นักข่าวโซเชียล Lina Engword ขอสรุปวิเคราะห์บทความเกี่ยวกับคำว่า "ไฮโซ" ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ค่ะ 🕵️♀️
ไฮโซคืออะไรกันแน่? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ 🧐
จากบทความที่เราได้รับมาและข้อมูลที่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติม ดูเหมือนว่าคำว่า "ไฮโซ" (ย่อมาจาก High Society) นั้น มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าที่เราเข้าใจกันในปัจจุบันเยอะเลยค่ะ หลายคนอาจคิดว่าไฮโซคือคนรวยที่ใช้ชีวิตหรูหรา แต่ในอดีตแล้ว คำนี้มีความเกี่ยวพันกับเรื่องของสติปัญญาและความรู้มากกว่าทรัพย์สินเงินทองเสียอีกนะคะ 💰🧠
🔹 ไฮโซในความหมายดั้งเดิม: ยอดพีระมิดแห่งปัญญา 💡
ตามข้อมูลที่ได้มา ในบริบทดั้งเดิม ไฮโซคือกลุ่มคนที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสาขาวิชาต่างๆ เช่น อักษรศาสตร์ นิรุกติศาสตร์ ปรัชญา รัฐศาสตร์ กฎหมาย หรือศาสนา คนเหล่านี้ไม่ได้ถูกวัดค่าด้วยทรัพย์สิน แต่ด้วยภูมิปัญญาและมุมมองที่เฉียบแหลมต่อสังคม
🔸 การถกเถียงใน 'ซาลอน': ในศตวรรษที่ 17 ของยุโรป กลุ่มคนชั้นสูงมักจะรวมตัวกันที่ "ซาลอน" (Salon) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องปรัชญา ปัญหาบ้านเมือง และประเด็นทางสังคมต่างๆ การมีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจในวงสนทนาเหล่านี้คือสิ่งที่บ่งบอกถึงสถานะความเป็นไฮโซที่แท้จริง
🔹 ทำไม "คนรวย" ไม่ใช่ไฮโซในอดีต? 🤔
บทความได้ชี้ประเด็นที่น่าสนใจว่า คนรวยในอดีตนั้นอาจไม่ถูกนับเป็นไฮโซ เพราะไฮโซในยุคนั้นให้คุณค่ากับการ "สร้างมูลค่าเพิ่ม" (Add Value) มากกว่าการ "ค้าขายเก็งกำไร" (Profiteering) ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ของพ่อค้าหรือชนชั้นกลาง ทำให้ไฮโซในบริบทนี้มองว่าคนรวยที่เน้นการค้าขายเพียงอย่างเดียวไม่น่านับถือเท่ากับนักคิดหรือนักปราชญ์
🔹 แล้วชาวเน็ตคือไฮโซในยุคใหม่หรือเปล่า? 📱
จากนิยามดั้งเดิมที่ว่าไฮโซคือผู้ที่มีความตระหนักในปัญหาบ้านเมืองและสามารถแสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจได้ ก็พอจะอนุมานได้ว่า "ชาวเน็ต" ในปัจจุบันที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นต่างๆ อย่างกว้างขวาง ก็อาจจะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "ไฮโซ" ได้ในแง่ของ "การรับรู้และแสดงความคิดเห็นต่อสังคม" ค่ะ ในทางกลับกัน คนที่ไม่สนใจข่าวสารบ้านเมือง ทำแต่งานหาเงินอย่างเดียว อาจจะถูกมองว่าเป็นเพียงชนชั้นกลางหรือรากหญ้าตามกรอบความคิดนี้
ข้อสังเกตจาก Lina Engword ✍️
แม้ว่าแนวคิดนี้จะมาจากบริบททางประวัติศาสตร์ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าคำว่าไฮโซได้เปลี่ยนแปลงความหมายไปตามยุคสมัย จากการให้คุณค่ากับปัญญาและสติปัญญาในอดีต สู่การให้คุณค่ากับฐานะทางการเงินและไลฟ์สไตล์ที่หรูหราในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การถกเถียงนี้ทำให้เรากลับมาคิดว่า "ความหมายที่แท้จริง" ของความเป็นไฮโซนั้น ควรจะอยู่ที่ภูมิปัญญาและการสร้างคุณค่าให้สังคม หรืออยู่ที่เพียงแค่ทรัพย์สินกันแน่?
แล้วคุณล่ะ คิดว่า "ไฮโซ" ในมุมมองของคุณเป็นแบบไหน? มาแชร์กันได้เลยค่ะ 👇
#ไฮโซ #ความหมายของไฮโซ #สังคมไฮโซ #มุมมอง #ปัญญา #LinaEngword
Lina Engword ⚡
linaengword@getalby.com
npub16dsw...653f
ทำอะไรจริงจังจริงใจ ให้มากกว่าขอ คิดเยอะแต่ไม่คิดมาก ไม่พูดมากแต่พูดเก่ง เมตตาแต่ไม่ปราณี
Creative Commons license Show the source - not for commercial use - not modified. (cc-by-nc-nd)
Height : 158 cm
Weight : 55 kg
Bloodtype : O
Eyesight : less than -4.8
Shoe size : 23.5 cm Size 38
Clothing size : S-M
Occupation : Luthier and Musician
Source of inspiration : Enlightened person
Hobbies : Cook
Likes : Eat
Hates : roach and harm
Pets : a Cat
Favourite
Bands : Metallica, X-JAPAN, Within Temptation, Xandria, after school, In Flames, Drying Fetus, L Arc N Ciel, Luna Sea, Apocalyptica, Versailles, Evanescence, Nile, Alexi laiho
Cigarettes : Nonsmoker
Brands : n/a
Manga : DEATH NOTE, Bleach
Movie : Underworld
Idol : Milla Jovovich and Kate Beckinsale
Drinks : Arabica Coffee Latte and Amecano, Juice, Soybean milk, Milk

นักสืบโซเชียลคนไหนเป็นเทรดเดอร์บ้าง? 🧐 วันนี้ Lina Engword มีทฤษฎีจิตวิทยาการตัดสินใจที่น่าสนใจมาฝาก นั่นก็คือ "Noise Theory" หรือ ทฤษฎีเสียงรบกวน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกของการเทรดโดยตรงเลยค่ะ 🧠
Noise Theory คืออะไร? 🕵️♀️
Noise Theory พัฒนาโดย Daniel Kahneman นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล เจ้าของหนังสือดัง "Thinking, Fast and Slow" 🏆 ร่วมกับ Olivier Sibony และ Cass R. Sunstein ทฤษฎีนี้จะเน้นไปที่ ความไม่สอดคล้องกัน (inconsistency) ในการตัดสินใจของมนุษย์ 🤷♀️
🔸 อคติ (Bias) คือความผิดพลาดที่เป็นระบบและคาดเดาได้ เช่น การที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักจะมั่นใจในข้อมูลที่ยืนยันความคิดของตัวเองอยู่แล้ว
