Riina's avatar
Riina
riina@siamstr.com
npub1pcrw...qlaq
🧡 Freedom ⚡️
Riina's avatar
Riina 2 years ago
ในหัวมีแต่เรื่องบิทคอยน์ ไม่ว่าจะทำอะไรก็เชื่อมโยงเข้ากับบิทคอยน์ไปซะหมด ตั้งแต่ตื่นยันหลับ ถ้าไม่มีชุมชนบิทคอยเนอร์ เราคงอกแตกตาย 5555
Riina's avatar
Riina 2 years ago
ในที่สุดก็จะได้ภาษีที่โดนเรียกเก็บไปผิดคืนแล้วววว หลังจากรอมา3เดือนนน ผูกมิตรด้วยยาส้มแบบบังเอิญๆ แต่อยู่ๆก็งานไวเลย ฮือ ดีใจมากนะ เงินตั้งสองแสนกว่าเลยที่เขาเก็บเราผิดไป 🥳🥹🥰 image
Riina's avatar
Riina 2 years ago
พึ่งดูจบ หนังดีมาก สงครามโลกครั้งที่1 ทหาร3ล้านกว่านาย กับระยะทางไม่กี่ร้อยเมตร... image
Riina's avatar
Riina 2 years ago
วันนี้ไปทำธุระยื่นขอคืนเงินภาษีที่สรรพากรมา เอกสารของเราละเอียดและชัดเจนมาก แต่คุณหัวหน้าที่เราเข้าไปคุยในห้องก็ต้องการให้ชี้แจงอีก ตอนแรกคุยกันในห้องค่อนข้างดุเดือด เรากับเขาโต้วาทีกันแบบชิงไหวชิงพริบ ยังกับดูหนังเกาหลีอยู่ (แต่ไม่ได้ทะเลาะกันนะ) เราเลยบอกว่ายื่นไปเลย ถ้าไม่ได้ก็ให้เขาปัดตกมา เราจะไม่แนบเอกสารอะไรอีกแล้ว เพราะแค่ที่ยื่นไปก็ชัดเจนที่สุดละชัดเจนกว่านี้ไม่มีละ ทำเรื่องง่ายให้มันง่าย อย่าทำเรื่องง่ายให้มันยาก เจ้าหน้าที่อีกคนบอกใจเย็นๆก่อนน้าาาน้อง โอเค พักยกระหว่างรอเจ้าหน้าที่ออกไปร่างเอกสารใหม่ เจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้าที่โต้วาทีกันอยู่เมื่อกี๊ ก็ถามเราขึ้นมาว่า ได้ซื้อหุ้นไว้บ้างไหม แบบที่ได้ปันผลน่ะ... ตอนแรกก็เกือบจะตีกันอยู่ละ พอเปิดประเด็นเรื่องหุ้น สรุปไปจบที่บิทคอยน์ เขายิงคำถามเรารัวๆ เราก็ตอบไปแบบรัวๆ ป้ายยาไปแรงมาก ดิฉันผู้บอกเจ้าหน้าที่สรรพากรว่า "เราควรแยกเงินออกจากอำนาจรัฐ" ไปยันเรื่องเงินคืออะไร ยาวไปถึงเงินเข้ารหัส ไปยันประวัติศาสตร์การเงิน คุยกันเยอะมาก ถูกคอเว่อร์ ยาวไป3ชม. เข้าห้องบ่ายโมงออกมาสี่โมงกว่า เราเรียกเขาคุณน้า เขาเรียกเราคุณน้อง คุณน้าเดินมาส่งอีก ดีกันเฉย เซอร์ไพรซ์มาก ไม่นึกว่าเขาจะสนใจมากขนาดนี้ 3ชม. คุยกันแต่เรื่องบิทคอยน์ล้วนๆ ไม่มีใครหยุดพูดเลยทั้งคนถามและคนตอบ งงหนักมากว่าไปอยู่จุดนี้กันได้ไง แต่ก็ฟินมาก 555
Riina's avatar
Riina 2 years ago
ถ้าทุกคนสามารถพกปืนกันได้หมดก็คงดี ใครชักปืนออกมาก่อน คนนั้นตาย ดูโหดร้ายไปไหม แต่มันก็คานอำนาจกันดีนะ พึ่งดูลำนำคนโฉดจบพอดีเลย
Riina's avatar
Riina 2 years ago
