ร้านค้าในประเทศไทยรับชำระด้วย Bitcoin
ไม่ผิดกฎหมายอาญา แต่ “อยู่บนรอยต่อของหลายระบบกฎหมาย”
บทวิเคราะห์เชิงลึกทางนิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเงิน และการกำกับดูแล
เรียบเรียงและขยายความเชิงวิชาการ
จากการสรุปประเด็นของ BLC Hatyaiและการอภิปรายในชุมชน Bitcoin ไทย (#siamstr)
โดยผู้เขียนขอให้เครดิตต้นโพสต์ในฐานะ “จุดตั้งคำถามทางกฎหมายที่สำคัญ”
⸻
บทนำ: ทำไมคำถามนี้ยังไม่จบเสียที
คำถามว่า
“ร้านค้าในไทยรับ Bitcoin ผิดกฎหมายหรือไม่?”
ไม่ใช่คำถามทางเทคนิค
แต่เป็นคำถามเชิง โครงสร้างของกฎหมายสมัยใหม่ ที่ถูกออกแบบมาบนสมมติฐานว่า
เงิน = รัฐออก
การชำระเงิน = ระบบตัวกลาง
Bitcoin ทำให้สมมติฐานนี้ “ไม่พัง แต่ไม่ครบ”
และช่องว่างนั้นเองคือที่มาของความสับสน (Böhme et al., 2015)
⸻
1. สถานะของ Bitcoin ในกฎหมายไทย: “ไม่ใช่เงิน” แต่ไม่ใช่ “ของผิดกฎหมาย”
1.1 กฎหมายเงินตรา
ตาม พระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 มาตรา 6
เงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย (Legal Tender) ในประเทศไทย คือ
ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่ออกโดยรัฐเท่านั้น
ดังนั้น
• Bitcoin ไม่ใช่เงินตรา
• ไม่มีสถานะบังคับให้เจ้าหนี้ต้องรับ
แต่กฎหมายฉบับนี้
ไม่ได้ห้ามเอกชนใช้ทรัพย์สินอื่นในการแลกเปลี่ยนกัน
(ตีความตามหลักกฎหมายเอกชนและเสรีภาพในสัญญา)
⸻
1.2 Bitcoin ในฐานะ “ทรัพย์สินไม่มีรูปร่าง”
แนวทางของรัฐไทย (ผ่านกรมสรรพากรและ ก.ล.ต.)
จัด Bitcoin เป็น
ทรัพย์สินดิจิทัล / ทรัพย์สินไม่มีรูปร่าง (Intangible Property)
ไม่ใช่เงิน
ไม่ใช่หลักทรัพย์
แต่เป็นทรัพย์ที่มีมูลค่าแลกเปลี่ยนได้
(Revenue Department Rulings; SEC Thailand, 2018)
⸻
2. จุดแตกหักของความเข้าใจผิด: ใคร “ถูกห้าม” กันแน่
2.1 ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (Intermediaries)
เช่น
• Exchange
• Broker
• Dealer
• Crypto Payment Gateway
กลุ่มนี้อยู่ภายใต้
พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561
และถูกห้ามโดยตรงจาก
ประกาศ ก.ล.ต. ที่ กธ. 5/2565 (มีผล 1 เม.ย. 2565)
ไม่ให้
ให้บริการหรือสนับสนุนการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็น Means of Payment
เหตุผลเชิงนโยบายคือ
• ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน
• การคุ้มครองผู้บริโภค
• AML/CFT (SEC Thailand, 2022; BIS, 2021)
⸻
2.2 ร้านค้าทั่วไป (Merchants)
ร้านค้า
• ไม่ใช่ Intermediary
• ไม่ได้ให้บริการ “เป็นระบบ”
• ไม่ได้เป็นตัวกลางทางการเงิน
➡️ จึงไม่อยู่ในขอบเขตคำสั่งห้ามเดียวกัน
และนี่คือประเด็นที่มักถูก “เหมารวม” ผิด
⸻