🔸 เสียงรบกวน (Noise) คือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแบบสุ่มและไม่สามารถคาดเดาได้ เช่น เทรดเดอร์ 2 คนที่วิเคราะห์ข้อมูลเดียวกันทุกอย่าง แต่กลับตัดสินใจเข้าซื้อหรือขายในจุดที่แตกต่างกันอย่างมาก 📉📈
"เสียงรบกวน" ในโลกของเทรดเดอร์ 📊
ในมุมมองของนักเทรด "เสียงรบกวน" ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้การตัดสินใจของเราไม่คงที่และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดเดาไม่ได้ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง 👇
1️⃣ เสียงรบกวนระดับบุคคล (Level Noise) 😩 เทรดเดอร์อาจตัดสินใจเปิดออเดอร์ในวันนี้ด้วยความมั่นใจ แต่พอวันรุ่งขึ้นกลับตัดสินใจด้วยความลังเล เพราะอารมณ์ความเหนื่อยล้า หรือความเครียดจากสถานการณ์ส่วนตัว
2️⃣ เสียงรบกวนระดับสภาพแวดล้อม (Occasion Noise) 🌧️ การเทรดในสภาพอากาศฝนตก ไฟกระพริบ หรือเสียงดังจากข้างนอก อาจรบกวนสมาธิและทำให้เทรดเดอร์ตัดสินใจผิดพลาดไปจากแผนที่วางไว้
3️⃣ เสียงรบกวนระดับระบบ (System Noise) 👩💻👨💻 ในทีมเทรดที่มีหลายคน แต่ละคนอาจใช้เกณฑ์การตัดสินใจไม่เหมือนกัน ทำให้การตัดสินใจในภาพรวมของทีมมีความผันผวนสูง
ทำไม Noise Theory ถึงสำคัญกับเทรดเดอร์? 💡
การเข้าใจ "Noise" ช่วยให้เทรดเดอร์ตระหนักว่าการตัดสินใจของเรามีความไม่แน่นอนมากกว่าที่เราคิด 🧠
🔹 สร้างวินัยในการเทรด การมีระบบการเทรดที่ชัดเจนและทำตามอย่างเคร่งครัด จะช่วยลดอิทธิพลของอารมณ์หรือปัจจัยภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง
🔹 ลดความผิดพลาด การใช้ checklist หรือ rule-based trading system จะช่วยลด Noise และทำให้การตัดสินใจแม่นยำขึ้น
🔹 พัฒนาแผนการเทรด การรู้ว่าอะไรคือ Noise จะทำให้เราสามารถออกแบบแผนการเทรดที่รัดกุมและทนทานต่อความผันผวนทางจิตใจได้ดียิ่งขึ้น
สรุปง่าย ๆ ก็คือ อคติ คือความผิดพลาดที่เกิดจากรูปแบบความคิดที่ผิดเพี้ยนไป ส่วน เสียงรบกวน คือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแบบสุ่มและคาดเดาไม่ได้ 🌀 การจัดการกับทั้งสองสิ่งนี้จะช่วยให้เทรดเดอร์ตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอมากขึ้นค่ะ ✨
#NoiseTheory #Noise #Bias #เทรดเดอร์ #การลงทุน #จิตวิทยาการลงทุน #LinaEngword #DanielKahneman #เทรด
📊 สัญญาณบวกสำหรับ Bitcoin มาแล้ว! 🚀
ล่าสุดมีรายงานว่าปริมาณเงิน M2 ในระบบเศรษฐกิจหลักของโลก ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่มากกว่า 90 ล้านล้านดอลลาร์! 💰✨
ทำความเข้าใจกันก่อน:
🔸 ปริมาณเงิน M2 คืออะไร? อธิบายง่ายๆ ก็คือเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจทั้งหมด รวมถึงเงินสด เงินฝากออมทรัพย์ และเงินฝากประจำ
🔸 ความสัมพันธ์กับ Bitcoin จากสถิติในอดีต พบว่าการเติบโตของปริมาณเงิน M2 มักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับราคาของ Bitcoin 📈 นั่นหมายความว่าเมื่อมีสภาพคล่องทางการเงินเพิ่มขึ้น เงินทุนก็มีแนวโน้มที่จะไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างคริปโตเคอร์เรนซี ทำให้ราคา Bitcoin มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำนายทิศทางราคา Bitcoin แม้จะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงทั้งหมด แต่ก็เป็นปัจจัยมหภาคที่สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต
สรุป: มีโอกาสที่ Bitcoin จะไปต่อ!
หากสภาพคล่องทางการเงินในระบบโลกยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ ก็มีโอกาสสูงที่ Bitcoin จะยังคงทำสถิติใหม่และปรับตัวขึ้นได้อีกมากในอนาคต
โปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนนะคะ 🤓
#Bitcoin #M2 #BitcoinBullRun #นักลงทุน #การเงิน #การลงทุน #LinaEngword
ทำความเข้าใจกันก่อน:
🔸 ปริมาณเงิน M2 คืออะไร? อธิบายง่ายๆ ก็คือเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจทั้งหมด รวมถึงเงินสด เงินฝากออมทรัพย์ และเงินฝากประจำ
🔸 ความสัมพันธ์กับ Bitcoin จากสถิติในอดีต พบว่าการเติบโตของปริมาณเงิน M2 มักจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับราคาของ Bitcoin 📈 นั่นหมายความว่าเมื่อมีสภาพคล่องทางการเงินเพิ่มขึ้น เงินทุนก็มีแนวโน้มที่จะไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างคริปโตเคอร์เรนซี ทำให้ราคา Bitcoin มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำนายทิศทางราคา Bitcoin แม้จะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงทั้งหมด แต่ก็เป็นปัจจัยมหภาคที่สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต
สรุป: มีโอกาสที่ Bitcoin จะไปต่อ!
หากสภาพคล่องทางการเงินในระบบโลกยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ ก็มีโอกาสสูงที่ Bitcoin จะยังคงทำสถิติใหม่และปรับตัวขึ้นได้อีกมากในอนาคต
โปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนนะคะ 🤓
#Bitcoin #M2 #BitcoinBullRun #นักลงทุน #การเงิน #การลงทุน #LinaEngword💡✨ เรื่องเล่าสอนใจจากชีวิตจริง 😮
คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมคนในครอบครัวถึงยอมรับฟังคนนอกมากกว่าเรา? ทั้งที่เราหวังดีและอยากสอนสิ่งดีๆ ให้ 🤔 คลิปนี้มีคำตอบที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ
🔹 คนในบ้านไม่ยอมรับฟัง?
