เสื้อบิตคอยน์ลายต่อไปของ Right Shift จะมาในรูปแบบเสื้อครอปเพื่อเฉลิมฉลองให้กับการ halving
เพราะในเมื่อ block subsidy ลดลงครึ่งหนึ่งแล้ว เนื้อผ้าของเสื้อก็จะลดลงครึ่งนึงด้วย
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ล้อเล่นน่ะครับ
Khing_T21
khing@rightshift.to
npub1a8wr...kavy
A cat from Right Shift @Thailand
ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 24 นี้ Bitpopart เพื่อนของพวกเรากำลังจะมีกิจกรรมเล็กๆ เกี่ยวกับศิลปะ บิตคอยน์ และนอสเตอร์แถวๆ ห้าง Icon Siam เขากำลังมองหาคนไทยสักคนที่อาจจะช่วยเขาสื่อสารเรื่องราวเกี่ยวกับบิตคอยน์และนอสเตอร์ให้กับคนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนั้นได้ดีขึ้น
ชาว #Siamstr คนไหนสนใจลองส่ง DM ไปหาคุณ Bitpopart ได้นะ
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมในวันนั้น >
View quoted note →

Instagram
ME GOODY® on Instagram: "Discover the art of turning your creativity into currency in the era of digital advancement!
Join us for #POPupARTxSnF - an exclusive collaborative session featuring digital artist Johannes Oppewal (@bitpopart). Together, we will delve into the world of Bitcoin, exploring how your artistic skills can become a source of income in the digital realm.
Connect with like-minded artists and crypto enthusiasts as you embark on an afternoon of games and sightseeing in the city. Immerse yourselves in the culture and settings that have shaped Johannes on his artistic journey.
Details:
🎨 Time: 10:30 AM onwards
🎨 Location: ME GOODY Space
🎨 Price:
💙 Students (and Early Birds, until 11th Feb): 995 Baht
💙 Regular: 1290 Baht
Session limited to the first 20 sign-ups.
Snacks and tea will be provided.
For more information or to secure your spot, DM or contact our Line Official chat.
#megoodytravelexcursion #Bitcoin #art #exhibition #SnF #SeekandFound #money #event #bangkok #culture #inspiration #worldincolour #connect"
13 likes, 0 comments - megoodyth on February 2, 2024: "Discover the art of turning your creativity into currency in the era of digital advancement!...
อยู่ดีๆ ก็มีความคิดแวบเข้ามาในหัวว่าอีกสัก 10-20 ปีข้างหน้า เราจะเต็มไปด้วยเด็กชื่อ"น้องออลอิน" รึเปล่า คล้ายๆ น้องออลนิว อะไรงี้
มีคนนัดประชุมทุ่มครึ่ง
ผมมานั่งรอที่ห้องประชุมแล้วเนี่ย
https://image.nostr.build/b04a2bf526b746063c3f6fc6210164653c0e0af37ac857f17923d2b96d251819.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=750x1000&blurhash=_XGH*loe4%3A%3FGt7jtxu%25%23xZM%7BNboM-oxt%7EWS2IU-pt7j%5Bt7%25Mt7sls%3BW%3BX8a%7Db%5EaeV%3Ft7ofn%25aes%3BRjWBt7kCofWBt7WBWBofayf6RjR%2BV%40V%40WBWBj%5BWBWBRjWBaybGkBa%7D&x=10ce729b49c37bee3754329ddec59cfa375238a09d277acb3b044905fd1b5a73
Communities like trees, they are not be built. They growth.
#Siamstr
"อยากรวย" ไม่ใช่ปัญหา
ปัญหาคือ "อยากรีบรวย"
#Siamstr
อีกโมเดลหนึ่งในการตอบตำถามว่า "ต้องมีบิตคอยน์เท่าไหร่ถึงจะเป็นตัวท็อปในยุค BTC Std."
