บทวิเคราะห์เชิงวิชาการ: “Bitcoin ไม่มี intrinsic value จริงหรือ?”
(อิงเศรษฐศาสตร์การเงิน ทฤษฎีเงิน งานวิจัย และปรัชญาเศรษฐศาสตร์ร่วมสมัย)
⸻
บทนำ
ข้อวิจารณ์ที่พบบ่อยที่สุดต่อ Bitcoin คือ
“Bitcoin ไม่มี intrinsic value”
ข้อโต้แย้งนี้ดูเหมือนมีน้ำหนักเชิงปรัชญาและเศรษฐศาสตร์ แต่เมื่อพิจารณาในกรอบวิชาการร่วมสมัย—ตั้งแต่เศรษฐศาสตร์การเงิน ทฤษฎีเงิน (monetary theory) เศรษฐศาสตร์สถาบัน ไปจนถึง network economics—คำกล่าวนี้อาจสะท้อนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ “มูลค่า” มากกว่าความจริงของ Bitcoin เอง
บทความนี้จะวิเคราะห์ประเด็นดังกล่าวโดยอิงงานวิจัยและทฤษฎีเศรษฐศาสตร์หลัก เช่น
• Monetary economics
• Austrian economics
• Institutional economics
• Network value theory
• Digital scarcity research
• Crypto-asset valuation models
⸻
1. แนวคิด “intrinsic value” ในเศรษฐศาสตร์: มีอยู่จริงหรือไม่
ในเชิงปรัชญาเศรษฐศาสตร์
intrinsic value หมายถึง
มูลค่าที่มีอยู่ในตัววัตถุโดยไม่ขึ้นกับการประเมินของมนุษย์
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักตั้งแต่
• Carl Menger
• Ludwig von Mises
• Friedrich Hayek
จนถึงเศรษฐศาสตร์นีโอคลาสสิก
ล้วนยืนยันว่า
มูลค่าเป็น subjective (subjective value theory)
งานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและเศรษฐศาสตร์จุลภาคชี้ว่า
• มูลค่าเกิดจาก utility
• บริบท
• scarcity
• network
• ความเชื่อมั่น
ไม่มีสินทรัพย์ใดมี intrinsic value แบบ absolute
แม้แต่:
• ทองคำ
• เงินตรา
• หุ้น
• ที่ดิน
ทั้งหมดมีมูลค่าเพราะ
มนุษย์ “ให้ค่า”
ดังนั้นคำถามเชิงวิชาการที่ถูกต้องไม่ใช่
Bitcoin มี intrinsic value หรือไม่
แต่คือ
Bitcoin มีคุณสมบัติที่มนุษย์ให้ค่าในฐานะเงินหรือสินทรัพย์หรือไม่
⸻
2. เงิน (Money) มีมูลค่าจากอะไร: มุมมองวิชาการ
งานวิจัยด้าน monetary economics ชี้ว่า
เงินมีมูลค่าจาก
credibility of monetary properties
คุณสมบัติหลักของเงินที่ได้รับการยอมรับในวรรณกรรมวิชาการ ได้แก่:
1. Scarcity
2. Durability
3. Divisibility
4. Portability
5. Fungibility
6. Verifiability
7. Resistance to debasement
8. Network adoption
งานของ
• William Jevons
• Carl Menger
• George Selgin
• Narayana Kocherlakota
• Gorton & Zhang (2021)
ชี้ว่า
เงินวิวัฒน์เมื่อมีสิ่งใหม่ที่
“ปรับปรุงคุณสมบัติการเงิน”
เช่น
• เปลือกหอย → โลหะ
• เงิน → ทอง
• ทอง → ธนบัตร
• ธนบัตร → digital money
Bitcoin จึงควรถูกวิเคราะห์ในฐานะ
monetary technology
⸻
3. Digital scarcity: นวัตกรรมสำคัญของ Bitcoin
ก่อน Bitcoin
สินทรัพย์ดิจิทัลสามารถถูก copy ได้ไม่จำกัด
งานวิจัยของ
• Narayanan et al. (Princeton)
• Catalini & Gans (MIT)
• Biais et al. (2020)
ระบุว่า Bitcoin สร้าง
digital scarcity ที่ตรวจสอบได้
ผ่าน:
• cryptography
• proof-of-work
• decentralized consensus
Bitcoin จึงเป็นสินทรัพย์แรกที่มี:
• fixed supply (21 ล้าน)
• verifiable scarcity
• non-sovereign issuance
นี่คือคุณสมบัติใหม่ในประวัติศาสตร์การเงิน
⸻
4. คุณสมบัติทางการเงินของ Bitcoin ในเชิงวิจัย
งานวิจัยเศรษฐศาสตร์คริปโตจำนวนมากวิเคราะห์ Bitcoin ในฐานะ
store of value / monetary good
4.1 Scarcity
Halving schedule
supply cap
predictable issuance
งานวิจัยพบว่า
scarcity ส่งผลต่อ price formation อย่างมีนัยสำคัญ
4.2 Decentralization
ไม่มี issuer
ไม่มี central bank
ไม่มี CEO
ลด political risk
4.3 Permissionless access
เข้าถึงได้ทั่วโลก
ไม่มีตัวกลาง
มีผลต่อ adoption ในประเทศเงินเฟ้อสูง
4.4 Network effects
Metcalfe’s law ถูกใช้ในงานวิจัยหลายชิ้น
เช่น:
• Peterson (2018)
• Hayes (2019)
พบว่า price มีความสัมพันธ์กับ network growth
⸻
5. Bitcoin “มีมูลค่า” จากอะไร: โมเดลการประเมิน
นักวิจัยเสนอหลายโมเดล เช่น:
5.1 Stock-to-Flow model
อิง scarcity
(แม้มีข้อถกเถียง)
5.2 Network value model
price ∝ network adoption
5.3 Monetary premium model
Bitcoin เป็น digital gold
5.4 Option-like asset
เป็น hedge ต่อ monetary instability
งานวิจัย IMF และ BIS บางส่วนระบุว่า
Bitcoin มีบทบาทใน portfolio diversification
⸻
6. ข้อวิจารณ์เชิงวิชาการ
แม้มีคุณสมบัติเชิงเงิน
Bitcoin ยังมีข้อวิจารณ์สำคัญ:
1. Volatility สูง
2. ยังไม่เป็น medium of exchange หลัก
3. regulatory uncertainty
4. energy consumption debate
5. speculative demand
นักเศรษฐศาสตร์บางสายมองว่า
Bitcoin ยังอยู่ในช่วง
monetization phase
คล้ายทองคำในยุคต้น
⸻
7. มุมมองปรัชญาเศรษฐศาสตร์
หากยึดทฤษฎี subjective value
ไม่มีสิ่งใดมี intrinsic value
มูลค่าเกิดจาก:
• utility
• scarcity
• social consensus
• institutional trust
Bitcoin จึงมีมูลค่าหาก
ผู้คนให้ค่ากับคุณสมบัติของมัน
⸻
8. บทสรุปเชิงวิชาการ
คำกล่าวว่า
“Bitcoin ไม่มี intrinsic value”
ในเชิงวิชาการถือว่า
ไม่ใช่คำถามที่ถูกต้อง
เพราะ
ในเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่
แทบไม่มีสินทรัพย์ใดมี intrinsic value
คำถามที่ถูกต้องคือ:
Bitcoin มีคุณสมบัติทางการเงินที่น่าเชื่อถือพอให้มนุษย์ให้ค่า หรือไม่
งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า
Bitcoin มีคุณสมบัติ:
• scarcity
• decentralization
• verifiability
• portability
• censorship resistance
ซึ่งทำให้มันมีสถานะเป็น
monetary asset ใหม่ในยุคดิจิทัล
มูลค่าของมันจึงไม่ได้มาจาก “ศรัทธาลอย ๆ”
แต่จาก
โครงสร้างทางเทคโนโลยี
เศรษฐศาสตร์เครือข่าย
และความต้องการของมนุษย์ในระบบการเงินโลก
⸻
9. Bitcoin กับทฤษฎีเงิน (Monetary Theory)
9.1 Commodity money → Fiat → Digital monetary good
ประวัติศาสตร์เงินในงานวิจัยเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า
เงินพัฒนาตาม ประสิทธิภาพของคุณสมบัติการเงิน
Carl Menger (1871) อธิบายว่า