ถ้าเราสอนคนในบ้านขับรถหรือเล่นกีฬา เขาอาจจะรู้สึกว่าเรากำลังออกคำสั่งหรือตำหนิ แต่พอคนอื่นพูดแบบเดียวกัน กลับตั้งใจฟังและขอบคุณ นั่นเป็นเพราะคนใกล้ตัวมักจะมองเห็นข้อเสียของเรามากกว่าความสามารถ
🔹 บทเรียนจากชีวิตจริง
เรื่องราวของลูกสาวกับคุณพ่อที่เล่าว่าสามีเธอเก่งมาก แต่หัวหน้ากลับไม่ยอมให้เป็นหัวหน้างานที่ไซส์ก่อสร้าง เพราะสามีเธอ "เก่งเกินไป" ซึ่งหมายความว่าเก่งจนหัวหน้ากลัวจะคุมไม่อยู่ พ่อจึงอธิบายว่า "ดีแล้วที่เขาแต่งงานกับหนู เพราะหนูหนัก 87 กิโล แต่เขาหนักแค่ 57 กิโล" พ่อรู้อยู่แล้วว่าถ้าลูกสาวปล่อยสามีไปทำงานข้างนอกตามลำพัง อาจจะเกิดปัญหาได้
🔹 การใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด
คุณพ่อเล่าต่อว่าเมื่อ 20 ปีก่อน พ่อเคยรวยจากการเลี้ยงปลา แต่ก็ถูกคนอื่นวางยาจนหมดตัว หลังจากนั้น 5 ปีจึงกลับมาตั้งตัวได้ใหม่และทำเงินได้มากมาย จนซื้อบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ กว่า 30 ล้านบาท แต่พ่อไม่เคยอวดใครเลย เวลาญาติถามว่าทำอะไรอยู่ พ่อจะบอกแค่ว่าเป็นกรรมกรได้เงินเดือน 15,000 บาท แล้วทุกคนก็หัวเราะเยาะ
พอฟังเรื่องนี้ ลูกสาวจึงเข้าใจว่าทำไมพ่อถึงสอนให้ใช้ชีวิตแบบถ่อมตนและอย่าอวดรวยต่อหน้าคนอื่น เพราะความรวยอาจนำมาซึ่งความอิจฉาและอันตรายได้ แต่ในขณะเดียวกันก็อย่าแสดงความจนให้ใครเห็น เพราะอาจถูกดูถูกได้เช่นกัน
🔸 โลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเงินหรืออำนาจ แต่มันขับเคลื่อนด้วยคน "ที่เข้าใจกฎของเกม" อย่างแท้จริง
สุดท้ายนี้ เรื่องราวนี้สอนให้เรามองคนออก ไม่เป็นเหยื่อของใคร และมีสติในการใช้ชีวิตอยู่เสมอ เพราะคนเรามักจะให้เกียรติคนที่สมถะและไม่โอ้อวดมากกว่าคนที่ชอบอวดรวย
#เรื่องเล่าสอนใจ #บทเรียนชีวิต #ข้อคิดดีๆ #ความสัมพันธ์ในครอบครัว #โลกขับเคลื่อนด้วยอะไร #LinaEngword
🔥 Bitcoin ทะยาน! ทะลุ $116,000 ขานรับ "พาวเวล" ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย! 🚀
ข่าวใหญ่ในโลกการเงิน! ราคา Bitcoin พุ่งกระฉูดกว่า 4% ทะลุระดับ 116,000 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี! 😲 การพุ่งขึ้นครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากสัญญาณเชิงบวกจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) นายเจอโรม พาวเวล ที่แย้มเป็นนัยๆ ว่าอาจจะมีการ ลดอัตราดอกเบี้ย ในเร็วๆ นี้ 📉
🔹 สัญญาณชัดเจนจากเฟด: นายพาวเวลส่งสัญญาณที่ชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ ว่านโยบายการเงินที่เข้มงวดอาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง นักลงทุนเลยพากันเทน้ำหนักไปที่การคาดการณ์ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายนนี้สูงถึงกว่า 90% เลยทีเดียว! 🤩
🔹 ทำไมบิตคอยน์ถึงชอบข่าวลดดอกเบี้ย? โดยทั่วไปแล้ว เมื่อดอกเบี้ยลดลง เงินจะไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยและมองหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้นเพื่อทำกำไร ซึ่ง Bitcoin ก็เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมในสถานการณ์แบบนี้ 💰✨
การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคริปโตฯ มีความอ่อนไหวต่อข่าวเศรษฐกิจมหภาคอย่างมาก และยังเป็นเครื่องยืนยันว่าการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วโลก 🤔
#Bitcoin #บิตคอยน์ #คริปโต #ข่าวเศรษฐกิจ #การลงทุน #เศรษฐกิจ #Fed #ดอกเบี้ย #LinaEngword
💸 ชีวิตเทรดเดอร์: ไม่ใช่แค่กำไร แต่คือน้ำตาและหยาดเหงื่อ 💦
หลายคนฝันอยากเป็นเทรดเดอร์ เพราะเห็นตัวเลขกำไรมหาศาลที่ทำได้ในเวลาอันสั้น แต่รู้ไหมว่าเบื้องหลัง "เงิน 1,000 ดอลลาร์ใน 1 ชั่วโมง" นั้น แลกมาด้วยอะไรบ้าง? 🤔
🔹 การเรียนรู้ที่ยาวนาน: กว่าจะเจอ "กลยุทธ์ที่ใช่" ต้องผ่านการลองผิดลองถูก ศึกษาข้อมูลมากมาย ใช้เวลาหลายปี 📚
🔹 ความสูญเสีย: การขาดทุนคือส่วนหนึ่งของเส้นทางนี้ เทรดเดอร์ทุกคนต้องเจอการขาดทุนครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งอาจจะหมายถึงเงินเก็บที่หายไป 📉
🔹 ความเครียดและแรงกดดัน: ทุกวินาทีของการเทรดคือการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน ความเครียดสะสมสามารถส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรงได้ 😥
🔹 ความล้มเหลวทางจิตใจ: การยอมรับการขาดทุน การควบคุมอารมณ์ และการลุกขึ้นใหม่หลังความล้มเหลว คือบททดสอบที่หนักหนาสาหัสที่สุดของอาชีพนี้ 💪
การเทรดไม่ใช่แค่การกดซื้อขาย แต่คือการต่อสู้กับตัวเอง เป็นอาชีพที่ต้องใช้ทั้งความรู้ ความอดทน และความแข็งแกร่งทางจิตใจอย่างสูง ใครที่กำลังสนใจอยากเข้าสู่วงการนี้ จงเตรียมตัวให้พร้อม เพราะถนนสายนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่นอนค่ะ 🥀
#เทรดเดอร์ #นักลงทุน #การลงทุน #อาชีพ #ตลาดหุ้น #ความสำเร็จ #LinaEngword
🎯 โพสต์จากมุมมองนักเทรด: ทำไมถึงโพสต์กราฟ Bullish และ Bearish สลับกัน? 📈📉
💬 "ผมโพสต์กราฟ BTC ที่ดูไม่ดีเลย ทั้งๆ ที่ผมกำลังถือ Long เต็มพอร์ต" - ใครเคยเห็นโพสต์แบบนี้แล้วสงสัยบ้างครับ? วันนี้ Lina Engword จะมาไขข้อสงสัยให้ฟังว่าทำไมนักเทรดมืออาชีพถึงทำแบบนี้ และมันคือจิตวิทยาขั้นสูงที่ต้องรู้!
