โจรจัญไร's avatar
โจรจัญไร
joanjungrai@siamstr.com
npub1f5td...ufnj
Lower your time preference.
สำหรับเชียงใหม่ก็น่าอยู่ มันจะมีปัญหาแค่หน้าหมอกควัน นอกนั้นก็พอไหว สิ่งที่ทำให้ผมไม่อยากอยู่เชียงใหม่ เพราะ มันยังเจริญเกินไปสำหรับผม ผมชอบชีวิต แบบ ต๊ะต่อนยอน แบบสมัยก่อน ไม่ชอบแบบปัจจุบัน วัฒนธรรม ที่ดีงามของท้องถิ่นค่อยๆ ถูกกลืนกิน เพราะ การเข้ามาของความเจริญ ทำให้วิถี ชีวิตของคนค่อยๆเปลี่ยนไป ชีวิตแบบ low time จึงค่อยๆ หายไปในปัจจุบัน #Siamstr View quoted note →
เราลองจินตนาการภาพโลกที่ไม่มีชาวนาดูสิครับ เราก็จะไม่มีข้าวหอมๆ กินกับส้มตำ แซ่บๆ ถ้าไม่มีชาวไร่ชาวสวน เราก็จะ ไม่มีผลไม้หวานฉ่ำอย่างมะม่วง ทุเรียน หรือ แม้แต่กาแฟหอมกรุ่นในยามเช้า ที่นี่พอเห็นภาพแล้วใช่มั้ยล่ะครับ? ปัจจุบันแม้ว่าบางคนอาจจะมองว่าอาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่ "เชย" หรือ "ลำบาก" แต่ จริงๆแล้ว พวกเขาคือ "ฮีโร่" ตัวจริงที่คอยปลูกข้าว ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ส่งอาหารอร่อยๆ มาเติมพลังให้เราทุกคนได้ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข ลองคิดดูสิครับ ว่าถ้าไม่มีอาหาร ทุกอย่างที่เราทำ เงินทองมากมายที่หามาได้ จะมีความหมายอะไร? ถึงเวลาแล้วครับ ที่เราจะหันกลับมาให้ความสำคัญกับอาชีพเกษตรกันมากขึ้น ช่วยสนับสนุนเกษตรกรไทย ซื้อสินค้าเกษตรจากชุมชน เพราะพวกเขาคือผู้ที่หล่อ เลี้ยงชีวิตพวกเราทุกคนครับ image #Siamstr
นาย #Siamstr ข้อมูลสมมติ : - ตอนนี้อายุ 30 ปี - จะเสียชีวิตในวัย 75 ปี - วันนี้ไม่มี บิตคอยน์ เลย - ตั้งแต่ตอนนี้ ตั้งใจ DCA บิตคอยน์ เดือนละ 3000 บาท - อัตราการเติบโต บิตคอยน์ 8.23% (กรณีนี้คิดแค่ บิตคอยน์เติบโตเท่ากับเงินเฟ้อ) - อัตราเงินเฟ้อ 0% เพราะ บิตคอยน์ต้านเงินเฟ้อได้ (ผมเลยเอาการเติบโตของเงินเฟ้อไปแทนอัตราการเติบโตบิตคอยน์) - ค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ 36000 บาท สรุป : จะสามารถเกษียณได้ในวัย 59 ปี ซึ่งถ้าคุณออมเงินแล้วนำไปลงทุนใน สินทรัพย์อื่น โอกาสน้อยมากที่คุณจะสามารถเกษียณอายุได้ เพราะอัตราเงิน เฟ้อมันสูงมากตอนนี้ มันจะมีการลงทุนอะไรที่ให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อโดย ที่ไม่ high rick high return พูดง่ายๆคือ มันแทบจะไม่มีการลงทุนที่ให้ผลตอบ แทนเกินกว่าเงินเฟ้อ โดยที่คุณไม่เสี่ยงหมดตัวไปซะก่อน image