สินค้าบางชนิดกลายเป็นเงินเพราะ
มี marketability สูง
ต่อมา
• ทองคำ → เงินโลหะ
• เงินโลหะ → ธนบัตร
• ธนบัตร → fiat money
Bitcoin ถูกมองว่าเป็น
ขั้นถัดไปของวิวัฒนาการเงิน
งานวิจัยของ Narayana Kocherlakota (Federal Reserve)
เสนอว่า
Money คือ ledger technology
ในมุมนี้
Bitcoin คือ ledger ที่
• decentralized
• cryptographically secured
• globally synchronized
⸻
10. Austrian Economics กับ Bitcoin
นักเศรษฐศาสตร์สาย Austrian เช่น
• Saifedean Ammous
• Hülsmann
• Selgin
มองว่า Bitcoin สอดคล้องกับแนวคิด:
10.1 Sound money
เงินที่ supply ไม่ถูกปรับโดยรัฐ
Bitcoin มี:
• fixed supply
• predictable issuance
จึงใกล้เคียง “hard money”
10.2 Time preference
เงินที่รักษามูลค่าได้
ลดแรงจูงใจบริโภคระยะสั้น
งานวิจัยบางชิ้นเสนอว่า
scarce asset
อาจส่งผลต่อพฤติกรรมออม
แม้ยังเป็นข้อถกเถียง
⸻
11. Network Economics: แหล่งมูลค่าที่สำคัญ
งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า
มูลค่า Bitcoin ขึ้นกับ
network effects
Metcalfe’s law:
value ∝ number of users²
การศึกษาเช่น:
• Peterson (2018)
• Hayes (2019)
• Cong et al.
พบว่า
ราคา Bitcoin มีความสัมพันธ์กับ
• active addresses
• hash rate
• adoption
ดังนั้นมูลค่าไม่ได้อยู่ในตัวเหรียญ
แต่ใน เครือข่าย
คล้าย:
• Internet
• Social networks
• Payment networks
⸻
12. Institutional Economics: ความน่าเชื่อถือ
เงินต้องมี
credibility
Fiat money
ได้ความน่าเชื่อถือจาก:
• รัฐ
• ธนาคารกลาง
• กฎหมาย
Bitcoin
ได้จาก:
• code
• cryptography
• decentralized consensus
Douglass North
นักเศรษฐศาสตร์สถาบัน
ชี้ว่า
สถาบันคือ “rules of the game”
Bitcoin เป็น
algorithmic institution
กฎถูกฝังในโปรโตคอล
ไม่ขึ้นกับรัฐบาล
⸻
13. Bitcoin ในฐานะ Store of Value
งานวิจัย IMF และ BIS
ระบุว่า
Bitcoin เริ่มถูกใช้เป็น
store of value
แต่ยังไม่เสถียร
ปัจจัยสนับสนุน
• scarcity
• portability
• censorship resistance
ปัจจัยจำกัด
• volatility
• regulatory risk
• liquidity shock
Bitcoin จึงอยู่ในช่วง
monetization process
คล้ายทองคำในอดีต
⸻
14. มิติภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์มหภาค
Bitcoin ถูกใช้ใน:
• ประเทศเงินเฟ้อสูง
• capital control
• unstable banking
งานวิจัยพบว่า
adoption สูงใน
• Argentina
• Turkey
• Nigeria
Bitcoin ทำหน้าที่
“escape valve”
ในระบบการเงินโลก
⸻
15. ข้อโต้แย้งเชิงวิชาการที่ยังถกเถียง
15.1 Energy consumption
PoW ใช้พลังงานสูง
แต่มีงานวิจัยโต้แย้งว่า
• ใช้พลังงานส่วนเกิน
• ส่งเสริม renewable
ยังไม่มีข้อสรุปเด็ดขาด
⸻
15.2 Intrinsic value debate
นักเศรษฐศาสตร์บางคนเช่น
Krugman
Stiglitz
มองว่า
Bitcoin เป็น speculative asset
แต่ฝ่ายสนับสนุนชี้ว่า
scarcity + network
สร้าง monetary premium
⸻
16. Bitcoin กับทฤษฎีสินทรัพย์ข้อมูล (Informational Asset)
งานวิจัยล่าสุดมองว่า
Bitcoin เป็น
informational asset
มูลค่าเกิดจาก
• information integrity
• consensus
• network trust
ไม่ใช่วัตถุ
แต่เป็น
information structure
⸻
17. การประเมินมูลค่าในระยะยาว
โมเดลที่ใช้ในงานวิจัย:
1. Network adoption model
2. Stock-to-flow
3. Monetary premium vs gold
4. Global reserve alternative
ยังไม่มีโมเดลเดียวที่สมบูรณ์
เพราะ Bitcoin เป็น
สินทรัพย์ชนิดใหม่
⸻
18. สรุปเชิงวิชาการขั้นสูง
คำถาม
“Bitcoin ไม่มี intrinsic value”
ในกรอบเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่
ถือว่าเป็น
misframed question
เพราะ:
• มูลค่าเป็น subjective
• เงินมีมูลค่าจากคุณสมบัติ
• เครือข่ายสร้างมูลค่า
Bitcoin มี:
• scarcity ที่ตรวจสอบได้
• decentralized trust
• global settlement
• network effects
สิ่งเหล่านี้ทำให้มันมี
monetary value
ไม่ใช่เพราะความเชื่ออย่างเดียว
แต่เพราะ
โครงสร้างเทคโนโลยี
และเศรษฐศาสตร์เครือข่าย
⸻
19. คำถามเชิงวิจัยที่ยังเปิดอยู่
1. Bitcoin จะเป็น global store of value หรือไม่
2. จะเสถียรพอเป็น unit of account หรือไม่
3. รัฐจะตอบสนองอย่างไร
4. energy economics จะเปลี่ยนหรือไม่
5. CBDC จะกระทบอย่างไร
Bitcoin ยังอยู่ใน
early monetary phase
⸻
20. บทสรุปสุดท้าย
ในเชิงวิชาการ
Bitcoin ไม่ใช่
“สินทรัพย์ไร้มูลค่า”
แต่มันคือ
monetary experiment ระดับโลก
มูลค่าของมันขึ้นกับ:
• network adoption
• institutional trust
• macroeconomic context
• technological credibility
และสุดท้าย
มูลค่าไม่ได้อยู่ในตัววัตถุ
แต่อยู่ใน
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เทคโนโลยี และสถาบัน
#Siamstr #nostr #bitcoin #BTC
บทวิเคราะห์เชิงวิชาการ: “Bitcoin ไม่มี intrinsic value จริงหรือ?”
(อิงเศรษฐศาสตร์การเงิน ทฤษฎีเงิน งานวิจัย และปรัชญาเศรษฐศาสตร์ร่วมสมัย)
⸻
บทนำ
ข้อวิจารณ์ที่พบบ่อยที่สุดต่อ Bitcoin คือ
“Bitcoin ไม่มี intrinsic value”
ข้อโต้แย้งนี้ดูเหมือนมีน้ำหนักเชิงปรัชญาและเศรษฐศาสตร์ แต่เมื่อพิจารณาในกรอบวิชาการร่วมสมัย—ตั้งแต่เศรษฐศาสตร์การเงิน ทฤษฎีเงิน (monetary theory) เศรษฐศาสตร์สถาบัน ไปจนถึง network economics—คำกล่าวนี้อาจสะท้อนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ “มูลค่า” มากกว่าความจริงของ Bitcoin เอง
บทความนี้จะวิเคราะห์ประเด็นดังกล่าวโดยอิงงานวิจัยและทฤษฎีเศรษฐศาสตร์หลัก เช่น
• Monetary economics
• Austrian economics
• Institutional economics
• Network value theory
• Digital scarcity research
• Crypto-asset valuation models
⸻
1. แนวคิด “intrinsic value” ในเศรษฐศาสตร์: มีอยู่จริงหรือไม่
ในเชิงปรัชญาเศรษฐศาสตร์
intrinsic value หมายถึง
มูลค่าที่มีอยู่ในตัววัตถุโดยไม่ขึ้นกับการประเมินของมนุษย์
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักตั้งแต่
• Carl Menger
• Ludwig von Mises
