นอสตราดามิส ทำนายอนาคต
1. Bitcoin = Real money
2. Fiat Currency = คูปองไว้แลกของหรือบริการในแต่ละท้องถิ่น
3. ตลาดหุ้น จะไปอยู่บน defi
4. การครอบครองกรรมสิทธิ์ในรูปแบบต่างๆ จะถูกบันทึกไว้ในรูปแบบของ NFT
คนยุคถัดไป จะรู้แค่ว่าบิทคอยน์มีค่ามาก แต่ส่วนมากก็ยังไม่รู้อีกว่าเพราะอะไร
Riina
riina@siamstr.com
npub1pcrw...qlaq
🧡 Freedom ⚡️
พาลูกเดินป่า พาก่อกองไฟ เรียนรู้องค์ประกอบของการลุกติดไฟ สอนดูทิศ ดูเวลาจากดวงอาทิตย์ขึ้นและตก ทำอาหารกินเองแบบแคมป์ปิ้ง ลงเล่นน้ำตก น้ำมาจากไหนนะ ใครลืมปิดน้ำ 🤭 (แม่เองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญ แค่เคยเรียนลูกเสือมา เปิดตำราเอา 555) แต่เด็กๆก็สนุกมาก ตอนแรกว่าจะพาลูกจุดไฟจากกระจกเลนส์นูน ทำที่พักชั่วคราวจากกิ่งไม้และใบไม้ แต่เอาไว้รอบหน้าละกัน เด็กๆสนุกมาก ได้ความรู้ด้วย เด็กๆนี่พลังเยอะจริง ทำกิจกรรมได้ทั้งวันไม่มีเหนื่อย ตกกลางคืน พานอนดูดาว ตามล่าดาวหาง(แต่ยังไม่ได้เห็น) มีความสุขจริงๆ
#siamstr #homeschool


เสือดำโป่งน้ำร้อน
จังหวัดจันทบุรี....ผมเป็นนายทหาร กับทหาร8นาย มีรถยนต์ยีเอ็มซีบรรทุกสัมภาระ
เต็ม พอแสงทองขึ้นจับฟ้า ออกจากพันร.2นย. ค่ายตากสิน ไปอ.โป่งน้ำร้อน
ผ่านที่ว่าการอ.มะขาม เข้าทางลูกรังเต็มด้วยฝุ่นแดง ข้ามสะพานบ้านห้วยโป่งไต่ขึ้นเขาเกลือ ลงจากเขาถึงบ้านทับไทรเพล จอดพักรถกินอาหารเดินทางต่อ ใช้ทางรถชักลากไม้ในป่าขรุขระหลุมบ่อ ผ่านเขาที่ราบลุ่มน้ำขัง(หน้าฝน) บ่ายถึงบ้านพญากำพุซ ที่นี่เสือดำขบกัดชาวบ้านตาย ผู้ใหญ่จ๊อตขอให้ช่วยล่าเสือ ไม่มีเวลา ต้องไปถึงโป่งน้ำร้อนก่อนมืด เย็นถึงโป่งน้ำร้อน มีบ้าน60กว่าหลังคาเรือน ที่ว่าการอำเภอเรือนไม้ชั้นเดียวเวลานี้ปิดประตูเงียบ
ผมเดินเข้าป่ามีทหารติดตาม1นาย เจอเสือดำนอนขวางทางห่างประมาณ30เมตร ตะบะเสือ ทำเอาผมจังงังยกปืนค้างไม่กล้ายิง (ก็เพิ่งเจอของจริงนี่แหละ) ทหารติดตามก็เลยไม่ยิง เสือกับคนมองหน้ากันแล้วมันก็ลุกเดินลากหางเข้าป่าไป ป่าโป่งน้ำร้อนเป็นป่าใหญ่ ต้นไม้แต่ละต้นสูงใหญ่กว่าเสาซุง มีกล้วยไม้ดอกสวยอยู่ตามคาคบ กล้วยป่ามีผลสุก ตะวันกำลังจะลับยอดไม้ อากาศกำลังเย็นลง เสียงเสือร้องคำรามไม่รู้อยู่ทิศทางใด ค่างโหน นกกาฮังก์บินเข้ารังยอดไม้สูง ความมืดเริ่มเข้ามา ผมตัดสินใจตั้งฐานพักแรมในป่านั้น
วันนี้ปี43 ผมสมจิตร ไปทัวร์บุญกับธรรมทานทัวร์1คันรถบัส ออกจากค่ายตากสิน (แวะ
ไหว้ศาลเจ้าตาก) ไปอ.โป่งน้ำร้อน ถนนลาดยางเรียบ ชั่วโมงกว่าก็มาถึง (มาวัดป่าพงเลิศ) พื้นที่ทั่วไปเป็นไร่ข้าวโพดไร่มันสำปะหลัง สลับทุ่งหญ้าคาป่าละเมาะ
