Right Shift's avatar
Right Shift
official@rightshift.to
npub1ejn7...97a5
Your everyday #Bitcoin Leading the Bitcoin education in Thailand. Host of the #BitcoinThailand building #Siamstr
Right Shift's avatar
Right Shift 1 year ago
ฮาโหล่วววว!! ใครจะไป Halving Party ที่ Chithole เมืองทองธานี ในคืนวันที่ 20 เมษายน ที่จะถึงนี้ รบกวนลงชื่อด้วย . ทางทีมงานจะได้จัดแจงอุปกรณ์และเตรียมความพร้อมได้อย่างทั่วถึงจ้า~ #Siamstr https://docs.google.com/forms/d/19mwIybUNB8EtBXssXx5Ql1gtchDTQUEzV10ZljNY-iw/viewform?fbclid=IwAR318j9afuVFFfF4FaBwoweRBCs4phqWxMncO4tFhsq2Spp74TMCy6mZN0w&edit_requested=true
Right Shift's avatar
Right Shift 1 year ago
The Fiat Standard พร้อมลายเซ็นอ.ตั๊ม รอบเก็บตก ล็อตสุดท้าย เปิดให้ซื้อแล้วครับ ลุย!! #Siamstr
Right Shift's avatar
Right Shift 1 year ago
วันนี้มี ALT+TAB SS2 EP2 นะครับ เจอกันเวลา 18:15 image #Siamstr
Right Shift's avatar
Right Shift 1 year ago
ก่อนสองทุ่มนิด ๆ คืนนี้ คุณมีนัดเช่นเคย #สภายาส้ม EP 34 LIVE กับ 4 หัวข้อข่าว "สั้น ๆ" 5555555 - นิ่ม : ปัญหาการเงิน สู่ปัญหาการเลิกลา - อิสร : สวิตเซอร์แลนด์ แดนอิสรชน - พี่พง : กับดักระบบประกันกลุ่ม - อาร์ม : อัปเดตความเคลื่อนไหวในคอมมูฯ นอสเตอร์ แช่เครื่องดื่มให้พร้อม แล้วพบกันตามหลืบแชต ทั้งท่อแดงและทุ่งม่วง #siamstr
Right Shift's avatar
Right Shift 1 year ago
Lightning Network ไม่คนมีคนใช้งาน! ใช้งานไม่ได้จริง! ค่าโอนแพง! จริงหรือ? . โอเค ใครที่ยังเข้าใจแบบนี้อยู่ อยากให้ดูตัวอย่างล่าสุดในงาน Bitcoin Atlantis ที่เพิ่งจบไป มีหลายอย่างน่าสนใจมากภายในงาน มีการใช้จ่ายด้วยบิตคอยน์รวม ๆ แล้วมากกว่า 2 BTC (ประมาณ 5 ล้านบาท) . มีการเซ็ตอัพเครื่อง POS ทั่วงานกว่า 60 เครื่อง โดยใช้ BTCpayserver+blink และในงานนี้ยังมีการใช้ Fedimint กันจริงจังอีกด้วย . เรียกได้ว่าช่วงตลาดขาลงที่ผ่านมาที่เหล่านักลงทุนไม่ได้ให้ความสนใจ กลับเป็นช่วงเวลาสุดแสนวิเศษ ที่เหล่านักพัฒนาได้มอบความรักและพัฒนาการสุดล้ำค่าให้กับเจ้าบิตคอยน์ได้เติบโตแบบก้าวกระโดดจนเกิดเป็นการใช้งานจริงในหลายพื้นที่ทั่วโลก . ปิรันย่าอยากให้คุณลองศึกษา "Layer 2-3 ที่แท้จริง" ของบิตคอยน์กัน! . ใครอยากเห็นบรรยากาศจริงในงาน ลิงก์อยู่ด้านล่าง คลิ๊กเลย! #Siamstr #Bitcoin image
Right Shift's avatar
Right Shift 1 year ago
