Bitcoin อายุ 17 ปี กับสภาพคล่องราว 2 ล้านล้านดอลลาร์
ใหญ่แค่ไหนในเชิงวิชาการ และยัง “เล็ก” ตรงไหนเมื่อเทียบกับทองคำ
ให้เครดิตต้นทางเนื้อหาและภาพ
บทความนี้เรียบเรียงและวิเคราะห์จากโพสต์ของเพจ Thailand Blockchain Week และคำกล่าวบนเวทีของ Piriya Sambandaraksa
CEO & Co-Founder, Right Shift ในงาน Thailand Blockchain Week 2025
(Session: “อนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ในวันที่สหรัฐฯ โอบรับ Bitcoin”, 9 พฤศจิกายน 2025)
⸻
บทนำ: ประโยคสั้น แต่กระทบโครงสร้างความคิด
“Bitcoin เกิดมา 17 ปี Liquidity ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ $2T ถือว่าใหญ่ไหม…ใหญ่ แต่เทียบกับทองคำ มันยังเป็นเบบี๋ตัวนิดเดียว”
ประโยคนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เพราะไม่ได้เป็นการ “เชียร์ราคา” แต่เป็นการ วาง Bitcoin ลงบนกรอบเปรียบเทียบเชิงโครงสร้างของระบบการเงินโลก ซึ่งเป็นวิธีคิดแบบนักเศรษฐศาสตร์และนักการเงินสถาบัน มากกว่าการมองแบบนักเก็งกำไร
⸻
1) Bitcoin อายุ 17 ปี: จาก white paper สู่สินทรัพย์โลก
ตั้งแต่การเผยแพร่ white paper ของ Satoshi Nakamoto ในปี 2008 Bitcoin พัฒนาจากระบบทดลองของชุมชนไซเฟอร์พังก์ สู่สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดระดับ trillion-dollar asset
งานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์การเงินจัด Bitcoin ไว้ในกลุ่ม “emerging monetary asset” คือยังไม่เป็นเงินสมบูรณ์ แต่เริ่มทำหน้าที่บางส่วนของเงิน เช่น store of value และ settlement asset (Baur et al., 2018)
⸻
2) Liquidity ~2 ล้านล้านดอลลาร์: ใหญ่แค่ไหนในโลกการเงิน
มูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (market capitalization / liquidity โดยรวม) ทำให้ Bitcoin:
• ใหญ่กว่าหุ้นรายตัวหรือบริษัทเทคโนโลยีแทบทั้งหมด
• ใหญ่กว่าสินทรัพย์ทางเลือกหลายประเภท
• แต่ยังเล็กเมื่อเทียบกับ ตลาดตราสารหนี้, ตลาดเงินโลก, และ ทองคำ
งานวิจัยของ BIS และ IMF ชี้ว่า “ขนาดตลาด” มีผลโดยตรงต่อ
• ความเสถียรของราคา
• ความสามารถรองรับเงินสถาบัน
• ความผันผวนระยะยาว
(BIS Quarterly Review; IMF GFSR)
⸻
3) เทียบกับทองคำ: ทำไม Bitcoin ยังถูกเรียกว่า “เบบี๋”
ทองคำมีประวัติในระบบเศรษฐกิจมนุษย์ ยาวกว่า 5,000 ปี และมีมูลค่าตลาดรวมราว $12–14 ล้านล้านดอลลาร์
เมื่อเทียบเชิงวิชาการ:
• ทองคำ = mature monetary asset
• Bitcoin = adolescent monetary technology
นักเศรษฐศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า monetary adoption curve
ซึ่งต้องใช้ “เวลา” มากพอ ๆ กับ “เทคโนโลยี” (Schilling & Uhlig, 2019)
⸻
4) จุดแข็งของ Bitcoin ที่ทองคำไม่มี
แม้จะเล็กกว่า แต่ Bitcoin มีคุณสมบัติบางอย่างที่ทองคำไม่สามารถให้ได้:
• Programmability: โอนข้ามประเทศได้ภายในนาที