ผมลองมาพิจารณาดูแล้ว มันก็ถูกแหละที่ระบบการเงินมันไม่ยุติธรรมแล้วทำให้เรา ถูกเอาเปรียบ แต่คุณอย่าลืมสิว่า ใครกันที่เป็นคนสร้างระบบนี้ขึ้นมา มันก็มนุษย์เรา เนี่ยแหละ ที่เป็นคนสร้างมันขึ้นมา ทำให้ผมคิดไปในอีกแง่มุมหนึ่งว่า ต้นตอของ ปัญหาที่แท้จริง มันอาจจะไม่ได้มาจากระบบ แต่มันมาจาก มนุษย์เราเนี่ยแหละ มันเกิดจากความไม่รู้จักพอ ขาดจิตสำนึก ขาดศีลธรรม ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี จนมัน เป็นเหตุที่สร้างความเดือดร้อนให้เราในวันนี้ ที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นก็คือ ถึงแม้เราจะ มีเงินที่ดีแล้ว อย่าง บิตคอยน์ แต่ถ้ามนุษย์ยังไม่มีจิตสำนึก ไม่รู้จักพอ เดี๋ยวสักวัน ปัญหาในรูปแบบเดิมๆก็จะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งมันอาจจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะ "ความพอใจของเราไม่เท่ากัน" ผมเลยอยากที่จะส่งเสริม ในการใช้ศีลธรรมมาเป็นตัว ช่วยในการสร้างกรอบให้คนรู้จักผิดชอบชั่วดี มาเป็นฐานให้กับสังคมที่ดีในอนาคต image #Siamstr
เห็นคนอื่นเขาแต่งเพลงกัน ก็ดูเหมือนจะง่ายๆ พอลองแต่งเองเท่านั้นแหละ เอาเพลงนี้เพลงเดียวก็พอละ เป็นท้อ เป็นเครียด ที่หาคำลงไม่ได้ ปวดหัวสุดๆ เพลงนี้ผมอยากจะสื่อถึง ชีวิตก่อนที่จะมาเจอกับ บิตคอยน์ #Siamstr View quoted note →
ผมมารู้ความหมายของคำว่า"ทุกวินาทีมีค่า"ตอนที่คนที่ผมรักเกือบลาโลกใบนี้ไป วันนั้นตื่นเช้าขึ้นมาเหตุการณ์ก็ปกติทุกอย่าง ทุกคนภายในบ้านก็ทักทายกันตาม ปกติ มันจะมีพิเศษหน่อยก็ตรงที่วัดข้างบ้านเขาจัดงานประเพณี ยายผมซึ่งเป็น สายบุญแกจะพลาดไปได้ยังไง แกก็เตรียมชุดแต่งหน้าทาปากอะไรเสร็จสรรพ แต่พอแกเดินไปถึงตรงหน้าประตูบ้าน แกกลับมาเปลี่ยนชุดเป็นชุดปกติ แล้วก็ เข้าไปนอนพักที่เตียงแก ผมก็สงสัยว่ายายกลับมาทำไม ผมก็ถามไปว่าอ้าวตอน เช้าเห็นยายบอกว่าจะไปวัด จะเข้าไปทำบุญกับเขาไม่ใช่หรอ ยายผมก็ตอบกลับ มาว่า ยายรู้สึกเหมือนปวดหัวนิดๆ คิดว่าน่าจะไม่ไปทำบุญแล้ว ขอกลับมานอน พักดีกว่า ตอนที่ยายกลับมานอนพักพ่อผมก็กำลังออกไปทำสวนของแกพอดี ใน บ้านก็เหลือ ยาย แม่ แล้วก็ผม พอเวลาผ่านไปสักพัก แม่ก็เรียกผมไปถอนผมขาว ให้แก พอถอนจนแกพอใจ ผมก็ไปทำอะไรเรื่อยเปื่อย ดู youtube อะไรตาม ประสาผม พอผมดูไปสักพัก แม่ก็ส่งเสียงดังทะลุหูฟังที่ผมใส่ บอกว่ายายเป็นอะไร ก็ไม่รู้ เหงื่อเต็มตัว แล้วก็พูดเหมือนคนละเมอ ผมก็สงสัย ผมก็เลยเข้าไปดู ผมก็งง ไปพักหนึ่งว่าเป็นอะไร แม่ผมก็นึกว่า ผีอาจจะเข้ายาย ผมบอกกับแม่ว่าไม่ใช่มั้ง วินาทีนั้นแม่กับผมต่างคนก็ต่างกลัว ทำอะไรก็ไม่ถูก อีกสักพักยายก็ควบคุมตัว เองไม่ได้ก็เลยฉี่รดที่นอน ตอนนั้นแม่ผมก็ใจเสียแล้ว อาการของยายก็หนักขึ้น เรื่อยๆ เหมือนไม่ตอบสนองอะไรแล้ว แม่ก็ลองไปเปิดแอร์แล้วพัดให้ยาย ส่วนผม ก็ตัดสินใจโทรเรียกรถโรงพยาบาลเลย เบอร์ 1669 พอโทรติด น่าจะเป็นเบอร์ ของที่รับแจ้งเหตุส่วนกลาง ไม่ใช่เบอร์ของโรงพยาบาลโดยตรง เขารับแจ้งเหตุ เสร็จ เขาอาจจะไปบอกกับโรงพยาบาลให้มารับอีกที พอโทรติด เขาก็ถามว่า อยู่ที่ไหน