วันเสาร์ที่ 6 เมษายนนี้ ใครว่าง ไปเจอกันที่งานเปิดตัวหนังสือ The Fiat Standard นะครับ image เล่มไหนยังไม่มีลายเซ็น พกไปให้ อ. ตั๊มเซ็นได้เลย ที่บูธซีเอ็ด ล็อก L47 ชั้น LG งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ #Siamstr
Right Shift's avatar
Right Shift 1 year ago
สำหรับคนที่เลือกสีไม่ได้ก็สั่งแบบดับเบิ้ลไปเลย! สั่งก่อน ได้ก่อน มีเสื้อใส่ไปเล่นสงกรานต์แน่นอน . เปิดให้พรีออเดอร์ได้ไม่กี่วัน เสื้อก็แห้งสต๊อกแล้ว ก็เลยขออนุญาตอัปเดตสต๊อกที่เหลือหน่อยแล้วกัน . สีดำ M 15 ตัว L 133 ตัว XL 101 ตัว XXL **หมด** . สีขาว (เปิดเพิ่ม) M 13 ตัว L 7 ตัว XL 3 ตัว XXL 3 ตัว . ราคาลดจาก 390 บาท เหลือ 350 บาท จะปิดให้พรีออเดอร์ในราคาลดภายใน วันที่ 10 เมษายน 2567 . เริ่มจัดส่ง ต้นเดือนเมษายนที่กำลังจะถึงนี้ #Siamstr #Bitcoin image
Right Shift's avatar
Right Shift 1 year ago
กราบสวัสดี พ่อค้า แม่ค้า หัวใจไลท์นิ่งทั้งหลาย ตอนนี้ Right Shift เปิดให้ทุกท่านลงทะเบียนเข้ามาเป็นร้านค้า ในโซน 'ตลาดนัดไลท์นิ่ง' ในงาน TBC2024 วันที่ 14-15 กันยายน 2567 กันได้แล้ว ตลาดนัดไลท์นิ่งจะอยู่โซนด้านหน้า ทางเข้าของงาน "สำหรับท่านที่สนใจ เราเปิดโอกาสให้ท่านได้สมัครฟรี!" โดยกรอกฟอร์มลงทะเบียนด้านล่างนี้ แล้วทีมงานจะติดต่อไปสัมภาษณ์เล็กๆ น้อยๆ เพราะพื้นที่ในงานมีจำกัด จุดได้ประมาณ 4-5 ร้าน งานนี้อาจจะต้องมีคัดกันบ้าง ใครที่ไม่ได้ไม่ต้องเสียใจเด้อออออ~ จบงานนี้เรายังมีโอกาสร่วมงานกันอีกเยอะ ขอขอบคุณล่วงหน้าเลยนะครับ สำหรับที่อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพวกเรา เลิฟๆ #Siamstr #TBC2024 #ThailandBitcoinConference https://forms.gle/zL5FpKPRgaF8Dh638
Right Shift's avatar
Right Shift 1 year ago
image ถอดเทป! #BitcoinTalk 179 How to NOT be poor [ทำไงให้ไม่จน?] . วิดีโอความยาว 2 ชั่วโมงนี้ จะชวนให้คุณ “เริ่ม” ตั้งคำถามกับระบบการเงินที่กำลังสูบเลือดสูบเนื้อประชาชนคนธรรมดาอย่างพวกเรา . ที่มาของความลำบากยากจนสุดในยุคอภิมหาความเหลื่อมล้ำที่กำลังเกิดขึ้นนี้ไม่ใช่แค่เพราะพฤติกรรมการใช้เงินห่วยๆ ของประชาชน . แต่เกิดจากพฤติกรรมการใช้เงินของรัฐบาลหรือชนชั้นปกครองที่ผลักค่าครองชีพให้สูงขึ้นจนส่งผลต่อความเป็นอยู่ของชนชั้นกลางและชนชั้นรากหญ้า . โดยจะขอนำเสนอผ่านการทำความเข้าใจ “ระบบเงินเฟียต” หรือเงินตราที่ออกออกโดยรัฐบาล . โดยเริ่มจากสิ่งที่เราทำได้เองไปจนถึง เรื่องที่แม้จะอยู่เหนือการควบคุมของเราแต่เราก็มีสิทธิ์ที่จะหนีจากมัน ถ้าพร้อมแล้ว…เชิญครับ . ** คำเตือน : ไม่ใช่คำแนะนำและชักชวนในการลงทุน ** . ----------------------------------------------- Chapter 1 : “การบริหารการเงินส่วนบุคคล (ฉบับรวบรัด)” . เริ่มวางแผนหลุดพ้นจากความยากจนในเรื่องที่เราพอทำได้กัน ----------------------------------------------- . เรามาทำความเข้าใจคำว่า “สภาพคล่อง (Liquidity)” และ “ความมั่งคั่ง (Wealth)” . พื้นฐานแรกในการเริ่มเก็บสะสมความมั่งคั่ง นั่นคือ เราจะต้องเป็นคนที่มีสภาพคล่องที่สุขภาพดีก่อน หรือก็คือ “ใช้ให้น้อยกว่าที่หามาได้” . หากไม่พอใช้ก็ต้องหาเพิ่มจนเหลือเก็บ และเก็บสำรองให้มากพอสำหรับใช้ในยามฉุกเฉิน นี่คือ “พื้นฐานการออม” ที่หลายคนพอจะรู้กันอยู่แล้ว . แต่สิ่งที่คุณต้องรู้เพิ่มคือ “เราไม่ควรมีสภาพคล่องที่เป็นเงินเฟียต (เงินตรารัฐบาล) ในจำนวนที่มากจนเกินไป” . เงินเหล่านี้เสื่อมค่าลงตลอดเวลา คุณไม่ควรถือมัน “มากเกิน” ที่จะทำให้คุณเสียโอกาสในการรักษาความสามารถในการจับจ่ายใช้สอย . และคุณจะไม่ควรถือมัน “น้อยเกิน” ที่จะทำให้คุณจะต้องขายสินทรัพย์ที่คุณสะสมไว้เพื่อเติมสภาพคล่องในเวลาที่คุณเกิดขัดสนขึ้นมา . เราควรจะนำเงินส่วนเกินจากการออมเงินสำรองฉุกเฉิน ไปออมในสินทรัพย์ที่แข็งค่ามากกว่าเงินเฟียต เช่น ที่ดิน ทองคำ บิตคอยน์ หรือ สินทรัพย์อื่นๆ ที่คุณศึกษามันจนมั่นใจ . ใช่แล้วครับวิธีที่จะไม่จนฉบับรวบรัดนี้ ควรจะเป็นพื้นฐานการเงินที่ควรบรรจุลงในหลักสูตรการศึกษาเบื้องต้น . มันคือ “พื้นฐานการออม” นั่นเอง โดยเฉพาะ “การออมในสินทรัพย์ที่ไม่เสื่อมค่า” . ซึ่งคุณเข้าใจถึงตรงนี้ก็เพียงพอแล้ว แต่ในช่วงต่อไปจะทำให้คุณเข้าใจว่า “ทำไมเหล่าชนชั้นปกครองถึงไม่อยากให้ประชาชนของเขารู้เรื่องเหล่านี้?” . ----------------------------------------------- Chapter 2 : “ระบบเงินเฟียต (ฉบับรวบรัด)” . รากเหง้าของความเหลื่อมล้ำและการผ่องถ่ายความมั่งคั่งจากคนชนชั้นรากหญ้าสู่ชนชั้นปกครอง ----------------------------------------------- . ย้อนกลับไปอดีตที่เราใช้ทองคำเป็นเงิน เนื่องจากทองคำนั้นมีคุณสมบัติของการเป็นเงินที่ดีครบถ้วน 3 ประการ . นั่นคือ การเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน (Medium of Exchange), การเป็นหน่วยวัดทางบัญชี (Unit of Account) และ การเป็นเครื่องเก็บรักษามูลค่า (Store of Value) . และสิ่งที่ทำให้ทองคำเป็น “เงินที่แข็งแกร่งที่สุด” ตราบเท่าที่มนุษย์เคยรู้จัก คือความสามารถในการเก็บรักษามูลค่า . และหัวใจสำคัญของการเก็บรักษามูลค่าก็คือ “ความหายาก” และ “อัตราการผลิตที่คงที่คาดเดาได้” . ทองคำมีอัตราการผลิตเฉลี่ย 1-2% ต่อปี