วันว่างๆ หาเรื่องแจกคนละ 210 sats
ทายมาว่าผมอ่านหนังสือเล่มไหนอยู่
-Note from House of dead (Fyodor Dosyoevsky)
-Think,Fast & Slow (Daniel Kahneman)
-Same as Ever (Morgan Housel)
-Being & Time (Martin Heidegger)
-Human, All to Human (Friedrich Nietzsche)
-The Fiat Standard (Saifedean Ammous)
ตอบถูกสามคนแรกรับไป 210sats
ตอบถูกพร้อมรีวิวหนังสือที่ผมควรอ่าน(อย่างถูกใจผม) รับไป 1,200Sats
#siamstr
Tungkukk🇹🇭
tungkukk@siamstr.com
npub1e8e3...9tp3
Toxic Maximalist #bitcoin #anarchocapitalism #Libertarianism
Eternal Recurrence ไม่ใช่มุมมองความเชื่อที่ว่า Rise and fall ซึ่งเป็นความเป็นจริงรูปแบบที่เราพบเห็นได้ตาม ความเป็นของมนุษย์ ในเชิงธรรมชาติ
Eternal Recurrence คือความเชื่อที่ว่าทุกอย่างจะวนลูปเหมือนงูกินหาง รวมถึงการเกิดขึ้นมาของเราอีกคนและเราก็ยังพบเจอความทุกข์ที่เราพบเจอมา
รวมถึงการกำเนิดเวลาเส้นตรงเส้นเดิมที่ไร้ซึ่งจุดเริ่มต้น มีเพียงจุดจบและกำเนิดขึ้นอีกครั้ง
ณ จุดปัจจุบัน หรือ ความเป็นที่เราอยู่ท่ามกลางกาลเวลา มันจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ความเชื่อเช่นนี้ จึงมีผลการตัดสินใจเพื่อมุ่งไปสู่จุด ณ อนาคต มากกว่า การยึดโยงตัวปัจจุบันและที่ผ่านมา
เมื่อชุดความเชื่อนี้โผล่ขึ้นมา ในหัวผู้ที่ตระหนักกับมันย่อมรู้ดีว่าพวกเค้าคือผู้กำหนดอนาคต มากกว่า การสอบสวนและค้นหาความเป็นจริง หรือ การมองโลกอย่างไร้เดียงสา ตามคำสอนที่ด้อยค่าตัวเรา
Still recommend the right one bc left one I still consider it each of the word. 

Grass fed or grain fed is doesn’t matter.
Aus Ribcap wagyu 4-5 & ribeye grass fed 

สินค้าจีนไม่ได้มาจาก Proof of work
และการกระทำของจีนตั้งแต่ยุคสีจิ้นผิง ไม่ใช่ proof of work
แต่คือการกระทำการขยายสินค้าเพื่อดึงทุนเพื่อสร้างผลกำไรให้รัฐบาล
มันไม่ได้เริ่มค้าขายตามตลาดเสรีทุนนิยม แต่มันคือการทำให้ตัวของ Demand มีการ Oversupply จากการผลิตเงิน และการ Subsidized ดังนั้น สินค้าที่เราใช้กันคือสินค้าทุนต่ำ ห่วยแตก
Thus Spoke Zarathustra - Eternal Recurrence
ลองจินตนาการว่าถ้าสมมุติว่า ทุกอย่างมันเหมือนนาฬิกาทรายที่รอวันพลิกและเกิดขึ้นอีกครั้ง หากจักรวาลทำงานแบบนั้นอีกครั้ง
ผมนั่งคิดเกี่ยวกับทฤษฎีนี้สักพักซึ่งก็ได้คำตอบว่า “ทุกองค์ประกอบของโลกและมนุษย์มันไม่สามารถเอื้อมไปถึงสิ่งนั้นได้”
มันคงเป็นแนวคิดที่โคตรโหดร้าย สิ่งหนึ่งที่เมื่ออ่านใน Thus Spoke Zarathustra นั้นไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันมีความหมายในทุกการกระทำ มิใช่การคิดเพียงตรรกะที่บอกว่า โลกนี้ตั้งขึ้นเพื่อดับสูญ แม้แต่การคิดแบบสติ ก็จะดับสูญแต่มีสติเพียงเพื่อความอยู่รอด
ความสวยงามนั้นเกิดขึ้นจากการดื่มด่ำและมอมเมากับสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับตัวของปัจเจก ซึ่งจะถูกมองและให้คุณค่าทางอัตวิสัย
ดังนั้นสิ่งที่เรียกว่า การเกิดซ้ำจะเป็นสิ่งที่ดูกว้างกว่าการเกิดสิ่งที่เรียกว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่และ ดับไป เพราะคุณค่าและความหมายมันกำหนดโดยตัวของปัจเจกเอง ดังนั้นการคิดให้ถึงแก่นของความหมายในการกระทำและจิตวิญญาณจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ตอบสนองการดำรงค์อยู่ มากกว่า แค่ความเชื่อทางธรรมชาติสมัยบรรพกาล
มนุษย์นั้นมีเพียงความคิดที่ให้ตรรกะกับการกะทำและความหมาย ซึ่งกันและกัน แต่ไม่สามารถให้ความเท่าเทียมรวมถึงความเสมอภาค ในเชิงการดำรงค์อยู่ได้ ณ ขณะนั้น
มันเป็นสภาวะที่มนุษย์นั่นดำรงค์อยู่ไว้ซึ่งความเป็น ธรรมชาติที่แท้จริง และ มิได้บิดเบี้ยวด้วยตรรกะทางศาสนา ใด ศาสนาหนึ่ง
🤯🤯🤯🤯
สอบถามคนที่แต่งงานแล้ว และ มีกาาจัดงานแต่งงานตามประเพณี
ท่านมีเกณฑ์การเลือกร้านอาหารอย่างไรในวันแต่งงานครับ ?
#siamstr
Listen to my voice, it’s my disguise.
I’m by your side ~ ~
Ohhhh, it’s what you do to me.
#musicstr #siamstr
ระบบเศรษฐกิจเสรี แต่ปราศจากการผูกขาด…
เสรีอย่างไร???
ความเสมอภาค ทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทำเช่นไร?
สร้างระบบสวัสดิการ แล้วผู้ใดคือผู้ผูกขาด…
#พรรคประชาชนเพิ่มอำนาจรัฐ #มีแต่คนโง่เท่านั้นที่คิดว่านักการเมืองทำเพื่อประชาชน
#siamstr 

