Welcome, bro.
#siamstr #bitcoin
#siamstr #bitcoin
#siamstr #bitcoin
#siamstr #bitcoin
#siamstr #bitcoin
เป็นอีกหนึ่งปีที่พยายามดูแลสุขภาพให้ดี เลือกสรรอาหารการกินมากขึ้น ลดแป้ง ลดน้ำตาล ลดเค็ม แต่ก็ไม่ได้สุดโต่งฝืนตัวเองเกินไป ขนมนมเนย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ยังทานตามสมควร พาตัวเองไปออกกำลังกายและมีวินัยมากขึ้น มีอิสระทางความคิดและหาสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุขในทุกๆวัน 🙂↕️
#siamstr #bitcoin
#siamstr #bitcoin
นักการเมืองญี่ปุ่นเสนอรัฐบาลสร้าง "กองทุนสำรอง Bitcoin"
นายซาโตชิ ฮามาดะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อปกป้องประชาชนจาก NHK ได้ยื่นคำถามต่อรัฐบาลญี่ปุ่นเกี่ยวกับการจัดตั้ง "กองทุนสำรองสินทรัพย์ดิจิทัล" โดยเสนอให้ญี่ปุ่นพิจารณาเปลี่ยนสำรองเงินตราต่างประเทศบางส่วนเป็นสกุลเงินดิจิทัล เช่น Bitcoin (BTC)
ฮามาดะอ้างถึงความเคลื่อนไหวในสหรัฐฯ และบราซิล ที่มีการพิจารณาให้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์ และชี้ว่าความเป็นกลางและธรรมชาติแบบกระจายศูนย์ของ Bitcoin อาจช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจโดยไม่พึ่งพาสกุลเงินใดประเทศหนึ่ง
แม้พรรคของฮามาดะจะมีเพียง 2 ที่นั่งในรัฐสภา แต่แนวคิดนี้อาจได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองคนอื่น เนื่องจากธุรกิจญี่ปุ่นเริ่มแสดงความสนใจใน Bitcoin และบางบริษัทก็เริ่มซื้อ BTC และ Altcoin เก็บไว้ในงบดุล
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีคนใหม่ยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อการปฏิรูปกฎระเบียบคริปโต
รัฐบาลญี่ปุ่นจะตอบกลับคำถามนี้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
Source: CryptoNews
การจัดตั้งกองทุน Bitcoin สำรองของรัฐเท็กซัสและผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน
รัฐเท็กซัสกำลังเดินหน้าสร้าง กองทุน Bitcoin สำรอง (Strategic Bitcoin Reserve) ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ ที่รัฐมีแผนสร้างกองทุนสำรองในรูปแบบนี้ โดยได้มีการยื่นร่างกฎหมายในสภาผู้แทนราษฎรเท็กซัสเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญดังนี้:
1. การสนับสนุน Bitcoin ในภาคการเงินของรัฐ
รัฐเท็กซัสจะสามารถรับบริจาค Bitcoin จากบุคคลและบริษัทโดยไม่ใช้เงินภาษีของประชาชน
Bitcoin ที่ได้รับบริจาคจะถูกเก็บในกองทุนสำรองเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปีก่อนที่จะนำไปใช้
2. การชำระภาษีด้วย Bitcoin
ประชาชนในเท็กซัสอาจมีโอกาสชำระภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ด้วย Bitcoin ซึ่งสามารถนำเข้าสู่กองทุนสำรองได้
3. ผลกระทบต่อเศรษฐกิจของรัฐ
เท็กซัสมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก การมี Bitcoin สำรองอาจช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินและลดผลกระทบจากเงินเฟ้อ