1️⃣ ความเห็น ไม่ใช่ การซื้อขายจริง! 🧠
🔸 การวิเคราะห์กราฟเป็นเพียงกระบวนการทางความคิดเพื่อหาข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเข้าซื้อขายเสมอไป การโพสต์กราฟทั้งสองด้าน (ขึ้นและลง) คือการแสดงให้เห็นถึงการวิเคราะห์ตลาดอย่างรอบด้าน ไม่ใช่วิธีการซื้อขายที่ผมใช้
2️⃣ วิเคราะห์แบบ Bayesian Probability 🎲
🔸 ตลาดไม่ได้มีแค่ "ขึ้น" หรือ "ลง" แต่เป็นเรื่องของ "ความน่าจะเป็น" ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การวิเคราะห์ทั้งสองมุมมองช่วยให้ผมสามารถอัปเดตความน่าจะเป็นของตลาดได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น เหมือนกับการรวบรวมหลักฐานทั้งฝั่งอัยการและทนายความก่อนตัดสินคดี
3️⃣ มองจากมุมของคนอื่น 👀
🔸 ในตลาดการเงิน ทุก ๆ การซื้อขายที่ชนะ มีคนแพ้อยู่เสมอ การพยายามทำความเข้าใจว่าคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเราคิดอย่างไร จะช่วยให้เรามองเห็นจุดอ่อนของกลยุทธ์ตัวเองและบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น
4️⃣ เลือกเฉพาะที่มั่นใจจริงๆ 💪
🔸 ผมอาจจะวิเคราะห์กราฟ 10 แบบ แต่สุดท้ายผมอาจจะเข้าซื้อขายแค่ 1-2 ครั้งเท่านั้น การโพสต์กราฟที่หลากหลายจึงเป็นเหมือน "สมุดบันทึกการวิเคราะห์" ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อขายตามทั้งหมด
5️⃣ ป้องกัน Cognitive Dissonance 🛡️
🔸 ความไม่ลงรอยกันทางปัญญา คือกับดักที่ทำให้นักเทรดเสียเงินมากที่สุด! มันคืออาการที่เราไม่ยอมรับว่าตัวเองคิดผิดแม้จะขาดทุนไปแล้ว การโพสต์กราฟมุมมองตรงกันข้ามล่วงหน้า เป็นวิธีที่ช่วยเตือนตัวเองว่าตลาดมีโอกาสไปได้หลายทาง ทำให้ตัดสินใจ "ตัดขาดทุน" ได้ง่ายขึ้นเมื่อจำเป็น
ดังนั้น การเห็นนักเทรดโพสต์กราฟที่ขัดแย้งกันไม่ใช่ความโลเล แต่เป็นสัญญาณของวินัย ความรอบคอบ และความเข้าใจในจิตวิทยาตลาดอย่างลึกซึ้ง!
#การเทรด #จิตวิทยาการเทรด #ลงทุน #คริปโต #Bitcoin #LinaEngword
💸 ปัญหาเงินในบัญชีธนาคาร 💸
📢 เป็นประเด็นที่ต้องระวัง! หลังมีผู้ใช้งานโซเชียลโพสต์ภาพคุณพรรณี จารุสมบัติ ที่ได้กล่าวถึงการโอนเงินในปัจจุบันว่า "ทุกวันนี้โอนเงินค่าหุ้น กูต้องหันซ้ายหันขวา กระพริบตา พยักหน้า ใส่หมวกถือเหมือนคนบ้า มันตลกตรงแนวคิดว่าจะไม่ให้มิจฉาชีพ "โอนเงินไปครั้งละมากๆ" แทนที่จะไปช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรจะไม่ให้มิจฉาชีพเข้ามาโอนเงินได้แม้แต่สตางค์เดียว"
👉 ซึ่งภาพนี้ทำให้หลายคนตระหนักถึงปัญหาการโอนเงินที่ซับซ้อนขึ้น ภายใต้มาตรการป้องกันมิจฉาชีพของธนาคาร
🔹 หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “จำเป็นหรือไม่ที่เราจะต้องเก็บเงินไว้ในบัญชีธนาคารจำนวนมาก?” เพราะยิ่งมีเงินในบัญชีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ และยิ่งธนาคารมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น การทำธุรกรรมทางการเงินก็ยิ่งลำบาก
🔹 คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญคือ 💡 ไม่ควรเก็บเงินไว้ในบัญชีธนาคารเกินความจำเป็นที่จะใช้จ่ายในแต่ละวันหรือแต่ละเดือน 💡 เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และสำหรับคนที่มองหาทางเลือกใหม่ๆ ในการเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล 💾 หลายคนเริ่มหันมาสนใจ #Bitcoin หรือ #คริปโตเคอร์เรนซี ที่ให้ความเป็นอิสระและสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง 🔐
🔹 เพราะแม้ว่าธนาคารจะมีระบบป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่การป้องกันตัวเองตั้งแต่แรกเริ่มก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุด 🛡️
#เงินในบัญชี #มิจฉาชีพ #ธนาคาร #ความปลอดภัยทางการเงิน #Bitcoin #คริปโต #LinaEngword 

📉 นักเทรดระดับตำนาน Peter Brandt ทวีตถามเอง! "โอกาส 30% มันน้อยไปไหม" 😱
ปีเตอร์ แบรนด์ท นักเทรดในตำนานผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 40 ปี และมีผู้ติดตามกว่า 6 แสนคนบน X (ทวิตเตอร์) ได้โพสต์ทวีตที่สร้างความสั่นสะเทือนให้ชาวคริปโทอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน แบรนด์ทได้ออกมาคาดการณ์ว่า "มีโอกาส 30% ที่ Bitcoin (BTC) จะทำจุดสูงสุดของรอบนี้แล้ว และอาจจะปรับฐานลงไปที่ 60k-70k ดอลลาร์ภายในเดือนพฤศจิกายน 2026 ก่อนที่จะพุ่งทะยานสู่ 500k ดอลลาร์ในรอบ Bull Run ครั้งต่อไป"
ล่าสุดเขาได้โพสต์ทวีตใหม่ โดยนำโพสต์เดิมของตัวเองมาถามว่า "โอกาส 30% มันน้อยไปไหม จะมีการปรับฐานกี่ %" สร้างความตื่นเต้นและคำถามมากมายในหมู่ผู้ติดตาม
แม้จะดูเป็นการโพสต์เชิงตั้งคำถาม แต่การที่นักเทรดระดับตำนานอย่างแบรนด์ทออกมาพูดถึงการปรับฐานครั้งใหญ่ของ Bitcoin ก็เป็นสิ่งที่ตลาดไม่ควรมองข้าม เพราะที่ผ่านมาเขาเคยทำนายการร่วงลงของ BTC ได้อย่างแม่นยำมาแล้วหลายครั้ง
🔸 แบรนด์ทเคยเตือนถึงการร่วงลงของ Bitcoin จาก 20,000 ดอลลาร์ในปี 2018
🔸 และยังคาดการณ์ได้ถูกต้องว่าตลาดจะเข้าสู่ช่วง Bear Market ที่ยาวนาน
แฮชแท็กที่เกี่ยวข้อง
#Bitcoin #BTC #PeterBrandt #คริปโท #LinaEngword #วิเคราะห์บิทคอยน์ #นักเทรดในตำนาน


⏰ สัญญาณเตือนภัย! 45 คือเกษียณใหม่ 🚨 งานประจำไม่มั่นคงอย่างที่คิดอีกต่อไป
เคยไหมที่รู้สึกว่าอายุ 45 เป็นวัยกลางคนที่มีประสบการณ์และกำลังทำงานได้อย่างเต็มที่? แต่วันนี้แนวคิดนั้นกำลังถูกท้าทายด้วยข่าวที่สั่นสะเทือนวงการพนักงานประจำ! 😨 ธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งได้เริ่มโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดสำหรับพนักงานที่อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่า 'การเกษียณที่ 60' กำลังจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว
ทำไม 45 ถึงกลายเป็น 60 ใหม่?
