maiakee's avatar
maiakee 4 months ago
image 🦢ทำไมควรศึกษา Nassim Nicholas Taleb: มรดกแห่งความไม่แน่นอน “Wind extinguishes a candle and energizes fire.” — Antifragile โลกปัจจุบันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความเปราะบางที่เราไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด ตั้งแต่เศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี ไปจนถึงชีวิตประจำวัน Nassim Nicholas Taleb ไม่ได้เสนอ “สูตรสำเร็จ” แต่เขาชี้ให้เราเห็นโครงสร้างที่แท้จริงของโลก ซึ่งส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วย ความบังเอิญ เหตุการณ์หายาก (Black Swan) และผลลัพธ์ที่ไม่เป็นเชิงเส้น (Nonlinear outcomes). ⸻ 1. รากฐานความคิด: Skepticism และ Probability ในแผนผัง Genealogy of the INCERTO เราเห็น Taleb วางรากฐานจาก Tradition of Skeptical Empiricism ตั้งแต่ Pyrrho, Sextus Empiricus ไปจนถึง Hume และ Popper พวกเขาคือผู้ที่ตั้งคำถามกับ “ความรู้แน่นอน” และชี้ให้เห็นว่า ความไม่รู้ (ignorance) อาจมีพลังมากกว่าความรู้ที่เรายึดถือ Taleb เคยเขียนว่า: “The fragility of every man-made system is hidden in the illusion of knowledge.” ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักลงทุน วิศวกร หรือแม้แต่นักเขียน การตระหนักว่าความรู้ของเรามีขอบเขตจำกัด จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ภูมิคุ้มกันทางปัญญา ⸻ 2. Black Swan: ความหายากที่เปลี่ยนโลก Taleb ทำให้คำว่า Black Swan กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม นั่นคือ เหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ตามแบบจำลองทั่วไป แต่เมื่อเกิดขึ้นกลับเปลี่ยนโฉมโลก เช่น วิกฤติการเงินปี 2008, การเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่โรคระบาด เขากล่าวว่า: “History does not crawl, it jumps.” บทเรียนจาก Black Swan คือ อย่าพยายามทำนายอนาคตแบบเส้นตรง แต่ให้เตรียมตัวรับมือสิ่งที่เกินคาดแทน นี่คือเหตุผลว่าทำไมงานของเขาจึงเป็นประโยชน์ทั้งกับนักลงทุน แพทย์ นักการเมือง ไปจนถึงคนทั่วไปที่ต้องตัดสินใจในชีวิตประจำวัน ⸻ 3. Antifragility: ศาสตร์แห่งการเติบโตจากความไม่แน่นอน สิ่งที่ทำให้ Taleb แตกต่างคือเขาไม่ได้หยุดแค่การชี้ให้เห็นปัญหา แต่เขายังเสนอวิธีอยู่กับมันด้วย นั่นคือ Antifragility หรือความสามารถในการเติบโตจากความวุ่นวาย “Some things benefit from shocks; they thrive and grow when exposed to volatility, randomness, disorder, and stressors.” — Antifragile ในเชิงชีววิทยา มนุษย์แข็งแรงขึ้นเมื่อออกกำลังกาย (stress เล็กๆ ทำให้ร่างกายปรับตัว) ในเชิงธุรกิจ บริษัทเล็กๆ บางแห่งกลับพลิกวิกฤติให้กลายเป็นโอกาสได้เร็วกว่าบริษัทใหญ่ ในเชิงชีวิต การเผชิญกับความล้มเหลวเล็กๆ บ่อยๆ อาจทำให้เรายืดหยุ่นกว่าและพร้อมรับมือกับความล้มเหลวใหญ่ ⸻ 4. Skin in the Game: จริยธรรมของการเสี่ยง Taleb ไม่ได้เขียนเพียงเรื่องคณิตศาสตร์และความน่าจะเป็น แต่เขาเชื่อมโยงเข้ากับ จริยธรรมและความยุติธรรม หลักคิดสำคัญคือ Skin in the Game — ผู้ที่ตัดสินใจต้องมีส่วนได้เสียกับผลลัพธ์ เขาเตือนว่า: “Never trust anyone who doesn’t have skin in the