อุปทานที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและคาดการณ์ได้ ทำให้ทองคำสามารถรักษามูลค่าข้ามผ่านกาลเวลาได้ . ตามคำกล่าวของคนเฒ่าคนแก่ "เงินที่มีค่าคือทองคำ และหากประเทศใดต้องการผลิตเงินของตัวเองก็จำเป็นจะต้องใช้ทองคำค้ำประกันค่าของเงินนั้น" . แต่หายนะมันเริ่มต้นขึ้นในวันที่ชนชั้นปกครองใช้ข้ออ้างในการทำศึกสงครามในการแอบผลิตเงินที่ไม่มีทองคำค้ำประกัน . มีปริมาณเงินในระบบมากกว่าทองคำที่มีในคลัง ทำให้เงินที่ไม่ได้ถูกค้ำด้วยทองคำเสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็ว . จนในที่สุดประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ได้ตัดสินใจชักดาบทั้งโลกด้วยการยกเลิกระบบมาตรฐานทองคำเพื่อหนีความผิดในการแอบผลิตเงินในปี ค.ศ. 1971 . นับตั้งแต่นั้นมา ประเทศมหาอำนาจและเหล่าชนชั้นปกครองเหล่านี้ก็สามารถผลิตเงินเพิ่มได้อย่างง่ายดายดั่งใจนึก . และสกุลเงินที่ถูกผลิตได้อย่างง่ายดายนี้ กลายเป็นเงินสกุลเงินหลักของโลกที่คอยค้ำประกันสกุลเงินในประเทศที่อยู่ใต้อาณัติในเวลาต่อมา . ปริมาณเงินตรารัฐบาลที่เป็นเงินสกุลหลักของโลกสูญเสียมูลค่าในการจับจ่ายใช้สอยลงไปมากกว่า 99% . และมูลค่าของค่าเงินที่ถูกค้ำด้วยสกุลเงินหลักเหล่านี้ก็มีชะตากรรมที่ไม่ต่างกันนัก . ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม ที่เคยราคา 25 บาท ก็มีราคา 50-60 บาท มันช่างย้อนแย้งกับตัวเลขเงินเฟ้อ 2-3% ที่รัฐบาลประกาศเหลือเกิน . “ความสามารถในการเก็บออม” คือ สิ่งที่ทำให้มนุษย์วิวัฒนาการ มันทำให้เราสามารถวางแผนอนาคตและกล้าที่จะมองการไกล . แต่บัดนี้ มนุษย์ได้เสียความสามารถนี้ไปแล้ว จากการถูกบังคับให้ใช้เงินที่เสื่อมค่าลงตลอดเวลา . มีคนบางกลุ่มที่รับรู้และพยายามจะเอาชนะเงินที่เสื่อมค่านี้ด้วยการนำเงินที่มีอยู่ไป “ลงทุน” ในสิ่งที่สร้างผลตอบแทนที่มากกว่าอัตราการเสื่อมค่าของเงิน . และกว่า 95% ของคนที่กระโดดเข้าสู่โลกการลงทุน “เจ๊งยับ” . ในขณะที่คนส่วนใหญ่อย่างเรากระเสือกกระสนทำงานอย่างเอาเป็นเอาตาย ก็มีกลุ่มคนไม่กี่กลุ่มที่ทำตัวเป็นปลิงตัวโตค่อยสูบเลือดสูบเนื้อพวกเรา . คนเหล่านั้นไม่ใช่กลุ่มนายทุน (Capitalist) อย่างที่สื่อกระแสหลักประโคมข่าวให้เป็นแพะรับบาป แต่เป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลประโยชน์จากการผลิตเงิน (Cantillonaires) . ความสามารถในการผลิตเงินนี้ส่งกลิ่นยั่วยวนเหล่าผู้มีอำนาจน้อยใหญ่ให้เข้ามาเลียแข้งเลียขาผู้ผลิตเงินเพื่อให้พอได้รับเศษบุญกับเขาบ้าง . เกิดเป็นการรวมศูนย์อำนาจกลายเป็นองค์กรขนาดใหญ่ต่างๆ ที่ความสามารถในการบริหารไม่ได้ใหญ่ตามขนาด . หายนะระลอกแรก คือ การใช้จ่ายปริมาณมหาศาลของคนกลุ่มเล็กๆ นี้ ก็มากพอที่จะดันราคาข้าวของเครื่องใช้ในระบบเศรษฐกิจให้สูงขึ้น . แต่คนที่อยู่ห่างไกลจากแหล่งผลิตเงิน อย่างชนชั้นรากหญ้านั้นไม่สามารถอยู่รอดได้ในสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น . เกิดเป็นหายนะระลอกที่สอง คือการที่ชนชั้นรากหญ้าต้องถูกบังคับให้นำเอาสินทรัพย์มาขายเพื่อเติมสภาพคล่อง ให้พอต่อลมหายใจในสภาวะค่าครองชีพที่สูงนี้ . เช่น ชาวนาที่ต้องจำใจขายที่ดินให้นักการเมืองเพื่อที่จะเปิดรีสอร์ต หรือ ชาวสวนการนำที่ดินทำกินไปค้ำประกันเงินกู้กับธนาคาร . ชนชั้นรากหญ้าค่อยๆ คายสินทรัพย์ของตัวเอง ป้อนเข้าสู่เหล่าชนชั้นปกครองที่เสกเงินที่มากว้านซื้อได้อย่างง่ายดาย . หายนะเหล่านี้ค่อยๆ เผยตัวออกมาในรูปของความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้นในพลังทวี สิ่งที่ระบบเงินเฟียตสร้างไม่ใช่แค่ความเหลื่อมล้ำในระดับผู้คน . แต่ยังลามมาถึงความเหลื่อมล้ำในการทำธุรกิจ หรือ การผูกขาดธุรกิจ . ----------------------------------------------- Chapter 3 : “บริษัทซอมบี้ (ฉบับรวบรัด)” . การผูกขาดในภาคธุรกิจจากการบ่มเพาะในระบบเฟียต ----------------------------------------------- . ธุรกิจเก่าแก่ในยุคบุกเบิกที่ต้องการจะรักษาความมั่งคั่งของตัวเอง ได้แทรกแซงรัฐบาลให้ออกกฎหมายที่เอื้อต่อตัวเองและกีดกันคู่แข่งหน้าใหม่ . ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ “กำแพงภาษี” ที่ออกแบบมาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและกระจายความมั่งคั่งจากเศรษฐีสู่ผู้ที่ขาดแคลน . แต่ในความเป็นจริง เหล่ามหาเศรษฐีและบริษัทจัดการภาษีทั้งหลาย ก็เสกให้ยอดภาษีที่เขาจะต้องเสียจริง น้อยกว่าค่าเช่าห้องของนักศึกษาปริญญาตรีเสียอีก . ธุรกิจเก่าแก่เหล่านี้ปักหลักขุดคลองน้ำขึ้นมาล้อมรอบตัวเอง ส่วนรัฐบาลทำตัวเป็นจระเข้ในลองที่คอยเฝ้าไม่ให้ธุรกิจหน้าใหม่เข้ามาแข่งขันได้ . เกิดเป็นการผูกขาดในภาคธุรกิจและเกิดเป็น “บริษัทซอมบี้” ที่แม้จะไม่ได้สร้างผลกำไรทางธุรกิจ แต่ก็สามารถอยู่รอดได้เพราะมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับรัฐบาล . กลับกัน ธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตยังไม่ทันได้โตก็ต้องฝ่อตาย บริษัทขนาดเล็กนั้นง่ายต่อการหาประสบการณ์ของเด็กจบใหม่ . แต่พอเด็กเหล่านี้เริ่มมีความรู้และประสบการณ์ขึ้นมานิดหน่อย