ฐานทัพสหรัฐในจอร์แดนถูกโจมตี ทหารเสียชีวิต 3 ราย สหรัฐพร้อมตอบโต้
ฐานทัพสหรัฐในจอร์แดนถูกโจมตีด้วยโดรนเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2567 ส่งผลให้ทหารสหรัฐเสียชีวิต 3 รายและได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 34 ราย ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐประณามการโจมตีครั้งนี้และยืนยันว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรง
กลุ่มติดอาวุธที่ปฏิบัติการอยู่ในซีเรียและอิรักซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เป็นผู้อ้างความรับผิดชอบในการโจมตีครั้งนี้ การโจมตีครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสที่กองกำลังทหารสหรัฐถูกโจมตีจนเสียชีวิต และอาจส่งผลให้วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางลุกลามเป็นวงกว้าง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันและทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้น โดยราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นเหนือระดับ 79 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาทองคำขยับขึ้นทดสอบที่ระดับ 2,028 ดอลลาร์ต่อออนซ์
#Siamstr #Buddyroom #Jordan #US #Attack #Iran #Oil #Gold
goldpassport
bitcoin@siamstr.com
npub1c75z...n3y5
มุ่งมั่นที่จะนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีและ cryptocurrency ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเข้าใจง่าย
ต้องการช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจและเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างเท่าเทียม
จีนขู่สหรัฐ! หากแยกไต้หวันเป็นเอกราช สัมพันธ์ทวิภาคีสั่นคลอน
จีนส่งสัญญาณเตือนสหรัฐ ว่าอย่าพยายามทำให้ไต้หวันแยกดินแดนเป็นเอกราชจากจีน โดยย้ำว่าประเด็นดังกล่าวถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี
นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน กล่าวเตือนนายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ ระหว่างการหารือที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 26-27 มกราคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า จีนไม่ต้องการให้สหรัฐเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับใดๆ กับไต้หวัน
ด้านนายซัลลิแวน ระบุว่า สหรัฐยังคงยึดมั่นในนโยบาย "หนึ่งจีน" แต่ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของช่องแคบไต้หวัน
การประชุมครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีนได้พบปะกันแบบตัวต่อตัว หลังจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ที่จุดยืนสนับสนุนการแยกไต้หวันให้เป็นอิสระ คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3
จีนมองว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ และคัดค้านการติดต่อกันอย่างเป็นทางการในทุกรูปแบบระหว่างไต้หวันกับสหรัฐ โดยก่อนหน้านี้ได้ตอบโต้การเยือนไต้หวันของนางแนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อปี 2565 ด้วยการซ้อมรบทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
การหารือดังกล่าวถือเป็นการสานต่อความมุ่งมั่นของทั้งประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ระหว่างการประชุมสุดยอดที่นครซานฟรานซิสโกในเดือนพฤศจิกายน 2566 เพื่อรักษาการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และจัดการความสัมพันธ์อย่างมีความรับผิดชอบ
นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศของจีนยังระบุอีกว่า จีนและสหรัฐยังเห็นพ้องที่จะจัดการเจรจาด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่างรัฐบาลเป็นครั้งแรกในฤดูใบไม้ผลินี้
#China #Taiwan #US #Relations #Siamstr #Buddyroom
กองทุน ETF Bitcoin ของ BlackRock ทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์