เมื่อก่อนนี้มันมี - เสือดำกับป่าโป่งน้ำร้อน
ทิดส่ง
#บันทึกคุณปู่ #siamstr
เมื่อเป็นอารยะประเทศ
จังหวัดพระนคร80....จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี นำไทยให้เป็นอารยะประเทศ ผมจะเล่าให้ฟังตามตาเห็นได้ปฎิบัติมามั่ง ไม่ได้นั่งเทียนเขียน
ไปลามาไหว้ทัก”สวัสดี” เมื่อก่อนนี้ทัก”ไปไหนมา” จึงมีคำพังเพย”ไปไหนมาสามวาสองศอก” แปดนาฬิกาได้เวลาชักธง เราต้องยืนตรงเคารพธงชาติไทย สถานที่ทำงานเลิกงานแล้วต้องมีการร่วมรำวงสมานฉันท์ก่อนกลับบ้าน ผมชอบรำวงงานวัด ห้ามกินหมาก ตะบันหมากกรรบิกตัดหมากเชี่ยนหมาก คนมีตังค์จะไปซื้อที่สะพานหัน ห้ามปลูกต้นหมากต้นพลู ที่มีอยู่ก็ต้องโค่นทิ้ง ผมยังเห็นแม่กินหมากที่บ้าน ออกจากบ้านแม่เคี้ยวยาฉุนแทน ห้ามนุ่งโจงกระเบน ผ้าโจงกระเบนโสร่ง(ชายนุ่งโสร่งหญิงนุ่งโจง) คนมีตังค์จะไปซื้อที่สะพานหัน มีผ้าม่วงผ้าลายผ้าปาเต๊ะผ้าปังลิ้นด้วย ห้ามนุ่งโจงนุ่งโสร่ง ผมยังเห็นแม่นุ่งโจงกระเบนที่บ้าน ออกจากบ้านแม่นุ่งผ้าลาย(ผ้าซิ่น) ต้องสวมหมวก มาลานำไทยต้องใส่หมวก ไม่ใส่หมวกจะถูกตำรวจ จับปรับเสียตังค์ ผมไปรร.ต้องใส่หมวกเห็นแม่ใส่หมวกดูพิลึกกึกกือ ก็คนแก่บ้านนอกนี่เนอะเขาใส่งอบ ห้ามเล่นดนตรีไทย ถ้าเล่นดนตรีไทยต้องตั้งโต๊ะนั่งเก้าอี้ ไม่ให้นั่งกับพื้น ผมเล่นแมนโดลินมันเท่หน้าดูเล่นซอด้วงซออู้ดูมันเช้ยเชย เป็นคนไทยไม่ใช้แซ่ ผมบุญส่ง แซ่โค้ว เลยชื่อวิศาล ภัทรวาณิชย์ ปรับอักษรไทย ตัดตัวอักษรไทยออกหลายตัว เช่น ศ ษ
ประกาศนียบัตรของผมจึงเขียน “ประกาสนียบัดกระซวงสึกสา” ผมยังเก็บเอาไว้ถึงวันนี้
สมัยนั้น สมัยชาตินิยม แอนตี้สินค้าญี่ปุ่นใช้สินค้าของไทย(ยังไม่มีคุณภาพนัก) กระดุมทำด้วยกะลามะพร้าว หมวกสานด้วยใบลาน มาลานำไทยไปสู่ - อารยะประเทศ
ทิดส่ง
#บันทึกคุณปู่ #siamstr
คนหลบฝนกับกำไลหยก
อ่าวตากัน2495.....ในเวิ้งอ่าว เตยทะเลขึ้นรอบหาด. เหนือหาดขึ้นไปเป็นป่าละเมาะพื้นที่เขตทหารเรือ. มีอาคารที่ทำการบ้านพักหลายหลัง
บ้านจ1 ตั้งริมทางสามแพร่ง. ทางหนึ่งไปเขาปู่จ้าว ทางหนึ่งไปเขาทุ่งโปง อีกทางหนึ่งผ่านหมู่บ้านพักไปเขาน้อยหนองไก่เตี้ย. เนื่องจากเป็นบ้านหลังแรกติดชายป่าจึงเหมือนว่า ตั้งอยู่โดดเดี่ยว. ดึกแล้วไฟฟ้าดับฝนตกพรำ. ผมเดินกรำฝนถึงบ้านพัก ก่อนก้าวขึ้นบรรได มองไปใต้ถุนเห็นเงาตะคุ่มคน2คนนั่งหลบฝนที่แคร่ไม้. แสงฟ้าแล่บสะดุดตาที่ข้อมือคนหนึ่ง สวมกำไลสะท้อนแสงฟ้า ส่องแสงเขียววาวจับตา(เข้าใจว่าเป็นหยก). ขึ้นบ้านจุดตะเกียงลงไปเรียกคนทั้งสองแต่ไม่เจอ (นึกในใจไปใหนเร็วจริง).