🔹 เทคโนโลยีและ AI เข้ามาแทนที่ : AI และเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้งานที่เคยต้องใช้ประสบการณ์และความรู้มานานถูกแทนที่ได้ง่ายขึ้น พนักงานรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีเหล่านี้จึงมีต้นทุนที่ต่ำกว่าและมีความคล่องตัวสูงกว่า 🤖
🔹 ลดต้นทุนบริษัท : ในสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง การปรับลดพนักงานที่มีอายุและเงินเดือนสูงจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่บริษัทใช้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
🔹 ต้นทุน vs. ความสามารถ : โลกธุรกิจคือตัวเลข 📊 หาก AI และคนรุ่นใหม่สามารถทำงานได้ดีกว่าในต้นทุนที่ถูกกว่า การเปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องปกติในโลกทุนนิยม
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือในประเทศจีน 🇨🇳 วงการเทคโนโลยีมีอายุงานสั้นมาก บางครั้งถึงขั้นจำกัดอายุผู้สมัครไม่เกิน 35 ปีเลยทีเดียว และหลายคนที่ถูกบีบให้ออกในวัยนั้นต้องหันไปทำอาชีพที่ต้องใช้แรงงาน เช่น ส่งอาหาร หรือขับรถรับจ้าง ซึ่งเป็นปลายทางที่เจ็บปวดแต่ก็เป็นไปตามกลไกตลาด
Lina Engword อยากให้ทุกคนตระหนักว่า...
ยุคที่งานประจำคือความมั่นคงกำลังจะจบลง ⚠️ อายุงานสั้นลงแต่อายุยืนขึ้น นี่คือความท้าทายที่แท้จริงของ 'ชนชั้นกลาง' ไม่ว่าจะเงินเดือนหมื่นหรือแสน ถ้าคุณรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อได้ยินคำว่า 'เกษียณ 45' นั่นแหละคือเสียงเตือนที่กำลังบอกให้คุณเริ่มวางแผนอนาคตทางการเงินและการทำงานอย่างจริงจังแล้ววันนี้!
#เกษียณ45 #AI #เทคโนโลยี #การเงิน #มนุษย์เงินเดือน #วางแผนชีวิต #LinaEngword
#LinaEngword


📢 ด่วน! Google ทุ่มทุนถือหุ้นบริษัทขุด #Bitcoin เพิ่ม! 🚀
ข่าวใหญ่ในวงการคริปโตวันนี้! 💥 Google บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลก ได้ประกาศเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทขุดบิตคอยน์ (Bitcoin) ชื่อ TeraWulf เป็น 14% แล้ว! 📈
การขยับตัวครั้งนี้ของ Google สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมการขุดบิตคอยน์ และอาจเป็นสัญญาณที่บอกว่ายักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเริ่มมองเห็นศักยภาพระยะยาวของสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีเบื้องหลังอย่างชัดเจน 💰✨
🔹 TeraWulf เป็นบริษัทขุด Bitcoin ที่เน้นการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของ Google ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ♻️
🔹 การลงทุนนี้อาจเป็นเพียงก้าวแรกของ Google ในการเข้ามามีบทบาทในโลกคริปโต และอาจเป็นตัวเร่งให้บริษัทเทคฯ อื่นๆ หันมาสนใจการลงทุนในลักษณะเดียวกันมากขึ้นในอนาคตอันใกล้
การที่บริษัทระดับโลกอย่าง Google ตัดสินใจลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ย่อมส่งผลเชิงบวกต่อความน่าเชื่อถือของอุตสาหกรรม และอาจกระตุ้นให้เกิดกระแสการลงทุนใหม่ๆ ตามมาอย่างแน่นอน 🔥
นี่คืออีกหนึ่งประวัติศาสตร์ที่กำลังจะถูกจารึกไว้ในโลกของการเงินและเทคโนโลยี 🌐
#Google #Bitcoin #TeraWulf #คริปโต #ลงทุน #เทคโนโลยี #ข่าวสาร #LinaEngword #LinaEngword
🚨 ด่วนที่สุด 🚨 BlackRock เทขาย Bitcoin มูลค่ากว่า 68.7 ล้านดอลลาร์! 😱 นักลงทุนสถาบันรายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกกำลังทำอะไรอยู่? และเราควรจะกังวลไหม? มาวิเคราะห์ไปพร้อมกันเลยครับ! 👇
หลังจากที่เคยเป็นผู้เล่นหลักในการเข้าซื้อ Bitcoin ผ่านกองทุน ETF อย่าง IBIT และสร้างสถิติเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง วันนี้ BlackRock กลับสร้างความประหลาดใจด้วยการเทขายในปริมาณที่สูงพอสมควร! 🧐
🔹 ทำไม BlackRock ถึงขาย?