สมมุติฐานคือ
1. จำนวนประชากรของโลก ใช้เลขกลมๆ ที่ 8 พันล้านคน
2. หากโลกนี้เข้าสู่ BTC Std. จริง จะทำให้ BTC กลายเป็นสกุลเงินหลักของโลกและกลายเป็นครึ่งหนึ่งของระบบเศรษกิจทั้งหมด เราจึงใช้ตัวเลข Global Wealth ที่ 42 ล้าน BTC (21 ล้าน BTC คือครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เหลือ)
3. ธรรมชาติของการกระจายความมั่งคั่งคือ wealth ส่วนใหญ่จะตกอยู่กับคนส่วนน้อย โดยอ้างอิงจากชาร์ตด้านล่างของ Credit Suisse เป็นข้อมูลของปี 2020 เผยแพร่ปี 2021 เพิ่งสืบค้นได้จาก wikipedia เมื่อกี้
https://image.nostr.build/4e9e5bfcf57a7323d716c9441492a3b5c17b7a2471bde4d3843b4aa3bc9b3941.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=1024x1022&blurhash=%7CeP%2502-B%3F%5EKi%3FbIARPoKWBtmbDVsV_aJozbcj%40j%40%3FvI%3DMx%23kM%7BtRkCbIkCnfV%7BbcouWZjZoIa%23a%23%253oHRjNLWAt6oLj%3Fj%5BR5ocozWYozaejFayfPS%7Djbn%25j%3Fn%25WVW%3AfQfQM%7CX8ofsTofWBWBfjfkkXoKe.WXjFWVbHjsfQ&x=0a1d480f570bcf7355bf308cbe901ed5b51b1ca59839c2056617b5e2112ee66d
scenario 1
ถ้าเฉลี่ย Global Wealth ต่อจำนวนประชากรตรงๆ เราจะได้ว่าคนหนึ่งคนจะถือครอง wealth โดยเฉลี่ยมีมูลค่าเท่ากับ 42,000,000/8,000,000,000 = 0.00525 BTC = 525,000 sats เทียบเท่า wealth ในโลกปัจจุบัน 8,001.46 THB
---
scenario 2
อยากเป็น top10% แต่เนื่องจากภาพอ้างอิงไม่ละเอียดขนาดนั้น เอาเป็นว่าถ้าเราอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยของกล่องเขียว ก็น่าจะอยู่ราวๆ Top6% - Top7%
ถ้าคน 11% ของ 8 พันล้านคน = 880,000,000 คน ถือครอง wealth 39% ของ 42 ล้าน BTC = 16,380,000 BTC
คนที่อยู่ตรงกลางกล่องเขียว จะมี wealth ประมาณ 16,380,000/880,000,000 = 0.0186 BTC = 1,860,000 sats เทียบเท่า wealth ในโลกปัจจุบัน 28,348.03 THB
---
scenario 3
อยากเป็น top1% ดังนั้นเรามาหาค่าเฉลี่ยของกล่องสีฟ้ากัน
ถ้าคน 1% ของ 8 พันล้านคน = 80,000,000 คน ถือครอง wealth 46% ของ 42 ล้าน BTC = 19,320,000 BTC
คนที่อยู่ตรงกลางกล่องฟ้า จะมี wealth ประมาณ 19,320,000/80,000,000 = 0.2415 BTC = 24,150,000 sats เทียบเท่า wealth ในโลกปัจจุบัน 368,067.22 THB
-------------------------
เพื่อที่จะไปถึงจุดนั้นได้ เรามีสองทางเลือก
1. ถือ BTC
2. ถือสินทรัพย์อื่นที่สามารถมี appreciation หรือมี growth ได้เท่าเทียมหรือมากกว่า BTC ในช่วงหลายสิบปีต่อจากนี้
ข้อแรกง่ายกว่าเห็นๆ
ขอบคุณสำหรับการดมกาวในวันนี้ และนี่ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
#Siamstr
สารตั้งต้น @Tendou
✈️
"สรุปมึงว่าคริปโตนี่มันจะมาแทนเงินได้จริงป่าววะ"
.
.
.