• Friedrich Hayek
จนถึงเศรษฐศาสตร์นีโอคลาสสิก
ล้วนยืนยันว่า
มูลค่าเป็น subjective (subjective value theory)
งานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและเศรษฐศาสตร์จุลภาคชี้ว่า
• มูลค่าเกิดจาก utility
• บริบท
• scarcity
• network
• ความเชื่อมั่น
ไม่มีสินทรัพย์ใดมี intrinsic value แบบ absolute
แม้แต่:
• ทองคำ
• เงินตรา
• หุ้น
• ที่ดิน
ทั้งหมดมีมูลค่าเพราะ
มนุษย์ “ให้ค่า”
ดังนั้นคำถามเชิงวิชาการที่ถูกต้องไม่ใช่
Bitcoin มี intrinsic value หรือไม่
แต่คือ
Bitcoin มีคุณสมบัติที่มนุษย์ให้ค่าในฐานะเงินหรือสินทรัพย์หรือไม่
⸻
2. เงิน (Money) มีมูลค่าจากอะไร: มุมมองวิชาการ
งานวิจัยด้าน monetary economics ชี้ว่า
เงินมีมูลค่าจาก
credibility of monetary properties
คุณสมบัติหลักของเงินที่ได้รับการยอมรับในวรรณกรรมวิชาการ ได้แก่:
1. Scarcity
2. Durability
3. Divisibility
4. Portability
5. Fungibility
6. Verifiability
7. Resistance to debasement
8. Network adoption
งานของ
• William Jevons
• Carl Menger
• George Selgin
• Narayana Kocherlakota
• Gorton & Zhang (2021)
ชี้ว่า
เงินวิวัฒน์เมื่อมีสิ่งใหม่ที่
“ปรับปรุงคุณสมบัติการเงิน”
เช่น
• เปลือกหอย → โลหะ
• เงิน → ทอง
• ทอง → ธนบัตร
• ธนบัตร → digital money
Bitcoin จึงควรถูกวิเคราะห์ในฐานะ
monetary technology
⸻
3. Digital scarcity: นวัตกรรมสำคัญของ Bitcoin
ก่อน Bitcoin
สินทรัพย์ดิจิทัลสามารถถูก copy ได้ไม่จำกัด
งานวิจัยของ
• Narayanan et al. (Princeton)
• Catalini & Gans (MIT)
• Biais et al. (2020)
ระบุว่า Bitcoin สร้าง
digital scarcity ที่ตรวจสอบได้
ผ่าน:
• cryptography
• proof-of-work
• decentralized consensus
Bitcoin จึงเป็นสินทรัพย์แรกที่มี:
• fixed supply (21 ล้าน)
• verifiable scarcity
• non-sovereign issuance
นี่คือคุณสมบัติใหม่ในประวัติศาสตร์การเงิน
⸻
4. คุณสมบัติทางการเงินของ Bitcoin ในเชิงวิจัย
งานวิจัยเศรษฐศาสตร์คริปโตจำนวนมากวิเคราะห์ Bitcoin ในฐานะ
store of value / monetary good
4.1 Scarcity
Halving schedule
supply cap
predictable issuance
งานวิจัยพบว่า
scarcity ส่งผลต่อ price formation อย่างมีนัยสำคัญ
4.2 Decentralization
ไม่มี issuer
ไม่มี central bank
ไม่มี CEO
ลด political risk
4.3 Permissionless access
เข้าถึงได้ทั่วโลก
ไม่มีตัวกลาง
มีผลต่อ adoption ในประเทศเงินเฟ้อสูง
4.4 Network effects
Metcalfe’s law ถูกใช้ในงานวิจัยหลายชิ้น
เช่น:
• Peterson (2018)
• Hayes (2019)
พบว่า price มีความสัมพันธ์กับ network growth
⸻
5. Bitcoin “มีมูลค่า” จากอะไร: โมเดลการประเมิน
นักวิจัยเสนอหลายโมเดล เช่น:
5.1 Stock-to-Flow model
อิง scarcity
(แม้มีข้อถกเถียง)
5.2 Network value model
price ∝ network adoption
5.3 Monetary premium model
Bitcoin เป็น digital gold
5.4 Option-like asset
เป็น hedge ต่อ monetary instability