มนุษย์สามารถเล่นกับพระเจ้าได้ไหม?
หลักการมองเศรษฐศาสตร์ ของ Austrians Economic
จริงหลักการ ในการใช้การวิเคราะห์ของ Mises นั้นน่าสนใจมากคือเรื่องของ praxeology(Human Action) การกระทำของมนุษย์ซึ่งบ่งบอกถึงการนำไปสู่ Axioms(สัจพจน์) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การมองมนุษย์ในเชิงการมีเหตุและผลเชิงเศรษฐกิจ แต่เป็นปัจเจกต่างหากที่ไร้เหตุผล
Mises ใช้หลักการและแนวคิดที่มองมนุษย์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคเสรีภาพนิยม เพื่อต่อต้านอำนาจของการกีดกันการค้า จากความคิด โดยบอกได้ว่าตัวของระบบ บางระบบมันนำไปสู่เผด็จการและลดทอนคุณค่าของเสรีภาพในด้านปัจเจก
ผมขอพูดเรื่อง Axioms นิดนึงว่าเวลาที่ผมคุยเรื่องศาสนาผมถึงค่อนข้างเกลียดพวก รักธรรมชาติ โลกสวย มองนั่นมองนี่คือสิ่งสวยงาม ปล่อยวางจิตใจ โดยมองว่า ธรรมะ คือสิ่งที่เป็นอยู่ ตั้งอยู่และดับไป ซึ่งไอ้ความเป็นการตั้งอยู่และดับไปนี่ ไม่ได้ช่วยเพิ่มคุณค่าแถมเป็นการลดทอนคุณค่า ของสภาวะทางความเป็น จริงๆลงไปด้วย
ใน Narrative หรือ Perspective ที่ดูใหม่ดูสวยและดีงาม มันยังข้ามสัจจพจน์ไปไม่ได้ ดังนั้น มันไม่สามารถตอบคำถามแห่งความเป็นจริงทางสัจพจน์ได้ ผมยกตัวอย่างว่า หากเราเติบโตมาในการมองว่าทะเลกว้างกว่ากว่าผืนแผ่นดิน นั้นคือสัจพจน์ที่เราพิสูจได้ พวกเค้ากลับกรอกพูดว่า น้ำทะเลสีฟ้า ก็แค่ปล่อยวาง เห๋นสิ่งใดเกิดสิ่งใดก็แค่มองมันให้ลึกลงไป
โอ้ การให้อภัย สิ่งประเสริฐ ศีลธรรมอันดีงาม ท่านผู้ฉลาดในอุมคติมิได้หยั่งรู้ถึงความลึกซึ้ง เพียงแค่เห็นแต่ภาพภายนอก และ สิ่งที่ดำเนินอยู่ มิใช่การดำรงค์อยู่
ดังนั้นหัวใจของพวกท่านจึงไร้ซึ้ง ซึ่งคุณค่าของความเป็น
ศีลธรรมมิได้กำเนิดถึงสิ่งสวยงาม และการมองโลกตามธรรมชาติ มันแค่ศีลธรรมเท่านั้นที่ท่านมองเห็น