ผมเป็นจ่าใหม่ มาอยู่บ้านพักหลังนี้คนเดียว พอมืดค่ำ แผงลอยร้านค้าในกองทหารปิด ตลาดอยู่ไกล3กม. มืดค่ำจึงอยู่บ้าน คืนใดไฟฟ้าดับฝนตกพรำ. จะเห็นคน2คนมานั่งหลบฝนประจำ ไม่เห็นจะจะ เห็นเป็นเงาตะคุ่ม พอเพ่งดูก็หายไป (บ้านพักมีว่างหลายหลังเพราะมีคนพักน้อยกว่าบ้าน) จึงขอย้ายไปอยู่ บ้านจ101
ต่อมา บ้านจ1 มีจ่าเก่า(และแก่) ย้ายจากกองทหารจันทร์บุรีเข้าอยู่. ไปนิมนต์พระมาทำบุญบ้าน มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิจีนขุดหาศพไร้ญาติ มาทำพิธีขุดที่ใต้ถุนบ้าน พบกระดูกคน2โครง
โครงหนึ่ง ที่กระดูกข้อมือมีกำไลหยกสวมอยู่ ขณะผมยืนดูสะท้อนแสงแดด ส่องแสงเขียววาวจับตา เหมือนที่ผมเห็นมัน วันคืนฝนตกที่ข้อมือ - คนหลบฝนกับกำไลหยก
ทิดส่ง
#บันทึกคุณปู่ #siamstr
ธรรมประจำวันคุณปู่
01. บุญคือความดีความสุข/ทำดีแล้วมีความสุขนั่นแหละ”ทำบุญ”
02. ทำงานอย่าโง่กว่างาน/ทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้องนั่นแหละ”ปฎิบัติธรรม”
03. เขาด่าก็ดีไม่ด่าก็ดี/ไม่เข้าไปในเรื่องของผู้อื่นนั้น”เป็นมงคล”
04. อย่าปรุงแต่งสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดเป็นปัญหาขึ้น/ถ้ายอมรับสิ่งที่มีอยู่”ทุกข์ก็หมดไปเอง”
05. อยากให้เขามีสุข/ช่วยทุกข์เขา/ดีใจที่เขาได้ดี/ไม่ซ้ำเติมที่เขามีทุกข์นั่นแหละ”พรหมวิหารสี่”
(ทำตามผมเช่นนี้/ไม่ต้องใส่บาตรถวายสังฆทาน/ก็ได้ไปสวรรค์แล้ว)
ถามคุณย่า นรกสวรรค์มีจริงไหม คุณย่าตอบว่า “สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ” สวรรค์หรือนรกไม่ใช่สถานที่ แต่มันอยู่ที่ใจ
#บันทึกคุณปู่
รถไฟสายบางยี่ขัน
อ.บางใหญ่2473....ไปบางกอก ทางเรือยนต์โดยสาร”บางใหญ่-ท่าวัง” ทางรถไฟโดยสาร”บางใหญ่-บางยี่ขัน”. สมัยนี้ไม่มี มันเป็นตำนานผมเพิ่งจำความได้
ยี่ห้อใช่หลี ร้านค้าไม้คลองบางใหญ่ ของนายเต็งเกียวเตี่ยผมเอง. ร้านค้าเรือนริมคลอง เตี่ยอยู่คนเดียว. มีตู้กระจกไว้ปืนลูกซองและปืนไรเฟิ่ล พื้นห้องเจาะช่อง ทำประตูลอดลงน้ำหนีภัย(ผมโตขึ้นจึงรู้พ่อเป็นนักสู้มีเชิง). รับเหมาสร้างตึกวัดหญ้าไทร ในคลองอ้อม. นั่งเรือจ้างแจวตาแม้น โจรดักปล้นเรียกเรือจ้างจอด เตี่ยบอกถ้าแกจอดฉันยิงแกตกน้ำ โจรยิงปืนคาบศิลามา โป้ง! เตี่ยโต้ด้วยปืนพกบราวนิงก์ ปังปังปัง! โจรเลยถอย เตี่ยเล่าให้แม่ฟัง