• Verifiability: ตรวจสอบอุปทานได้แบบเรียลไทม์
• Scarcity เชิงคณิตศาสตร์: 21 ล้านเหรียญ (Halving)
• Neutrality ทางภูมิรัฐศาสตร์
งานวิจัยด้าน monetary economics เริ่มจัด Bitcoin เป็น non-sovereign store of value (IMF, 2022)
⸻
5) แต่ Bitcoin ยัง “เล็ก” ตรงไหนในเชิงสถาบัน
งานวิชาการและรายงานนโยบายยังชี้ข้อจำกัดชัดเจน:
• ความผันผวนสูง (volatility clustering)
• การพึ่งพา infrastructure เอกชน (exchange, custodian)
• Regulatory fragmentation ระหว่างประเทศ
นี่คือเหตุผลที่ นักลงทุนสถาบันยังจัด Bitcoin เป็นสินทรัพย์เสริม (satellite asset) ไม่ใช่ core asset (BlackRock, Vanguard research notes)
⸻
6) นัยเชิงโครงสร้างของคำกล่าวนี้
คำพูดของ Pirinya Sambandaraksa ไม่ได้สื่อว่า “Bitcoin ยังเล็ก = ไม่น่าสนใจ”
แต่สื่อว่า:
“เรากำลังมองสินทรัพย์อายุ 17 ปี ด้วยมาตรฐานของสินทรัพย์อายุ 5,000 ปี”
ในเชิงเศรษฐศาสตร์ นี่คือ category error หากใช้กรอบเดียวกันตัดสิน
⸻
7) Bitcoin จะโตไปถึงไหน: มุมมองจากงานวิจัย
งานวิจัยเชิง scenario analysis เสนอ 3 ทางหลัก:
1. Digital Gold: โตถึงสัดส่วนหนึ่งของทองคำ
2. Global Settlement Layer: ใช้โอนมูลค่าระหว่างสถาบัน
3. Failure / Plateau: ถูกจำกัดด้วยกฎระเบียบและเทคโนโลยี
ไม่มีงานวิชาการใด “ฟันธง” แต่ฉันทามติคือ เวลาและ adoption เป็นตัวแปรสำคัญที่สุด (Yermack, 2015; BIS, 2023)
⸻
บทสรุป
• Liquidity ~$2T ทำให้ Bitcoin “ใหญ่” ในโลกสินทรัพย์ใหม่
• แต่ยัง “เล็กมาก” เมื่อเทียบกับระบบการเงินดั้งเดิม
• คำว่า “เบบี๋” เป็นคำอธิบายเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่การดูแคลน
• สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่ราคา แต่คือ ทิศทางการยอมรับของรัฐและสถาบัน
⸻
เอกสารอ้างอิง (คัดสรร)
• Baur, D. et al. (2018). Bitcoin: Medium of exchange or speculative asset?
• Schilling, L., & Uhlig, H. (2019). Some simple bitcoin economics.
• IMF (2022). Global Financial Stability Report.
• BIS (2023). Annual Economic Report.
• Yermack, D. (2015). Is Bitcoin a real currency?
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อการวิเคราะห์เชิงวิชาการ ให้เครดิตเจ้าของโพสต์และผู้กล่าวต้นทาง ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
⸻
8. Adoption ไม่ใช่เส้นตรง: บทเรียนจากทฤษฎี S-Curve
งานวิชาการด้านนวัตกรรมอธิบายการยอมรับเทคโนโลยีด้วย S-curve: ช่วงต้นโตช้า → ช่วงกลางเร่ง → ช่วงปลายอิ่มตัว (Rogers, 2003)
Bitcoin ในวัย ~17 ปี ยังอยู่ช่วง early–mid adoption เมื่อเทียบกับเงินหรือทองคำที่ผ่านการอิ่มตัวมานานแล้ว นี่อธิบายได้ว่าทำไมความผันผวนยังสูง และสภาพคล่องยัง “ไม่ลึก” เท่าสินทรัพย์ดั้งเดิม (BIS, 2023)
นัยสำคัญ: การตัดสิน “เล็ก/ใหญ่” ควรเทียบกับ ช่วงอายุบน S-curve ไม่ใช่เทียบขนาดปลายทางทันที