กองทุน ETF Bitcoin ของ BlackRock ทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันแรกของการซื้อขาย แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนใน Bitcoin
กองทุน ETF Bitcoin ของ BlackRock เป็นกองทุน ETF Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยอนุญาตให้นักลงทุนสามารถลงทุนใน Bitcoin ผ่านตลาดหลักทรัพย์ได้ กองทุน ETF นี้เปิดตัวเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 และได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนทั่วโลก
การทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ของกองทุน ETF Bitcoin ของ BlackRock แสดงให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันและรายย่อยกำลังให้ความสนใจใน Bitcoin มากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความสนใจที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนใน Bitcoin ได้แก่
ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
นโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลาง
การยอมรับ Bitcoin เพิ่มขึ้นจากภาคธุรกิจและภาครัฐ
#Bitcoin #ETF #BlackRock #Siamstr #Buddyroom
สหรัฐฯ ยึด Bitcoin มูลค่า 132 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของแก๊งค้ายาเสพติด
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ประกาศยึด Bitcoin มูลค่าประมาณ 132 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากแก๊งค้ายาเสพติด Ryan Farace และ Sean Bridges เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2024
การยึด Bitcoin ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการสืบสวนของ Drug Enforcement Administration (DEA) ซึ่งพบว่า Farace และ Bridges ใช้ Bitcoin เพื่อซื้อขายยาเสพติดและเงินที่ผิดกฎหมาย
Bitcoin จำนวน 2,874.904256 หน่วย มูลค่าประมาณ 129 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถูกยึดจาก Farace และ Bridges ในเมือง Memphis รัฐ Tennessee เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2021
Bitcoin จำนวน 58.742155166 หน่วย มูลค่าประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถูกยึดจาก Farace ในเมือง Arlington รัฐ Virginia เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2021
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะดำเนินการขาย Bitcoin ที่ยึดมาได้ โดยผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 60 วันนับจากวันที่ประกาศนี้เผยแพร่
#Bitcoin #Forfeiture #DEA #UnitedStates #Siamstr #Buddyroom
ศาลฎีกาอังกฤษปฏิเสธคำอุทธรณ์ของ Craig Wright ในคดีหมิ่นประมาท Peter McCormack
ศาลฎีกาแห่งอังกฤษปฏิเสธคำอุทธรณ์ของ Craig Wright ในคดีหมิ่นประมาท Peter McCormack เจ้าของพอดคาสต์ bitcoin เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ของ Wright ในการเป็น Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin
ในเดือนกรกฎาคม คณะผู้พิพากษาของศาลอุทธรณ์แห่งอังกฤษได้ตัดสินว่า Wright มีสิทธิ์ได้รับเงินเพียง 1 GBP ในการชดเชยสำหรับการกล่าวหาของ McCormack ว่า Wright กำลังหลอกลวงเกี่ยวกับตัวตนของเขา
Wright ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา แต่ศาลปฏิเสธคำอุทธรณ์ของเขาเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2023
Rupert Cowper-Coles หุ้นส่วนของบริษัทกฎหมาย RPC ซึ่งเป็นตัวแทนของ McCormack กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ศาลฎีกาได้ปฏิเสธคำอุทธรณ์ของ Craig Wright”
“นี่เป็นชัยชนะที่สำคัญสำหรับ Peter McCormack และเป็นการยืนยันอีกครั้งว่าคำกล่าวหาของเขาเกี่ยวกับ Craig Wright นั้นถูกต้อง” Cowper-Coles กล่าว
Wright เป็นที่รู้จักจากข้อเรียกร้องของเขาว่าเขาคือ Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องของเขาได้รับการโต้แย้งจากหลายฝ่าย รวมถึง McCormack