ก็ย้ายไปทำงานที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เกิดเป็นวัฒธรรมในการย้ายงานในปัจจุบัน . พนักงานไม่มีความจงรักภักดีกับบริษัท แต่ต้องการที่จะยกระดับเงินเดือนของตัวเองให้ทันกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น . บริษัทขนาดเล็กก็กลายเป็นเหมือนพี่เลี้ยงเด็กที่ปั้นเด็กจบใหม่ป้อนเข้าสู่บริษัทยักษ์ใหญ่ และเสียโอกาสในการเติบโต . บริษัทขนาดเล็กก็ยิ่งเล็กลงไปอีกหรือไม่ก็ต้องปิดบริษัทไป ส่วนบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่มาก่อนก็ใหญ่ขึ้นไปอีก . ----------------------------------------------- ทั้งหมดนี้ คือโลกที่ผิดเพี้ยนจาก "ระบบเงินเฟียต" ระบบการเงินที่อำนาจในการผลิตเงินอยู่ในมืองของคนไม่กี่คน . และแน่นอนที่เหล่าชนชั้นปกครองและลูกหาบทั้งหลายที่คอยทำตัวเป็นปลิงสูบเลือดสูบเนื้อประชาชน คงไม่ยอมปล่อยอำนาจเหล่านี้ให้หลุดจากมือ . กลับกัน คนเหล่านี้จะทำทุกวิถีทางเพื่อสั่งสมอำนาจของตัวเองและแกล้งทำตัวเป็นพ่อพระด้วยโครงการแห่งความยั่งยืนทั้งหลาย . โครงการเหล่านี้ไม่เคยแก้ปัญหาได้ถูกจุด เพราะต้นตอของปัญหาที่แท้จริง คือ "ระบบการเงินที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเหล่าผู้มีอำนาจไม่กี่กลุ่ม" . มาถึงตรงนี้ก็เกิดคำถามขึ้นมาหัวว่า เราหากมีเงินที่แข็งแกร่ง เงินที่เก็บรักษามูลค่าได้ เงินที่ไม่ถูกควบคุมและแทรกแซงโดยเหล่าผู้มีอำนาจไม่ว่าใคร . ...เราอาจจะได้เห็นโลกที่ดีกว่าที่เป็นอยู่นี้ก็ได้นะ? . ----------------------------------------------- “Don’t trust, verify” . เนื้อหาในบทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคลิป BitcoinTalk 179 How to NOT be poor และหนังสือ The Fiat Standard ที่อยากชี้ให้เห็นปัญหาสังคมที่สั่งสมมานาน ที่มีสาเหตุมาจาก “ระบบเงินเฟียต” หรือระบบเงินสร้างง่ายที่อำนาจการผลิตอยู่ในมือของคนไม่กี่กลุ่ม . ผมไม่คาดหวังคุณจะให้คุณเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ก็หวังอย่างยิ่งว่ามันจะกระตุกจิตกระชากใจให้คุณเริ่มที่จะตั้งกับถามกับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน . ถ้าหากคุณเชื่อผม ก็ขอให้คุณศึกษามันต่อและตกตะกอนมันด้วยตัวคุณเอง แต่ก็เกิดคุณไม่เชื่อ ผมก็ขอให้คุณโชคดีครับ :) . #เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #Siamstr -----------------------------------------------
Right Shift's avatar
Right Shift 1 year ago