พึ่งได้มีเวลาฟังอาจารย์ตั๊มพูดตอนล่าสุด เกี่ยวกับการมีลูก คือแบบ มันใช่เลย เราเป็นคนนึงที่บอกตามตรงว่า มีลูกในวันที่ยังไม่พร้อมจะมี แม้วัยจะพร้อม แต่อะไรหลายๆอย่างมันยังไม่พร้อม แต่กลายเป็นว่า เพราะมีลูก ตัวเราจึงพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ลูกทำให้เรากลายเป็นมนุษย์ที่มีคุณค่ามากขึ้น เราพยายามที่จะดีขึ้นในทุกๆด้าน สิ่งต่างๆในตัวเราเติบโตขึ้นไปพร้อมๆกับลูก มันเป็นการเติบโตทางจิตวิญญาณที่หาได้ยาก ลูกเป็นแรงผลักดันในชีวิต ซึ่งเปลี่ยนชีวิตเราไปเลย ลูกทำให้รู้ว่าการให้นั้นมีความสุขกว่าการรับ จนเรามองกลับไป ถ้าวันนั้นเราไม่มีลูก ตัวเราจะพัฒนามาถึงจุดนี้ได้ไหม เราจะกำลังทำอะไรอยู่ เรานึกภาพไม่ออกเลย ชีวิต ความคิดเปลี่ยนไปมากๆหลังจากที่มีลูก คนที่มีลูกแต่ถ้าคุณทอดทิ้งลูก คุณกำลังพลาดสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปเลย ไม่ได้สนับสนุนการตั้งใจมีลูกในวันที่ยังไม่พร้อมนะ แต่ก็เชื่อว่าคนที่เป็นพ่อแม่จะเข้าใจเลยว่า ลูกเป็นแรงผลักดันในชีวิตที่แรงกล้าขนาดไหน แทบทุกประโยค มันโดนใจแม่ลูกสองอย่างเรามากจริงๆ สถาบันครอบครัวนั้นยิ่งใหญ่และสำคัญมาก ในการที่จะสร้างมนุษย์คนนึงให้เติบโตมาและสร้างคุณค่าส่งต่อไป ฮีโร่ไม่ใช่ผู้มีพลังวิเศษ ไม่ต้องไปกอบกู้โลกที่ไหน ถ้าคุณมีลูก การทำหน้าที่พ่อและแม่ให้ดีนั่นแหละคือการเป็นฮีโร่ที่ดีที่สุด
Riina's avatar
Riina 2 years ago
ตอนเด็กๆ เคยถามพ่อว่า มนุษย์ต่างดาวมีจริงไหม พ่อตอบว่า สมมติว่าถ้าลูกเจอมนุษย์ต่างดาวแบบตัวเป็นๆ ขับยานมาจอดลงหลังบ้านเรา ลูกคิดว่าคนอื่นจะเชื่อเราไหม ถ้าเราไปเล่าให้เขาฟัง คำตอบที่ไม่มีคำตอบของพ่อในวันนั้น ทำให้เราได้ไปคิดอะไรต่ออีกมากมาย ว่าโลกใบนี้มันกว้างใหญ่ไพศาล ในบางคำถามก็อาจมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่าการแค่ตอบคำตอบ บางคำถามที่ลูกถาม ถึงจะให้คำตอบเขาไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด จับมือลูกพาค้นหาคำตอบไปด้วยกัน สิ่งที่สำคัญกว่าคือการกระตุ้นความคิดให้เขาได้ไปคิดต่อ ความสงสัยที่ไม่มีที่สิ้นสุด จะช่วยพัฒนาทักษะในการค้นหาคำตอบจากสิ่งต่างๆให้กับเขา เพราะต่อไปในวันที่เขาไม่มีเรา เขาจะต้องค้นหาคำตอบของสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเขาเอง การเรียนนั้นไม่ใช่แค่เรียนจบแล้วคือจบ การเรียนรู้เป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นตลอดชีวิต ความรู้นั้นสำคัญ แต่ความใฝ่รู้นั้นสำคัญยิ่งกว่า และในวันนี้ ลูกของเราก็ได้เดินมาถามว่า แม่ มนุษย์ต่างดาวมีจริงไหม 🥰 #siamstr #homeschool
Riina's avatar
Riina 2 years ago