McCormack อ้างว่า Wright ไม่ได้เป็น Satoshi Nakamoto และกำลังหลอกลวงชุมชน Bitcoin
Wright ปฏิเสธข้อกล่าวหาของ McCormack และกล่าวว่าเขากำลังดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ว่าเขาคือ Satoshi Nakamoto
#CraigWright #PeterMcCormack #SatoshiNakamoto #Bitcoin #Siamstr #Buddyroom
SEC เลื่อนการตัดสินใจอนุมัติ ETF Ethereum ของ BlackRock ออกไปเป็นเดือนมีนาคม
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐอเมริกา เลื่อนการตัดสินใจอนุมัติ ETF Ethereum ของ BlackRock จากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 25 มกราคม ออกไปเป็นวันที่ 10 มีนาคม
โดย SEC ระบุว่า จำเป็นต้องมีระยะเวลามากขึ้นในการพิจารณาคำขออนุมัติ ETF Ethereum และประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
การเลื่อนการตัดสินใจครั้งนี้ ส่งผลให้ ETF Ethereum ของ BlackRock กลายเป็น ETF Ethereum ตัวแรกที่ยื่นขออนุมัติกับ SEC ที่ยังไม่ได้รับอนุมัติ
นอกจากนี้ ETF Ethereum ของ Fidelity ก็ถูกเลื่อนการตัดสินใจอนุมัติเช่นกัน
James Seyffart นักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg Intelligence ระบุว่า การเลื่อนการตัดสินใจอนุมัติ ETF Ethereum น่าจะยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า
"การเลื่อนการตัดสินใจอนุมัติ ETF Ethereum น่าจะยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ จนถึงวันที่ 23 พฤษภาคม" Seyffart กล่าวในโพสต์บน Twitter
#Ethereum #ETF #SEC #Siamstr #Buddyroom
Polygon เปิดตัวโปรโตคอลใหม่ เชื่อมบล็อกเชนทุกเครือข่ายเป็นหนึ่งเดียว
Polygon Labs ประกาศเปิดตัวโปรโตคอลใหม่ AggLayer ที่จะผสานรวมบล็อกเชนทุกเครือข่ายเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายเดียว โดยโปรโตคอลนี้จะรวบรวม zero-knowledge proofs (ZKP) จากหลากหลายบล็อกเชนเข้าไว้ด้วยกัน และอนุญาตให้นักพัฒนาสามารถเชื่อมต่อบล็อกเชน layer 1 และ 2 มาผสานรวมเป็นเครือข่ายเดียว
AggLayer จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันบนบล็อกเชนต่างๆ ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องสลับระหว่างบล็อกเชนต่างๆ ที่แตกต่างกัน โปรโตคอลนี้ยังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบล็อกเชนโดยรวม และลดต้นทุนในการโอนย้ายข้อมูลระหว่างบล็อกเชน
Polygon ระบุว่า AggLayer จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์นี้
#Polygon #AggLayer #ZKP #Layer1 #Layer2 #Siamstr #Buddyroom
BlackRock ถือครอง Bitcoin กว่า 44,000 BTC มูลค่ากว่า 1.75 พันล้านดอลลาร์
BlackRock บริษัทบริหารสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของโลก ได้เพิ่มการถือครอง Bitcoin เพิ่มขึ้นอีก 2,929 BTC ส่งผลให้ปัจจุบัน BlackRock ถือครอง Bitcoin ทั้งหมดกว่า 44,005 BTC คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การถือครอง Bitcoin ของ BlackRock สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนสถาบันในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยก่อนหน้านี้ BlackRock ได้ลงทุนในกองทุน ETF ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ไปแล้ว
การถือครอง Bitcoin ของ BlackRock ในครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับตลาดคริปโต โดยแสดงให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันยังคงให้ความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัล ท่ามกลางความผันผวนของตลาด
#Bitcoin #BlackRock #Crypto #Siamstr #Buddyroom
จับตาดัชนี PMI สหรัฐ-อัตราดอกเบี้ยแคนาดา คืนนี้ USDCAD ทองคำ BTC เสี่ยงผันผวน
คืนนี้ (24 มกราคม 2567) เวลา 21:45 น. ตามเวลาประเทศไทย จะมีการประกาศตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐในเดือนมกราคม รวมถึงการประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางแคนาดา (BoC)