game.” นี่คือคำเตือนทั้งต่อระบบการเงินที่ผู้บริหารได้โบนัสเมื่อบริษัทกำไร แต่ผลขาดทุนกลับผลักไปที่ผู้ถือหุ้นหรือลูกค้า และต่อชีวิตส่วนตัวที่เราควรฟังคำแนะนำจากคนที่เคยลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่ “ผู้เชี่ยวชาญบนกระดาษ” ⸻ 5. ความสำคัญข้ามอาชีพ งานของ Taleb ไม่ได้จำกัดอยู่ที่นักลงทุน แต่ข้ามไปยังทุกวงการ: • แพทย์: ต้องตัดสินใจท่ามกลางความไม่แน่นอนของร่างกายมนุษย์ (Asymmetric Medicine) • วิศวกร: ต้องออกแบบระบบที่ไม่เปราะต่อความล้มเหลวเล็กน้อย (Antifragile Design) • นักธุรกิจ: ต้องเข้าใจว่า “ความเสี่ยงไม่สมมาตร” สามารถฆ่าบริษัทได้ในคืนเดียว • ศิลปิน/นักเขียน: ต้องตระหนักว่า ความสำเร็จส่วนใหญ่มาจากสิ่งที่คาดไม่ถึง ไม่ใช่การวางแผนเส้นตรง • บุคคลทั่วไป: ต้องเรียนรู้ที่จะจัดการชีวิตให้ยืดหยุ่นต่อความไม่แน่นอน ⸻ สรุป: ทำไม Taleb ถึงสำคัญ หากพูดให้กระชับ งานของ Taleb คือการเปิดโปงความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมั่นใจปลอมๆ ของมนุษย์ เขาสอนเราว่า: 1. โลกไม่ได้เดินตามเส้นตรง แต่เต็มไปด้วยการกระโดดแบบ Black Swan 2. ระบบที่แท้จริงต้อง “Antifragile” ไม่ใช่แค่ “Strong” 3. ความยุติธรรมที่แท้จริงมาจากการมี Skin in the Game 4. ความรู้ที่แท้จริงเริ่มจากการยอมรับความไม่รู้ “You will never fully control randomness. But you can design your life so randomness benefits you.” ⸻ Taleb, เศรษฐศาสตร์เชิงลึก และ Bitcoin “Economics is about understanding how fragile or robust systems are under uncertainty, not about predicting prices.” — Nassim Nicholas Taleb ⸻ 1. เศรษฐศาสตร์เชิงลึก: ความไม่แน่นอนคือหัวใจ เศรษฐศาสตร์กระแสหลัก (mainstream economics) มักสร้างแบบจำลองด้วยสมมติฐาน rational agent, equilibrium, Gaussian distribution แต่ Taleb แสดงให้เห็นว่านี่คือ มายาภาพ เพราะโลกจริงถูกครอบงำโดย Fat Tails และ Black Swans ที่แบบจำลองปกติคาดไม่ถึง เขาเตือนว่า: “The tragedy of modern economics is to assume away randomness.” เศรษฐศาสตร์เชิงลึก (deep economics) จึงต้องเปลี่ยนจากการพยายามทำนายราคาหรือ GDP ไปสู่ การวิเคราะห์ความเปราะบางของระบบ (fragility) และการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ทนทาน/Antifragile ต่อความไม่แน่นอน ⸻ 2. Black Swan และเศรษฐกิจโลก ในระบบเศรษฐกิจจริง เหตุการณ์ที่พลิกโลก เช่น วิกฤติการเงิน 1997, Lehman Brothers 2008, COVID-19, AI disruption ล้วนเป็น Black Swans ที่ไม่ถูกคาดการณ์โดยนักเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก Taleb เน้นว่า เศรษฐกิจไม่ใช่เครื่องจักรเชิงเส้น แต่เป็นระบบซับซ้อน (Complex System) ซึ่งหมายความว่า shock เล็กๆ สามารถทวีคูณจนกลายเป็นหายนะระดับมหภาค นี่คือเหตุผลที่การออกแบบระบบเศรษฐกิจควรมุ่งเน้นที่ robustness และ antifragility มากกว่าการหวังว่าตลาดจะ “สมดุล” ⸻ 3. Bitcoin: Antifragile หรือ Fragile? Taleb เคยเป็นผู้สนับสนุน Bitcoin ในช่วงแรก แต่ต่อมาเขาเขียนบทความ “Bitcoin, Currencies, and Fragility” (2021) โดยชี้ว่า Bitcoin ไม่ใช่สกุลเงิน แต่คือสินทรัพย์เก็งกำไรที่มีความผันผวนสูง เขาอธิบายว่า: “A currency is never supposed to be more volatile than what you buy with it. Bitcoin