เห็นสวัสดีวันจันทร์ ที่พ่อกับแม่ส่งมาให้ในไลน์ ทำให้นึกได้ว่า ลืมวันจันทร์ที่น่าเบื่อไปนานแค่ไหนแล้วนะ วันเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ของการทำงานของคนทั่วไป การทำงานเป็นสิ่งที่วิเศษ ถ้าเราได้ทำในสิ่งที่เรารัก เราคงทำมันได้ตลอดชีวิต แบบไม่ต้องทำเพื่อรอวันหยุด ไม่ใช่ทำเพื่อแค่เฝ้ารอวันเกษียณ ถ้าเลือกไม่ได้ ต้องทำงานที่แสนน่าเบื่อเพื่อคนอื่นเพราะความจำเป็น มันคงรู้สึกเหมือนชีวิตที่ไร้จิตวิญญาณน่าดู เพราะมันดูไม่มีความหวังที่ปลายอุโมงค์เลย โลกในวันนี้ที่มีบิทคอยน์ เหมือนได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ทำให้รู้ว่ายังมีทางออกไปจากความมืดมิดนี้อยู่ หวังว่าใครก็ตาม ที่กำลังทำงานที่น่าเบื่ออยู่ คงจะมีความสุขเล็กๆเกิดขึ้นในใจ เวลาที่ได้นึกถึงบิทคอยน์ขึ้นมาในหัว เพราะวันนี้รู้แล้วว่างานน่าเบื่อที่ได้ทำไป ผลผลิตที่ได้จะถูกเก็บไว้ที่ไหน พลังงานที่เก็บไว้ในบิทคอยน์ อาจจะยังไม่คุ้มค่าพอที่จะใช้ในวันนี้ แต่ในรุ่นลูกของเรามันจะมีค่ามหาศาลเลยทีเดียว ไม่ว่าใครก็ตามที่ไม่สนใจจะเข้าร่วมในวันนี้ ในวันหนึ่งวันข้างหน้า ลูกๆของพวกเขาก็ต้องเข้าร่วมอยู่ดี… แม้พ่อแม่ของพวกเขาจะไม่สนใจเข้าร่วมเลยก็ตาม สวัสดีวันธรรมดาที่มีความสุข ☺️ #siamstr #btc
Riina's avatar
Riina 2 years ago
เมื่อนานมาแล้ว ท่ามกลางความมืดที่เย็นสนิท แรงโน้มถ่วงเริ่มดึงดูดกลุ่มแก๊สและละอองต่างๆมารวมกัน แรงมหาศาลที่ดึงดูดและกระทำกับกลุ่มมวลนั้นมหาศาล มวลต่างๆถูกดึงดูดให้บีบอัดเข้าหากัน จนกระทั่งกลายเป็นกลุ่มก้อนแก๊สร้อนเรืองแสง จนในที่สุดมันก็ร้อนมากพอที่จะสร้างพลังงานได้ด้วยตัวเอง ดาวฤกษ์หนึ่งเดียวที่ให้ความร้อนและแสงสว่าง ดวงอาทิตย์ของเรา เมื่อมองเข้าไปใต้พลาสมาที่ร้อนระอุ ลึกลงไปข้างในที่แกนกลางของดวงอาทิตย์ส่วนที่ร้อนที่สุด อะตอมที่กำลังชนกันที่อัตราความเร็วสูงและถูกหลอมรวมกัน ได้ปลดปล่อยพลังงานที่บริสุทธิ์ กระบวนการนี้เรียกว่า นิวเคลียร์ฟิวชั่น ในแกนกลางของดวงอาทิตย์ ขณะที่อะตอมกำลังพุ่งชนและหลอมรวมกัน โฟตอนได้ถูกปลดปล่อยออกมา และพยายามที่จะไหลออกมาสู่ภายนอก พลังงานเล็กๆที่ไร้มวลบางส่วนนั้นสามารถหลุดรอดผ่านชั้นต่างๆภายในของดวงอาทิตย์ พุ่งตรงออกมาจากแกนกลางของดวงอาทิตย์ด้วยความเร็วแสง มันแผ่รัศมีออกไปทุกทิศทาง บางส่วนได้เดินทางผ่านระยะทาง 150ล้านกิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 8นาทีกว่าๆ พุ่งตรงมายังโลกของเรา ในทุกๆวินาที ใบไม้แต่ละใบจะดูดซับโฟตอนจำนวนมหาศาล กรานาได้รับแสงอุ่นๆจากดวงอาทิตย์ พื้นผิวที่ปกคลุมไปด้วยโปรตีนที่ทำหน้าที่คอยดักจับโฟตอนที่มาจากดวงอาทิตย์ ในนั้นอัดแน่นไปด้วยสารสีเขียวอย่างคลอโรฟิลล์ที่สามารถดูดซับแสงแดด คลอโรฟิลล์ดักจับพลังงานที่ส่งมาจากดวงอาทิตย์ เมื่อน้ำรวมกับคาร์บอนไดออกไซด์และแสงแดด กระบวนการนี้ถูกเรียกว่า การสังเคราะห์แสง ได้เปลี่ยนรูปของพลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งผลผลิตที่ได้นั้น คือน้ำตาลและออกซิเจน กลายที่เป็นกักเก็บพลังงานใหม่ไว้ส่งต่อให้กับสิ่งมีชีวิตบนโลก น้ำตาล เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สารประกอบอินทรีย์อื่นๆ ที่ทำให้พืชเจริญเติบโต เช่น แป้ง เซลลูโลส โปรตีนหรือไขมัน ออกซิเจน เป็นธาตุที่สำคัญสำหรับสิ่งมีชีวิตที่ต้องใช้ในการหายใจและเผาผลาญพลังงาน พลังงานนั้น ไม่ได้ทำถูกให้เพิ่มขึ้นหรือหายไป พลังงานเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในจักรวาลของเรานี้ มันแค่หมุนเวียน เปลี่ยนรูปจากพลังงานรูปแบบหนึ่งไปสู่พลังงานอีกรูปแบบหนึ่ง การโฆษณาชวนเชื่อว่า การอุปโภคบริโภคที่มากของมนุษย์นั้น เป็นเรื่องเลวร้าย ไม่ว่าการรณรงค์ให้ประหยัดน้ำมัน ลดการใช้พลังงาน ลดการบริโภคเนื้อสัตว์ เพราะยิ่งกินเนื้อสัตว์ยิ่งทำให้โลกร้อน !! คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) แนะนำให้พลเมืองหันมาบริโภคพืชผัก เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน ใช่ พวกเขากำลังบอกให้พวกเรา ฆ่าพืช เพื่อนำมาบริโภค พวกเขาบอกว่ามันจะช่วยลดโลกร้อน พวกเขายังอ้างอีกว่าการทำปศุสัตว์นั้น ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในดินถูกปล่อยออกมาและเกิดก๊าซเรือนกระจก 555 (ขออภัยที่อดขำไม่ได้จริงๆ) พืชซึ่งกำลังทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ พืชที่ทำหน้าที่ส่งต่อพลังงานไปยังเหล่าสรรพสัตว์ กำลังถูกคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งตัวพวกเขาเองนั้นก็ต้องใช้พลังงาน และอุปโภคบริโภคไม่ได้ต่างไปจากพวกเรา พวกเขากำลังบอกให้ผู้คนหันไปกินพืชกันมากขึ้นและลดการกินเนื้อ พืชที่เป็นแหล่งพลังงานของเหล่าสัตว์ พวกเขากำลังบอกให้พวกเรากินพืชแทนที่จะกินสัตว์ พวกเขายังแนะนำการบริโภคแบบมังสวิรัติที่ประกอบไปด้วย ผัก ผลไม้ ธัญพืช(เมล็ด) ถั่ว กรดอะมิโนชนิดจำเป็น ที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถผลิตเองได้นั้น เราสามารถได้รับโดยตรงจากการบริโภคเนื้อสัตว์ ผู้ที่ทานแต่ผักมักจะขาดสารอาหารบางชนิด อีกทั้งอุตสาหกรรมการเกษตรมักอุดมไปด้วยยาฆ่าแมลงและสารเคมีต่างๆ นี่คือเหตุผลที่ มนุษย์ควรระมัดระวังในการบริโภค และต้องบริโภคทั้งพืชและสัตว์อย่างสมดุล ถ้ามองในอีกแง่ ผู้เขียนมองว่า พวกเขาเองนั่นแหละที่กำลังทำให้โลกร้อน ถ้าพวกเขาจะกล่าวหาว่า คาร์บอนไดออกไซด์ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก เพราะพวกเขากำลังบอกให้พวกเราทำลายพืช กินพืชให้มากขึ้น พวกเขากำลังบอกให้มนุษย์บริโภคพืชแทนเนื้อสัตว์ เขากำลังบอกให้เราแย่งอาหารจากบรรดาเหล่าสัตว์ เมล็ดพืชที่ปกติแล้วจะต้องทำหน้าที่ในการแพร่พันธุ์ จะแพร่พันธุ์ต่อได้อย่างไร ถ้ามนุษย์เก็บมากินไปซะหมด ต้นไม้จะเอาใบไม้ที่ไหนมาสังเคราะห์แสง หากมนุษย์กินพืชแทนเนื้อกันทุกคน ความจริงแล้ว ผู้คนมีสิทธิ์อุปโภคบริโภคเท่าไรก็ได้ ตราบใดที่พวกเขาหาทรัพยากรนั้นมาด้วยตัวเอง การพยายามสร้างความเชื่อลวงโลกว่า โลกของเรานี้กำลังร้อนขึ้นๆ พวกเขาพยายามโน้มน้าวว่า การลดใช้พลังงาน การลดการบริโภคเนื้อสัตว์นั้น เป็นการกระทำความดี เพราะกำลังช่วยลดโลกร้อนอยู่ สิ่งนี้เป็นเพียงแค่การหลอกให้ผู้คนเชื่อว่า สิ่งๆนั้นไม่มีคุณค่า สิ่งๆนั้นเป็นสิ่งเลวร้าย สิ่งๆนั้นเป็นการไม่รับผิดชอบต่อส่วนรวม เพราะมันเป็นการง่ายที่สุดที่ผู้คนจะไม่ออกมาต่อต้าน และไม่ถามว่าทำไม ผู้คนเข้าใจว่าพวกเขากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง พวกเขาคิดว่าพวกเขากำลังปกป้องโลกใบนี้ ซึ่งมันไม่จริง ทุกวันนี้ผู้คน ผลิตสิ่งต่างๆที่ได้มาจากทรัพยากรมากกว่าที่พวกเขาได้ใช้ไป ผู้คนหลายล้านคนบนโลกกำลังทำงานหนัก แต่กลับได้บริโภคสิ่งต่างๆเพียงน้อยนิดและบางสิ่งไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมที่มนุษย์จะบริโภค ในขณะที่คนบางกลุ่มกลับสามารถบริโภคสิ่งต่างๆได้อย่างล้นเหลือ ความจริงแล้ว พวกเขาแค่ต้องการให้เราทิ้งสิ่งที่มีค่าไปด้วยตัวเอง เลิกอุปโภคบริโภคโดยสมัครใจ เพื่อที่พวกเขาจะนำทรัพยากรเหล่านั้นไปใช้ได้โดยง่าย แบบไร้การขัดขืน ไร้ข้อกังขา พวกเขาต้องการลดส่วนแบ่ง เพื่อที่ตัวเองจะได้ใช้มากขึ้นต่างหาก พวกเขาแย่งชิงมันอย่างไร ผู้อ่านก็คงจะทราบกันดีในวิธีการแย่งชิงทรัพยากร พลังงานนั้นมีอยู่แล้วและจะไม่หายไป โลกได้รับพลังงานมาจากดวงอาทิตย์ อะตอมที่ถูกหลอมรวมกันและกลายเป็นหนึ่งได้ปลดปล่อยโฟตอน โฟตอนถูกส่งมาจากดวงอาทิตย์โดยกระบวนการนิวเคลียร์ฟิวชั่น ต้นไม้ดูดซับพลังงานนั้นไว้และส่งต่อไปยังสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะ มนุษย์ พืชหรือสัตว์ เพียงแค่นำสิ่งที่มีอยู่แล้วนั้นมาใช้ มนุษย์เราก็เป็นแค่เพียงสิ่งหนึ่งในกระบวนการการเปลี่ยนรูปพลังงานเท่านั้น ผู้คนไม่ได้กำลังทำเรื่องเลวร้ายหรือเรื่องที่ดี สิ่งนี้มันเป็นเพียงธรรมชาติ ผู้ที่พยายามบิดเบือนความจริงเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองต่างหาก ที่เลวร้ายอย่างแท้จริง แต่มันก็คงเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอีกเช่นกัน #Climatescam #Siamstr #bitcoin