การสนับสนุน Bitcoin และเทคโนโลยี Blockchain จะช่วยดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีและเพิ่มโอกาสการจ้างงานในรัฐ
4. แนวโน้มการผ่านกฎหมาย
ร่างกฎหมายนี้ได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ในรัฐ เช่น ส.ว. เท็ด ครูซ ซึ่งคาดว่ากฎหมายนี้มีโอกาสสูงที่จะผ่าน
หากกฎหมายผ่าน เท็กซัสจะกลายเป็นรัฐแรกที่มี Bitcoin สำรอง และอาจเป็นต้นแบบให้รัฐอื่นในสหรัฐฯ ทำตาม
ข้อดีของกองทุนสำรอง Bitcoin
- ช่วยลดผลกระทบจากเงินเฟ้อ
- สร้างความยืดหยุ่นทางการเงินให้รัฐ
- ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในเศรษฐกิจ
หากร่างกฎหมายผ่านและถูกบังคับใช้ เท็กซัสอาจกลายเป็นศูนย์กลางของการปฏิรูปเศรษฐกิจด้วยคริปโตเคอร์เรนซีในสหรัฐฯ
Source: CryptoNews
#siamstr #bitcoin
วันสุดท้ายที่ Satoshi Nakamoto ได้โพสต์บน Bitcoin Forum (Bitcointalk.org) คือ 12 ธันวาคม 2010 ซึ่งตรงกับวันนี้เมื่อ 14 ปีที่แล้ว
โพสต์สุดท้ายของ Satoshi เป็นการพูดคุยเกี่ยวกับการปรับปรุงซอฟต์แวร์และการป้องกันบางประเด็นที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของ Bitcoin หลังจากนั้น เขาได้หยุดการติดต่อกับชุมชนโดยสิ้นเชิง และไม่มีการปรากฏตัวอีกเลยในที่สาธารณะ
Note: 13 ธันวาคม 2010 เป็นวันที่ Satoshi ตอบข้อความสุดท้ายในลักษณะส่วนตัวหรือในหัวข้อเฉพาะ เช่น การตอบคำถามเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ แต่โพสต์สาธารณะสุดท้ายที่แน่นอนในฟอรัมเกิดขึ้นเมื่อ 12 ธันวาคม 2010 ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องการอัปเดตระบบและข้อเสนอทางเทคนิค
หลังจากนี้ Satoshi Nakamoto หายไปจากชุมชนโดยไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม
#siamstr #bitcoin
Bitcoin (BTC) โดยธรรมชาติไม่มี yield (ผลตอบแทน) ในตัวมันเอง เพราะมันไม่ได้สร้างดอกเบี้ยหรือกระแสเงินสด เช่นเดียวกับทองคำหรือสินทรัพย์ที่ไม่ได้สร้างรายได้อื่นๆ แต่สิ่งนี้ก็มีข้อดีและข้อเสียในตัวมันเองเมื่อเทียบกับ Fiat Currency (เงินสกุลปกติ) ที่มักจะเกี่ยวข้องกับดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก หรือ พันธบัตร
เปรียบเทียบ Bitcoin กับ Fiat
Fiat Currency
Yield: สกุลเงิน Fiat สามารถสร้าง Yield ผ่านการลงทุนในพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก หรือสินทรัพย์อื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับมัน
Depreciation: อย่างไรก็ตาม เงิน Fiat มักจะเสื่อมค่าลงเรื่อยๆ เนื่องจาก เงินเฟ้อ (Inflation) ที่ทำให้มูลค่าการซื้อสินค้าลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
Bitcoin
ไม่มี Yield: Bitcoin ไม่มีการสร้างรายได้หรือผลตอบแทนในตัวเอง คุณต้องใช้วิธีอื่น เช่น การนำไป Staking หรือ Yield Farming (ใน DeFi) แต่ไม่ใช่ฟังก์ชันหลักของ Bitcoin