⸻
9) Liquidity เชิงลึก (Depth) vs Liquidity เชิงกว้าง (Breadth)
มูลค่าตลาด ~$2T บอก breadth (ขนาดรวม) แต่ตลาดสถาบันให้ความสำคัญกับ depth (ซื้อ–ขายจำนวนมากโดยไม่กระทบราคา)
รายงานตลาดชี้ว่า depth ของ Bitcoin เพิ่มขึ้นมากหลังการเกิด ETF/เครื่องมือสถาบัน แต่ยังตามหลังทองคำและตราสารหนี้อย่างมีนัย (IMF GFSR)
สรุปเชิงเทคนิค: Bitcoin “ใหญ่ขึ้น” จริง แต่ยังต้องเวลาเพื่อสร้าง depth ที่ลด volatility อย่างยั่งยืน
⸻
10) บทบาทใหม่ในโลกแตกขั้ว (Geoeconomics)
งานภูมิรัฐศาสตร์การเงินระบุว่า สินทรัพย์ที่ ไม่ผูกกับรัฐใดรัฐหนึ่ง จะได้บทบาทมากขึ้นเมื่อโลกแตกขั้ว (fragmentation)
Bitcoin ถูกศึกษาในฐานะ neutral settlement asset สำหรับการโอนมูลค่าข้ามพรมแดนในบางบริบท (ไม่ใช่ทดแทนระบบเดิมทั้งหมด) (IMF, 2022)
ข้อจำกัด: กฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นคอขวด—ทำให้การใช้งานเชิงรัฐต้องค่อยเป็นค่อยไป
⸻
11) เปรียบเทียบ “Digital Gold Thesis” อย่างเป็นธรรม
งานวิจัยที่สนับสนุนแนวคิด Digital Gold ชี้คุณสมบัติ scarcity, portability, verifiability
ขณะที่งานคัดค้านชี้ความผันผวนและความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง (custody, regulation) (Baur et al., 2018; Yermack, 2015)
ฉันทามติปัจจุบัน: Bitcoin อาจ ทำหน้าที่เหมือนทองคำบางส่วนในพอร์ต (satellite) มากกว่าจะเป็น core ในทันที
⸻
12) เวลาเป็นตัวแปรที่มักถูกมองข้าม
ประโยค “ยังเป็นเบบี๋” สะท้อนหลักการสำคัญในเศรษฐศาสตร์การเงิน:
Monetary assets need time to earn trust.
ทองคำใช้เวลาหลายพันปี; เงินสกุลหลักใช้เวลาหลายทศวรรษ Bitcoin ยังอยู่ในช่วงสร้างความไว้วางใจผ่าน การอยู่รอดของระบบ มากกว่าการชนะด้วยราคา (Schilling & Uhlig, 2019)
⸻
13) สิ่งที่ควรติดตามมากกว่าราคา
1. คุณภาพกฎระเบียบ (ชัดเจน/สอดคล้องข้ามประเทศ)
2. โครงสร้างตลาด (depth, custody, settlement)
3. การใช้งานจริง (payments, treasury, reserves บางส่วน)
4. เสถียรภาพเครือข่าย (security, decentralization)
⸻
บทสรุปเชิงวิชาการ
คำกล่าวบนเวทีของ Pirinya Sambandaraksa ชวนให้มอง Bitcoin ด้วยสายตา “เชิงโครงสร้างและเชิงเวลา”
• ~$2T ทำให้ Bitcoin “ใหญ่” ในหมวดสินทรัพย์ใหม่
• แต่เมื่อเทียบกับทองคำและระบบการเงินโลก มันยังต้อง เวลา + adoption + depth
• การถกเถียงที่มีคุณค่า จึงไม่ใช่ “ราคาไปไหน” แต่คือ “ระบบกำลังโตอย่างไร”
⸻
อ้างอิงเพิ่มเติม (คัดสรร)
• Rogers, E. (2003). Diffusion of Innovations.
• Baur, D. et al. (2018). Bitcoin: Medium of exchange or speculative asset?
• Yermack, D. (2015). Is Bitcoin a real currency?
• Schilling, L., & Uhlig, H. (2019). Some simple bitcoin economics.
• IMF (2022). Global Financial Stability Report.
• BIS (2023). Annual Economic Report.