3. นิติกรรมที่แท้จริง: ไม่ใช่การชำระเงิน แต่คือ “การแลกเปลี่ยน”
หากร้านค้าและลูกค้า
ตกลงกันโดยสมัครใจให้ใช้ Bitcoin
ในเชิงกฎหมายเอกชน
ธุรกรรมนี้มีลักษณะเป็น
สัญญาแลกเปลี่ยนทรัพย์สิน (Barter Contract)
ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 518
คือ
• ทรัพย์สิน (Bitcoin)
• แลกกับสินค้า/บริการ
ไม่ใช่การใช้เงินตราชำระหนี้
แต่เป็นการแลกทรัพย์กับทรัพย์
(Freedom of Contract Doctrine)
⸻
4. ประเด็นภาษี: จุดที่ “ผิดจริง” หากละเลย
4.1 ภาษีเงินได้
กรมสรรพากรถือว่า
Bitcoin เป็น ทรัพย์สินไม่มีรูปร่าง
เมื่อร้านค้ารับ Bitcoin
ต้อง
• ตีมูลค่าเป็นเงินบาท
• ณ เวลาที่ได้รับ (Timestamp-based Valuation)
• ถือเป็นเงินได้ตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8)
(Revenue Department Interpretation; OECD, 2020)
⸻
4.2 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
หากร้านค้า
• มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี
การขายสินค้าแลก Bitcoin
➡️ ยังถือเป็นการขายที่ต้องเสีย VAT
โดยใช้มูลค่าเงินบาท ณ เวลาที่รับ
ไม่ใช่เวลาที่แปลงเป็นเงินบาทภายหลัง
⸻
5. AML และความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง
แม้ไม่ผิดอาญาโดยตัวมันเอง
แต่ร้านค้าที่
• รับ Bitcoin ปริมาณสูงผิดปกติ
• ทำซ้ำเป็นกิจวัตร
• มีลักษณะ “รับแลกเปลี่ยน” ให้ผู้อื่น
อาจถูกตีความว่า
ประกอบธุรกิจรับแลกเปลี่ยนโดยพฤตินัย
และถูกตรวจสอบตาม
• พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
(FATF Guidance on Virtual Assets, 2019)
⸻
6. สรุปเชิงโครงสร้าง (Structural Conclusion)
1. ร้านค้าทั่วไปรับ Bitcoin ไม่ผิดกฎหมายอาญา
2. Bitcoin ไม่ใช่เงิน แต่เป็นทรัพย์สิน
3. ธุรกรรมมีลักษณะเป็น “การแลกเปลี่ยน”
4. ภาษีคือภาระที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
5. ความเสี่ยงอยู่ที่ “พฤติกรรม” ไม่ใช่ “เทคโนโลยี”
⸻
บทส่งท้าย: สิ่งที่กฎหมายไทยกำลังเผชิญ
กรณี Bitcoin กับร้านค้า
ไม่ใช่ปัญหาของ “ผิดหรือถูก”
แต่คือปัญหาของ
กฎหมายยุคศูนย์กลาง ที่ต้องรับมือกับระบบไร้ศูนย์กลาง
และคำถามนี้จะไม่หายไป
จนกว่ากฎหมายจะเลิกถามว่า
“ใครควบคุม”
แล้วเริ่มถามว่า
“ความเสี่ยงอยู่ตรงไหนจริง ๆ”
⸻
7. วิเคราะห์เชิงนโยบาย: ทำไมรัฐ “ห้ามตัวกลาง” แต่ “ไม่ห้ามร้านค้า”
7.1 Regulatory Asymmetry (ความไม่สมมาตรของการกำกับ)
รัฐไทยเลือกใช้แนวคิด กำกับตามบทบาท (Function-based Regulation)
ไม่ใช่กำกับตามเทคโนโลยี
• ตัวกลาง (Intermediaries)
→ รวมศูนย์ความเสี่ยง
→ ขยายผลกระทบเชิงระบบ
→ ต้องถูกควบคุมเข้ม
• ร้านค้า (Merchants)
→ ธุรกรรมรายย่อย
→ ความเสี่ยงกระจาย
→ ใช้กฎหมายเอกชน + ภาษีเป็นหลัก