การประกาศตัวเลขดัชนี PMI ของสหรัฐ จะเป็นตัวชี้วัดถึงภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยตัวเลขที่ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ จะทำให้ตลาดมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง และอาจส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น
ส่วนการประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ BoC จะเป็นตัวชี้วัดถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของแคนาดา โดยหาก BoC ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่คาดการณ์ไว้ จะทำให้ดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าขึ้นเช่นกัน
ดังนั้น คืนนี้จึงมีความเสี่ยงที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์แคนาดาจะผันผวนสูง โดยหากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น จะทำให้คู่สกุลเงิน USDCAD ปรับตัวขึ้น ซึ่งจะส่งผลกดดันต่อราคาทองคำและ BTC
นอกจากนี้ การวิ่งสวนทางกันของสกุลเงินดอลลาร์แคนาดาและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของแคนาดาอายุ 10 ปี (CA10Y) ก็เป็นอีกปัจจัยที่อาจทำให้ราคาทองคำและ BTC ผันผวนได้
โดยหากดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าขึ้น แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร CA10Y อ่อนค่าลง จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (US10Y) สูงขึ้นเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร CA10Y ซึ่งจะส่งผลกดดันต่อราคาทองคำและ BTC
#PMI #USDCAD #BoC #InterestRate #Gold #BTC #Siamstr #Buddyroom
Adam Back ฟันธง ETF Bitcoin ส่งผลต่อตลาดมากกว่า Halving ถึง 30 เท่า
Adam Back ผู้ร่วมก่อตั้ง Blockstream และหนึ่งในนักพัฒนา Bitcoin รายแรก ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Bitcoin ETF โดยเขาเชื่อว่า ETF Bitcoin จะมีผลกระทบต่อตลาดมากกว่า Bitcoin Halving ถึง 30 เท่า
Back อธิบายว่า ETF Bitcoin จะทำให้ Bitcoin เข้าถึงกลุ่มนักลงทุนที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักลงทุนสถาบัน ซึ่งจะส่งผลให้อุปสงค์ของ Bitcoin เพิ่มขึ้นอย่างมาก
เขายังอ้างอิงจากข้อมูลของ Grayscale Investments โดยระบุว่ากองทุน Bitcoin Trust ของ Grayscale มีเงินทุนอยู่กว่า 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหากกองทุนนี้สามารถแปลงเป็น ETF ได้สำเร็จ จะทำให้ Bitcoin เข้าสู่ตลาดทุนได้โดยตรง
Back มองว่า Bitcoin Halving ส่งผลต่อตลาด Bitcoin เพียงระยะสั้นๆ โดยราคา Bitcoin จะพุ่งสูงขึ้นในช่วงก่อน Halving และลดลงในช่วงหลัง Halving แต่ ETF Bitcoin จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาด Bitcoin ในระยะยาว
#Bitcoin #ETF #Hodling #AdamBack #Siamstr #Buddyroom
ระวัง! มัลแวร์คริปโตวอลเลทระบาดบน macOS ผ่านแอปละเมิดลิขสิทธิ์
ผู้ใช้กระเป๋าเงินคริปโตบน macOS โปรดระวัง! มัลแวร์ตัวใหม่กำลังแพร่กระจายผ่านแอปละเมิดลิขสิทธิ์ ตามการแจ้งเตือนล่าสุดของ Kaspersky Labs
มัลแวร์ดังกล่าวมีชื่อว่า Cryware โดยแฮกเกอร์จะฝังมัลแวร์ลงในแอปละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น แอปเกม และแอปแต่งภาพ เมื่อผู้ใช้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปเหล่านี้ มัลแวร์ก็จะทำงานโดยอัตโนมัติและขโมยข้อมูลเกี่ยวกับกระเป๋าเงินคริปโตของผู้ใช้ รวมถึงรหัสผ่าน ที่อยู่กระเป๋าเงิน และยอดคงเหลือ
Kaspersky Labs ระบุว่า มัลแวร์ Cryware สามารถตรวจพบได้ยาก เนื่องจากแฮกเกอร์ได้ซ่อนมัลแวร์ไว้อย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้สามารถป้องกันตัวเองจากมัลแวร์นี้ได้ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น
อัปเดตระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสที่มีประสิทธิภาพ
#Crypto #Malware #MacOS #Siamstr #Buddyroom
BTC หลุด 40k แล้วจะไปยังไงต่อ?