แม่อยู่เรือนปั้นหยา ติดร้านค้าเรือนริมคลองเตี่ย. เตี่ยสอนแม่และลูกคนโตให้ยิงปืนเป็น สมัยนั้นบ้านนอกยังเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไกลปืนเที่ยง มีซุ้มโจรชอบปล้นคนมั่งมี. ทางรถทางเรือยังเป็นทางสายเปลี่ยว. แม่พาผมไปบางกอก นั่งเรือยนต์โดยสาร ผ่านวัดบางอ้อยช้าง วัดบางกรวย ไปขึ้นที่ท่าวัง นั่งรถรางไปลงที่หัวเม็ดสำเพ็ง เดินไปบ้านน้าสงวน
วันหนึ่งแม่พาผมนั่งรถไฟโดยสาร. สถานีบางใหญ่(วัดสะแก) ผ่านสถานีบางอ้อยช้าง สถานีบางกรวย ไปลงสถานีบางยี่ขัน ลงเรือข้ามฝากท่าบางยี่ขัน ไปขึ้นท่าเขียวไข่กา นั่งรถรางไปลงที่หัวเม็ดสำเพ็ง เดินไปบ้านน้าสงวน. บางกอกตอนนั้น ไม่มีรถโดยสารประจำทาง มีรถราง รถเจ็กรถยนต์ส่วนตัวแทบจะนับคันได้. เพิ่งจะมีรถโดยสารสายแรกวิ่งถนนพญาไทย รถเมล์ขาวนายเลิศ(รถสองแถว). รถขาวเครื่องหมายกากบาทสีแดงในวงกลม วิ่งจากวัดหัวลำโพง(สามย่าน) อนุสาวรีย์ชัยสมรภูม กรุงเทพกว้างแค่นั้น จากนั้นไปเป็นป่า สนามยิงเป้า
รถรางมี3สาย. สายแดงสายดำสายเขียว สายแดงวิ่งรอบเมือง สายดำวิ่งจากยศเสไป
ประตูน้ำ เผื่อจะมีคนลงเรือคลองแสนแสบ. สายเขียววิ่งจากสีลม(มีกังหันลมสีข้าวแถวนั้น
นาข้าวร้าง) ไปเขียวไข่กา เผื่อจะมีคนลงเรือข้ามฝาก ขึ้น - รถไฟสายบางยี่ขัน
ทิดส่ง
ปล.ไม่รู้จะเขียนอะไร เลยเขียนกรุงเทพปี73ให้ก่อน
#บันทึกคุณปู่ #siamstr
วันนี้บัญชีธนาคารที่น้องชายถูกอายัดไว้ โดยไม่รู้สาเหตุเมื่อหลายวันก่อน ได้รับการปลดล็อคแล้วใช้งานได้ปกติ โดยไม่รู้เหตุผล
หลายวันก่อนติดต่อไปธนาคารเขาแจ้งเพียงว่า ตำรวจไซเบอร์เป็นผู้อายัดแค่นี้ เราค้นข้อมูลดู พบว่าคนโดนกันเยอะมากๆเลยนะ โดนอายัด แล้วอยู่ดีปลดให้ แต่รอไปเถอะ 3-7วันหลังจากติดต่อธนาคารไป ทำอะไรกับบัญชีไม่ได้เลยนอกจากนั่งมอง แล้วมานึกขึ้นได้ เมื่อราวๆ3เดือนก่อน น้าของเราก็โดนธนาคารเดียวกันนี่อายัดบัญชีแบบนี้เลยนี่หว่า
ใครจะว่าไงไม่รู้ แต่เราว่าเราได้กลิ่นตุๆ จากธนาคาร ที่ตั้งใจไม่ให้บางคนถอนเงินออกไป หรือชะลอการทำธุรกรรมทางการเงินของเจ้าของเงิน ถ้าเป็นสมัยก่อน คนจะใช้เงิน ต้องไปถอนเอาเงินสด ถ้าธนาคารไม่ให้ถอน หรือบอกรอก่อนนะคะ เงินไม่พอ ถอนได้แค่บางคน คนก็จะตกใจกันว่า เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น ทำไมธนาคารไม่มีเงิน ยิ่งแห่กันไปถอน
แต่ทุกวันนี้ผู้คนไม่ได้ถอนเงินสดกันซักเท่าไหร่ ดังนั้นวิธีการอายัดบัญชีแบบดื้อๆนี่แหละ ที่เป็นการไม่ให้ถอนเงินแบบอ้อมๆ ให้ผู้คนชะลอการทำธุรกรรมออกไป ให้ถอนได้แค่บางคน อ้างเหตุผลโดยไม่มีหลักฐาน