เป้าหมายที่แท้จริงของมันคือ กลายมาเป็นระบบการเงินหลักของโลก image ซาโตชิมองว่ามันขึ้นมาเพื่อแทนระบบเงินเฟียต ดึงเรากลับไปสู่ระบบเงินที่เหมือนสมัย Gold Standard ที่เงินไม่สามารถถูกเสกขึ้นมาได้ หลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าทุกวันนี้เราผลิตเงินโดยไม่จำเป็นต้องมีทองคำในคลัง สิ่งที่เราต้องมีคือ "หนี้" เพราะฉะนั้นตอนนี้เราอยู่ในโลกที่เงิน ถูกสร้างขึ้นมาจากหนี้ และหนี้นี้แทบไม่มีต้นทุนในการสร้าง โลกมันรวนไปหมด มันให้อำนาจกับกลุ่มคนกลุ่มนึงมากเกินไป จนเค้าคิดว่าเค้าสามารถที่จะควบคุมชีวิตผู้อื่นได้ บินไพรเวทเจ็ทไปประชุมกันในเมืองเล็กๆ ในห้องสุดหรูหราสักแห่งหนึ่ง จิบไวน์และกินสเต๊กราคาแพงที่สุด แล้วออกมานั่งสั่งให้ผู้คนทำแบบนั้นแบบนี้ ให้กินแมลง ใช้พลังงานให้น้อยลง และทุกคนต้องทำตาม มีคนแค่ไม่กี่คนกำลังตัดสินชะตาชีวิตของผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก ที่แม้จะวางนโยบายผิดพลาด สร้างความเสียหายร้ายแรง ก็ไม่ได้ "รู้สึกผิด" อะไร ไม่ต้อง "รับผิดชอบอะไร" เพราะพวกเขาไม่ใช่ญาติพี่น้อง ไม่ได้มองจ้องตาผู้คนนับล้านๆ ที่ชีวิตกำลังถูกทำลาย ทางเดียวที่สังคมมนุษย์จะกลับมาเจริญรุ่งเรืองได้อีกครั้ง คือ เราต้องมีเงินที่ดี image #Siamstr
Right Shift's avatar
Right Shift 1 year ago
คำพูดที่ว่า "บิตคอยน์มันไม่มีพื้นฐาน" คงเป็นคำพูดที่ไร้สาระสิ้นดี สำหรับคนที่ได้เข้าใจเนื้อหาในหนังสือเหล่านี้ . บิตคอยน์คืออะไร เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาอะไร ทำงานอย่างไร และปัญหาที่บิตคอยน์พยายามแก้นั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน? . แม้คนที่เข้าใจและสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้นั้นมีเพียงหยิบมือ . แต่คุณเองก็สามารถตอบคำถามข้างต้นนี้ได้ด้วยตัวเอง ด้วยการศึกษาหนังสือสุดทรงคุณค่าที่ถูกแปลไทย 4 เล่มนี้ . 📗 หนังสือ The Fiat Standard ระบบการเงินผูกขาด สู่อารยธรรมแห่งการเป็นทาสในเรือนเบี้ย . 📙 หนังสือ The Bitcoin Standard ระบบการเงินทางเลือกใหม่ไร้ศูนย์กลาง . 📙 หนังสือ Inventing Bitcoin ไขกลไกนวัตกรรมเงินเปลี่ยนโลก . 📙 หนังสือ Layered Money พีระมิดเงินซ้อนชั้น . พวกเราหวังว่าหนังสือเหล่านี้เป็นแหล่งความรู้ชั้นดีสำหรับ การเริ่มต้นศึกษาพื้นฐานบิตคอยน์ด้วยตัวเอง . และยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่า "การศึกษาบิตคอยน์" ลึกลงไปถึงแก่นของมัน จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้มากยิ่งขึ้น . อย่างที่มันเคยทำและจะทำต่อไป #เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #Bitcoin #Siamstr image