งานวิจัย IMF และ BIS บางส่วนระบุว่า
Bitcoin มีบทบาทใน portfolio diversification
⸻
6. ข้อวิจารณ์เชิงวิชาการ
แม้มีคุณสมบัติเชิงเงิน
Bitcoin ยังมีข้อวิจารณ์สำคัญ:
1. Volatility สูง
2. ยังไม่เป็น medium of exchange หลัก
3. regulatory uncertainty
4. energy consumption debate
5. speculative demand
นักเศรษฐศาสตร์บางสายมองว่า
Bitcoin ยังอยู่ในช่วง
monetization phase
คล้ายทองคำในยุคต้น
⸻
7. มุมมองปรัชญาเศรษฐศาสตร์
หากยึดทฤษฎี subjective value
ไม่มีสิ่งใดมี intrinsic value
มูลค่าเกิดจาก:
• utility
• scarcity
• social consensus
• institutional trust
Bitcoin จึงมีมูลค่าหาก
ผู้คนให้ค่ากับคุณสมบัติของมัน
⸻
8. บทสรุปเชิงวิชาการ
คำกล่าวว่า
“Bitcoin ไม่มี intrinsic value”
ในเชิงวิชาการถือว่า
ไม่ใช่คำถามที่ถูกต้อง
เพราะ
ในเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่
แทบไม่มีสินทรัพย์ใดมี intrinsic value
คำถามที่ถูกต้องคือ:
Bitcoin มีคุณสมบัติทางการเงินที่น่าเชื่อถือพอให้มนุษย์ให้ค่า หรือไม่
งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า
Bitcoin มีคุณสมบัติ:
• scarcity
• decentralization
• verifiability
• portability
• censorship resistance
ซึ่งทำให้มันมีสถานะเป็น
monetary asset ใหม่ในยุคดิจิทัล
มูลค่าของมันจึงไม่ได้มาจาก “ศรัทธาลอย ๆ”
แต่จาก
โครงสร้างทางเทคโนโลยี
เศรษฐศาสตร์เครือข่าย
และความต้องการของมนุษย์ในระบบการเงินโลก
⸻
9. Bitcoin กับทฤษฎีเงิน (Monetary Theory)
9.1 Commodity money → Fiat → Digital monetary good
ประวัติศาสตร์เงินในงานวิจัยเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า
เงินพัฒนาตาม ประสิทธิภาพของคุณสมบัติการเงิน
Carl Menger (1871) อธิบายว่า
สินค้าบางชนิดกลายเป็นเงินเพราะ
มี marketability สูง
ต่อมา
• ทองคำ → เงินโลหะ
• เงินโลหะ → ธนบัตร
• ธนบัตร → fiat money
Bitcoin ถูกมองว่าเป็น
ขั้นถัดไปของวิวัฒนาการเงิน
งานวิจัยของ Narayana Kocherlakota (Federal Reserve)
เสนอว่า
Money คือ ledger technology
ในมุมนี้
Bitcoin คือ ledger ที่
• decentralized
• cryptographically secured
• globally synchronized
⸻
10. Austrian Economics กับ Bitcoin
นักเศรษฐศาสตร์สาย Austrian เช่น
• Saifedean Ammous
• Hülsmann
• Selgin
มองว่า Bitcoin สอดคล้องกับแนวคิด:
10.1 Sound money
เงินที่ supply ไม่ถูกปรับโดยรัฐ
Bitcoin มี:
• fixed supply
• predictable issuance
จึงใกล้เคียง “hard money”
10.2 Time preference
เงินที่รักษามูลค่าได้
ลดแรงจูงใจบริโภคระยะสั้น
งานวิจัยบางชิ้นเสนอว่า
scarce asset
อาจส่งผลต่อพฤติกรรมออม
แม้ยังเป็นข้อถกเถียง
⸻
11. Network Economics: แหล่งมูลค่าที่สำคัญ
งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า
มูลค่า Bitcoin ขึ้นกับ
network effects
Metcalfe’s law:
value ∝ number of users²
การศึกษาเช่น:
• Peterson (2018)
• Hayes (2019)
• Cong et al.