Bank Run ยุคใหม่ ถ้าจะเกิดขึ้น ก็น่าจะมาในรูปแบบนี้แหละ เราอาจจะคิดไปเองก็ได้ แต่ก็คิดว่าใช่ไว้ก่อน
#siamstr
ทำไมผู้คนถึงยอมรับทองคำ
ในปัจจุบันเป็นที่รู้กันดีว่า ทองคำนั้นเป็นโลหะมีค่า ที่ใครๆต่างก็ยอมรับ ผู้คนมากมายยินดีนำพลังงานและเวลาของพวกเขานั้นไปเก็บไว้ในทองคำ ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันโดยมิได้นัดหมายว่าทองคำนั้นมีค่า และคนส่วนมากก็มองว่าทองคำนั้นมีค่า โดยไม่รู้เหตุผลด้วยซ้ำว่า…ทำไม
บ้างก็ให้เหตุผลว่า ทองคำนั้นมีค่าในตัวเอง ทองคำนั้นราคาแพงขึ้นเสมอ ทองคำนั้นสามารถนำไปทำเครื่องประดับได้ พูดง่ายๆว่า จริงๆแล้ว ทุกคนต่างยอมรับทองคำโดยที่หลายคนก็ไม่ได้เข้าใจเหตุผลที่แท้จริงเลยด้วยซ้ำว่า ทำไมทองคำถึงมีค่า แต่ที่ทุกคนมองว่ามันมีค่า เป็นเพราะใครๆ ต่างก็ยอมรับทองคำต่างหาก
ธาตุพื้นฐานทั้งหมดที่มนุษย์รู้จักนั้น มีจำนวนทั้งหมด 118ธาตุ เมื่อเราตัดธาตุที่มีสถานะเป็นแก๊สออก ตัดธาตุจำพวกโลหะอัลคาไลออกเพราะความไวต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัดธาตุกัมมันตรังสีออกเพราะไม่เสถียรและเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ก็จะเหลือตัวเลือกไม่มากนัก สำหรับธาตุที่มีความเสถียรสูง ไม่ได้อยู่ในสถานะก๊าซ และไม่ใช่ธาตุกัมมันตรังสี ดังนั้นทองคำเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดจากทั้งหมด 118ธาตุพื้นฐาน
ด้วยคุณสมบัติหลายประการของทองคำ
- คุณสมบัติที่ทนทานต่อการสึกกร่อน(ไม่เป็นสนิม) ไม่ไวต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี
- ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง เนื่องจากทองคำมีความอ่อนและเหนียวสูง สามารถขึ้นรูปได้ง่าย ซึ่งต่างจากอัญมณี จุดหลอมเหลวของทองคำที่อุณหภูมิ 1,064°C สามารถหลอมทองคำให้เป็นของเหลวและนำทองกลับมาขึ้นรูปและใช้ได้อีกตามต้องการ
- ความหายากแบบพอดีๆ(หาไม่ยากเกินไปและหาไม่ง่ายเกินไป) แต่ก็หายากพอที่จะทำให้คนที่มีทักษะทางด้านต่างๆ เลือกที่จะไม่ขุดทองและเลือกที่จะไปทำงานของตัวเอง ซึ่งสามารถสร้างคุณค่าได้ง่ายกว่าการขุดทอง
ทองคำนั้นหายาก ทั้งยังตกน้ำก็ไม่ไหล ตกไฟก็ไม่ไหม้ วางทิ้งไว้ก็ไม่เป็นสนิม ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้แทบจะทำให้ทองคำนั้นเป็นอมตะ เพราะทองคำนั้นจะมีมวลเท่าเดิมอยู่เสมอ ทองคำนั้นจึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นสิ่งที่สามารถเก็บไว้และส่งต่อผ่านกาลเวลาไปยังคนรุ่นต่อไปได้โดยไม่เสื่อมสลายไป