fails this basic test.” มุมมองผ่านเลนส์ Taleb • Fragile: • ราคาผันผวนเกินไปจนไม่สามารถเป็น “unit of account” ได้ • เศรษฐกิจจริงต้องใช้สื่อกลางที่เสถียร (low volatility) • มูลค่าของ Bitcoin ขึ้นอยู่กับ “ความเชื่อร่วมกัน” มากกว่าประโยชน์ใช้สอยโดยตรง • Antifragile (ในอีกแง่หนึ่ง): • Bitcoin เติบโตจาก วิกฤติของระบบการเงินดั้งเดิม (2008) • ยิ่งรัฐบาลพิมพ์เงินมากเท่าไร ยิ่งทำให้ Bitcoin ได้รับความสนใจในฐานะ “Store of Distrust” • เครือข่าย Blockchain แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถูกโจมตี (proof-of-work paradigm) กล่าวคือ Bitcoin ไม่ใช่ Antifragile ในฐานะ “เงินตรา” แต่มีคุณสมบัติคล้าย Antifragile ในฐานะ เครือข่ายของความไม่ไว้วางใจ (Network of distrust) ที่เติบโตเมื่อผู้คนหวาดระแวงสถาบันการเงิน ⸻ 4. แนวโน้มอนาคต: Black Swan และ Bitcoin • Scenario 1: Global Financial Black Swan หากเกิดวิกฤติการเงินโลกอีกครั้ง (เช่น หนี้สาธารณะสหรัฐฯ ระเบิด, hyperinflation ในบางประเทศ) Bitcoin อาจถูกใช้เป็น “digital gold” โดยประชาชนในประเทศที่เงินเฟ้อรุนแรง → ทำให้ Bitcoin ได้รับบทบาทเป็น Antifragile asset • Scenario 2: Regulatory Clampdown หากรัฐบาลหลักๆ (US, EU, China) จำกัดหรือห้าม Bitcoin อย่างจริงจัง มูลค่าอาจลดลงอย่างรุนแรง → Bitcoin เผยให้เห็นความ Fragile ต่อการเมืองและกฎหมาย • Scenario 3: Technological Black Swan Quantum Computing อาจทำให้ระบบ Cryptography ปัจจุบันล้าสมัย → Bitcoin จะเผชิญ existential risk เว้นแต่ว่าจะมีการอัปเกรดทันเวลา ⸻ 5. เศรษฐศาสตร์ Talebian กับบทเรียนจาก Bitcoin สิ่งที่ Taleb ชี้ชัดจากกรณี Bitcoin ไม่ใช่ว่ามันจะ “ขึ้นหรือลง” แต่คือ การมองระบบการเงินโลกในเชิง Fragility vs Antifragility • ระบบธนาคารดั้งเดิม: Too Big to Fail แต่ Fragile ต่อ Black Swans • Bitcoin: Fragile ต่อ volatility และ regulation แต่ Antifragile ต่อความไม่ไว้วางใจในสถาบัน ดังนั้น ผู้ที่ศึกษา Taleb จะไม่ถามว่า “Bitcoin จะไปถึง 100k ไหม?” แต่จะถามว่า: “ระบบไหนจะล้มก่อน และอะไรจะรอดได้เมื่อ Black Swan มาถึง?” ⸻ สรุป: Talebian Economics และ Bitcoin 1. เศรษฐศาสตร์เชิงลึกควรเปลี่ยนจากการ “ทำนาย” ไปสู่การ “ออกแบบระบบที่ทนต่อความไม่แน่นอน” 2. Bitcoin เป็นทั้ง การท้าทายระบบการเงิน และ การเปิดโปง Fragility ของมันเอง 3. ในโลกที่เต็มไปด้วย Black Swans คำถามสำคัญไม่ใช่ “อะไรจะเกิดขึ้น” แต่คือ “อะไรจะอยู่รอด?” “You cannot predict, you can only build systems that don’t collapse when the unpredictable happens.” — Nassim Nicholas Taleb ⸻ กลยุทธ์การเงินส่วนบุคคลเชิง Talebian “You cannot predict the future, but you can protect yourself from being fragile to it.” — Nassim Nicholas Taleb ⸻ 1. Barbell Strategy: เสาหนักสองข้าง Taleb เสนอสิ่งที่เขาเรียกว่า Barbell Strategy • หนึ่งด้าน: ความเสี่ยงต่ำสุด (ultra safe) → เงินสด, พันธบัตรรัฐบาลที่มั่นคง, ทองคำ, สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง • อีกด้าน: ความเสี่ยงสูงสุดแต่จำกัดการขาดทุน (highly speculative but small exposure) → Bitcoin, startup, options ที่ขาดทุนจำกัดแต่กำไรไม่จำกัด ห้ามอยู่ตรงกลาง (medium risk assets) เพราะสินทรัพย์เหล่านี้เปราะบางต่อ Black Swan เช่น หุ้นขนาดกลาง กองทุนที่ดู “ปลอดภัย” แต่จริงๆ เสี่ยงเมื่อเจอ shock Taleb เขียนไว้ว่า: “The barbell is the only robust strategy in an uncertain world: ultra safe on one hand, speculative on the other.” ⸻ 2. Skin in the Game: ลงมือเอง จ่ายราคาเอง การลงทุนแบบ Talebian ไม่ใช่แค่การกระจายความเสี่ยง แต่ต้องแน่ใจว่า คุณเข้าใจและรับผิดชอบความเสี่ยงด้วยตนเอง • หากลงทุนใน Bitcoin → ต้องยอมรับว่าอาจสูญเสีย 100% • หากถือทองคำ → ต้องยอมรับว่ามันอาจไม่สร้างผลตอบแทนเท่าหุ้น • หากเก็บเงินสด → ต้องยอมรับความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ไม่มีสิ่งที่ได้เปรียบฟรี (Free Lunch) เพราะ “Skin in the Game” คือการลงมือจริงและยอมรับผล ⸻ 3. Bitcoin ในพอร์ตแบบ Talebian Taleb มอง Bitcoin ไม่ใช่ “เงินตรา” แต่ในมุมมองเชิงกลยุทธ์ มันสามารถเข้าข่าย option-like asset — • เสี่ยงสูง, ผันผวนสูง, โอกาสเจ๊ง 100% มีอยู่จริง • แต่ในบาง Black Swan scenario (เช่น collapse ของ fiat currency) → Bitcoin อาจกลายเป็น “lifeboat asset” ดังนั้น สำหรับคนทั่วไป Bitcoin ไม่ควรเป็น core holding แต่ควรอยู่ในสัดส่วนเล็กๆ ของ ฝั่งเสี่ยงสุดโต่งของ barbell (เช่น 1–5% ของพอร์ต) ⸻ 4. ทองคำ, เงินสด, และสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง ในอีกด้านหนึ่งของ barbell: • ทองคำ (Gold): Antifragile ต่อเงินเฟ้อและการล่มสลายของความเชื่อมั่นใน fiat • เงินสด (Cash): Fragile ต่อเงินเฟ้อ แต่ Antifragile ต่อการ crash ของตลาด (เพราะถือโอกาสซื้อของถูก) • ตราสารหนี้รัฐบาลมั่นคง: ป้องกัน downside และเพิ่มความมั่นคงในพอร์ต ⸻ 5. การใช้ Black Swan ให้เป็นประโยชน์ Taleb เน้นว่า ความสำเร็จมหาศาลในโลกจริงไม่ได้มาจาก “การทำนายแม่น” แต่จาก การออกแบบที่เปิดรับโอกาสแบบไม่สมมาตร (asymmetric payoff) ยกตัวอย่าง: • ลงทุนใน Bitcoin 2% ของพอร์ต ถ้าราคาดิ่งลง 90% → คุณเสีย 1.8% • แต่ถ้าราคาขึ้น 10 เท่า → คุณได้กำไร 20% ของพอร์ต นี่คือ convexity ที่ Taleb ให้ความสำคัญมากกว่าการพยายามเดาว่าราคาจะไปทางไหน เขาเขียนว่า: “Convexity is the weapon of the antifragile.” ⸻ 6. แนวโน้มเศรษฐกิจและ Bitcoin ในกรอบ Taleb • เศรษฐกิจโลกกำลัง Fragile: หนี้สาธารณะ, เงินเฟ้อ, ความเหลื่อมล้ำ, ระบบธนาคารที่ซับซ้อนเกินควบคุม • Bitcoin เป็น Double-Edged Sword: อาจล่มเพราะ volatility/regulation หรืออาจกลายเป็น Black Swan asset ที่ช่วยคนหนีจาก fiat collapse • สิ่งที่แน่นอนคือความไม่แน่นอน: การถือ Bitcoin เพียงเล็กน้อย อาจทำให้พอร์ต Antifragile ต่ออนาคตที่เราไม่อาจทำนาย ⸻ บทสรุป: กลยุทธ์การเงิน Talebian สำหรับคนธรรมดา 1. อย่าทำนายอนาคต → ออกแบบพอร์ตแบบ Barbell 2. แบ่งพอร์ตเป็นสองขั้ว: • ปลอดภัยสุด (ทอง, cash, bonds) • เสี่ยงสุดแบบจำกัด (Bitcoin, options, venture) 3. ใช้ convexity ให้โอกาสไม่สมมาตรทำงานแทนการคาดเดา 4. ยอมรับผลลัพธ์ด้วยตนเอง (Skin in the Game) 5. เตรียมตัวให้พอร์ต ไม่เพียงแค่ทนต่อ Black Swan แต่เติบโตจากมัน “The idea is not to be right, but to be alive when others are wrong.” — Nassim Nicholas Taleb #Siamstr #nostr #ปรัชญา #economics