ย้อนกลับไปสุดสัปดาห์ก่อน หลังจากเก็บกดอยู่นานไม่ให้เผลอโม้เหม็นเรื่องบิตคอยน์มากเกินไป เดี๋ยวจะเผลอทำลายบรรยากาศการนัดเจอเพื่อนมหาลัยครั้งแรกในรอบปี อยู่ดีๆ ก็มีคนเหมือนรู้ใจช่วยเปิดก็อกให้
"กูเป็นบิตคอยน์เนอร์ หมายความว่ากุโฟกัสแค่บิตคอยน์อย่างเดียว ถ้าถามกุเรื่องพวกนี้ มึงต้องแยกระหว่างบิตคอยน์กับ "คริปโต" เหรียญอื่นๆ ก่อน
"สมมุติพูดถึงเทคโนโลยีสักอย่างนึง อะอย่างเครื่องพิมพ์ละกัน ย้อนไปสมัยกูเตนเบิร์กโน่นเลย มึงคิดว่าการที่สิ่งแรกที่ถูกพ่นออกมาจากแท่นพิมพ์คือไบเบิล มันหมายความว่าทุกอย่างที่ถูกพ่นออกมาจากแท่นพิมพ์จะมีบทบาทเป็นคัมภีร์ทางศาสนาเหมือนกันไปหมดไหม ก็ไม่นิ
"กระดาษโดนหมึกมันกลายเป็นอะไรก็ได้ ตำรา ปฏิทิน ตั๋ว แผนที่ หนังสือโป๊ เงิน ฯลฯ เพราะงั้นการบอกว่าทุกอย่างที่ใช้ "บล็อกเชน" จะกลายเป็นเงิน มันไม่ใช่
"แต่การมีคนที่โฟกัสไปที่ตัวเทคโนโลยีมันก็ไม่ผิด ช่างงานพิมพ์เขาเชี่ยวชาญงานพิมพ์จะพิมพ์อะไรก็ได้ ร้านขายสิ่งพิมพ์เชี่ยวชาญการเก็บรักษาตีราคาจะขายสิ่งพิมพ์แบบไหนก็ได้ จะมีใครจัดงานแฟร์เทคโนโลยีการพิมพ์ก็สมเหตุสมผล เพราะงั้น Blockchain Dev จะพัฒนาเหรียญแบบไหนก็ได้ exchange จะขายเหรียญหลายๆ ประเภทในที่เดียวก็ได้ หรือจะมีงานแฟร์คอนเฟอเรนซ์บล็อกเชนก็ไม่แปลก
"แต่ในฐานะผู้ใช้งาน อย่าเผลอคิดว่าทุกเหรียญคริปโตจะเป็นเงินเหมือนกัน
"เหรียญอื่นๆ เค้าตั้งใจจะให้เหรียญเค้าแก้ปัญหาอะไร ปัญหานั้นมันแก้ได้ด้วยบล็อกเชนจริงๆ หรือเปล่า หรือว่าทำๆ ไปแล้วมันจะสำเร็จไหม ก็ต้องพิจารณาแยกเป็นรายเหรียญไป
"แต่สำหรับบิตคอยน์ ใช่ กุเชื่อว่ามันจะสำเร็จ"
.
.
.
และนั่นคือการพูดคุยเรื่องบิตคอยน์ครั้งสุดท้ายในคืนนั้น
#Siamstr
พรุ่งนี้เช้าตื่นมาอยากเห็นราคาต่ำกว่า 40k~
แจกลิสต์เหรียญต้นน้ำรับ bull run 2024-2025 โปรเจคคุณภาพ use case แน่น ปัจจัยหนุนเพียบ
1. Bitcoin (BTC)
#Siamstr
-------
แค่เดา
-------
.
ถ้า story ที่จุดตลาดกระทิงรอบที่แล้วคือ De-Fi
story ที่จะจุดตลาดกระทิงรอบถัดไปคือ Bitcoin layer2 (แต่ไม่ใช่ layer2 แบบที่บิตคอยเนอร์เข้าใจ)
.
ผมกำลังพูดถึงของอย่าง Rootstock, Stack และ Ordinal (ยี้!)
.
สาเหตุเพราะ
.
1. มนุษยชาติ(ที่เป็นชิตคอยเนอร์) ได้รีดเค้นความคิดสร้างสรรค์และความเป็นไปได้แทบทุกอย่างเกี่ยวกับ EVM ออกมาหมดแล้ว ตั้งแต่ DEX, GameFi, NFT, DAO, etc. โอกาสที่จะมี use case แบบใหม่ๆ เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีนี้เป็นไปได้ยากมากๆ และการพัฒนาใดๆ ที่เห็นอยู่ในตอนนี้ก็ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากการพัฒนาประสิทธิภาพ เช่น ทำให้เร็วกว่าเดิม ถูกกว่าเดิม เป็นแค่การทำเรื่องเดิมๆ ได้ดีขึ้น ไม่ได้สร้างอะไรใหม่ๆ แล้ว (จะมีอะไรใหม่ๆ ได้ก็คงจะหลังจากมี technology breakthrough ครั้งใหม่ ซึ่งตอนนี้ยังไม่เห็น)
.