สรุปที่ทองคำนั้นมีค่า เพราะคุณสมบัติของธาตุ ที่ทำให้ทองคำนั้นเหมาะสมที่จะถูกนำมาใช้เป็นเงิน เงินจะมีค่าจริงๆก็ต่อเมื่อสามารถนำไปแลกทรัพยากรได้ และการจะนำไปแลกทรัพยากรได้ ผู้ที่รับแลกนั้นต้องยอมรับทองคำ
เมื่อเราทราบคุณสมบัติของทองคำแล้ว แล้วใครกันล่ะที่เป็นคนเริ่มต้นให้คุณค่าแก่ทองคำจนกลายเป็นที่ยอมรับ ใครกันที่ควรจะเห็นคุณค่าของทองคำแบบรู้ได้ด้วยตนเอง รู้แบบไม่ต้องมีใครมาบอก ใครกันที่ทำให้ผู้คนที่ไม่เข้าใจในทองคำด้วยซ้ำ หันมายอมรับทองคำโดยที่พวกเขาไม่ต้องเข้าใจมันก็ได้ ใครกันที่จะทำเช่นนั้นได้
ลองนึกย้อนกลับไปในอดีตกาล เศรษฐีในยุคที่มนุษย์ยังไม่รู้จักเงินนั้น ไม่ใช่คนที่มีเงินเยอะ แต่คือคนที่มีทรัพยากรเหลือเฟือ และการจะมีทรัพยากรเหลือเฟือได้นั้น คนๆนั้นต้องแข็งแกร่งกว่าคนอื่น ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะแข็งแรงกว่า ฉลาดกว่า อดทนมากกว่า ค้นพบเร็วกว่า รวบรวมผู้คนได้เยอะกว่า ซึ่งมันทำให้เขามีทรัพยากรมากกว่า และตามมาด้วยอำนาจที่มากกว่า
พวกเขามีทรัพยากรมากมายเท่าที่อำนาจของเขาจะครอบครองไหว ทั้งแผ่นดิน ผืนน้ำ สิ่งต่างๆล้วนกินไม่หมดและใช้ไม่ทัน แต่ก็เก็บเอาไว้ไม่ได้ ถึงบางอย่างจะเก็บเอาไว้ได้ แต่ก็เก็บได้ไม่นาน ทรัพยากรต่างๆที่แม้จะใช้หรือไม่ใช้ วันนึงก็จะสลายไปอยู่ดี ตัดไม้เก็บไว้ใช้ ใช้ไม่ทันไม้ก็ผุ จะผลิตเก็บเป็นอาวุธอุปกรณ์ต่างๆ วางทิ้งไว้สนิมก็กัดกิน ผลไม้ อาหาร หรือข้าวสารต่างๆ ถ้ากินไม่ทันก็เน่าเสีย เมื่อเกิดภัยธรรมชาติ น้ำท่วมหรือไฟไหม้ทรัพยากรต่างๆเหล่านี้ก็จะสูญไป ไม่เหลืออะไรเลย ปัญหาหนักใจของคนรวย คือมีทรัพยากรมากมาย แต่จะเก็บไว้ให้อยู่ได้ตลอดไปยังไงดี
ลองนึกภาพว่า เมื่อเศรษฐีได้พบกับคุณสมบัติที่พิเศษของทองคำและเมื่อเขาเข้าใจในความเป็นอมตะของมัน แน่นอนว่าเขาพร้อมที่จะครอบครองมัน แต่แล้วใครล่ะจะหาแร่ทองคำนี้มาให้เขา
ไม่ยาก…
ใครก็ตามที่หาแร่สีทองนี้มาให้เศรษฐี เขาก็ยินดีจะแบ่งปันอาหารและสิ่งต่างๆให้ ของที่เขากินไม่หมด ของที่เขาใช้ไม่ทัน ทรัพยากรที่เขามีอยู่มากมาย
เท่านี้ก็เพียงพอ ที่จะทำให้ผู้คนนั้น ยอมนำเวลาที่พวกเขามี ไปตามหาแร่สีทอง ถึงแม้มันจะกินไม่ได้ นำมาสร้างบ้านก็ไม่ได้ เอามาใส่แทนเสื้อผ้าก็ไม่ได้ มันไม่ได้ใกล้เคียงกับปัจจัยสี่เลยแม้แต่น้อย แต่… มันใช้แลกสิ่งต่างๆจากเศรษฐีได้ พวกเขาไม่รู้หรอกว่า เศรษฐีจะเอาแร่สีทองนี้ไปทำอะไร แต่ในเวลานี้เขายอมรับมันและทุกคนต่างก็ยอมรับมัน เพราะมันสามารถนำไปแลกสิ่งต่างๆที่พวกเขาต้องการได้