แนวคิดนี้สอดคล้องกับข้อเสนอของ Bank for International Settlements
ที่ระบุว่า systemic risk arises from scale and intermediation, not from peer-to-peer usage
(BIS Annual Economic Report, 2021)
⸻
7.2 เหตุผลที่ “Payment Gateway” ถูกห้าม
ประกาศ ก.ล.ต. 5/2565
ไม่ได้เกิดจากการมองว่า Bitcoin “ผิดศีลธรรม”
แต่เกิดจาก 3 เหตุผลเชิงนโยบาย
1. Price Volatility Risk
2. Consumer Protection Gap
3. AML/CFT Traceability เมื่อ scale สูง
ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ Financial Action Task Force
ที่เน้นการกำกับ Virtual Asset Service Providers (VASPs)
ไม่ใช่ผู้ใช้รายย่อย (FATF, 2019; Updated 2021)
⸻
8. วิเคราะห์เชิงกฎหมายเปรียบเทียบ (Comparative Law)
8.1 สหภาพยุโรป (EU)
• Bitcoin ไม่ใช่ legal tender
• ร้านค้ารับได้โดยสมัครใจ
• ถูกมองเป็น means of exchange by agreement
ภายใต้กรอบ
• VAT Directive
• MiCA Regulation (2023)
แนวทางใกล้เคียงไทยอย่างมาก
ต่างกันที่ EU เขียนกฎหมาย explicit กว่า
⸻
8.2 สหรัฐอเมริกา
• Bitcoin = Property (IRS Notice 2014-21)
• ร้านค้ารับได้
• ต้องคำนวณ capital gain / ordinary income
รัฐไม่ห้ามร้านค้า
แต่ใช้ ภาษี + enforcement ภายหลัง เป็นหลัก
⸻
8.3 เอลซัลวาดอร์ (กรณีสุดโต่ง)
• Bitcoin = Legal Tender
• ร้านค้าต้องรับตามกฎหมาย
ผลการวิจัยชี้ว่า
• การยอมรับจริงต่ำกว่าที่คาด
• ร้านค้าส่วนใหญ่แปลงกลับเป็น USD ทันที
(World Bank, IMF Working Papers, 2022–2023)
➡️ ชี้ว่า “การบังคับ” ไม่ได้สร้าง adoption อย่างยั่งยืน
⸻
9. วิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์: ร้านค้ารับ Bitcoin = Currency Substitution หรือไม่?
คำตอบคือ
ไม่ใช่ในระดับระบบ
เพราะ
• ไม่ใช่ legal tender
• ไม่มีการกำหนดราคาสินค้าเป็น BTC เป็นหลัก
• ไม่มีการชำระหนี้ภาครัฐด้วย BTC
Bitcoin ในบริบทนี้ทำหน้าที่ใกล้เคียง
Commodity-like Medium of Exchange
คล้ายทองคำในอดีต
ก่อนถูกผูกขาดโดยรัฐ (Menger, 1892; Selgin, 2015)
⸻
10. จุดเสี่ยงจริง: “เมื่อร้านค้าเริ่มกลายเป็นตัวกลางโดยไม่รู้ตัว”
ร้านค้า ยังไม่ผิด ตราบใดที่
• รับ Bitcoin เป็นกรณี ๆ
• ไม่รับฝาก
• ไม่รับแลกให้บุคคลที่สาม
• ไม่ตั้งเรท–กินสเปรด
แต่จะเริ่ม “เสี่ยงทางกฎหมาย” เมื่อ
1. รับ Bitcoin เพื่อแปลงเป็นบาทให้ลูกค้าคนอื่น
2. โฆษณาตัวเองว่า “รับแลก”
3. มีรายได้จากค่าธรรมเนียมการแปลง
4. ทำซ้ำเป็นระบบ
จุดนี้อาจถูกตีความว่า
ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยพฤตินัย
ซึ่งเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาต
(SEC Thailand Enforcement Guidelines)
⸻
11. Tax & Compliance Best Practice (เชิงวิชาชีพ)
