนกลับไปประมาณ 50 กว่าปีที่แล้ว ถ้าถามนักวิทยาศาสตร์ว่า อะไรเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มนุษย์วิวัฒนาการกลายมาเป็นมนุษย์ที่ต่างไปจากลิงอื่นทั่วไป คำตอบที่เชื่อกันมากในช่วงเวลานั้นคือ วิวัฒนาการของสมองที่ใหญ่นักวิ่งที่เร็วที่สุดในโลกก็ยังวิ่งช้ากว่าชิมแปนซีทั่วๆไป ยังไม่นับว่า มนุษย์ไม่สามารถปีนป่ายต้นไม้ได้เหมือนลิงอื่นๆ ดังนั้นเหมือนว่าสมองจะเป็นอวัยวะเดียวที่ทำให้มนุษย์เอาชนะลิงอื่นๆได้ฉลาดขึ้นกว่าลิงอื่น สำหรับเหตุผลก็เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะร่างกายของมนุษย์นั้นถือได้ว่า อ่อนแอมากๆเมื่อเทียบกับลิงอื่นๆ เรามีปากและขากรรไกรที่กัดได้ไม่แรง มนุษย์ที่แข็งแรงที่สุดในโลกไม่สามารถเทียบกำลังกับกอริลล่าทั่วๆไปได้ นักวิ่งที่เร็วที่สุดในโลกก็ยังวิ่งช้ากว่าชิมแปนซีทั่วๆไป ยังไม่นับว่า มนุษย์ไม่สามารถปีนป่ายต้นไม้ได้เหมือนลิงอื่นๆ ดังนั้นเหมือนว่าสมองจะเป็นอวัยวะเดียวที่ทำให้มนุษย์เอาชนะลิงอื่นๆได้ แต่ต่อมาเมื่อมีการค้นพบฟอสซิลของลิงที่เป็นบรรพบุรุษของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆก็พบว่าสิ่งที่ทำให้มนุษย์แยกสายวิวัฒนาการมาจากลิงอื่นๆนั้น ไม่ใช่สมอง .... แต่เป็นการเดินสองขา ทำไมเราถึงวิ่งระยะไกลได้ดี?? 1. สรีระของเท้า เมื่อประมาณ 7-10 ล้านปีที่แล้ว ภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิเฉลี่ยมีค่าลดลงอย่างต่อเนื่องหลายล้านปี ทำให้ป่าที่บรรพบุรุษเราอาศัยอยู่หดเล็กลง เชื่อกันว่าบรรพบุรุษของเราน่าจะเป็นลิงที่ปกติอาศัยอยู่ชายขอบของป่า ดังนั้นเมื่อป่าหดเล็กลง บรรพบุรุษของเราจึงถูกบีบให้ลงมาเดินหากินบนพื้นดินในทุ่งหญ้า การเดินสองขา ถือเป็นจุดเปลี่ยนแรก ที่ทำให้มนุษย์ฉลาดขึ้น แต่ไม่ใช่จุดเปลี่ยนเดียว ความอดอยากถือว่าเป็นปัจจัยหนึ่ง เช่นกันที่ทำให้บรรพบุรุษ Homo จำเป็นต้องกิน ซากสัตว์ จากในทุ่งหญ้า จากแต่เดิมที่กินแค่ผลไม้และแมลงตัวเล็กๆ การวิวัฒนาการกินไขสันหลังสัตว์ ส่งผลต่อวิวัฒนาการการของมนุษย์อย่างมากเพราะ มีพลังงานสูง และสารอาหารสำคัญมาก ถ้าเทียบสมัยนี้ก็คงเป็น super food ของยุคนั้น เมื่อบรรพบุรุษเราต้องเดินหากินสองขามากขึ้น เท้าจึงวิวัฒนาการมาให้เหมาะกับการเดินมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆที่เกิดขึ้นกับเท้า มีอยู่สองอย่างด้วยกัน หนึ่ง คือ นิ้วเท้าของมนุษย์สั้นลง เพราะนิ้วที่สั้นจะทำให้เดินได้มีประสิทธิภาพกว่า ต่างไปจากนิ้วมือที่ยาวซึ่งช่วยให้จับหรือกำสิ่งต่างๆได้ดี หัวแม่เท้าเปลี่ยนมามีความยาวเท่ากับนิ้วเท้าอื่นๆ และเป็นพระเอกในการรับน้ำหนักร่างกายระหว่างที่เราเดิน เพราะน้ำหนักตัวเปลี่ยนมาตกเข้าใกล้แกนกลางลำตัวมากขึ้น ทำให้บรรพบุรุษเราเดินได้นิ่ง ต่างจากลิงที่น้ำหนักตัวจะตกไปฝั่งนิ้วก้อย เวลาเดินจึงตัวเอียงไปทางซ้ายทีขวาที สองคือ กระดูกเท้าของบรรพบุรุษเราเริ่มมีสิ่งที่เรียกว่า arch หรือโค้งเกิดขึ้น ซึ่งกระดูกเท้าร่วมกับกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นจะผูกและเรียงตัวกันเหมือนคันธนูที่วางคว่ำโดยโค้งของคันธนูหันขึ้นด้านบน เวลาเดินแต่ละก้าวน้ำหนักจะถูกกดลง บนโค้งนี้ ทำให้โค้งถูกดัดให้เหยียดตรงขึ้นและพร้อมจะดีดกลับเมื่อแรงกดถูกย้ายไปที่เท้าอีกข้าง อยากจะให้เริ่มต้นโดยการให้ลองคลำที่ฝ่าเท้าตัวเองก่อน จะเห็นว่าเท้าของคนเราไม่ได้แบนราบ แต่มีส่วนที่โค้งที่พอจะเห็นและคลำได้ Arch แรก (อาร์ค) ที่เห็นได้ชัดสุดคือ โค้งจากหัวแม่เท้าไปที่ส้นเท้า แต่เท้าเรายังมีโค้งอื่นอีก โค้งที่มองด้วยตาไม่ชัด แต่จะเห็นได้จากการถ่ายภาพ x-ray Arch ที่สองคือ โค้งจากนิ้วก้อยเท้าไปที่ส้นเท้า Arch ที่สามคือ โค้งจากซ้ายไปขวาของเท้า Arch ทั้งสามของเท้าจึงทำหน้าที่เหมือนสปริง ที่คอยช่วยผ่อนแรงเราขณะเดิน โดยจะแปลงหรือรีไซเคิลน้ำหนักร่างกายเราออกมาเป็นแรงดีดที่ทำให้เราเดินได้สบายขึ้นอย่างด้วยกัน โดยปกติเมื่อ arch ของเราทำงานได้ดีเราจะไม่เห็นว่า arch เหล่านี้ทำงานมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเราไปเดินหรือวิ่งบนทรายซึ่งทำให้ระบบสปริงเหล่านี้ทำงานได้ไม่เต็มที่ เราจะเห็นว่ากำลังที่ต้องใช้เพื่อเดินจะต้องเพิ่มขึ้นอีกมาก เมื่อมนุษย์เดินและวิ่งบนสองขาได้มั่นคงและเร็วขึ้น วิถีการหากินก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จากการเดินหรือยืนเพื่อเด็ดผลไม้ ก็มาสู่การเดินไปตามทุ่งหญ้าหรือวิ่งตามนกแร้ง เพื่อหาซากสัตว์อื่นที่สัตว์อย่างสิงโตหรือหมาไนกินเหลือทิ้งไว้ หรืออาจจะสรุปแบบง่ายๆได้ว่า หลังจากที่บรรพบุรุษของมนุษย์เริ่มเดินและวิ่งสองขา ก็สามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ (ในแง่ของการให้พลังงาน) มากขึ้น ต่อมาเมื่อใช้ไฟ้ฟ้าทำอาหาร ทำให้ระบบย่อยอาหารวิวัฒนาการเล็กลงได้ พลังงานที่ประหยัดขึ้นนี้ จึงสามารถนำไปเลี้ยงสมองที่วิวัฒนาการใหญ่ขึ้นเรื่อยๆได้ โดยการเปลี่ยนแปลงที่เหมือนโดมิโนล้มต่อกันเป็นทอดๆนี้ ถือได้ว่าเริ่มต้นขึ้นมาจากการวิวัฒนาการของเท้า นำไปสู่ปัจจัยที่ 2 2. การระบายความร้อน (เหงื่อ) คนยุคที่มีวิถีชีวิตแบบล่าสัตว์หาของป่า แค่การเดินเพื่อให้มีอาหารพอกิน มีน้ำพอดื่ม โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงจะเดินประมาณ 10 กิโลเมตรต่อวัน ส่วนผู้ชายจะเดินประมาณ 14 กิโลเมตรต่อวัน แล้วไม่ได้เดินตัวเปล่า แต่มักจะแบกของ หรืออุ้มลูกไว้ด้วย การล่าสัตว์ในยุคนี้นั้น มนุษย์จะใช้วิธีแก่รอย วิ่งไล่บี้ ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่ลดละ แรก ๆ สัตว์ที่ถูกล่าจะวิ่งหนีเมื่อมนุษย์วิ่งเข้าไปใกล้ แต่การคอยวิ่งไล่ตามไปเรื่อย ๆ จะทำให้สัตว์มีเวลาพักไม่เพียงพอที่จะระบายความร้อนออกจากร่างกาย จนถึงจุดหนึ่ง สัตว์นั้นจะไม่สามารถวิ่งหนีต่อไปได้ ทำให้มนุษย์สามารถที่จะเดินเข้าไปสังหารโดยที่สัตว์นั้นไม่สามารถที่จะขยับตัวหนีไปได้ เพราะสัตว์ต่าง ๆ ในธรรมชาติ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ต้องใช้วิธี อ้าปากหายใจหอบ ๆ ซึ่งจะทำได้ไม่ดีขณะที่กำลังวิ่งอยู่ โดยจะวิ่งได้ระยะเวลาหนึ่งแล้วจำเป็นต้องหยุดพัก เมื่อร่างกายของสัตว์จะร้อนเกินไป (overheat) วิธีการล่าสัตว์แบบนี้มีชื่อเรียกว่า persistence hunting ซึ่งคนที่ยังมีวิถีชีวิตแบบล่าสัตว์หาของป่าในปัจจุบัน ในหลายทวีปก็ยังใช้วิธีนี้ในการล่าสัตว์ คำถามคือ ทำไมมนุษย์จึงวิ่งได้ทนกว่าสัตว์ชนิดอื่น? คำตอบคือ เพราะเรามีระบบระบายความร้อนที่ดีมาก และสามารถทำงานได้ตลอดเวลาแม้แต่ขณะที่กำลังวิ่ง เพราะมนุษย์เราระบายความร้อนด้วย .... เหงื่อ นั้นเอง ปกติเมื่อกล้ามเนื้อต่าง ๆ ของเราทำงานมากขึ้น อุณหภูมิในแกนกลางของร่างกายก็จะร้อนขึ้น แต่เลือดจะพาความร้อนนั้นไหลไปสู่ผิวหนัง เมื่อเราเหงื่อออก น้ำเหงื่อที่ระเหยออกไปจากผิวหนังจะดึงความร้อนจากผิวหนังออกไปด้วย ทำให้ผิวหนังของเราเย็นลง ดังนั้นความร้อนจากเส้นเลือด (ฝอย) ก็จะถูกส่งไปที่ผิวหนังได้ง่ายขึ้น แล้วเลือดที่เย็นก็จะวนไปรับความร้อนจากแกนกลางของร่างกายเพื่อวนมาระบายออกที่ผิวหนังได้อีกรอบ และเพราะมนุษย์ไม่มีขนเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ เราจึงระบายความร้อนได้เหงื่อได้ดียิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น แต่มนุษย์ยังเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีต่อมเหงื่อมากที่สุดในโลก 3. สรีระของศีรษะ ที่เป็นอิสระจากไหล่และตัว นอกเหนือไปจากต่อมเหงื่อทีมีมากแล้ว ร่างกายมนุษย์ยังมีการปรับเปลี่ยนหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เราต่างไปจากลิงอื่น และเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ร่างกายมนุษย์วิวัฒนาการมาให้เป็นลิงที่วิ่งได้ทน ตัวอย่างเช่น ในลิงชิมแปนซี หรือลิงที่ต้องปีนป่ายตามต้นไม้ บริเวณของกะโหลก คอ และหลังจะค่อนข้างเชื่อมติดกัน ทำให้ลิงดูเหมือนคอสั้น