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อการวิเคราะห์เชิงวิชาการ ให้เครดิตเจ้าของโพสต์และผู้กล่าวต้นทาง ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
#Siamstr #nostr #bitcoin #BTC
Bitcoin อายุ 17 ปี กับสภาพคล่องราว 2 ล้านล้านดอลลาร์
ใหญ่แค่ไหนในเชิงวิชาการ และยัง “เล็ก” ตรงไหนเมื่อเทียบกับทองคำ
ให้เครดิตต้นทางเนื้อหาและภาพ
บทความนี้เรียบเรียงและวิเคราะห์จากโพสต์ของเพจ Thailand Blockchain Week และคำกล่าวบนเวทีของ Piriya Sambandaraksa
CEO & Co-Founder, Right Shift ในงาน Thailand Blockchain Week 2025
(Session: “อนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ในวันที่สหรัฐฯ โอบรับ Bitcoin”, 9 พฤศจิกายน 2025)
⸻
บทนำ: ประโยคสั้น แต่กระทบโครงสร้างความคิด
“Bitcoin เกิดมา 17 ปี Liquidity ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ $2T ถือว่าใหญ่ไหม…ใหญ่ แต่เทียบกับทองคำ มันยังเป็นเบบี๋ตัวนิดเดียว”
ประโยคนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เพราะไม่ได้เป็นการ “เชียร์ราคา” แต่เป็นการ วาง Bitcoin ลงบนกรอบเปรียบเทียบเชิงโครงสร้างของระบบการเงินโลก ซึ่งเป็นวิธีคิดแบบนักเศรษฐศาสตร์และนักการเงินสถาบัน มากกว่าการมองแบบนักเก็งกำไร
⸻
1) Bitcoin อายุ 17 ปี: จาก white paper สู่สินทรัพย์โลก
ตั้งแต่การเผยแพร่ white paper ของ Satoshi Nakamoto ในปี 2008 Bitcoin พัฒนาจากระบบทดลองของชุมชนไซเฟอร์พังก์ สู่สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดระดับ trillion-dollar asset
งานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์การเงินจัด Bitcoin ไว้ในกลุ่ม “emerging monetary asset” คือยังไม่เป็นเงินสมบูรณ์ แต่เริ่มทำหน้าที่บางส่วนของเงิน เช่น store of value และ settlement asset (Baur et al., 2018)
⸻
2) Liquidity ~2 ล้านล้านดอลลาร์: ใหญ่แค่ไหนในโลกการเงิน
มูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (market capitalization / liquidity โดยรวม) ทำให้ Bitcoin:
• ใหญ่กว่าหุ้นรายตัวหรือบริษัทเทคโนโลยีแทบทั้งหมด
• ใหญ่กว่าสินทรัพย์ทางเลือกหลายประเภท
• แต่ยังเล็กเมื่อเทียบกับ ตลาดตราสารหนี้, ตลาดเงินโลก, และ ทองคำ
งานวิจัยของ BIS และ IMF ชี้ว่า “ขนาดตลาด” มีผลโดยตรงต่อ
• ความเสถียรของราคา
• ความสามารถรองรับเงินสถาบัน
• ความผันผวนระยะยาว
(BIS Quarterly Review; IMF GFSR)
⸻
3) เทียบกับทองคำ: ทำไม Bitcoin ยังถูกเรียกว่า “เบบี๋”
ทองคำมีประวัติในระบบเศรษฐกิจมนุษย์ ยาวกว่า 5,000 ปี และมีมูลค่าตลาดรวมราว $12–14 ล้านล้านดอลลาร์
เมื่อเทียบเชิงวิชาการ:
• ทองคำ = mature monetary asset
• Bitcoin = adolescent monetary technology
นักเศรษฐศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า monetary adoption curve
ซึ่งต้องใช้ “เวลา” มากพอ ๆ กับ “เทคโนโลยี” (Schilling & Uhlig, 2019)
⸻
4) จุดแข็งของ Bitcoin ที่ทองคำไม่มี
แม้จะเล็กกว่า แต่ Bitcoin มีคุณสมบัติบางอย่างที่ทองคำไม่สามารถให้ได้:
• Programmability: โอนข้ามประเทศได้ภายในนาที
• Verifiability: ตรวจสอบอุปทานได้แบบเรียลไทม์
• Scarcity เชิงคณิตศาสตร์: 21 ล้านเหรียญ (Halving)
• Neutrality ทางภูมิรัฐศาสตร์
งานวิจัยด้าน monetary economics เริ่มจัด Bitcoin เป็น non-sovereign store of value (IMF, 2022)
⸻
5) แต่ Bitcoin ยัง “เล็ก” ตรงไหนในเชิงสถาบัน
งานวิชาการและรายงานนโยบายยังชี้ข้อจำกัดชัดเจน:
• ความผันผวนสูง (volatility clustering)
• การพึ่งพา infrastructure เอกชน (exchange, custodian)
• Regulatory fragmentation ระหว่างประเทศ
นี่คือเหตุผลที่ นักลงทุนสถาบันยังจัด Bitcoin เป็นสินทรัพย์เสริม (satellite asset) ไม่ใช่ core asset (BlackRock, Vanguard research notes)
⸻
6) นัยเชิงโครงสร้างของคำกล่าวนี้
คำพูดของ Pirinya Sambandaraksa ไม่ได้สื่อว่า “Bitcoin ยังเล็ก = ไม่น่าสนใจ”
แต่สื่อว่า:
“เรากำลังมองสินทรัพย์อายุ 17 ปี ด้วยมาตรฐานของสินทรัพย์อายุ 5,000 ปี”
ในเชิงเศรษฐศาสตร์ นี่คือ category error หากใช้กรอบเดียวกันตัดสิน
⸻
7) Bitcoin จะโตไปถึงไหน: มุมมองจากงานวิจัย
งานวิจัยเชิง scenario analysis เสนอ 3 ทางหลัก:
1. Digital Gold: โตถึงสัดส่วนหนึ่งของทองคำ
2. Global Settlement Layer: ใช้โอนมูลค่าระหว่างสถาบัน
3. Failure / Plateau: ถูกจำกัดด้วยกฎระเบียบและเทคโนโลยี
ไม่มีงานวิชาการใด “ฟันธง” แต่ฉันทามติคือ เวลาและ adoption เป็นตัวแปรสำคัญที่สุด (Yermack, 2015; BIS, 2023)
⸻
บทสรุป
• Liquidity ~$2T ทำให้ Bitcoin “ใหญ่” ในโลกสินทรัพย์ใหม่
• แต่ยัง “เล็กมาก” เมื่อเทียบกับระบบการเงินดั้งเดิม
• คำว่า “เบบี๋” เป็นคำอธิบายเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่การดูแคลน
• สิ่งที่น่าจับตาไม่ใช่ราคา แต่คือ ทิศทางการยอมรับของรัฐและสถาบัน
⸻
เอกสารอ้างอิง (คัดสรร)
• Baur, D. et al. (2018). Bitcoin: Medium of exchange or speculative asset?
• Schilling, L., & Uhlig, H. (2019). Some simple bitcoin economics.
• IMF (2022). Global Financial Stability Report.
• BIS (2023). Annual Economic Report.
• Yermack, D. (2015). Is Bitcoin a real currency?
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อการวิเคราะห์เชิงวิชาการ ให้เครดิตเจ้าของโพสต์และผู้กล่าวต้นทาง ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
⸻
8. Adoption ไม่ใช่เส้นตรง: บทเรียนจากทฤษฎี S-Curve
งานวิชาการด้านนวัตกรรมอธิบายการยอมรับเทคโนโลยีด้วย S-curve: ช่วงต้นโตช้า → ช่วงกลางเร่ง → ช่วงปลายอิ่มตัว (Rogers, 2003)
Bitcoin ในวัย ~17 ปี ยังอยู่ช่วง early–mid adoption เมื่อเทียบกับเงินหรือทองคำที่ผ่านการอิ่มตัวมานานแล้ว นี่อธิบายได้ว่าทำไมความผันผวนยังสูง และสภาพคล่องยัง “ไม่ลึก” เท่าสินทรัพย์ดั้งเดิม (BIS, 2023)
นัยสำคัญ: การตัดสิน “เล็ก/ใหญ่” ควรเทียบกับ ช่วงอายุบน S-curve ไม่ใช่เทียบขนาดปลายทางทันที
⸻
9) Liquidity เชิงลึก (Depth) vs Liquidity เชิงกว้าง (Breadth)