งานวิจัยด้าน Tax Compliance แนะนำว่า
ร้านค้าที่รับคริปโตควร
• บันทึก Timestamp + FX Reference
• ใช้ราคาจากแหล่งอิสระ (Exchange Benchmark)
• แยกบัญชี “รายได้จากการขาย” ออกจาก “กำไร/ขาดทุนจากถือครอง”
(OECD Crypto-Asset Reporting Framework, 2023)
นี่ไม่ใช่เพื่อ “เอาใจรัฐ”
แต่เพื่อ ลดความเสี่ยงย้อนหลัง (Ex-post Risk)
⸻
12. บทสรุประดับโครงสร้าง (Meta-conclusion)
ร้านค้ารับ Bitcoin ไม่ใช่ช่องโหว่ของกฎหมาย
แต่เป็น stress test ของกฎหมายยุคเดิม
สิ่งที่รัฐไทยทำคือ
• ห้าม “จุดรวมศูนย์ความเสี่ยง”
• ปล่อย “การตกลงกันของเอกชน”
ซึ่งสะท้อนแนวคิดร่วมสมัยว่า
“กฎหมายควรควบคุมผลกระทบ ไม่ใช่ควบคุมนวัตกรรม”
⸻
13. คำถามที่ยังเปิดอยู่ (Open Questions)
1. หากร้านค้ารับ Lightning Network จำนวนมาก
→ จะยังถือว่า “รายย่อย” หรือไม่?
2. หากมี Stablecoin ที่รัฐรับรอง
→ เส้นแบ่งจะขยับอย่างไร?
3. ภาษีแบบ Real-time Reporting จะถูกบังคับหรือไม่?
นี่คือคำถามที่ยัง ไม่มีคำตอบในกฎหมายปัจจุบัน
และเป็นเหตุผลว่าทำไมประเด็นนี้
ยังไม่ควรถูกสรุปด้วยคำว่า “ผิด” หรือ “ไม่ผิด” แบบหยาบ ๆ
#Siamstr #nostr #bitcoin #BTC
ร้านค้าในประเทศไทยรับชำระด้วย Bitcoin
ไม่ผิดกฎหมายอาญา แต่ “อยู่บนรอยต่อของหลายระบบกฎหมาย”
บทวิเคราะห์เชิงลึกทางนิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเงิน และการกำกับดูแล
เรียบเรียงและขยายความเชิงวิชาการ
จากการสรุปประเด็นของ BLC Hatyaiและการอภิปรายในชุมชน Bitcoin ไทย (#siamstr)
โดยผู้เขียนขอให้เครดิตต้นโพสต์ในฐานะ “จุดตั้งคำถามทางกฎหมายที่สำคัญ”
⸻
บทนำ: ทำไมคำถามนี้ยังไม่จบเสียที
คำถามว่า
“ร้านค้าในไทยรับ Bitcoin ผิดกฎหมายหรือไม่?”
ไม่ใช่คำถามทางเทคนิค
แต่เป็นคำถามเชิง โครงสร้างของกฎหมายสมัยใหม่ ที่ถูกออกแบบมาบนสมมติฐานว่า
เงิน = รัฐออก
การชำระเงิน = ระบบตัวกลาง
Bitcoin ทำให้สมมติฐานนี้ “ไม่พัง แต่ไม่ครบ”
และช่องว่างนั้นเองคือที่มาของความสับสน (Böhme et al., 2015)
⸻
1. สถานะของ Bitcoin ในกฎหมายไทย: “ไม่ใช่เงิน” แต่ไม่ใช่ “ของผิดกฎหมาย”
1.1 กฎหมายเงินตรา
ตาม พระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 มาตรา 6
เงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย (Legal Tender) ในประเทศไทย คือ
ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่ออกโดยรัฐเท่านั้น
ดังนั้น
• Bitcoin ไม่ใช่เงินตรา
• ไม่มีสถานะบังคับให้เจ้าหนี้ต้องรับ
แต่กฎหมายฉบับนี้
ไม่ได้ห้ามเอกชนใช้ทรัพย์สินอื่นในการแลกเปลี่ยนกัน
(ตีความตามหลักกฎหมายเอกชนและเสรีภาพในสัญญา)
⸻
1.2 Bitcoin ในฐานะ “ทรัพย์สินไม่มีรูปร่าง”
แนวทางของรัฐไทย (ผ่านกรมสรรพากรและ ก.ล.ต.)