ราคา Bitcoin (BTC) หลุดระดับ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยลงมาปิด Gap บริเวณ 39,640-40,325 ดอลลาร์สหรัฐฯ เรียบร้อย
เส้นแนวรับที่ BTC กำลังยืนอยู่ในปัจจุบันมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นแนวรับที่ BTC เคยยืนไว้ก่อนทำจุดสูงสุดใหม่ (ATH) ในช่วงเดือนกันยายน 2564 อีกทั้งยังเคยเป็นแนวต้านมาก่อนอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การที่ BTC หลุด 40,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่ได้หมายความว่า BTC จะกลับขึ้นไปทำ ATH ใหม่ในเร็วๆ นี้ เป็นเพียงการบ่งชี้ว่าเส้นแนวรับดังกล่าวยังคงมีนัยยะสำคัญอยู่
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า เหรียญ altcoin บางตัวได้ลงมาจนถึงแนวรับที่น่าสนใจ โดยหากนักลงทุนตัดสินใจซื้อเหรียญเหล่านี้ในช่วงนี้ มีโอกาสที่จะติดดอยได้ แต่หากตลาดคริปโตเข้าสู่รอบ Bull Run Supercycle หลังการ halving เหรียญเหล่านี้มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้น 2-10 เท่าได้ (หากเป็นเหรียญที่ดี)
ความเห็นส่วนตัว
ส่วนตัวมองว่าราคา BTC มีโอกาสที่จะลงไปวิ่ง Sideway บริเวณโซนล่างก่อน โดยแนวรับที่น่าสนใจอยู่ที่ 37,000-38,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับดังกล่าวได้ มีโอกาสที่จะดีดกลับไปโซน 41,000-44,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแค่ความเห็นส่วนตัวเท่านั้น การลงทุนคริปโตมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
#Bitcoin #Crypto #BTC #Siamstr #Buddyroom
SEC ชี้ชัด! แฮกเกอร์ X เกิดจากการ SIM swap ของผู้ให้บริการเครือข่าย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 ระบุว่า สาเหตุของการแฮกเกอร์ X ในวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา น่าจะเกิดจาก SIM swap โดยเกิดจากความบกพร่องของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ไม่ใช่ความบกพร่องด้านความปลอดภัยของตัวเอง
SIM swap เป็นรูปแบบการโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปที่การครอบครองหมายเลขโทรศัพท์ของเหยื่อ โดยผู้โจมตีจะติดต่อผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ของเหยื่อและอ้างว่าพวกเขาคือเหยื่อ จากนั้นจึงขอเปลี่ยนซิมการ์ดของเหยื่อไปยังโทรศัพท์ของตน
เมื่อผู้โจมตีสามารถครอบครองหมายเลขโทรศัพท์ของเหยื่อได้แล้ว พวกเขาจะสามารถเข้าถึงบัญชีต่างๆ ของเหยื่อได้ เช่น บัญชีธนาคาร บัญชีอีเมล และบัญชีโซเชียลมีเดีย
ในแถลงการณ์ของ SEC ระบุว่า ผู้โจมตี X ได้ใช้ SIM swap เพื่อเข้าถึงบัญชีอีเมลของเหยื่อ จากนั้นจึงใช้บัญชีอีเมลดังกล่าวเพื่อเข้าถึงบัญชีอื่นๆ ของเหยื่อ และทำการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สินของเหยื่อ
SEC ระบุว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มีหน้าที่รับผิดชอบในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ และควรมีมาตรการป้องกัน SIM swap ที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ของ X กลับไม่มีมาตรการป้องกันที่เพียงพอ ซึ่งทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงหมายเลขโทรศัพท์ของเหยื่อได้อย่างง่ายดาย
SEC ได้เรียกร้องให้ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ต่างๆ ปรับปรุงมาตรการป้องกัน SIM swap และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้อย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น
#SIMSwap #Hack #X #SEC #Siamstr #Buddyroom
Binance อาจแพ้คดีกับ SEC : สัญญาณเตือนสำหรับนักลงทุน BNB
Jeremy Hogan นักกฎหมายด้านคริปโตเคอเรนซี สรุปประเด็นสำคัญจากการพิจารณาคดีระหว่าง SEC กับ Binance ดังนี้
การขาย BNB ในตลาดรอง : Binance เป็นผู้รับผิดชอบต่อการขาย BNB ในตลาดรอง เนื่องจาก Binance เป็นผู้ออกเหรียญ BNB และเป็นผู้กำหนดกฎระเบียบในการซื้อขายเหรียญ BNB
หลักการแจ้งล่วงหน้าและหลักคำถามสำคัญ : SEC เชื่อว่า Binance ไม่ได้ให้ข้อมูลเพียงพอแก่นักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงของการลงทุนใน BNB
