Bow RightShift's avatar
Bow RightShift
maniporn@rightshift.to
npub1e963...3z4f
วันนี้นึกว่าจะไม่มีอะไรมาเล่า วันนี้เจอประสบการณ์รัฐแทรกแซง วันนี้คณะมีงานบุญสถาปนาคณะ เลี้ยงอาหารกลางวัน ประเด็นคือเรามีนัดตรวจงานตอน 12.30 ก้เลยแพลนว่า ลงมากินตอน11.45 แล้วกะมาซื้อกินตามปกติ ไม่ได้กะจะกินของที่เค้าเตรียมไว้ให้ เดินมาเจอแปะป้าย วันนี้กินฟรี แล้วแถวยาวเหยียด ที่ค่อยๆสั้นลงอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ใช่เพราะเค้าตักแจกเร็ว แต่เพราะเค้าไม่ตัก และไม่ขาย เพราะคณะใจดีเหมาร้านไว้ให้กินฟรี เราเลยต้องทำตามที่เค้าบอก เจ้าของร้าน (ที่สนิทกัน)บอกว่า จข: ยังตักไม่ได้ค่ะอาจารย์ เค้าให้ตัก12.00 มบ: ซื้อได้มั้ยพี่ จข: เมื่อกี้พี่ตักไปแล้ว เค้าเดินมาด่าเลย มบ: แล้วคนที่เค้ารีบอ่ะพี่ จข: (ยิ้มเจื่อน พร้อมกวักมือเรียกไปเม้าท์ต่อ) มบ: ไม่เป็นไรพี่ เดี๋ยวไปกินกาแฟก่อน เดี๋ยวกลับมาใหม่ ต่อแถวใหม่กัน มบ: ข้าวนิดเดียว มะเขือกับไข่ดาว2ใบ จข: ไข่ดาวไม่ฟรีค่ะอาจารย์ มบ: ได้พี่ ไม่เป็นไร คิดของอ. เปรี้ยวรวมไปด้วยเลย กินได้เฉพาะเวลาที่กำหนด มะเขือได้น้อยกว่าซื้อกิน ไข่ที่อุดมไปด้วยสารอาหาร ฟรีไม่ได้ โอเค รับแซ่บ image
วิธีแก้ปัญหา กินอะไรก็ไม่อิ่ม ที่ถูกต้อง #siamstr #foodstr
สวัสดีตอนสาย เมื่อเช้าวาร์ปไปเป็นแม่บ้านมา แป้ง ไข่ นม และแน่นอนเราลดน้ำตาลจากสูตรลงมา60% และแน่นอน มันยังหวานอยู่ #siamstr #foodstr
Open House ช่องทางการสื่อสารที่สำคัญเพื่อให้น้องๆได้เห็นภาพการเรียนการสอน ภาพผลงานตัวอย่าง ได้เจอกับอาจารย์ที่สอน ได้รู้ว่าเรียนอะไรบ้าง เพิ่มเติมมี workshop ให้ด้วย ปีนี้พวกเราออกแบบ workshop ให้ง่ายขึ้น ให้ลองได้เห็นภาพคร่าวๆ ว่าการออกแบบในงานอสังหาฯ มันต้องมีเซนส์เรื่องอะไรบ้าง เช่น แยกสไตล์บ้าน แยกเกรดบ้านจากราคา เดาๆ ลูกค้า รสนิยม ความต้องการ แล้วลองจับคู่ บ้าน กับ เจ้าของบ้าน สนุกๆ โบว์สอนหลักสูตรนี้ สถาปัตยกรรมเพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หลักสูตรที่โดนมองว่าเรียนแล้วออกแบบแต่อาคารที่น่าตาน่าเบื่อๆ (นึกภาพบ้านจัดสรร) พยายามทำความเข้าใจอยู่นาน ว่าทำไมมุมมองมันเป็นแบบนั้น มันคงเป็นการทำให้รู้สึกว่าเด็กที่จบออกจากสาขานี้ ออกแบบไม่เก่ง ไม่สวย ไม่ใช่สถาปนิกชื่อดัง ไม่สร้างชื่อเสียง ประมาณ 60-70% ของเด็กที่จบไป ไปอยู่ในตำแหน่งงานที่เรียกว่า Product Development/Business Devlopment และแน่นอนพวกเค้าเป็นคนบรีฟงานให้เด็กที่จบจากอีกสาขานึง เค้าไม่จำเป็นต้องออกแบบ แต่เค้าต้องเข้าใจการออกแบบ เค้าไม่ต้องเก่งโครงสร้าง แต่เค้าต้องเข้าใจว่าแต่ละโครงสร้างต่างกันอย่างไร เค้าไม่ต้องออกแบบงานระบบอาคาร แต่เค้าต้องรู้จักงานระบบอาคาร เค้าไม่ต้องเก่งงาน interior แต่เค้าต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร เค้าไม่ต้องถอด BOQ อาคาร แต่เค้าต้องคิดความเป็นไปได้ทั้งโครงการ เค้าไม่ต้องเก่งบัญชี แต่เค้าต้องรู้ที่มารายได้ และรายจ่าย และคิดกำไรโครงการได้ เค้าไม่ต้องเก่งงานช่าง แต่เค้าต้องบริหารช่างได้ และอีกเยอะเลย สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พวกเค้าเรียนไม่ต่างกันกับเด็กสถาปัตย์ ทั้งหน่วยกิต และรายวิชาทางวิชาชีพ แต่เค้าต้องเรียนอย่างอื่นเพิ่มเข้าไป การเงิน การตลาด การบริหารโครงการ บริหารงานก่อสร้าง การประมาณราคา การบริหารอาคาร การบริหารผู้เช่า เพื่อให้มั่นใจว่าเค้าสามารถประกอบอาชีพที่หลากหลาย และปรับตัวตามสภาพตลาดงานได้ ผลลัพธ์คือ หลักสูตรเรียนหนักเกินไป เพราะความที่พวกเราต้องเผื่อไว้ก่อน เผื่อเด็กไปสอบไปประกอบวิชาชีพ เผื่อเด็กได้ทำงานตำแหน่งประมาณนี้ๆ ทำให้เด็กหลักสูตรนี้ รู้เยอะ ทำได้หลายอย่าง แต่ดูไม่โดดเด่นเอาซ้ะเลย แต่เชื่อมั้ยว่า บ.อสังหาดังๆ กลับบอกเราว่าเด็กอาจารย์ดีนะ อยู่ในจุดที่ธุรกิจอสังหาต้องการ และจากที่เราตามเด็กพูดคุยกับเด็กไปเรื่อยๆ หลักสูตรก็ค่อยๆปรับลดลงให้มันเหลือเท่าที่ตลาดต้องการ เราพยายามลดความเผื่อ และนั่นใช้เวลา 10ปี 10ปีเลยนะ กว่าเราจะมั่นใจว่า แค่นี้พอ เพราะอะไรนะเหรอ เพราะเรากลัวพวกเค้าไม่มีงานทำ กลัวพวกเค้าหาตัวตนไม่เจอ กลัวพวกเค้าหาจุดเด่นของตัวเองไม่เจอ กลัวว่าความหวังของพ่อแม่เค้า ที่พวกเค้าแบกมา มันจะไม่ทำให้เค้าภูมิใจ ยาวเกิน- ได้เวลารับลูก