จัด Bitcoin เป็น
ทรัพย์สินดิจิทัล / ทรัพย์สินไม่มีรูปร่าง (Intangible Property)
ไม่ใช่เงิน
ไม่ใช่หลักทรัพย์
แต่เป็นทรัพย์ที่มีมูลค่าแลกเปลี่ยนได้
(Revenue Department Rulings; SEC Thailand, 2018)
⸻
2. จุดแตกหักของความเข้าใจผิด: ใคร “ถูกห้าม” กันแน่
2.1 ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (Intermediaries)
เช่น
• Exchange
• Broker
• Dealer
• Crypto Payment Gateway
กลุ่มนี้อยู่ภายใต้
พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561
และถูกห้ามโดยตรงจาก
ประกาศ ก.ล.ต. ที่ กธ. 5/2565 (มีผล 1 เม.ย. 2565)
ไม่ให้
ให้บริการหรือสนับสนุนการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็น Means of Payment
เหตุผลเชิงนโยบายคือ
• ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน
• การคุ้มครองผู้บริโภค
• AML/CFT (SEC Thailand, 2022; BIS, 2021)
⸻
2.2 ร้านค้าทั่วไป (Merchants)
ร้านค้า
• ไม่ใช่ Intermediary
• ไม่ได้ให้บริการ “เป็นระบบ”
• ไม่ได้เป็นตัวกลางทางการเงิน
➡️ จึงไม่อยู่ในขอบเขตคำสั่งห้ามเดียวกัน
และนี่คือประเด็นที่มักถูก “เหมารวม” ผิด
⸻
3. นิติกรรมที่แท้จริง: ไม่ใช่การชำระเงิน แต่คือ “การแลกเปลี่ยน”
หากร้านค้าและลูกค้า
ตกลงกันโดยสมัครใจให้ใช้ Bitcoin
ในเชิงกฎหมายเอกชน
ธุรกรรมนี้มีลักษณะเป็น
สัญญาแลกเปลี่ยนทรัพย์สิน (Barter Contract)
ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 518
คือ
• ทรัพย์สิน (Bitcoin)
• แลกกับสินค้า/บริการ
ไม่ใช่การใช้เงินตราชำระหนี้
แต่เป็นการแลกทรัพย์กับทรัพย์
(Freedom of Contract Doctrine)
⸻
4. ประเด็นภาษี: จุดที่ “ผิดจริง” หากละเลย
4.1 ภาษีเงินได้
กรมสรรพากรถือว่า
Bitcoin เป็น ทรัพย์สินไม่มีรูปร่าง
เมื่อร้านค้ารับ Bitcoin
ต้อง
• ตีมูลค่าเป็นเงินบาท
• ณ เวลาที่ได้รับ (Timestamp-based Valuation)
• ถือเป็นเงินได้ตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8)
(Revenue Department Interpretation; OECD, 2020)
⸻
4.2 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
หากร้านค้า
• มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี
การขายสินค้าแลก Bitcoin
➡️ ยังถือเป็นการขายที่ต้องเสีย VAT
โดยใช้มูลค่าเงินบาท ณ เวลาที่รับ
ไม่ใช่เวลาที่แปลงเป็นเงินบาทภายหลัง
⸻
5. AML และความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง
แม้ไม่ผิดอาญาโดยตัวมันเอง
แต่ร้านค้าที่
• รับ Bitcoin ปริมาณสูงผิดปกติ
• ทำซ้ำเป็นกิจวัตร
• มีลักษณะ “รับแลกเปลี่ยน” ให้ผู้อื่น
อาจถูกตีความว่า
ประกอบธุรกิจรับแลกเปลี่ยนโดยพฤตินัย
และถูกตรวจสอบตาม
• พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
(FATF Guidance on Virtual Assets, 2019)
⸻
6. สรุปเชิงโครงสร้าง (Structural Conclusion)