พบว่า
ราคา Bitcoin มีความสัมพันธ์กับ
• active addresses
• hash rate
• adoption
ดังนั้นมูลค่าไม่ได้อยู่ในตัวเหรียญ
แต่ใน เครือข่าย
คล้าย:
• Internet
• Social networks
• Payment networks
⸻
12. Institutional Economics: ความน่าเชื่อถือ
เงินต้องมี
credibility
Fiat money
ได้ความน่าเชื่อถือจาก:
• รัฐ
• ธนาคารกลาง
• กฎหมาย
Bitcoin
ได้จาก:
• code
• cryptography
• decentralized consensus
Douglass North
นักเศรษฐศาสตร์สถาบัน
ชี้ว่า
สถาบันคือ “rules of the game”
Bitcoin เป็น
algorithmic institution
กฎถูกฝังในโปรโตคอล
ไม่ขึ้นกับรัฐบาล
⸻
13. Bitcoin ในฐานะ Store of Value
งานวิจัย IMF และ BIS
ระบุว่า
Bitcoin เริ่มถูกใช้เป็น
store of value
แต่ยังไม่เสถียร
ปัจจัยสนับสนุน
• scarcity
• portability
• censorship resistance
ปัจจัยจำกัด
• volatility
• regulatory risk
• liquidity shock
Bitcoin จึงอยู่ในช่วง
monetization process
คล้ายทองคำในอดีต
⸻
14. มิติภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์มหภาค
Bitcoin ถูกใช้ใน:
• ประเทศเงินเฟ้อสูง
• capital control
• unstable banking
งานวิจัยพบว่า
adoption สูงใน
• Argentina
• Turkey
• Nigeria
Bitcoin ทำหน้าที่
“escape valve”
ในระบบการเงินโลก
⸻
15. ข้อโต้แย้งเชิงวิชาการที่ยังถกเถียง
15.1 Energy consumption
PoW ใช้พลังงานสูง
แต่มีงานวิจัยโต้แย้งว่า
• ใช้พลังงานส่วนเกิน
• ส่งเสริม renewable
ยังไม่มีข้อสรุปเด็ดขาด
⸻
15.2 Intrinsic value debate
นักเศรษฐศาสตร์บางคนเช่น
Krugman
Stiglitz
มองว่า
Bitcoin เป็น speculative asset
แต่ฝ่ายสนับสนุนชี้ว่า
scarcity + network
สร้าง monetary premium
⸻
16. Bitcoin กับทฤษฎีสินทรัพย์ข้อมูล (Informational Asset)
งานวิจัยล่าสุดมองว่า
Bitcoin เป็น
informational asset
มูลค่าเกิดจาก
• information integrity
• consensus
• network trust
ไม่ใช่วัตถุ
แต่เป็น
information structure
⸻
17. การประเมินมูลค่าในระยะยาว
โมเดลที่ใช้ในงานวิจัย:
1. Network adoption model
2. Stock-to-flow
3. Monetary premium vs gold
4. Global reserve alternative
ยังไม่มีโมเดลเดียวที่สมบูรณ์
เพราะ Bitcoin เป็น
สินทรัพย์ชนิดใหม่
⸻
18. สรุปเชิงวิชาการขั้นสูง
คำถาม
“Bitcoin ไม่มี intrinsic value”
ในกรอบเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่
ถือว่าเป็น
misframed question
เพราะ:
• มูลค่าเป็น subjective
• เงินมีมูลค่าจากคุณสมบัติ
• เครือข่ายสร้างมูลค่า
Bitcoin มี:
• scarcity ที่ตรวจสอบได้
• decentralized trust
• global settlement
• network effects
สิ่งเหล่านี้ทำให้มันมี
monetary value
ไม่ใช่เพราะความเชื่ออย่างเดียว
แต่เพราะ
โครงสร้างเทคโนโลยี
และเศรษฐศาสตร์เครือข่าย
⸻
19. คำถามเชิงวิจัยที่ยังเปิดอยู่
1. Bitcoin จะเป็น global store of value หรือไม่
2. จะเสถียรพอเป็น unit of account หรือไม่
3. รัฐจะตอบสนองอย่างไร
4. energy economics จะเปลี่ยนหรือไม่
5. CBDC จะกระทบอย่างไร
Bitcoin ยังอยู่ใน
early monetary phase
⸻
20. บทสรุปสุดท้าย
ในเชิงวิชาการ
Bitcoin ไม่ใช่
“สินทรัพย์ไร้มูลค่า”
แต่มันคือ
monetary experiment ระดับโลก
มูลค่าของมันขึ้นกับ:
• network adoption
• institutional trust
• macroeconomic context
• technological credibility
และสุดท้าย
มูลค่าไม่ได้อยู่ในตัววัตถุ
แต่อยู่ใน
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เทคโนโลยี และสถาบัน
#Siamstr #nostr #bitcoin #BTC
Login to reply