ใครเป็นอะไร ผมก็บอกว่า ยายผมเป็นอะไรก็ไม่รู้ ผมไม่เคยเจอ เขาก็ ถามอาการต่างๆ อย่างใจเย็น (ตอนนั้น ผมคิดในใจจะถามอะไรนักหนา แค่ส่ง รถโรงพยาบาลมารับก็พอ ยายอาการจะแย่อยู่แล้ว) วินาทีนั้นแหละแม้มันจะ เป็นเพียงเวลาสั้นๆ แต่ทำให้ผมเอ๊ะแรกแล้วว่า เวลาเรากำลังจะเสียคนที่เรารัก ไป เราก็อยากได้รับการช่วยเหลือที่ไวที่สุดเพราะแม้วินาทีเดียวก็อาจจะมีผลต่อ คนที่เรารักได้ พอคุยกับเจ้าหน้าที่ที่รับสายเสร็จ ผมว่าเขาก็คงไม่รู้เรื่อง เพราะ ผมเองเนี่ยแหละที่ไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรกับเขาได้เลย เนื่องจากผมก็ไม่เคย เห็นยายเป็นแบบนี้ ผมก็เลยไม่สามารถอธิบายกับเขาได้ ผมเข้าใจเจตนาเขานะ ที่เขาถามเยอะๆเพราะเขาจะได้ส่งทีมที่จะช่วยเหลือมาได้ตรงกับสถาณการณ์ ที่เกิดขึ้น อีกสักพักโรงพยาบาลก็โทรมาถามว่าบ้านอยู่แถวไหน ผมก็บอกไป เขาก็บอกไม่แน่ใจว่าจะใช่ที่ที่เขาเคยไปไหม ผมก็เลยอธิบายเพิ่มเติม จบประโยคด้วยการ งั้นเดี๋ยวผมจะยืนอยู่หน้าบ้านรอ ส่วนแม่ผมก็กลัวว่ารถ โรงพยาบาลจะมาช้า เลยอยากให้ผมไปยกยายแล้วเดี๋ยวแม่จะขับรถไปโรง พยาบาลเอง พอผมลองยกยาย ผมยกไม่ขึ้น เพราะยายทิ้งตัวหมดเลย ผมก็บอก กับแม่ว่ายกไม่ไหว งั้นรอรถโรงพยาบาลดีกว่า แม่ก็อยู่เฝ้ายายพยายามประคอง สติยาย ผมก็ไปรออยู่หน้าบ้าน ช่วงเวลานั้นประมาณ 4-5 นาที กว่ารถจะมาถึง (ช่วงเวลานั้น มันเหมือนนานมากเลย ได้แต่คิดในใจ เมื่อไหร่รถจะมา เมื่อไหร่รถ จะมา) มันเกิดเอ๊ะที่สองเกิดขึ้น ถ้าเขาช่วยยายไม่ได้แหละ จะทำยังไง ผมก็คิดไป ต่างๆนาๆ เรายังไม่ได้ดูแลแกเต็มที่เลย แกจะไปแล้วจริงๆหรอ ผมอ้อนวอนให้รถ โรงพยาบาลมาให้เร็วที่สุด พอได้ยินเสียงรถโรงพยาบาลมาไกลๆ ผมก็ใจชื้นขึ้น มาหน่อย เสียงมันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนผมเห็นรถโรงพยาบาล(ตอนนั้นผมเหมือน เจอกับอะไรก็ไม่รู้ แต่ผมดีใจมากๆ) พอรถโรงพยาบาลมาถึง พยาบาลก็เช็ค อาการต่างๆ ปรากฏว่ายายน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้เกิดอาการช็อค พวกพยาบาล ก็ช่วยยายด้วยการเติมน้ำตาลเข้าไปในเลือด แล้วก็พายายไปโรงพยาบาล พออยู่ ในการดูแลของหมอและพยาบาล ยายก็อาการดีขึ้นตามลำดับ สักพักก็หายเป็น ปกติ เหตุการณ์นี้ทำให้ผมคิดได้ว่า วันและเวลาที่เราสามารถอยู่กับคนที่เรารัก นั้นมีค่า ควรใช้เวลากับเขาให้คุ้มค่าที่สุด เพราะเราไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่า เรากับเขาจะจากกันไปตอนไหนเวลาใด ดังนั้นจงใช้ชีวิตกับคนที่เรารักในทุกๆวัน เหมือนกับว่า วันพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้าย ขอบคุณครับ #Siamstr ขอบคุณแรงบันดาลใจจากพี่ตั้มในการฝึกเขียนบทความครับผม @Jakk Goodday image
grounding เพื่อรับเชื้อโรค sunbathe เพื่อรับมะเร็ง GM ครับ #Siamstr image