มูลค่าตลาด ~$2T บอก breadth (ขนาดรวม) แต่ตลาดสถาบันให้ความสำคัญกับ depth (ซื้อ–ขายจำนวนมากโดยไม่กระทบราคา)
รายงานตลาดชี้ว่า depth ของ Bitcoin เพิ่มขึ้นมากหลังการเกิด ETF/เครื่องมือสถาบัน แต่ยังตามหลังทองคำและตราสารหนี้อย่างมีนัย (IMF GFSR)
สรุปเชิงเทคนิค: Bitcoin “ใหญ่ขึ้น” จริง แต่ยังต้องเวลาเพื่อสร้าง depth ที่ลด volatility อย่างยั่งยืน
⸻
10) บทบาทใหม่ในโลกแตกขั้ว (Geoeconomics)
งานภูมิรัฐศาสตร์การเงินระบุว่า สินทรัพย์ที่ ไม่ผูกกับรัฐใดรัฐหนึ่ง จะได้บทบาทมากขึ้นเมื่อโลกแตกขั้ว (fragmentation)
Bitcoin ถูกศึกษาในฐานะ neutral settlement asset สำหรับการโอนมูลค่าข้ามพรมแดนในบางบริบท (ไม่ใช่ทดแทนระบบเดิมทั้งหมด) (IMF, 2022)
ข้อจำกัด: กฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นคอขวด—ทำให้การใช้งานเชิงรัฐต้องค่อยเป็นค่อยไป
⸻
11) เปรียบเทียบ “Digital Gold Thesis” อย่างเป็นธรรม
งานวิจัยที่สนับสนุนแนวคิด Digital Gold ชี้คุณสมบัติ scarcity, portability, verifiability
ขณะที่งานคัดค้านชี้ความผันผวนและความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง (custody, regulation) (Baur et al., 2018; Yermack, 2015)
ฉันทามติปัจจุบัน: Bitcoin อาจ ทำหน้าที่เหมือนทองคำบางส่วนในพอร์ต (satellite) มากกว่าจะเป็น core ในทันที
⸻
12) เวลาเป็นตัวแปรที่มักถูกมองข้าม
ประโยค “ยังเป็นเบบี๋” สะท้อนหลักการสำคัญในเศรษฐศาสตร์การเงิน:
Monetary assets need time to earn trust.
ทองคำใช้เวลาหลายพันปี; เงินสกุลหลักใช้เวลาหลายทศวรรษ Bitcoin ยังอยู่ในช่วงสร้างความไว้วางใจผ่าน การอยู่รอดของระบบ มากกว่าการชนะด้วยราคา (Schilling & Uhlig, 2019)
⸻
13) สิ่งที่ควรติดตามมากกว่าราคา
1. คุณภาพกฎระเบียบ (ชัดเจน/สอดคล้องข้ามประเทศ)
2. โครงสร้างตลาด (depth, custody, settlement)
3. การใช้งานจริง (payments, treasury, reserves บางส่วน)
4. เสถียรภาพเครือข่าย (security, decentralization)
⸻
บทสรุปเชิงวิชาการ
คำกล่าวบนเวทีของ Pirinya Sambandaraksa ชวนให้มอง Bitcoin ด้วยสายตา “เชิงโครงสร้างและเชิงเวลา”
• ~$2T ทำให้ Bitcoin “ใหญ่” ในหมวดสินทรัพย์ใหม่
• แต่เมื่อเทียบกับทองคำและระบบการเงินโลก มันยังต้อง เวลา + adoption + depth
• การถกเถียงที่มีคุณค่า จึงไม่ใช่ “ราคาไปไหน” แต่คือ “ระบบกำลังโตอย่างไร”
⸻
อ้างอิงเพิ่มเติม (คัดสรร)
• Rogers, E. (2003). Diffusion of Innovations.
• Baur, D. et al. (2018). Bitcoin: Medium of exchange or speculative asset?
• Yermack, D. (2015). Is Bitcoin a real currency?
• Schilling, L., & Uhlig, H. (2019). Some simple bitcoin economics.
• IMF (2022). Global Financial Stability Report.
• BIS (2023). Annual Economic Report.
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อการวิเคราะห์เชิงวิชาการ ให้เครดิตเจ้าของโพสต์และผู้กล่าวต้นทาง ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
#Siamstr #nostr #bitcoin #BTC
Login to reply