2. ผมเห็นด้วยกับตี้(เมื่อไหร่แกจะมาเล่น nostr?) ว่าวงการ De-Fi เป็นตลาดแบบ winner takes all นั่นคือถ้าหากว่า De-Fi มีประโยชน์กับมนุษยชาติและมีคนใช้จริงๆ ก็จะเหลือผู้เล่นใหญ่(ไม่อยากใช้คำเรียกว่าโปรโตคอลเลย)รอดอยู่แค่ไม่กี่เจ้า ในขณะที่ตัวเล็กตัวน้อยอื่นๆ ล้มหายตายจากไป Dev ที่สร้างของพวกนั้นไม่สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดนั้นได้ ต้องถอยออกมาและมองหาโอกาสใหม่ๆ
.
3. บิตคอยน์เพิ่งได้รับอนุมัติให้มี Spot ETF ซึ่งเป็นหมุดหมายต่อวงการ Traditional Finance ว่าภาครัฐยอมรับบิตคอยน์แล้ว บวกกับฮาล์ฟวิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น จะมี angel/VC อีกมากที่รอบที่แล้วยังมองว่าแถวนี้เถื่อน ไม่เข้ามายุ่ง แต่คราวนี้เหมือนได้ไฟเขียวแล้ว เชื่อแล้วว่าบิตคอยน์ไปรอดได้ยาวๆ แน่ ก็อยากจะเข้ามาหาโอกาสด้วย แต่ว่าไม่ได้ซื้อบิตคอยน์เฉยๆ หรอกนะ
.
4. ฝนตกขี้หมูไหล คนไฉไลก็ไหลมารวมตัวกัน Dev จาก De-Fi รอบที่แล้วก็จะเข้าหา VC/angel หน้าใหม่เหล่านั้น นำเสนอโปรเจคเดิมที่เคยทำ เพิ่มเติมคือ "เราจะทำมันบนบิตคอยน์" (ซึ่งจริงๆ คือทำบน Rootstock หรือ Stack ที่อ้างว่าตัวเองเป็น Layer2 smart contract on Bitcoin) เสริมด้วย narrative ว่าเห็นที่คนเค้าใช้ๆ กันอยู่บนอีเธอเรียมนั่นมั้ย มันมีการใช้งานจริงๆ นะเว้ย เราก็จะทำเหมือนมันน่ะแหละ แต่เราจะเจ๋งกว่าเพราะเราทำบน "บล็อกเชน" ที่ใหญ่ที่สุด แกร่งที่สุด และได้รับการยอมรับจากรัฐและประชาชนมากที่สุด เพราะงั้นเราจะดึงผู้ใช้งานหน้าเก่ามาให้หมด และตกผู้ใช้งานหน้าใหม่ที่กำลังจะเข้ามาด้วย!
.
5. เงินมาผ้าหลุด พอมีทุน การตลาดก็มา แจกนั่นแจกนี่ ปั่นข่าวนั้นนี่ แอร์ดงแอร์ดรอป ท่าเดิมๆ น่ะแหละทำมันเข้าไป จะแย่งคนใช้ที่เค้าใช้ De-Fi ในเชนของรอบที่แล้วมาได้มั้ยไม่รู้ แต่ล่อตาล่อใจคนที่เข้ามาใหม่ได้แน่นอน นึกสภาพนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาเพราะเห็นว่าบิตคอยน์ได้รับการยอมรับแล้ว มีฮาล์ฟวิ่ง มี ETF สนใจบิตคอยน์เป็นหลักแน่ล่ะ แต่พอเข้ามาแล้วเจอ "Smart contract on Bitcoin" โอโห จะหนีไปไหนได้
.
6. ถ้าเป็นตามที่คิดไว้ โปรเจกต์และเชนพวกนั้นจะบูม บูมมากๆ ซ้ำรอยกับ De-Fi รอบก่อนด้วยจำนวนเม็ดเงินที่มากกว่า แต่หลังจากบูมแล้วจะหายไปเลยมั้ย หรือจะยังมีคนใช้จริงหลังจากนั้นคงยากที่จะตอบ
.
สรุป: บิตคอยเนอร์คนไหนรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ อยากสนุกอยากซิ่งไม่ว่ากัน แต่ช่วยกันดูแลคนใหม่ๆ ที่เพิ่งเข้ามาในรอบหน้านี้ด้วย อย่าให้หลงไปเจ็บหนักกับของพวกนั้นโดยเข้าใจว่ามันคือบิตคอยน์
#Siamstr
ปล. ไม่อนุญาตให้แคปไปลงเมนสตรีมมีเดีย กลัวทัวร์ลง 555