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ผู้อ่านคิดเหมือนกันไหม ว่าจริงๆแล้ว บางทีช่วงเวลาแห่งการยอมรับอะไรบางอย่าง(Adoption) มันไม่ได้ต้องรอให้ทุกคนบนโลก หรือคนส่วนมากนั้นเข้าใจมันทั้งหมดหรอก
อะไรก็ตามที่คุณสมบัติของมันนั้นพร้อมด้วยตัวมันเองแล้ว เมื่อถึงเวลาที่ผู้ที่มีอำนาจ ผู้ที่ร่ำรวยทรัพยากรนั้นให้การยอมรับ ในไม่ช้าผู้คนต่างก็จะยอมรับ ไม่ใช่เพราะพวกเขาเข้าใจมัน แต่เป็นเพราะมันสามารถนำไปแลกทรัพยากรที่มีค่าจากผู้ที่มีอำนาจได้
ในบรรดาผู้คนทั้งหมด คนที่จะเข้าใจในเรื่องของ Store of value ที่สุด ดูจะเป็นใครไปไม่ได้เลย นอกจากชนชั้นอีลิทหรือบรรดาเหล่าเศรษฐี ก็เพราะพวกเขานี่แหละ ที่เป็นกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งมากที่สุด มีมากจนล้น และพวกเขาต้องการที่เก็บ เก็บแบบใดก็ได้ที่ใช้ต้นทุนในการเก็บน้อยที่สุด ขนย้ายได้ง่ายที่สุด นำมาใช้ได้ง่ายที่สุด ปลอดภัยที่สุด ถูกขโมยหรือถูกยึดได้ยากที่สุด ไม่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ไม่สูญหายไปพร้อมกับภัยพิบัติ
แน่นอนว่าในอดีต ทองคำคือสิ่งที่เหมาะสมที่สุด แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือความไม่แน่นอนต่างหาก การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งเกิดขึ้นอยู่เสมอ การคัดเลือกทางธรรมชาติในแต่ละยุคก็คงจะมีความแตกต่างกันออกไป และในวันนี้ทองคำไม่ใช่ตัวเลือกเดียวอีกต่อไป
โลกของเรามีสิ่งใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณสมบัติของการเป็นเงินที่ดี มีความสามารถในการเป็นที่เก็บรักษามูลค่า(Store of value)ที่เหนือกว่าทองคำ และเป็นหน่วยวัดได้(Unit of acount)ที่ดีกว่าเงินกระดาษ และมีความพร้อมที่จะเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน(Medium of exchange)ที่ดีที่สุด ถึงแม้จะจับต้องไม่ได้ในแบบรูปธรรม แต่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีอยู่จริง และที่สำคัญคือไม่มีใครที่มีอำนาจควบคุมหรือบังคับมันได้เลย
หากเศรษฐีคนใดในวันนี้ที่ยังไม่เข้าใจในคุณสมบัติของเงินที่ดี ความมั่งคั่งของพวกเขา จะต้องถูกเคลื่อนย้ายไปสู่มือของบรรดาเหล่าหัวกะทิ ที่บางคนอาจจะไม่ใช่คนร่ำรวยในวันนี้ แต่บรรดาหัวกะทิเหล่านั้นจะกลายเป็นบรรพบุรุษของเหล่าเศรษฐีในยุคถัดไป
#siamstr