และเหมือนยักไหล่ค้างไว้ตลอดเวลา ซึ่งลักษณะนี้จะช่วยให้บริเวณหัวของลิงมั่นคงไม่โคลงเคลงไปมาระหว่างโหนไปตามกิ่งไม้ แต่ศรีษะของมนุษย์จะเป็นอิสระจากไหล่และลำตัวค่อนข้างมาก ทำให้เวลาวิ่งด้วยความเร็ว เราสามารถแกว่งแขน หมุนตัวซ้ายขวา (ตามจังหวะการแกว่งแขน) ได้โดยที่ศรีษะไม่หมุนไปมาตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ศรีษะของเราก็ต้องมีอะไรยึดไว้เพื่อให้ศรีษะไม่โคลงไปมาขณะที่วิ่ง 
ถ้าคลึงบริเวณท้ายทอยเราจะพบตุ่มกระดูกอยู่ ตุ่มนี้เป็นที่เกาะของเส้นเอ็นที่ชื่อว่า nuchal ligament ซึ่งจะทำหน้าที่ยึดศรีษะของเรากับกระดูกคอ ทำให้เวลาเราวิ่งศรีษะของเราจะมั่นคงไม่โยกเยกไปมา สายตาจึงจับจ้องไปข้างหน้าได้ เส้นเอ็นนี้จะพบในสัตว์ที่ต้องวิ่งเร็ว เช่น หมา ม้า อูฐ แต่จะไม่พบในสัตว์ที่ไม่ค่อยวิ่ง เช่น หมู ชิมแปนซี เมื่อศึกษาฟอสซิลของบรรพบุรุษมนุษย์ พบว่าเส้นเอ็นนี้เริ่มพบในบรรพบุรุษของเราเมื่อประมาณ 2-3 ล้านปีที่แล้ว ทำให้เชื่อว่า ช่วงเวลานั้นบรรพบุรุษของเราคงจะเริ่มวิ่งมากขึ้น จึงวิวัฒนาการมีเส้นเอ็นนี้เกิดขึ้น

 4. ก้นขนาดใหญ่ ที่บ่งบอกถึงความเป็นนักวิ่ง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่วิ่งเร็วทั้งหลายจะมีหางไว้เพื่อช่วยการทรงตัวเมื่อเปลี่ยนทิศทางขณะที่กำลังวิ่งด้วยความเร็ว แม้ว่ามนุษย์จะไม่มีหางแต่เรามีกล้ามเนื้อก้นที่ใหญ่กว่าลิงอื่น ๆ มาก กล้ามเนื้อก้นนี้มีความจำเป็นต่อการเดินไม่มากนัก แต่จะทำงานมากเมื่อเราออกวิ่ง ซึ่งบอกใบ้ว่า บรรพบุรุษของเราน่าจะเป็นนักวิ่ง เราจึงมีก้นที่ใหญ่เช่นนี้

และทั้งหมดนี้ก็เป็นบางส่วนของหลักฐานที่บอกใบ้ให้เรารู้ว่า ร่างกายของเราออกแบบมาเพื่อให้เป็นลิงที่วิ่งทน ร่างกายมนุษย์วิวัฒนาการมาให้เป็นสัตว์ที่วิ่งได้ไกลมาก ๆ แต่ถ้าถามว่าวิ่งได้ไกลแค่ไหน คำตอบจริง ๆ คือ ปัจจุบันยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่เรารู้ว่าร่างกายของมนุษย์มีความสามารถที่ยืดหยุ่นสูงมาก หมายความว่า ในคนที่ได้รับการฝึกฝนมาดี ก็สามารถที่จะวิ่งระยะไกล ๆ ได้มาก ถ้าจะพูดว่าสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมา หรือเราเกิดมาเพื่อวิ่ง สิ่งนี้ก็ไม่น่าจะผิด มนุษย์เราเกิดมาเพื่อวิ่ง(ทน).. เพราะร่างกายเราออกแบบมาแบบนั้น นั้นเอง วันนี้คุณไปวิ่งหรือยัง? #siamstr #running #history #science #health ข้อมูลอ้างอิงต้นฉบับไปตามอ่านได้
PJB's avatar
PJB 2 years ago
IMF และ ธนาคารโลก ไม่เคยเป็นพ่อพระ ของโลกใบนี้ แท้จริงแล้ว เป็นองค์กรทางธุรกิจที่แสวงหาผลกำไร และสืบทอดอำนาจของ ดอลลาร์สหรัฐ แค่นั้นเอง