หลายคนอาจจะนึกภาพไม่ออก ว่า ชีวิต Low Time เป็นยังไง คำตอบ สั้นๆ ง่ายๆ มันคือ ชีวิตที่ไม่เร่งรีบ (สำหรับผมก็ถือว่า Low Time แล้ว) #Siamstr #GM image
ผมอิจฉาสังคมสมัยก่อนที่เวลาใครขาดเหลืออะไรก็จะมาขอกันตามบ้าน แบ่งปันสิ่งเล็กๆ น้อยๆ กันโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเท่าที่จะสามารถช่วยได้ บ้านก็ไม่ต้องมีรั้วรอบขอบชิดอะไร มีอะไรก็ช่วยกันดูแล อยู่กันแบบเป็นเพื่อนเป็นพี่ เป็นน้องกัน ต่างจากสังคมสมัยนี้ที่ทุกอย่างล้วนเป็นเงินเป็นทองหมด ทำให้สังคมเรา เห็นแก่ตัวมากขึ้น ในวัยเด็ก ผมมักได้ยินเรื่องราวจากคุณตากับคุณยายที่เล่าให้ฟังเกี่ยวกับสังคมในสมัย ก่อน พวกท่านเล่าว่าในยุคนั้น คนในหมู่บ้านรู้จักกันหมด ทุกบ้านไม่มีรั้วกั้น เวลาทำงาน ก็ช่วยกันอย่างเต็มที่ ไม่มีใครคิดว่าต้องได้รับสิ่งตอบแทน เพียงแค่ได้ช่วยเหลือกันก็ ดีใจแล้ว ถ้าเปรียบเทียบกับปัจจุบันผมคิดว่าน่าจะคล้ายๆ การช่วยงานบุญที่วัด ครั้งหนึ่ง ผมจำได้ว่าคุณยายเล่าว่ามีบ้านหนึ่งในหมู่บ้านที่ลูกหลานไม่อยู่บ้าน พ่อแม่อยู่ กันสองคนแก่ๆ วันหนึ่งมีการจัดงานเลี้ยงที่บ้านนั้น คนในหมู่บ้านก็ช่วยกันนำอาหารมา เสริม ไม่ว่าจะเป็นขนม ผลไม้ หรือกับข้าว บางคนยังช่วยทำความสะอาดบ้านให้เจ้าของ บ้านอีกด้วย ไม่มีใครคิดว่าเป็นภาระ ทุกคนเต็มใจที่จะช่วยกัน ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสามัคคี แต่ในยุคปัจจุบัน ทุกสิ่งทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องของเงินทอง ทุกคนต่างทำงาน หนักเพื่อหาเงินซื้อของที่ตัวเองต้องการ เวลามีใครขาดเหลืออะไรก็ไม่ได้ขอความช่วย เหลือจากเพื่อนบ้านเหมือนเดิม เพราะกลัวว่าจะถูกมองว่าเป็นภาระ หรือบางครั้งก็กลัว ว่าจะไม่ได้รับการช่วยเหลือกลับ ในสังคมที่ความสัมพันธ์ระหว่างคนเริ่มห่างหายไป การช่วยเหลือซึ่งกันและกันก็ เริ่มลดน้อยลง ทุกคนต่างอยู่ในโลกของตัวเอง บ้านแต่ละหลังมีรั้วรอบขอบชิด ปิดกั้น ไม่ให้ใครเข้ามายุ่ง บางครั้งผมก็รู้สึกเหงาและคิดถึงความอบอุ่นของสังคมในสมัยก่อน ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกอิจฉาสังคมสมัยก่อนที่ทุกคนมีความสัมพันธ์ที่ แน่นแฟ้นและเต็มไปด้วยความเมตตา หากเราสามารถนำความอบอุ่นและความช่วย เหลือซึ่งกันและกันกลับมาในสังคมปัจจุบันได้ โลกนี้ก็คงจะน่าอยู่มากขึ้น คนจะรู้จักกัน และดูแลกันมากขึ้น ความเหงาและความเห็นแก่ตัวก็จะลดลง ผมหวังว่าเราจะสามารถ กลับไปสู่สังคมแบบนั้นอีกครั้ง แม้ว่าอาจจะไม่สมบูรณ์แบบเหมือนเดิม แต่ก็ขอให้มี ความรักและความเอื้อเฟื้อกันมากขึ้นแค่นี้ก็พอ #Siamstr image
ต้องขอขอบพระคุณ Sats จากคุณ @Pruk S. ที่ทำให้การทดลองการเปิดร้านของผมเสร็จสมบูรณ์ #Nostr #Siamstr image