ไม่เสื่อมค่าในตัวเอง: Bitcoin มีจำนวนจำกัด (21 ล้านเหรียญ) และมีกลไกที่ป้องกันเงินเฟ้อในตัว เช่น Halving ทำให้มูลค่ามักจะเพิ่มขึ้นตามอุปสงค์และอุปทาน
#siamstr #bitcoin
Bitcoin มีอัตราเงินเฟ้อที่กำหนดไว้ล่วงหน้าและสามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งถูกควบคุมโดยโปรโตคอลของมันเอง อัตราเงินเฟ้อของ Bitcoin ถูกควบคุมผ่านกระบวนการที่เรียกว่า การลดรางวัลบล็อก (Halving) ซึ่งจะลดอัตราการสร้าง Bitcoin ใหม่และนำเข้าสู่ระบบหมุนเวียน
รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อของ Bitcoin:
1. ตารางการสร้างเงินเริ่มต้น:
เมื่อ Bitcoin เปิดตัวในปี 2009 นักขุดได้รับรางวัล 50 BTC ต่อบล็อก
รางวัลจากบล็อกนี้คือวิธีที่ Bitcoin ใหม่ถูกสร้างและนำเข้าสู่ระบบหมุนเวียน
2. กลไกการลดรางวัลบล็อก (Halving):
รางวัลบล็อกจะลดลงครึ่งหนึ่งทุก ๆ ประมาณ 210,000 บล็อก หรือประมาณทุก 4 ปี
กลไกนี้จะลดอัตราการสร้าง Bitcoin ใหม่และลดอัตราเงินเฟ้อ
3. สถานะปัจจุบัน:
ปัจจุบัน รางวัลจากการขุดบล็อกอยู่ที่ 3.125 BTC ต่อบล็อก (หลังการ Halving เมื่อ 20 เมษายน 2024)
การ Halving ครั้งถัดไป ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นใน ปี 2028 จะลดรางวัลลงเหลือ 1.5625 BTC ต่อบล็อก
4. อุปทานจำกัด:
Bitcoin มีอุปทานสูงสุดที่ 21 ล้านเหรียญ
เมื่อถึงขีดจำกัดนี้ (ประมาณปี 2140) จะไม่มี Bitcoin ใหม่ถูกสร้างขึ้น นักขุดจะได้รับค่าตอบแทนผ่านค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมแทน
5. อัตราเงินเฟ้อที่ลดลงตามเวลา:
อัตราเงินเฟ้อของ Bitcoin ได้ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดตัว เนื่องจากกลไกการ Halving
ตัวอย่างเช่น ในช่วงปีแรก ๆ อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ประมาณ 50% ต่อปี แต่ในปัจจุบันลดลงต่ำกว่า 2% และยังคงลดลงต่อไป
อัตราเงินเฟ้อที่ถูกควบคุมและคาดการณ์ได้นี้เป็นคุณสมบัติสำคัญของ Bitcoin ที่ออกแบบมาให้คล้ายกับความขาดแคลนของสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ และยังแตกต่างจากสกุลเงินแบบ Fiat ที่ธนาคารกลางสามารถปรับอัตราเงินเฟ้อได้ผ่านนโยบายการเงิน
#siamstr #bitcoin
#siamstr #bitcoin
#siamstr #bitcoin
#siamstr #bitcoin #meme
ผู้ถือหุ้นของ Microsoft ลงคะแนนเสียงคัดค้านข้อเสนอให้เพิ่ม Bitcoin เข้าสู่บัญชีงบดุลในที่ประชุมประจำปีเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา ข้อเสนอนี้ถูกเสนอโดย National Center for Public Policy Research (NCPPR) ซึ่งมองว่า Bitcoin เป็นเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ โดยแนะนำให้ใช้กำไร 1-5% เพื่อซื้อ Bitcoin อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการของ Microsoft แนะนำให้คัดค้านข้อเสนอนี้ เนื่องจากความผันผวนของ Bitcoin และยืนยันว่าบริษัทมีการบริหารจัดการการลงทุนอย่างรอบคอบอยู่แล้ว
Source:
#siamstr #bitcoin
#siamstr #bitcoin
#siamstr #bitcoin