แม้จะยังไม่มีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่มีหลายปัจจัยที่อาจเป็นเหตุผลในการตัดสินใจครั้งนี้
1️⃣ การปรับพอร์ตลงทุน (Portfolio Rebalancing): นี่อาจเป็นเรื่องปกติสำหรับนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ การขาย Bitcoin บางส่วนอาจเพื่อล็อกกำไร หรือกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น เช่น Ethereum หรือ Altcoin อื่นๆ ที่กำลังเติบโต
2️⃣ กระแสเงินทุนไหลออก: ข้อมูลจากหลายแหล่งในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า กองทุน IBIT ของ BlackRock มีช่วงที่เงินทุนไหลออกสุทธิเป็นครั้งแรกตั้งแต่เปิดตัว ซึ่งอาจเป็นไปตามภาวะตลาดโดยรวมที่ผันผวน
3️⃣ การเปลี่ยนกลยุทธ์: มีรายงานว่า BlackRock กำลังให้ความสนใจในตลาด Altcoin มากขึ้น โดยเฉพาะ Ethereum ที่ได้รับแรงหนุนจากการอนุมัติของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ และการอัปเกรดเครือข่าย
🔹 แล้วเราควรจะกังวลไหม?
การเทขายของ BlackRock ครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin ในระยะสั้น แต่เมื่อมองในภาพรวมแล้ว ยังมีปัจจัยที่น่าสนใจและควรพิจารณา
1️⃣ สัดส่วนที่น้อยมาก: แม้จะดูเป็นจำนวนที่เยอะ แต่ $68.7 ล้านดอลลาร์เป็นเพียงเศษเสี้ยวของพอร์ต Bitcoin ทั้งหมดที่ BlackRock ถือครอง ซึ่ง ณ วันที่ 14 ส.ค. 2025 พอร์ตคริปโตของ BlackRock มีมูลค่ารวมกว่า 104,000 ล้านดอลลาร์ โดยมี Bitcoin อยู่ถึง 89,270 ล้านดอลลาร์! นั่นหมายความว่าการขายครั้งนี้คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 0.1% ด้วยซ้ำ
2️⃣ ความเชื่อมั่นระยะยาว: BlackRock ยังคงแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของ Bitcoin ในระยะยาว โดยยังคงถือครองในปริมาณที่มหาศาล และเพิ่งเพิ่ม Bitcoin ETF เข้าไปในพอร์ตลงทุนแบบจำลองของตัวเอง ซึ่งอาจกระตุ้นดีมานด์ในอนาคต
สรุปแล้ว การขายของ BlackRock ในครั้งนี้อาจเป็นเพียงการปรับพอร์ตตามปกติ ไม่ได้เป็นสัญญาณที่น่ากังวลในระยะยาวสำหรับตลาด Bitcoin แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้นักลงทุนทุกคนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและประเมินความเสี่ยงก่อนการลงทุนเสมอครับ! 📈📉
#Bitcoin #BlackRock #Crypto #Investment #IBIT #นักเขียนข่าวโซเชียล #LinaEngword
💰 คนรวยไม่ได้รวยจากการ 'เก็บเงิน' แต่รวยจากการ 'สร้างเครื่องผลิตเงิน' 💸✨
คุณเคยฝันถึงรถหรูอย่าง Lamborghini ที่ราคา 25 ล้านบาทไหม? 🤔 หากคำนวณง่ายๆ ด้วยการเก็บเงินเดือนละ 20,000 บาท คุณจะต้องใช้เวลานานถึง 105 ปี กว่าจะซื้อมันได้ 😲 นั่นเท่ากับว่าต้องเก็บจนแก่ตายแล้วเกิดใหม่ก็ยังไม่สำเร็จ! ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าการเก็บเงินอย่างเดียวไม่สามารถทำให้คุณรวยได้จริง
แล้วอะไรคือสิ่งที่แตกต่างระหว่างคนรวยกับคนทั่วไป? 👇
🔹 คนทั่วไป มักจะ 'ออกแรงทิ้ง' : ทำงานแลกเงิน ➡️ แรงหมด = เงินหยุด 🚫 นี่คือกับดักที่ทำให้หลายคนไม่สามารถก้าวข้ามไปสู่ความมั่งคั่งได้
🔹 คนรวย มักจะ 'ออกแรงสร้าง' : ทำงานครั้งเดียว ➡️ สร้างเป็น 'เครื่องผลิตเงิน' 🔄 ที่สามารถสร้างรายได้ซ้ำๆ ได้อย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างของ 'เครื่องผลิตเงิน' อาจเป็น...
1️⃣ การลงทุน 📈 หุ้น, อสังหาริมทรัพย์, กองทุนรวม
2️⃣ ธุรกิจส่วนตัว 🏢 ที่มีระบบทำงานได้โดยไม่ต้องใช้แรงคุณตลอดเวลา
3️⃣ ทรัพย์สินดิจิทัล 💻 เช่น คอร์สออนไลน์, E-book, หรือช่อง YouTube ที่สร้างรายได้แบบ Passive Income
หากวันนี้คุณยังคง 'ออกแรงทิ้ง' ไปวันๆ ลองหันมาคิดดูว่าคุณจะเริ่ม 'ออกแรงสร้าง' เครื่องผลิตเงินของตัวเองได้อย่างไรบ้าง? 🛠️ การเปลี่ยน Mindset และลงมือทำคือจุดเริ่มต้นสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงของชีวิต!