Changpeng Zhao (CZ) : CZ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการกระทำของ Binance เนื่องจาก CZ เป็น CEO และเป็นผู้ควบคุม Binance
หลักทดสอบ Howey : SEC เชื่อว่า BNB มีคุณสมบัติเป็นหลักทรัพย์ตามหลักทดสอบ Howey เนื่องจาก BNB มีลักษณะเป็นสัญญาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนแก่นักลงทุนจากความสำเร็จของธุรกิจของ Binance
Hogan แสดงความเห็นว่า การพิจารณาคดีครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนสำหรับนักลงทุน BNB เนื่องจาก SEC มีแนวโน้มที่จะชนะคดี ซึ่งอาจส่งผลให้ Binance ต้องจ่ายค่าปรับจำนวนมาก และอาจถูกสั่งห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ การที่ SEC มองว่า BNB เป็นหลักทรัพย์ อาจส่งผลให้นักลงทุน BNB ต้องเสียภาษีเงินได้จากการถือครองเหรียญ BNB
#Crypto #SEC #Binance #BNB #Siamstr #Buddyroom
นักวิเคราะห์รายงานว่า Bitcoin ETFs ในสหรัฐอเมริกา ขณะนี้ได้ถือครอง Bitcoin รวมกันกว่า 638,900 BTC มูลค่าประมาณ 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ โดย ETF ที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุด ได้แก่ Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) ด้วยสัดส่วน 70.8% รองลงมาคือ ProShares Bitcoin Strategy ETF (BITO) ด้วยสัดส่วน 22.4%
การถือครอง Bitcoin ของ ETF เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่มีต่อ Bitcoin โดย ETF เป็นผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายและสะดวกยิ่งขึ้น
#Bitcoin #ETF #Crypto #Siamstr #Buddyroom
Terraform Labs ของ Do Kwon ยื่นล้มละลายในบทที่ 11 ของสหรัฐฯ
บริษัท Terraform Labs ของ Do Kwon ได้ยื่นคำร้องขอความคุ้มครองการล้มละลายในบทที่ 11 ของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2567 โดยบริษัทระบุว่ามีหนี้สินและทรัพย์สินรวมกันอยู่ที่ประมาณ 100 ถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การยื่นล้มละลายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก TerraUSD (UST) ซึ่งเป็น stablecoin ที่ออกแบบมาให้มีมูลค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ล่มสลายลงในเดือนพฤษภาคม 2566 เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มูลค่าของ LUNA ซึ่งเป็นเหรียญคริปโตที่รองรับ UST ลดลงกว่า 99%
การล้มละลายของ Terraform Labs ถือเป็นการล่มสลายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดคริปโต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตทั่วโลก
#Terra #TerraUSD #DoKwon #UST #Cryptocurrency #Bankruptcy #Siamstr #Buddyroom
การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง กับการลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น มีข้อแตกต่างกันในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้
ความเป็นเจ้าของ
การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง เป็นการเป็นเจ้าของเหรียญ Bitcoin จริง ๆ หมายความว่าผู้ลงทุนมีกรรมสิทธิ์ในเหรียญ Bitcoin นั้น ๆ และสามารถโอน แลกเปลี่ยน หรือถือครองไว้ได้
การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น เป็นการถือครองหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ซึ่งกองทุนรวมดังกล่าวจะลงทุนใน Bitcoin โดยรวม หมายความว่าผู้ลงทุนไม่ได้เป็นเจ้าของเหรียญ Bitcoin จริง ๆ แต่มีสิทธิได้รับผลตอบแทนตามมูลค่าของ Bitcoin
ความยุ่งยาก
การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง จำเป็นต้องมีกระเป๋าเงินคริปโต (Crypto Wallet) เพื่อเก็บรักษาเหรียญ Bitcoin โดยผู้ลงทุนจะต้องศึกษาวิธีการสร้างกระเป๋าเงินคริปโต และวิธีการรักษาความปลอดภัยของเหรียญ Bitcoin
การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น สามารถทำได้ง่ายกว่า เนื่องจากผู้ลงทุนสามารถซื้อหน่วยลงทุนของ ETF ผ่านโบรกเกอร์ทั่วไป
ความเสี่ยง
การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง นั้น ถือได้ว่ามีความเสี่ยงสูง เนื่องจากมูลค่าของ Bitcoin นั้นมีความผันผวนสูง และอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก นโยบายของรัฐบาล และภัยคุกคามทางไซเบอร์
การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น ถือได้ว่ามีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนใน Bitcoin โดยตรง เนื่องจาก ETF จะกระจายการลงทุนใน Bitcoin หลาย ๆ เหรียญ เพื่อลดความผันผวนของราคา อย่างไรก็ตาม การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงสูงอยู่เช่นกัน
ต้นทุน
การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง อาจมีต้นทุนสูง เนื่องจากผู้ลงทุนจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการซื้อ ขาย และโอนเหรียญ Bitcoin
การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น อาจมีต้นทุนต่ำกว่าการลงทุนใน Bitcoin โดยตรง เนื่องจากผู้ลงทุนจะเสียค่าธรรมเนียมการซื้อ ขาย และถือครองหน่วยลงทุนของ ETF เท่านั้น
ข้อดี
การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง นั้น ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถควบคุมทรัพย์สินของตนเองได้อย่างเต็มที่
การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนใน Bitcoin ได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงลงได้
ข้อเสีย
การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง นั้น อาจมีความยุ่งยากในการเก็บรักษาและรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สิน
การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น อาจไม่สามารถติดตามราคา Bitcoin ได้อย่างใกล้ชิดเท่ากับการลงทุนใน Bitcoin โดยตรง
โดยสรุปแล้ว การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง กับการลงทุนผ่าน Bitcoin ETF นั้น มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ลงทุน หากผู้ลงทุนต้องการเป็นเจ้าของ Bitcoin จริง ๆ และสามารถควบคุมทรัพย์สินของตนเองได้อย่างเต็มที่ การลงทุนใน Bitcoin โดยตรง อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม หากผู้ลงทุนต้องการลงทุนใน Bitcoin ได้ง่ายขึ้น และลดความเสี่ยงลง การลงทุนผ่าน Bitcoin ETF อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีทุกประเภทนั้น ยังคงมีความเสี่ยงสูงอยู่เสมอ ผู้ลงทุนจึงควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
ตลาดคริปโตฯ ระทึก! HTX ถูกโจมตี DDoS ล่มชั่วคราว
ตลาดคริปโตเคอเรนซี่ทั่วโลกระทึก เมื่อ HTX แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่ยักษ์ใหญ่ของไทย ถูกโจมตีแบบกระจายการปฏิเสธการให้บริการ (DDoS) ส่งผลให้เว็บไซต์ล่มชั่วคราวในช่วงเช้าของวันที่ 20 มกราคม 2567
DDoS เป็นการโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปที่การทำให้เว็บไซต์หรือบริการออนไลน์หยุดทำงาน โดยผู้โจมตีจะส่งปริมาณการเข้าชมจำนวนมากไปยังเว็บไซต์เป้าหมาย ซึ่งทำให้เว็บไซต์ไม่สามารถรองรับปริมาณการเข้าชมได้ทันและล่มในที่สุด
HTX เป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่ที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก Huobi Thailand ก่อตั้งขึ้นในปี 2561 และเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
จากการโจมตี DDoS ครั้งนี้ ส่งผลให้ผู้ใช้ HTX ไม่สามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมือถือได้ชั่วคราว โดยเว็บไซต์ล่มเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
HTX ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษผู้ใช้สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าข้อมูลของผู้ใช้ทั้งหมดปลอดภัย
เหตุการณ์นี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยสำหรับตลาดคริปโตเคอเรนซี่ทั่วโลก เนื่องจากแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่เป็นเป้าหมายหลักของผู้โจมตีไซเบอร์ ผู้ใช้คริปโตเคอเรนซี่จึงควรระมัดระวังและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับความปลอดภัยในโลกไซเบอร์อย่างใกล้ชิด
#Siamstr #Buddyroom #Cryptocurrency #DDoS #HuobiThailand #HTX