1. ร้านค้าทั่วไปรับ Bitcoin ไม่ผิดกฎหมายอาญา
2. Bitcoin ไม่ใช่เงิน แต่เป็นทรัพย์สิน
3. ธุรกรรมมีลักษณะเป็น “การแลกเปลี่ยน”
4. ภาษีคือภาระที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
5. ความเสี่ยงอยู่ที่ “พฤติกรรม” ไม่ใช่ “เทคโนโลยี”
⸻
บทส่งท้าย: สิ่งที่กฎหมายไทยกำลังเผชิญ
กรณี Bitcoin กับร้านค้า
ไม่ใช่ปัญหาของ “ผิดหรือถูก”
แต่คือปัญหาของ
กฎหมายยุคศูนย์กลาง ที่ต้องรับมือกับระบบไร้ศูนย์กลาง
และคำถามนี้จะไม่หายไป
จนกว่ากฎหมายจะเลิกถามว่า
“ใครควบคุม”
แล้วเริ่มถามว่า
“ความเสี่ยงอยู่ตรงไหนจริง ๆ”
⸻
7. วิเคราะห์เชิงนโยบาย: ทำไมรัฐ “ห้ามตัวกลาง” แต่ “ไม่ห้ามร้านค้า”
7.1 Regulatory Asymmetry (ความไม่สมมาตรของการกำกับ)
รัฐไทยเลือกใช้แนวคิด กำกับตามบทบาท (Function-based Regulation)
ไม่ใช่กำกับตามเทคโนโลยี
• ตัวกลาง (Intermediaries)
→ รวมศูนย์ความเสี่ยง
→ ขยายผลกระทบเชิงระบบ
→ ต้องถูกควบคุมเข้ม
• ร้านค้า (Merchants)
→ ธุรกรรมรายย่อย
→ ความเสี่ยงกระจาย
→ ใช้กฎหมายเอกชน + ภาษีเป็นหลัก
แนวคิดนี้สอดคล้องกับข้อเสนอของ Bank for International Settlements
ที่ระบุว่า systemic risk arises from scale and intermediation, not from peer-to-peer usage
(BIS Annual Economic Report, 2021)
⸻
7.2 เหตุผลที่ “Payment Gateway” ถูกห้าม
ประกาศ ก.ล.ต. 5/2565
ไม่ได้เกิดจากการมองว่า Bitcoin “ผิดศีลธรรม”
แต่เกิดจาก 3 เหตุผลเชิงนโยบาย
1. Price Volatility Risk
2. Consumer Protection Gap
3. AML/CFT Traceability เมื่อ scale สูง
ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ Financial Action Task Force
ที่เน้นการกำกับ Virtual Asset Service Providers (VASPs)
ไม่ใช่ผู้ใช้รายย่อย (FATF, 2019; Updated 2021)
⸻
8. วิเคราะห์เชิงกฎหมายเปรียบเทียบ (Comparative Law)
8.1 สหภาพยุโรป (EU)
• Bitcoin ไม่ใช่ legal tender
• ร้านค้ารับได้โดยสมัครใจ
• ถูกมองเป็น means of exchange by agreement
ภายใต้กรอบ
• VAT Directive
• MiCA Regulation (2023)
แนวทางใกล้เคียงไทยอย่างมาก
ต่างกันที่ EU เขียนกฎหมาย explicit กว่า
⸻
8.2 สหรัฐอเมริกา
• Bitcoin = Property (IRS Notice 2014-21)
• ร้านค้ารับได้
• ต้องคำนวณ capital gain / ordinary income
รัฐไม่ห้ามร้านค้า
แต่ใช้ ภาษี + enforcement ภายหลัง เป็นหลัก
⸻
8.3 เอลซัลวาดอร์ (กรณีสุดโต่ง)
• Bitcoin = Legal Tender
• ร้านค้าต้องรับตามกฎหมาย
ผลการวิจัยชี้ว่า
• การยอมรับจริงต่ำกว่าที่คาด
• ร้านค้าส่วนใหญ่แปลงกลับเป็น USD ทันที
(World Bank, IMF Working Papers, 2022–2023)
➡️ ชี้ว่า “การบังคับ” ไม่ได้สร้าง adoption อย่างยั่งยืน
⸻
9. วิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์: ร้านค้ารับ Bitcoin = Currency Substitution หรือไม่?