#สร้างความมั่งคั่ง #Mindset #การเงิน #ลงทุน #passiveincome #ธุรกิจ #LinaEngword #LinaEngword
📜 เรื่องเล่าจากอดีต... 17 ปีที่แล้ว วันนี้คือจุดเริ่มต้นของ 'Bitcoin' ₿✨
รู้หรือไม่ว่าเมื่อ 17 ปีก่อน วันที่ 18 สิงหาคม 2008 คือวันที่บุคคลปริศนาในนาม "Satoshi Nakamoto" ได้จดทะเบียนโดเมนชื่อ Bitcoin.org 💻 นี่ไม่ใช่แค่การจดโดเมนธรรมดาๆ แต่คือจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติทางการเงินระดับโลกที่กำลังจะตามมา 🌐🚀
ภาพที่เห็นคือหลักฐานจากข้อมูล WHOIS ที่ยืนยันว่าโดเมนนี้ถูกสร้างขึ้นในวันนั้น ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญของ Bitcoin ก่อนที่ White Paper หรือเอกสารทางวิชาการชิ้นแรกจะถูกเผยแพร่ในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน และการขุด Genesis Block หรือบล็อกแรกสุดของ Bitcoin ในเดือนมกราคม 2009 ในที่สุด
Satoshi Nakamoto แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลในการสร้างระบบเงินสดดิจิทัลแบบ Peer-to-Peer ที่ไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางใดๆ 🙅♂️🚫 และความลับของตัวตนเขาก็ยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกคริปโต 🕵️♂️🔍
🔹 จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ สู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกการเงิน ทุกวันนี้ Bitcoin คือสินทรัพย์ที่ทรงพลังและได้รับการยอมรับในวงกว้าง
🔹 การตัดสินใจครั้งนั้นได้สร้างประวัติศาสตร์และปูทางให้กับนวัตกรรมบล็อกเชนและโลก Web3 ทั้งหมด 🌌
🔹 The rest is history. 📖✨
#Bitcoin #SatoshiNakamoto #BTC #Crypto #ประวัติศาสตร์Bitcoin #การเงิน #เทคโนโลยี #LinaEngword 

💸 เส้นทางเทรดเดอร์มือใหม่ 🏆 มุ่งเป้าที่ 'ทักษะ+วินัย' ก่อน 'กำไร' ‼️
หลายคนเข้าสู่โลกการเทรดด้วยความหวังว่าจะรวยเร็ว แต่รู้ไหมว่าเป้าหมายแรกที่สำคัญที่สุดสำหรับมือใหม่ไม่ใช่ 'เงิน' แต่คือการสร้าง 'รากฐาน' ที่แข็งแกร่งต่างหาก พื้นฐาน นั้นก็คือ ทักษะ และ วินัย นั่นเอง 🧠✨
🔹 ทักษะ คืออาวุธสำคัญ
การเรียนรู้เทคนิคการวิเคราะห์กราฟ, การบริหารความเสี่ยง, และการเลือกใช้เครื่องมือต่างๆ เปรียบเสมือนการฝึกฝนวิชาดาบ ยิ่งฝึกฝนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งคมขึ้นเท่านั้น
🔹 วินัย คือเกราะป้องกัน
การทำตามแผนที่วางไว้ ไม่หวั่นไหวไปกับอารมณ์ความกลัวหรือความโลภ คือสิ่งที่จะปกป้องคุณจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด และทำให้คุณอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน
💡 Lina Engword ขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ว่า... ถ้าคุณมีแต่กำไรโดยไม่มีทักษะและวินัย มันก็เหมือนการถูกหวย 🎟️ ที่เงินจะหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าคุณมีทักษะและวินัย กำไรจะตามมาเองในระยะยาวและมั่นคงกว่าแน่นอน
จำไว้ว่า "การเทรดคือมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งแข่งระยะสั้น" 🏃♂️💨 การสร้างนิสัยที่ดีในการเทรดวันนี้ จะส่งผลให้คุณประสบความสำเร็จในอนาคตได้อย่างแท้จริง 🥇
#เทรดเดอร์มือใหม่ #ลงทุน #หุ้น #คริปโต #วินัยการลงทุน #การเงิน #เทรด #forex #LinaEngword
⚡️ #BTCUSDT Technical Breakdown by Lina Engword (18 ส.ค. 68) ⚡️
สวัสดีเพื่อนๆ นักเทรดทุกคนค่ะ! กลับมาพบกับ Lina และการวิเคราะห์ภาพรวม BTC วันนี้กันนะคะ หลังจากที่ได้สังเคราะห์สัญญาณจาก 4 รูปแบบการเทรด (SMC, Ichimoku, EMA, etc.) ก็ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนมากๆ ค่ะ มาดูกันเลย! 👇
📉 ภาพรวมตลาด:
ราคาได้ขึ้นไปกวาดสภาพคล่อง (Liquidity Sweep) 💰 แต่ไม่สามารถไปต่อได้! ทำให้เกิดแรงเทขายมหาศาลจนโครงสร้างขาขึ้นในระยะกลาง "พังทลาย" ลงมา (CHoCH Bearish) ตอนนี้ทิศทางของเม็ดเงิน (Money Flow) และเทรนด์ระยะสั้นได้เปลี่ยนเป็น "ขาลง" อย่างชัดเจน และกำลังมุ่งหน้าลงไปหาแนวรับสำคัญด้านล่างค่ะ
⚔️ โซนแนวต้านสำคัญ (Golden Zone for Short): $116,800 - $117,700
🛡️ โซนแนวรับที่ต้องจับตา: $114,300 (ด่านแรก) และ $112,800 (ด่านถัดไป)
📊 สรุปความน่าจะเป็นของเทรนด์:
🔸 วันนี้: ขาลง (โอกาส 85%) 🔴
🔹 ระยะกลาง: ขาลง (โอกาส 75%) 🟠
🔸 ระยะยาว: ขาขึ้นกำลังถูกทดสอบ (โอกาส 55%) 🟡
🎯 High Conviction Trade Setup by Lina Engword 🎯
นี่คือ Setup ที่มีความน่าจะเป็นสูงที่สุด จากการยืนยันของทุกสัญญาณค่ะ
🔹 Action: รอเข้า Short 📉
🔹 Entry (จุดเข้า): รอราคาดีดตัวขึ้นมาที่โซน $116,800 - $117,400
🔹 TP (เป้าหมาย): $114,400 (TP1), $112,800 (TP2)
🔹 SL (ตัดขาดทุน): $118,200
🔹 เหตุผล: เป็นโซนที่ทุกอินดิเคเตอร์ยืนยันตรงกันว่าเป็นแนวต้านที่แข็งแกร่งมาก! (EMA200 + Ichimoku Cloud + Bearish OB) ทำให้มีความได้เปรียบสูงมากค่ะ
ขอให้ทุกคนเทรดอย่างมีสติและบริหารความเสี่ยงอย่างดีนะคะ! Good luck! 💚
Disclaimer: การวิเคราะห์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง
#Bitcoin #BTC #Crypto #เทรดคริปโต #วิเคราะห์บิทคอยน์ #SMC #ICT #Trading #LinaEngwordAnalysis #ลงทุน #คริปโต
ภาพนี้แสดงจุด "CHoCH" (Change of Character) และ "BoS" (Break of Structure) ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นหัวใจของการวิเคราะห์ทั้งหมดว่า "ทำไมเราถึงมองลง"
เหตุผล:
สัญญาณขายสุดคลาสสิก: การที่ราคา "หลุดใต้เมฆ Kumo" เป็นสัญญาณขายที่ชัดเจนและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ผู้ติดตามหลายคนสามารถเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายซับซ้อน
ภาพสะอาดตา: ภาพนี้ไม่ซับซ้อน มีแค่ราคาและอินดิเคเตอร์ Ichimoku ทำให้มองเห็นการเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างชัดเจน
ทรงพลัง: การหลุดเมฆ Kumo ใน TF 2H ถือเป็นสัญญาณที่แข็งแรงมาก ทำให้ภาพนี้ดูมีพลังและสื่อถึงแรงขายได้เป็นอย่างดี
ภาพนี้แสดงจุด "CHoCH" (Change of Character) และ "BoS" (Break of Structure) ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นหัวใจของการวิเคราะห์ทั้งหมดว่า "ทำไมเราถึงมองลง"
เหตุผล:
สัญญาณขายสุดคลาสสิก: การที่ราคา "หลุดใต้เมฆ Kumo" เป็นสัญญาณขายที่ชัดเจนและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ผู้ติดตามหลายคนสามารถเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบายซับซ้อน
ภาพสะอาดตา: ภาพนี้ไม่ซับซ้อน มีแค่ราคาและอินดิเคเตอร์ Ichimoku ทำให้มองเห็นการเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างชัดเจน
ทรงพลัง: การหลุดเมฆ Kumo ใน TF 2H ถือเป็นสัญญาณที่แข็งแรงมาก ทำให้ภาพนี้ดูมีพลังและสื่อถึงแรงขายได้เป็นอย่างดี🪙 บิตคอยน์จะพุ่งไปถึงไหน? 🚀 วงจร 4 ปี BTC อาจยังไม่ตาย! นักวิเคราะห์ชี้อีก 100 วันอาจถึงจุดพีค!
นักลงทุนคริปโตฯ ห้ามพลาด! 🚨 ประเด็นร้อนที่หลายคนสงสัย "วงจร 4 ปีของ Bitcoin" ยังใช้ได้จริงเหรอ? แม้จะมีกองทุน ETF และนักลงทุนสถาบันเข้ามาเปลี่ยนเกม แต่ดูเหมือนทฤษฎีนี้อาจยังทำงานอยู่!
🔹 ย้อนรอยวงจร Bitcoin 🕰️
🔸 รอบปี 2015-2018
🪙 ราคาพุ่ง 110 เท่า!
⏱️ ใช้เวลา 1,068 วันถึงจุดสูงสุด
🔸 รอบปี 2018-2022
🪙 ราคาพุ่ง 21 เท่า
⏱️ ใช้เวลา 1,060 วันถึงจุดพีค
🔸 รอบปัจจุบัน (2022-2025)
🪙 ราคาขึ้นมาแล้ว 7.3 เท่า!
⏱️ ผ่านไป 997 วัน
🔮 เหลือเวลาอีกแค่ 100 วัน ก่อนจะถึงจุดสูงสุดของรอบนี้?!
ราคา Bitcoin ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 117,625 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากทฤษฎีนี้เป็นจริง เราอาจได้เห็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดของรอบนี้ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเมื่อใกล้ถึง "จุดพีค" ตลาดอาจมีความผันผวนสูงจากแรงขายทำกำไร 📉 นักลงทุนต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด! 👀
แต่ถ้า BTC ยังพุ่งเกินกรอบเวลาเดิม นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าตลาดคริปโตกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ไม่มีวงจร 4 ปีแบบเดิมอีกต่อไป! ยุคที่เราอาจได้เห็น Bull Run ที่ยาวนานกว่าเดิม! 🐂
คุณคิดว่า Bitcoin จะยังคงเป็นไปตามวงจรเดิม หรือตลาดจะเปลี่ยนไปตลอดกาล? 🤔
#Bitcoin #BTC #คริปโต #ลงทุน #ตลาดคริปโต #วงจร4ปี #นักวิเคราะห์ #การเงิน #เทรดคริปโต #LinaEngword 

แกงกะหรี่ปูทอดค่ะ


เคยได้ยินไหมคะ❓ ประโยคสุดคลาสสิกในวงการลงทุนที่ว่า...
"ไม่เคยมีใครในประวัติศาสตร์ ที่ถือดัชนี S&P500 มาอย่างน้อย 10 ปี แล้วพอร์ตไม่บวก 2 เท่า"
และ
"ไม่เคยมีใครในประวัติศาสตร์ ที่ถือ Bitcoin มาอย่างน้อย 4 ปี แล้วพอร์ตไม่บวก 4 เท่า"
ฟังดูดีและน่าตื่นเต้นสุดๆ ไปเลยใช่ไหมคะ 🤩 แต่เดี๋ยวก่อน! วันนี้เรามาเจาะลึกข้อเท็จจริงเบื้องหลังคำกล่าวนี้กันค่ะ 🧐
S&P 500 📈ถือยาว 10 ปี การันตี 2 เด้งจริงหรือ?
🔸 ความเชื่อ 🔸 การลงทุนระยะยาวในหุ้น 500 บริษัทชั้นนำของอเมริกา ยังไงก็กำไรสวยๆ ใน 10 ปี
🔹 ความจริง 🔹 แม้การลงทุนระยะยาวใน S&P 500 จะให้ผลตอบแทนที่ดีมากๆ ในประวัติศาสตร์ แต่ก็มีช่วงที่เรียกว่า "ทศวรรษที่หายไป" (Lost Decade) 😱
ตัวอย่างเช่น หากใครลงทุนในช่วงต้นปี 2000 ซึ่งเป็นช่วงฟองสบู่ดอทคอมแตก พอเจอวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2008 เข้าไปอีก 📉 กว่าพอร์ตจะกลับมาเท่าทุนก็ใช้เวลาไปเกือบ 10 ปีเต็มๆ เลยค่ะ ดังนั้นกฎที่ว่า "10 ปีต้องบวก 2 เท่าเสมอ" จึงอาจไม่จริงเสมอไปนะคะ
Bitcoin 🪙 ถือ 4 ปี พอร์ตโต 4 เท่าจริงดิ?
🔸 ความเชื่อ 🔸 ถือ Bitcoin ตามรอบ Halving (ประมาณ 4 ปี) ยังไงก็ได้กำไรมหาศาล 400%
🔹 ความจริง 🔹 Bitcoin ให้ผลตอบแทนที่น่าทึ่งมากๆ ก็จริง แต่ก็มีความผันผวนสูงปรี๊ดเช่นกัน ⚡️ หากใครเข้าซื้อในช่วงที่ราคาสูงสุดๆ (All-Time High) ของปี 2017 ที่ราคาเกือบ 20,000 ดอลลาร์ 💸 พอถือมาครบ 4 ปีในช่วงปลายปี 2021 แม้พอร์ตจะเป็นบวก แต่ก็ยังไม่ถึง 4 เท่าตามที่กล่าวอ้างค่ะ
☝️ Lina Engword ขอย้ำนะคะว่า การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ และไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ประโยคที่ว่า "ผลตอบแทนในอดีต ไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต" ยังคงเป็นความจริงเสมอค่ะ 🚫
สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน จัดการความเสี่ยง และไม่หลงเชื่อคำกล่าวอ้างที่ฟังดูดีเกินจริงนะคะ ❤️
#LinaEngword #ลงทุน #การเงิน #หุ้น #คริปโต #Bitcoin #SP500 #ความรู้การลงทุน #เตือนภัยการลงทุน #FactCheck #ลงทุนอย่างมีสติ