คำตอบคือ
ไม่ใช่ในระดับระบบ
เพราะ
• ไม่ใช่ legal tender
• ไม่มีการกำหนดราคาสินค้าเป็น BTC เป็นหลัก
• ไม่มีการชำระหนี้ภาครัฐด้วย BTC
Bitcoin ในบริบทนี้ทำหน้าที่ใกล้เคียง
Commodity-like Medium of Exchange
คล้ายทองคำในอดีต
ก่อนถูกผูกขาดโดยรัฐ (Menger, 1892; Selgin, 2015)
⸻
10. จุดเสี่ยงจริง: “เมื่อร้านค้าเริ่มกลายเป็นตัวกลางโดยไม่รู้ตัว”
ร้านค้า ยังไม่ผิด ตราบใดที่
• รับ Bitcoin เป็นกรณี ๆ
• ไม่รับฝาก
• ไม่รับแลกให้บุคคลที่สาม
• ไม่ตั้งเรท–กินสเปรด
แต่จะเริ่ม “เสี่ยงทางกฎหมาย” เมื่อ
1. รับ Bitcoin เพื่อแปลงเป็นบาทให้ลูกค้าคนอื่น
2. โฆษณาตัวเองว่า “รับแลก”
3. มีรายได้จากค่าธรรมเนียมการแปลง
4. ทำซ้ำเป็นระบบ
จุดนี้อาจถูกตีความว่า
ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยพฤตินัย
ซึ่งเข้าข่ายต้องขอใบอนุญาต
(SEC Thailand Enforcement Guidelines)
⸻
11. Tax & Compliance Best Practice (เชิงวิชาชีพ)
งานวิจัยด้าน Tax Compliance แนะนำว่า
ร้านค้าที่รับคริปโตควร
• บันทึก Timestamp + FX Reference
• ใช้ราคาจากแหล่งอิสระ (Exchange Benchmark)
• แยกบัญชี “รายได้จากการขาย” ออกจาก “กำไร/ขาดทุนจากถือครอง”
(OECD Crypto-Asset Reporting Framework, 2023)
นี่ไม่ใช่เพื่อ “เอาใจรัฐ”
แต่เพื่อ ลดความเสี่ยงย้อนหลัง (Ex-post Risk)
⸻
12. บทสรุประดับโครงสร้าง (Meta-conclusion)
ร้านค้ารับ Bitcoin ไม่ใช่ช่องโหว่ของกฎหมาย
แต่เป็น stress test ของกฎหมายยุคเดิม
สิ่งที่รัฐไทยทำคือ
• ห้าม “จุดรวมศูนย์ความเสี่ยง”
• ปล่อย “การตกลงกันของเอกชน”
ซึ่งสะท้อนแนวคิดร่วมสมัยว่า
“กฎหมายควรควบคุมผลกระทบ ไม่ใช่ควบคุมนวัตกรรม”
⸻
13. คำถามที่ยังเปิดอยู่ (Open Questions)
1. หากร้านค้ารับ Lightning Network จำนวนมาก
→ จะยังถือว่า “รายย่อย” หรือไม่?
2. หากมี Stablecoin ที่รัฐรับรอง
→ เส้นแบ่งจะขยับอย่างไร?
3. ภาษีแบบ Real-time Reporting จะถูกบังคับหรือไม่?
นี่คือคำถามที่ยัง ไม่มีคำตอบในกฎหมายปัจจุบัน
และเป็นเหตุผลว่าทำไมประเด็นนี้
ยังไม่ควรถูกสรุปด้วยคำว่า “ผิด” หรือ “ไม่ผิด” แบบหยาบ ๆ
#Siamstr #nostr #bitcoin #BTC
Login to reply